เมื่อทำความสะอาดคราบเืบนใบหน้าจนหมดจด เด็กสาวชุดแดงก็หมุนกายกลับมา เผยใบหน้าที่อ่อนช้อยและเย้ายวนให้ปรากฏแก่สายตาของผู้ฝึกหัดเวททั้งสองคนอีกครั้ง เฟนริลซึ่งไม่อาจทนรับแรงกระแทกทางสายตาอันรุนแรงเช่นนี้ได้ ในที่สุดก็เป็ลมล้มพับไปอย่างสวยงาม
รูปลักษณ์ดุร้ายน่าสยดสยองของแมรี่เมื่อครู่ถูกเก็บซ่อนไปจนมิดชิด กลับกลายเป็เด็กสาวร่างสูงโปร่งและงดงามประณีตดังเดิม เพียงแต่ดวงตาสีแดงฉานบาดตาและเขี้ยวแหลมคมคู่หนึ่งที่ยื่นพ้นริมฝีปากออกมานั้น กลับเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเธออย่างชัดแจ้ง
ทั้งที่ร่างกายครึ่งหนึ่งยังคงชุ่มโชกไปด้วยเื แต่เธอกลับยังรักษาใบหน้าที่ขาวผ่องเย้ายวนไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความขัดแย้งทางภาพลักษณ์ที่รุนแรงเช่นนี้ แม้แต่กริมที่แอบมองผ่านรอยแยกประตูก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขวัญผวาจนเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ
ผีดูดเื... ในสภาวะแรกกำเนิดนั้น พวกมันไม่เกรงกลัวต่อความเสียหายทางกายภาพใดๆ ขอเพียงการโจมตีสามารถเรียกเืจากศัตรูได้ พวกมันก็จะดูดซับเืสดๆ เ่าั้มาเปลี่ยนเป็พลังชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด สิ่งมีชีวิตะที่มีอยู่เพียงในตำราโบราณเหล่านี้ เนื่องจากการถูกเหล่าจอมเวทไล่ล่าสังหารอย่างหนักในอดีต จึงแทบจะสูญพันธุ์ไปจนสิ้น แม้จะมีหลงเหลืออยู่บ้าง ก็ล้วนหลบหนีเข้าป่าลึกหรือแฝงตัวเงียบเชียบในสังคมมนุษย์ ไม่กล้าเผยตัวออกมาง่ายๆ
ดังนั้นกริมจึงรู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่งที่เห็นแมรี่กลายสภาพเป็ผีดูดเืได้อย่างกะทันหัน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่นกับวิธีการอันพิสดารและอำมหิตของเหล่าจอมเวท
แมรี่คนนี้ต้องผ่านการทดลองเวทมนตร์วิปริตแบบไหนมากันแน่ ถึงได้เปลี่ยนจากเด็กสาวมนุษย์ธรรมดาให้กลายเป็สิ่งมีชีวิตโบราณที่กระหายเืและบ้าคลั่งเช่นนี้? หรือว่าเสียงกรีดร้องโหยหวนที่เขาได้ยินเมื่อคืน... คือเสียงของแมรี่ที่กำลังกลายพันธุ์?
ในขณะที่แมรี่ในชุดแดงกำลังย่างสามขุมเข้าหาอัลเลนที่สั่นเทาเป็ลูกนก คบเพลิงตลอดแนวระเบียงทางเดินหินที่เคยสลัวก็พลันสว่างไสวขึ้นมา ร่างประหลาดร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดของผนัง พร้อมกับส่งเสียงตวาดเบาๆ แต่ทรงอำนาจ
"หยุดเดี๋ยวนี้ ลูกข้า! การเข่นฆ่าในวันนี้เพียงพอที่จะทำให้เ้าบรรลุวิวัฒนาการขั้นสุดท้ายแล้ว! นับจากนี้ไป เ้าจงหัดข่มกลั้นความกระหายเืในใจตนเอง และกลับคืนสู่แถวของผู้แสวงหาความรู้อีกครั้งซะ"
ผู้มาใหม่คือชายชราหลังค่อม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นและิัที่หย่อนคล้อย สวมชุดคลุมจอมเวทสีดำสนิทและหมวกทรงแหลม ในมือถือไม้เท้าเวทมนตร์รูปร่างคดเคี้ยว ที่ส่วนยอดฝังด้วยผลึกสีเขียวมรกตขนาดมหึมา ซึ่งมีละอองแสงระยิบระยับลอยวนออกมาสาดส่องไปทั่วบริเวณ
ชายชราผู้นี้คือเ้าของเพียงหนึ่งเดียวของหอคอยจอมเวทแห่งนี้... ท่านจอมเวททางการ แอนเดอร์สันผู้ยิ่งใหญ่!
