ซานซานพำนักอยู่ที่บ้านของเสี่ยเฟิงประหนึ่งเป็บ้านของตนเอง
หลังจากพาลู่หลิ่งไปเที่ยวตลาดซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่และอาหารมากมายก็กลับเข้าบ้านหลังนี้แล้วเข้าครัวเพื่อทำอาหาร
เสี่ยเฟิงนั่งมองซานซานกับลู่หลิ่งเงียบๆสีหน้าไม่เคยคลายทุกข์โศกเลยสักวันยิ่งได้เห็นสองแม่ลูกอยู่ด้วยกันก็ยิ่งคิดถึงบิดา
ตัวเขายามเป็เด็กก็อยู่กับบิดาเช่นนี้อยู่กันแบบสองคนพ่อลูกตลอดมา
หากเขาไม่เอาแต่เสียใจเื่ผลการสอบขุนนางบิดาก็คงไม่คิดหาทางแก้ไขโดยส่งเสริมเขาไปเป็ทหารและยิ่งไม่ต้องแยกจากกันกระทั่งปล่อยบิดาให้ตายไปเช่นนั้น
“เ้าไม่ควรยึดติดกับอดีตที่ผิดพลาดแค่จำไว้เป็บทเรียน แล้วพากเพียรลุกขึ้นมา”
ซานซานเอ่ยกับเสี่ยเฟิงยามป้อนข้าวให้ลู่หลิ่งทว่าต่อมาเด็กน้อยก็อาศัยจังหวะยามมารดาเผลอคุยติดพัน ลอบเอื้อมมือเล็กๆ หยิบอาหารกินเองเขี่ยผักให้เสี่ยเฟิงแล้วกินแต่เนื้อเป็ดย่าง เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยจนแก้มป่อง
เสี่ยเฟิงมองผักในถ้วยข้าวตนเองพลางถอนหายใจดวงตาข้างที่ใช้การได้เหลือบขึ้นมองเนื้อเป็ดย่างชิ้นสุดท้ายอย่างอาลัยอาวรณ์ ลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อยแล้วเอ่ยกับซานซานว่า “ข้ากลายเป็คนพิการไปแล้วไหนเลยจักกล้ายืนหยัดดุจเดิมได้”
ซานซานขมวดคิ้วหรี่ตา“เ้าพิการส่วนใด?”
“...”
ลู่หลิ่งกินอิ่มแล้วจึงลุกออกจากเก้าอี้ไปหยิบตั๊กแตนกับจิ้งหรีดที่ซานซานสานจากต้นกกและหญ้าคามากำเอาไว้ในมืออย่างละข้างด้วยคิดว่ามันเป็สัตว์เลี้ยง
แม่นางน้อยพาสัตว์เลี้ยงที่กำลังสั่นระริกในมือเล็กวิ่งเล่นที่โถงนอกห้องครัวเสียงตึกๆ ของฝ่าเท้าน้อยๆ กับเสียงหัวเราะคิกคักสดใสดังแทรกบทสนทนาเป็ระยะ
“ข้าตาบอดหนึ่งข้างอย่างไรเล่า”เสี่ยเฟิงก้มหน้าหลุบตา
ซานซานจ้องชายหนุ่มตรงหน้าเขม็งกล่าวเสียงแข็ง
“ดวงตามีสองข้างเสียไปหนึ่งข้าง ไม่นับว่าพิการ ภาพที่เห็นล้วนเทียบเท่าผู้อื่นหากเบื้องหน้าเ้ามีโฉมสะคราญยืนอยู่สามคน เ้าย่อมไม่เห็นแค่สองคนหากตรงหน้าเ้าเป็ลูกสุนัข ย่อมไม่เห็นเป็ลูกเสือ”
เสี่ยเฟิงนิ่งฟังเม้มปากเป็เส้นตรงไม่กล้าเอ่ยขัดอีก
ซานซานจึงเข้าเื่ทันทีไม่มีเสียเวลา
“เหตุที่ข้าช่วยเหลือเ้าแท้จริงแค่ไม่้าขโมยกิจการของบ้านเ้าอย่างหน้าไม่อายอาศัยที่เ้าเป็คนในพื้นที่ มีความรู้ดุจนักปราชญ์ ผนวกความสามารถในการตีเหล็กเ้ากับข้าร่วมมือกัน ทำอาวุธออกมาขาย แบ่งกำไรกันกึ่งหนึ่ง ตกลงไหม?”