ส่วนระดับชั้นความเก่งกาจของเขานั้น... ต้องขออภัยด้วย ด้วยขอบเขตสายตาอันน้อยนิดของกริม ย่อมไม่อาจประเมินได้เลย
แม้จะลางสังหรณ์อยู่แล้วว่าเื่วันนี้ต้องทำให้เ้าของหอคอยตื่นตัว กริมจึงรีบถอนเนตรหยั่งรู้ธาตุออกไปก่อนล่วงหน้า แต่ทว่าเมื่อจอมเวทแอนเดอร์สันปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน แรงกดดันจาก รังสีคลื่นสมอง อันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาก็ยังคงทิ่มแทงจนกริมน้ำตาไหลพราก
กริมค่อยๆ ปิดประตูไม้ลงอย่างแ่เบา และซ่อนตัวเงียบเชียบอยู่ภายในห้อง ไม่กล้าแอบมองสุ่มสี่สุ่มห้าอีก หากเผลอไปเห็นความลับบางอย่างที่จอมเวทแอนเดอร์สันไม่้าให้คนนอกรู้ ชีวิตน้อยๆ ของเขาคงได้จบเห่แน่
เหล่าจอมเวททางการพวกนี้ล้วนเป็ปีศาจฆ่าคนไม่กะพริบตา เอะอะก็จับคนเป็หรือสิ่งมีชีวิตมาทดลองเวทมนตร์ชั่วร้ายสารพัด แม้ว่าเขาจะระวังตัวแค่ไหน ก็คงไม่อาจหลุดพ้นการตรวจจับด้วยพลังจิติญญาของจอมเวทแอนเดอร์สันได้ แต่การปิดประตูขังตัวเองเช่นนี้คือการแสดงเจตนาบริสุทธิ์ ว่าเขาจะไม่ยุ่งเื่ของเ้านายอย่างเด็ดขาด อย่างน้อยก่อนที่เขาจะหมดประโยชน์ เขาก็น่าจะยังปลอดภัยอยู่
ส่วนที่ด้านนอกประตู... การเผชิญหน้าอันน่าอึดอัดยังคงดำเนินต่อไป
ในตอนนี้แมรี่กลับมาอยู่ในรูปลักษณ์ที่ดุร้ายอีกครั้ง ดวงตาสีแดงฉานฉายแววสัตว์ป่า เล็บมือเริ่มงอกยาวออกมาอย่างบ้าคลั่งจนกลายเป็กรงเล็บแหลมคมที่ส่องประกายเย็นเยียบ
แมรี่ที่จำแลงกายเป็ผีดูดเืเห็นได้ชัดว่าถูกกลิ่นคาวเืที่รุนแรงกระตุ้นจนสัญชาตญาณดิบะเิออกมา เธอมอบคลานหมอบต่ำ แล้ววิ่งไต่ไปตามผนังหินในแนวตั้งด้วยความเร็วสูงลิ่วราวกับแมงมุมั์ เป้าหมายการโจมตีของเธอคือเ้าของหอคอย... จอมเวทแอนเดอร์สัน!
เธอวิ่งวนไปตามผนังหินสลับไปมา เมื่อสบโอกาส ขาหลังที่ทรงพลังก็ถีบส่งร่างเพรียวบางพุ่งทะยานเข้าใส่เป้าหมายดุจสายฟ้าฟาด กลางอากาศนั้น แมรี่ยื่นกรงเล็บออกไปข้างหน้า จ้วงแทงเข้าหาหัวใจของจอมเวทชราอย่างโเี้
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผีดูดเืคลั่งในสภาวะแรกกำเนิด ใบหน้าของจอมเวทแอนเดอร์สันกลับมีเพียงรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและแววตายินดี โดยไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ไม้เท้าเวทมนตร์ในมือเพียงแค่กระแทกพื้นเบาๆ หนึ่งครั้ง เกลียวพายุหมุนที่พุ่งออกมาจากร่างกายก็เข้าขวางเส้นทางการโจมตีของแมรี่ไว้ทันที
"ของดัดแปลงก็คือของดัดแปลง ถูกสัญชาตญาณกระหายเืครอบงำสติปัญญาจนหมดสิ้น น่าเสียดาย... น่าเสียดายจริงๆ"
แมรี่หลังการดัดแปลงมีน้ำหนักตัวเบาหวิว จัดเป็สิ่งมีชีวิตสายความเร็ว แต่ทว่าพร์เหนืุ์เหล่านี้ ในสายตาของจอมเวทผู้เจนจัดแล้ว ไม่นับเป็ภัยคุกามแม้แต่น้อย กรงเล็บของแมรี่ที่แทงเข้าไปในเกลียวพายุจึงถูกดูดรั้งไว้แน่นจนดิ้นไม่หลุด
ต่อมา เมื่อแรงดูดของพายุทวีความรุนแรงขึ้น แมรี่ก็ส่งเสียงอุทาน ร่างของเธอถูกม้วนเข้าไปข้างใน หมุนเคว้งจนมึนงงและสูญเสียการควบคุม
ภายใต้การควบคุมของจอมเวทแอนเดอร์สัน เกลียวพายุหมุนสะบัดหางเหวี่ยงร่างแมรี่ออกมา กระแทกเข้ากับผนังหินอย่างจัง แม้แรงกระแทกจะไม่ถึงตาย แต่ก็ทำให้เธอหมดสภาพการต่อสู้โดยสิ้นเชิง แม้แต่กริมที่อยู่อีกด้านของประตูยังได้ยินเสียงกระดูกหักดังกรอบแกรบชัดเจน
"ผีดูดเืแรกกำเนิดที่ไร้สติปัญญา... ข้าจะเก็บตัวไร้ค่าแบบเ้าไว้ทำไม? ไปตายซะ!"
จอมเวทแอนเดอร์สันแสยะยิ้มเหี้ยม ยกมือขวาที่แห้งเหี่ยวขึ้นมา เพลิงมรณะเนโคร สีขาวซีดกลุ่มหนึ่งลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือ เขาคว่ำมือแล้วกดมันลงไปบนหน้าผากของแมรี่ที่กำลังดิ้นรนและร้องครวญคราง
บางทีอาจเป็เพราะััได้ถึงมัจจุราชที่คืบคลานเข้ามา สัญชาตญาณระวังภัยของผีดูดเืจึงสงบลงกะทันหัน แมรี่ชุดแดงกรีดร้องเสียงแหลม พยายามมุดร่างหนีไปด้านหลังอย่างสุดชีวิต ดวงตาที่เคยเป็สีแดงฉานกลับกลายเป็สีเขียวมรกตที่ฉายแววหวาดกลัวต่อเพลิงมรณะเนโครอย่างลึกซึ้ง
"หือ?" จอมเวทแอนเดอร์สันอุทานเบาๆ แล้วชะงักมือ "ความกลัวตายกระตุ้นให้เ้าเรียกสติคืนมาได้งั้นรึ? นี่นับเป็ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน น่าสนใจ... น่าศึกษายิ่งนัก"
จอมเวทเฒ่าพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะกำมือดับเปลวไฟสีขาวซีดนั้นลง จากนั้นเพียงดีดนิ้วเบาๆ เกลียวพายุหมุนขนาดเล็กนับสิบสายก็ปรากฏขึ้นรัดพันคอ แขนขา และข้อต่อทั้งหมดของแมรี่จนขยับไม่ได้
เขาหันไปมองซากศพที่เหลืออยู่ของแองก์โซแวบหนึ่ง
เนื่องจากถูกแมรี่สูบเืไปจนหมดตัว ซากศพของแองก์โซจึงเน่าเปื่อยและย่อยสลายเร็วผิดปกติ ิัที่เคยเต่งตึงกลับแห้งกรังแตกระแหง ราวกับมัมมี่ที่ถูกฝังมานานนับสิบปี
"หัวหน้าผู้ฝึกหัดคนเดิมตายไปแล้ว งั้นก็ให้เ้ามาทำหน้าที่แทนแล้วกัน! จำไว้ว่าต้องคัดกรองและดูแลพวกขยะเหล่านี้ให้ดี" จอมเวทแอนเดอร์สันสั่งเสียงเย็น พลางชี้นิ้วไปที่อัลเลนที่ยืนตัวสั่นพิงผนังหินอยู่
สิ้นคำสั่ง แสงคบเพลิงในระเบียงทางเดินก็วูบดับลงชั่วขณะ เมื่อแสงสว่างกลับคืนมา ร่างของท่านจอมเวทและแมรี่ชุดแดงก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เพิ่งผ่านเหตุการณ์นองเืมาหมาดๆ แถมยังรอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ มิหนำซ้ำยังได้รับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกหัดแบบส้มหล่น... ร่างกายของอัลเลนยังคงสั่นเทาไม่หยุด ตรงเป้ากางเกงเปียกชุ่มไปด้วยปัสสาวะ บนใบหน้าฉายแววอารมณ์ที่ผสมปนเปจนดูไม่ออกว่าดีใจหรือเสียสติ
ทันใดนั้น เขาก็ฉุกคิดบางอย่างได้ เขาตะเกียกตะกายคลานไปบนซากศพของแองก์โซ แล้วเริ่มค้นหาทรัพย์สินในกระเป๋าคาดเอวอย่างบ้าคลั่ง
ในเมื่อเขาได้เป็หัวหน้าผู้ฝึกหัดแล้ว เครื่องรางประจำตำแหน่งก็ต้องเป็ของเขา! เขาต้องยึดมันมาให้ได้ก่อนใคร
กระเป๋าคาดเอว... อกเสื้อ... ลำคอ... รองเท้าบูต...