หญิงสาวไม่ปล่อยจังหวะให้ผู้ฟังปฏิเสธนางล้วงสาบเสื้อหยิบกระดาษออกมาหลายแผ่นวางลงบนโต๊ะ
“นี่คืออาวุธที่ข้าคิดขึ้นมาเพียงแต่ฝีมือวาดภาพของข้าออกจะย่ำแย่สักหน่อย ดวงตาเพียงข้างเดียวของเ้าย่อมแยกแยะรายละเอียดจนรู้แจ้งแล้ววาดออกมาให้สมบูรณ์โดยง่าย จากนั้นก็ตีเหล็กตามรูป ดัดแปลงแก้ไขให้ได้แขนขาฝ่ามือและเรี่ยวแรงกำลังรวมถึงทักษะการหลอมเหล็กของเ้าย่อมไม่เกี่ยวกับดวงตาที่เสียไปสมองอันฉลาดปราดเปรื่องของเ้าก็เช่นกัน ข้าเชื่อฝีมือเ้า เข้าใจไหม?”
ครานี้ริมฝีปากที่ขบกันแน่นของเสี่ยเฟิงเริ่มคลายออกเขาค่อยๆ เอ่ยแม้ยังไม่มั่นใจ “ข้า...ข้าจะลองดูขอรับ”
ซานซานตบโต๊ะเสียงดังจนเสี่ยเฟิงสะดุ้งเฮือก
“ไม่ใช่แค่ลองดูแต่ต้องลงมือทำเลย จากนั้นยังต้องเรียนรู้จากข้าสักสามกระบวนท่า เพื่อใช้ขายสินค้าได้กำไรงาม”
เรียวคิ้วคมพลันขมวดเสี่ยเฟิงมองซานซานอย่างโง่งม ไม่ค่อยเข้าใจนัก
แต่กระนั้นในสองเดือนต่อมาชายหนุ่มที่ถูกคำพูดปลุกใจให้ฮึกเหิมทุกวันก็สามารถใช้ความเฉลียวฉลาดที่มีแก้ไขดัดแปลงภาพที่ไม่สมบูรณ์ของซานซานจนกลายเป็ภาพที่สมบูรณ์ดูสมจริงได้ในที่สุด
เสี่ยเฟิงเป็บัณฑิตที่มีสติปัญญาเป็เลิศอย่างหาตัวจับได้ยากทั้งยังได้รับความสามารถด้านการตีเหล็กจากบิดาผู้ล่วงลับซานซานให้รู้สึกเสมือนค้นพบแร่ทองคำอย่างไรอย่างนั้นเพราะเสี่ยเฟิงมีสมองอันปราดเปรื่องกว่าที่นางคิดเอาไว้มากนัก เขาสามารถหลอมเหล็กแล้วตีจนขึ้นรูปทรงตรงตามภาพของนางทุกประการยังไม่ลืมแยกแยะจนแตกฉานและใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ กระทั่งได้อาวุธอันสมบูรณ์แบบหน้าตาประหลาดหลากหลายมากมายวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้กลางลานบ้าน แยกออกเป็สองฝั่ง คือเอาไว้ขายกับใช้เอง
อาวุธแต่ละแบบทั้งบางเฉียบ ทั้งคมกริบ ทว่าบางอันกลับกลมเกลี้ยงงดงาม บางอันยังแหลมเล็กคล้ายไร้พิษสง
สรุปแล้วทั้งหมดไม่มีชนิดใดใหญ่โตพกพาลำบากเลย ทั้งยังติดกายได้อย่างแเีไร้ที่ติไม่ต้องเสี่ยงว่าเวลาเดินทางจักถูกคนของทางการเรียกตรวจค้น
นอกจากเหล็กยังมีวัตถุดิบที่เป็เครื่องเงินเสี่ยเฟิงใช้ความรู้ความสามารถที่มี ดัดแปลงหล่อหลอมพวกมันอย่างลงตัว ซานซานล้วนออกค่าใช้จ่ายซื้อหาให้ก่อนเมื่อขายได้กำไรค่อยจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ย
เสี่ยเฟิงที่ไม่คิดจะกู้หนี้ยืมสินใครยามนี้จึงมีหนี้สินติดตัวมากมาย และเ้าหนี้ยังดูแลเขาอย่างดี ดั่งพี่สาวคลานตามกันมา
เมื่อสินค้ามีพร้อมขายร่างกายพ่อค้าจึงต้องพร้อมยิ่งกว่า
ซานซานฝึกกระบวนท่ารุกรับป้องกันตัวให้เสี่ยเฟิงอย่างดุเดือดกระทั่งคล่องแคล่วว่องไวประสานกันได้อย่างลงตัวไม่มีผิดพลาดจึงพากันออกสู่ตลาดกลางเมือง
ตลาดกลางเมืองหลวงิเวยรุ่งเรืองคึกคักอย่างยิ่ง
ผู้คนสัญจรคับคั่งมีร้านค้ามากมายทั้งสองฝั่งซ้ายขวา มีหอสุราโรงน้ำชา เหลาอาหารตั้งตระหง่านเรียงรายโรงเตี๊ยมทั้งใหญ่ทั้งสูงมีหลายชั้นยิ่งนัก
เสี่ยเฟิงเลือกทำเลที่ดีที่สุดสำหรับตั้งร้านแผงลอยปูเสื่อไม้ไผ่ลงบนพื้นดิน วางเรียงอาวุธที่ทำขึ้นอย่างบรรจงท่าทางราวบัณฑิตกำลังจัดระเบียบพู่กันบนกระดาษก็ไม่ปาน
วันนี้ชายหนุ่มสวมชุดสีขาวสะอาดดวงตาที่มืดบอดมีหน้ากากเงินปิดเอาไว้ครึ่งซีก เผยวงหน้าเพียงครึ่ง เห็นเพียงดวงตาข้างหนึ่งกับจมูกโด่งสันรับริมฝีปากบางเฉียบ
ลักษณะคล้ายจอมยุทธ์หนุ่มที่ปลอมตัวเป็นักปราชญ์ท่วงท่าองอาจสง่างามมาก
หน้ากากเงินเป็ซานซานทำให้เสี่ยเฟิงด้วยตนเองเนื่องจากเขาไม่มีความมั่นใจที่จะออกสู่สายตาผู้คน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเป็พ่อค้าแค่เดินออกนอกบ้านยังไม่กล้า แต่เมื่อสวมหน้ากากแล้วใส่ชุดใหม่ความมั่นใจจึงเพิ่มขึ้นมา
ตั้งร้านยังไม่ทันเสร็จก็มีสตรีวัยสะพรั่งมายืนรอซื้อแล้ว
เสี่ยเฟิงยังคงเป็บุรุษหนุ่มวัยสิบแปดที่มีลักษณะบัณฑิตใจสงบดุจธาราไหลเอื่อยซานซานจึงอุ้มลู่หลิ่งยืนมองนิ่งนาน
แม้อยากขายของเต็มทีแต่ก็ต้องปล่อยให้ชายงามเป็ที่หมายปองของหญิงงามต่อไป
สาเหตุที่มีสตรีสนใจรอซื้อนั้นแท้จริงหาใช่ความสง่างามของเสี่ยเฟิงอย่างเดียวไม่ แต่เป็เพราะหน้าตาของอาวุธมากมายที่ทำมาขายด้วย
ที่น่าสนใจคือบนเสื่อไม้ไผ่ที่ควรมีเพียงมีดพร้ากระบี่ดาบวางเรียงรายแต่กลับมีอาวุธที่หน้าตาคล้ายเครื่องประดับงดงามวางอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็ปิ่นปักผมถุงหอม คันฉ่องส่องหน้า แหวนสวมนิ้วกำไลใส่ข้อมือ สร้อยคล้องคอ ยังมีสายรัดเอว กระพรวน ตลับแป้งชาด และอื่นๆอีกหลากหลาย ที่ล้วนแล้วแต่มิใช่แค่มีดดาบดาษดื่นธรรมดา
เนื่องจากอาวุธมิได้จัดเป็สินค้าที่ผู้คนทั่วไปให้ความสนใจโดยเฉพาะสตรีเพศ กระทั่งบุรุษยังมิใคร่จะไยดี หากมิใช่พวกทหาร มือปราบนักฆ่าหรือผู้ฝึกยุทธ์ เกรงว่าสักชิ้นก็คงจะขายได้ยากยิ่ง ซึ่งอันที่จริงแล้ว จำพวกบุรุษที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่ไม่จำเป็ต้องมาเดินซื้อหาอาวุธในตลาดด้วยซ้ำ
เพราะพวกทหารและมือปราบย่อมได้รับสวัสดิการจากกรมในสังกัดนักฆ่ายิ่งไม่ต้องพูดถึง คนประเภทนี้ไม่ซื้อหาอาวุธโจ่งแจ้งอยู่แล้วส่วนผู้ฝึกยุทธ์ให้ความสำคัญกับอาวุธประจำกาย พวกเขาชอบทำขึ้นเองเสียส่วนใหญ่
เมื่อเป็เช่นนั้นกลุ่มเป้าหมายย่อมเป็ชาวบ้านธรรมดา
ซานซานจึงแปลงโฉมให้เสี่ยเฟิงเป็บุรุษหนุ่มผู้หล่อเหลาสง่างามน่าคบค้าและอาวุธล้วนสะดุดตาน่าซื้อหา
เมื่อเสี่ยเฟิงจัดร้านเสร็จซานซานก็พาลู่หลิ่งไปวางเอาไว้ที่ตั่งด้านหลัง สั่งเสียงนุ่ม “หลิ่งเอ๋อร์นั่งรอนิ่งๆ ตรงนี้ ห้ามลงมา เมื่อได้เงินแล้ว แม่จะพาเ้าไปเที่ยว ซื้อเสื้อผ้าซื้อของเล่น”
แม่นางน้อยย่อมเชื่อฟังเพราะมือข้างหนึ่งมีพุทราเชื่อม มืออีกข้างยังมีน้ำตาลปั้นรูปสัตว์ต่างๆ หลายอัน กินจนแก้มป่องยุ่งจนมือเป็ระวิง นางไม่ว่างไปซนที่ใดจริงๆ
ซานซานวันนี้สวมชุดสีแดงโดดเด่นเพื่อเป็มงคลต่อการค้าแต่งหน้าทาชาดสีอ่อนหวานเผยความงามล้ำหยาดเยิ้มเพื่อดึงดูดสายตา ยามชายผ้าต้องลมจนสะบัดพลิ้วไหวจึงแลดูอรชรอ้อนแอ้นและอ่อนแอยิ่ง ทั้งงดงามทั้งบอบบางน่าทะนุถนอมเป็ที่สุด
เรือนผมม้วนเก็บเรียบร้อยปักปิ่นเงินเอาไว้ลำคอมีสร้อยถักห้อยอยู่ ข้อมือมีกำไล ข้อนิ้วมีแหวน ข้อเท้ามีกระพรวนเงิน สายรัดเอวยังมีถุงหอมสีเหลืองทั่วตัวตกแต่งด้วยเครื่องประดับพร้อมขาย นางเดินขึ้นหน้ามาสองก้าวยืนเด่นกลางถนน ตบมือเสียงดังส่งเสียงกังวานก้อง ร้องเรียกลูกค้า
“พี่น้องชายหญิงวันนี้ข้ามีของดีมาขาย ไม่ดีไม่ขาย”
เสียงนี้ทำผู้คนเริ่มสนใจหลายคนพากันหยุดเดินเพื่อมุงดู
ซานซานกล่าวคำเชื้อเชิญต่อด้วยท่าทางผ่าเผยจริงใจ
“ถึงแม้บ้านเมืองสงบสุขแท้จริงทว่ารอบกายอาจไม่ใช่ เช่นนั้นไยมิใช่ปกป้องตนเองด้วยสองมือ”
นางหมุนตัวเดินรอบทิศประชิดผู้คนที่รายล้อมเรียกทุกสายตาให้มองนิ่งที่นางแล้วว่าต่อ“เป็หญิงยิ่งต้องมีพกติดกาย เป็ชายยิ่งต้องซื้อเอาใจภรรยาเป็บิดายิ่งต้องมอบให้บุตรสาว”
กล่าวจบก็เดินมาหยุดข้างเสี่ยเฟิงที่ยืนรออยู่ตรงหน้าร้านตบหน้าอกตนเองเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ข้าจักสาธิตให้ทุกท่านดู”
จากนั้นเสี่ยเฟิงผู้หล่อเหลาพลันกลายร่างเป็ชายกักขฬะคิดล่วงเกินหญิงงาม
แน่นอนว่าซานซานคือหญิงงามที่กำลังถูกดูิ่
โดยกระบวนท่าแรกเสี่ยเฟิงคิดจับมือซานซาน กลับถูกนางพลิกฝ่ามือแล้วกำหมัดงอข้อนิ้ว แหวนเงินผสมเหล็กที่สวมอยู่พลันมีหนามเล็กๆโผล่ออกมา ชั่วพริบตาฝ่ามือหยาบกระด้างของเสี่ยเฟิงก็มีเืไหลอาบจนต้องรีบหดมือกลับไม่กล้าตอแย
เขาร้องเสียงดังลั่นคล้ายเ็ปมากมายเหลือคณาเรียกสายตาจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาพากันหยุดมองเพิ่มมากขึ้น
กระบวนท่าต่อมาเสี่ยเฟิงคิดจะลวนลามซานซานด้วยการโอบกอดหญิงสาวทำท่าหวาดกลัว ดิ้นหนีลนลาน ท่าทางดุจสาวน้อยบอบบางไร้เดียงสา ชาวบ้านที่มุงดูพากันลุ้นระทึกเอาใจช่วยแม่นางผู้อ่อนแอ
กระทั่งเด็กน้อยลู่หลิ่งที่นั่งตัวกลมอยู่บนตั่งยังมองมารดาจนตาค้างพุทราเชื่อมเกือบติดคอ
ยามนี้เสี่ยเฟิงและซานซานประหนึ่งกำลังเล่นงิ้วฉากใหญ่พวกเขาวิ่งไล่วิ่งหนีอยู่ในวงล้อมของผู้คน
เสี่ยเฟิงไล่ต้อนซานซานอย่างหื่นกระหายอีกฝ่ายทำท่าหนีตายระส่ำระส่ายเนื้อตัวสั่นเทา น่าสงสารเหลือเกิน
เมื่อสบจังหวะ หญิงสาวผู้ถูกรุกรานก็ดึงปิ่นออกมาจากมวยผมปิ่นเงินอันเล็กเมื่อถูกดึงกระชากพลันยาวยื่นสะท้อนแสงวูบวาบ พร้อมจ้วงแทงให้ทะลุเนื้อหนังยังมีกำไลที่ข้อแขนเมื่อดึงสลักยังกลายเป็มีดสั้นเหมาะมือยิ่ง
สร้อยคอเมื่อถูกกระชากยังกลายร่างเป็เชือกมีหนามทั้งเหนียวทั้งแข็ง สะบัดส่งไปไม่ต่างจากแส้พิฆาตฟาดกระหน่ำ
สายรัดเอวเมื่อถูกกระตุกจนหลุดออกยังกลายเป็ดาบอ่อนซ่อนความคมกริบ ทั้งพลิ้วทั้งสะดวกใช้งาน
กระพรวนตรงข้อเท้าเมื่อซานซานเตะส่งออกไปพลันมีลูกกระพรวนอันเล็กๆ นับสิบหลุดจากกระพรวนอันใหญ่พุ่งทะลักสาดกระจายใส่เบ้าตา
ในถุงหอมยังมีสมุนไพรเม็ดละเอียดเมื่อเปิดปากถุงผ้าแล้วสะบัดออกให้ัักับอากาศภายนอกก็พลันเกิดะเิไฟ
เสี่ยเฟิงหลบหลีกทุกอาวุธลับด้วยกระบวนท่าที่ได้ฝึกฝนแต่กระนั้นเพื่อความสมจริงยังต้องยอมให้เกิดาแมีเืไหลรินออกมาบ้างแล้วค่อยกลับไปรักษาทายาที่บ้าน
ยามนี้รอบด้านของซานซานและเสี่ยเฟิงเต็มไปด้วยผู้คน มีทั้งหญิงสาว ทั้งหญิงแก่ ทั้งชายหนุ่มชายแก่เต็มไปหมด พวกเขามองสองชายหญิงตรงหน้าด้วยความคิดหลากหลาย
ในความคิดบรรดาหญิงสาววัยสะพรั่งพวกนางคิดได้ว่า แม้จะไม่ต้องไปเผชิญกับโจรผู้ร้ายหรือไปออกศึกรบราฆ่าฟัน แต่ในชีวิตประจำวันล้วนได้เจอกับพวกหนุ่มเ้าสำราญที่คิดจะลวนลามสาวงามอยู่บ่อยๆยังไม่นับรวมพวกอันธพาลที่เป็ลูกหลานขุนนางซึ่งไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ใช้อำนาจกดข่มพวกนางอย่างไม่ไยดีต่อศีลธรรม
ในขณะที่บรรดาบุรุษที่แต่งงานแล้วก็คิดว่าควรซื้อไปฝากภรรยาเพราะว่ามันสวยดีส่วนบุรุษที่ยังไม่แต่งภรรยาก็คิดว่าควรนำไปเป็ของกำนัลเพื่อมัดใจสาวงาม
ยังมีอีกหลายคนที่คิดจะซื้อไปฝากบุตรสาวที่เฝ้าถนอมยามต้องจำยอมปล่อยพวกนางให้ห่างไกลตา
หลังจากนั้นความวุ่นวายก็บังเกิดเมื่อผู้คนต่างกรูเข้ามาซื้ออาวุธงดงามกันอย่างล้นหลาม เรียกว่าเก็บเงินแทบไม่ทัน
เพียงครึ่งชั่วยามตรงหน้าของเสี่ยเฟิงก็เหลือแค่เสื่อไม้ไผ่ ปราศจากอาวุธใดให้เห็นอีกต่อไปแต่มีเงินวางอยู่กองหนึ่ง
ชายหนุ่มยิ้มจนตาหยีปากแทบฉีกถึงใบหูหันมาบอกกับเ้าก้อนแป้งที่นั่งบนตั่งนิ่งๆ ั้แ่ต้นจนจบว่า
“พี่เฟิงจะพาหลิ่งเอ๋อร์ไปเที่ยวให้ทั่วเมืองหลวงเลย”
พวงแก้มกลมป่องของสาวน้อยแดงระเรื่อปากจิ้มลิ้มขบเม้มน้อยๆ นางเบิกตากลมโตจ้องมองอย่างรอคอยมาตั้งนานแล้ว
เมืองหลวงิเวยกว้างใหญ่จริงๆ
หากบอกว่าทำเลก่อนหน้าถือว่าดีแล้วยิ่งเดินเข้ามาตรงใจกลางของความรุ่งเรืองก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองหลวงมีมากกว่าชนบทหลายเท่าตัวน่าอยู่อาศัยเป็ที่สุด
สองฝั่งข้างทางมีแต่โรงเตี๊ยมหลายชั้น ร้านผ้าขนาดใหญ่ โรงเหล้าหลายคูหา เหลาอาหารโออ่าร้านค้าเครื่องประดับงดงาม
อย่าว่าแต่ร้านค้าแผงลอยเลยกระทั่งร้านค้าที่เป็เพิงไม้ก็ยังไม่มี
ซานซานซื้อชุดใหม่เปลี่ยนมาใส่ชุดสีเขียวสดไร้ลวดลายแลดูเรียบง่ายเพราะไม่เน้นความโดดเด่นดึงดูดสายตาเช่นเมื่อครู่อีก เส้นผมม้วนขึ้นครึ่งศีรษะปักปิ่นเงินธรรมดา ปล่อยอีกครึ่งสยายเคลียไหล่แลดูอ่อนหวานผสานความทะมัดทะแมงได้อย่างลงตัว
เ้าก้อนแป้งน้อยได้ชุดใหม่เช่นกันนางใส่ชุดสีชมพูสดใส บนศีรษะหวีเกล้าเป็มวยสองข้าง ผมหน้าม้าตัดตรงเผยดวงตากลมโตอ่อนหวานไร้เดียงสาแก้มอมชมพูอวบอิ่มเคี้ยวขนมจนกลมพองตลอดเวลาสองเท้าเล็กทั้งขาวทั้งบอบบางใส่รองเท้าสีขาวสะอาดตา ไม่มีฝุ่นดินเปรอะเปื้อนสักนิด
เพราะผู้คนพลุ่งพล่านเกินไปซานซานจึงอุ้มลูกน้อยแนบอกไว้แน่น ไม่ปล่อยให้ลู่หลิ่งได้วิ่งเล่นเลยสักครา
“วันนี้คึกคักเป็พิเศษผู้คนหนาตาเหลือเกิน ไม่แน่ว่ากำลังจะมีขบวนราชนิกุลเสด็จหรือไม่ก็ท่านแม่ทัพกำลังเคลื่อนกองพลเดินขบวนผ่านทาง”
เสี่ยเฟิงเอ่ยปากอธิบายให้สองแม่ลูกฟังมาตามทาง
เพราะชุดเดิมเปื้อนเืไปแล้วเสี่ยเฟิงจึงอยู่ในชุดใหม่เช่นกันเพียงแต่ยังคงเป็ชุดขาวดุจเดิมสวมหน้ากากเงินอันเดิม
ชายหนุ่มทำท่าองอาจสง่างามยามประเมินรอบด้านอย่างเรียบง่ายตามประสบการณ์เกี่ยวกับเมืองแห่งนี้
ยามนี้รอบทิศมีแต่ชาวบ้านชาวเมืองออกมาชะเง้อคอคล้ายรอคอยบางสิ่งอยู่นอกเรือนเต็มไปหมด
หญิงสาวชุดสีฟ้าครามผู้หนึ่งที่ยืนเบียดเสียดอยู่ใกล้ๆ ได้ยินคำพูดของเสี่ยเฟิงจึงมีน้ำใจช่วยแถลงไข
“วันนี้องค์รัชทายาทจะเสด็จผ่านทางนี้พระองค์กำลังเดินทางไปปราบศึกชายแดนเ้าค่ะ”
เมื่อได้รับคำตอบเสี่ยเฟิงจึงหันหน้าไปมองหญิงคนนั้นด้วยสายตาลุ่มลึก พยักหน้าเบาๆ ยกยิ้มน้อยๆ เอ่ยเสียงทุ้มนุ่ม
“ขอบคุณแม่นาง”
แม่นางหน้าแดงก่ำยืนบิดตัวเอียงอาย ชายผ้าแทบขาด
ส่วนเสี่ยเฟิงให้รู้สึกภูมิใจยิ่งนักดวงตาที่บอดไปหนึ่งข้าง มิใช่อุปสรรคในการหาสตรีมาเคียงคู่เลยสักนิด
ชั่วอึดใจต่อมาจุดที่สามารถยืนมองขบวนเสด็จพร้อมกับผู้คนย่อมเป็จุดนี้เท่านั้นเสี่ยเฟิงปักหลักยืนกับแม่นางชุดสีฟ้า ไม่ไปไหนทั้งสิ้น
ซานซานกับลู่หลิ่งมองชายหญิงตรงหน้าตาปริบๆ