ทุกซอกทุกมุมที่ซ่อนของได้ถูกเขารื้อค้นจนเกลี้ยง ซากศพน่าสยดสยองที่เมื่อครู่ยังทำให้เขาขวัญผวา ตอนนี้กลับกลายเป็ขุมทรัพย์ที่ทำให้เขาดีใจจนเนื้อเต้น
ในที่สุด เขาก็เจอเครื่องรางเวทซ่อนอยู่ในรอยแผลเหวอะหวะที่ลำคอ เขาชูมันขึ้นฟ้าแล้วหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่สนเลยว่าภาพลักษณ์ตัวเองตอนนี้ดูวิปริตเพียงใด
เฟนริลที่แกล้งสลบอยู่บนพื้นขยับตัวเล็กน้อย แล้วค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน
สายตาที่เขาลอบมองอัลเลนนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารอำมหิตที่ปิดไม่มิด
ความจริงเขาฟื้นสติมาสักพักแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน เขาจึงเลือกแกล้งตายต่อไป
คิดไม่ถึงเลยว่า... การตัดสินใจพลาดเพียงชั่ววูบ จะทำให้เขาชวดตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกหัดอันทรงเกียรติไปต่อหน้าต่อตา! วินาทีนี้ เขาอยากจะพุ่งเข้าไปฉีกเนื้ออัลเลนกินสดๆ เสียให้รู้แล้วรู้รอด
"ทำไมอีผีดูดเืนั่นไม่กัดมันให้ตายๆ ไปซะ!" เฟนริลคำรามลั่นในใจ
แต่ฉากหน้า เขารีบซ่อนความผิดหวังและความบ้าคลั่งไว้อย่างมิดชิด เมื่อลุกขึ้นยืนเต็มตัว ใบหน้าของเขาก็กลับมาประดับรอยยิ้มประจบสอพลออันคุ้นเคยอีกครั้ง
"รุ่นพี่อัลเลน! พี่รีบลุกขึ้นเถอะครับ พื้นตรงนี้สกปรกมาก เดี๋ยวไอ้เศษขยะพวกนี้ผมจัดการให้เอง!"
เสียงของเฟนริลช่วยเรียกสติอัลเลนให้กลับมา
อัลเลนรีบลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ มือยังคงหมุนเล่นเครื่องรางเวทชิ้นใหม่ ใบหน้าเริ่มฉายแววยโสโอหังตามสันดานเดิม
"งั้นตรงนี้ฝากนายจัดการด้วยแล้วกัน! หัวหน้าคนเก่าตายแล้ว ฉันต้องรีบไปแจ้งข่าวให้ทุกคนรู้ ลำบากนายหน่อยนะ... อ้อ! ฉันจำได้ว่าเ้าพวกจระเข้ั์บึงมรณะพวกนั้นได้เวลาให้อาหารพอดี..." ประโยคสุดท้าย อัลเลนกัดฟันพูดเน้นเสียง แฝงความอำมหิตเย็นเยียบ
"เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้ว! เดี๋ยวผมรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย!" เฟนริลก้มหัวรับคำบัญชาจนแทบจรดพื้น
เมื่อได้ลิ้มรสอำนาจเป็ครั้งแรก อัลเลนก็หัวเราะร่าอย่างพึงพอใจ แล้วเดินอาดๆ จากไปตามระเบียงทางเดิน
สมบัติบนตัวแองก์โซถูกยึดมาหมดแล้ว แต่ในห้องพักของหมอนั่นอาจยังมีของดีเหลืออยู่... เขาต้องรีบไปกอบโกยก่อนใคร ทิ้งงานสกปรกเก็บกวาดซากศพไว้ให้เฟนริลจัดการ
พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ค่อยๆ ห่างออกไป ระเบียงทางเดินที่วุ่นวายในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง