ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 159 หนึ่งคำหลุดจากปาก สี่ม้ายากตามกลับคืน

            “อุ๊บ...”

            องค์รัชทายาทผู้เย็นชาและเย่อหยิ่งอยู่เสมอไม่คิดว่าฮวาเหยียนจะทำเช่นนี้เขาแทบหายใจไม่ออกแล้วหมดลมจนสิ้นใจ

            การกระทำอันอุกอาจของฮวาเหยียนส่งผลให้ทุกคนตกใจยิ่ง

            นี่ นี่ นี่...

            “ตี้หลิงหาน หม่อมฉันเชื่อแล้วว่าพระองค์ทรงทำลายสัญญาไปแล้วจริงๆ แต่เหตุใดพระองค์จึงมิตรัสแจ้งตระกูลมู่ของหม่อมฉันเล่าเพคะ? ทำเอาหม่อมฉันกังวลจนมิอาจหลับลงได้ทั้งยามรุ่งและยามค่ำ กระทั่งเกิดความเข้าใจผิดเช่นนี้ขึ้น...”

            ฮวาเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงแจ่มชัดนางขมวดคิ้วพลางใช้ดวงตาแมวจ้องเขม็ง รีบทำตัวเป็นคนชั่วฟ้องก่อน [1] ทันที

            “ดังนั้นอย่าได้กล่าวโทษเรื่องที่หม่อมฉันเข้าใจพระองค์ผิด ในเมื่อพระองค์ทรงเผาทำลายสัญญาฉบับนั้นไปแล้วแต่กลับมิตรัสแจ้งคนของตระกูลมู่ว่าสัญญาเป็นโมฆะ และอันที่จริงพระองค์ยังทรงจงใจทำให้หม่อมฉันหวาดกลัวเพื่อที่ภายหลังหม่อมฉันจะได้เข้าจวนมาอ้อนวอนต่อพระองค์ อย่าคิดว่าหม่อมฉันมิรู้นะเพคะ”

            ฮวาเหยียนฉลาดนางวิเคราะห์ความนึกคิดของตี้หลิงหานออกเป็นฉากๆ

            ยามนี้ใจนางเป็นกังวลหากตี้หลิงหานเอาผิดเรื่องที่นางล่วงเกินองค์รัชทายาท นางจะพลอยลากให้ทั้งตระกูลย่ำแย่ไปด้วย

            “กล่าวคือ พระองค์ก็มิใช่คนดีเช่นกันมีพระราชดําริร้ายกาจยิ่ง”

            ฮวาเหยียนพูดเองเออเอง

            ชั่วขณะนั้นล้วนไม่มีผู้ใดเปิดปากเพียงฟังฮวาเหยียนพูดคนเดียวมิรู้จบ องครักษ์เงาอั้นเสี่ยวฉีกลอกตามองขึ้นฟ้าไปแล้วหลายสิบครั้ง

            ในเมื่อนายท่านมิตรัสสิ่งใดจึงไม่มีใครกล้าพูดโพล่งออกมา

            “มู่อันเหยียน แค่ยินยอมให้เจ้าแสดงความโอหังต่อหน้าเปิ่นกงทว่ามิได้อนุญาตให้เจ้าเล่นสงครามจิตวิทยากับข้าเสียหน่อย?”

            ครู่ต่อมาพลันได้ยินตี้หลิงหานเอ่ยขึ้น

            ฮวาเหยียน “...!”

            นางย่อมทราบดีว่าตี้หลิงหานเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น

            คำพูดนี้เจาะจงถึงเหตุการณ์ที่นางและหยวนเป่ามาปรากฏตัวที่จวนไท่จื่อระหว่างวัน

            ผู้ชมทุกคนล้วนไม่เข้าใจความหมายของคำเหล่านี้ทว่าคิ้วของมู่เอ้าเทียนกลับขมวดเป็นปม เขามองสถานการณ์ตอนนี้ออกอย่างทะลุปรุโปร่งเป็นบุตรสาวแสนล้ำค่าของเขาเองที่สร้างเรื่องอีกแล้ว!

            “ได้ ค่ำคืนนี้เป็นหม่อมฉันเองที่ผิดหม่อมฉันต้องขอพระราชทานอภัยด้วย ขอพระราชทานอภัย เป็นหม่อมฉันที่ใส่ร้ายพระองค์เพคะ”

            ฮวาเหยียนมองตี้หลิงหานการขอโทษเป็นไปอย่างเงียบง่ายรวดเร็ว ผิดก็คือผิด นางมิใช่คนดัดจริตชอบแก้ตัวเช่นนั้น

            หลังจากเห็นท่าทีขอโทษอย่างว่าง่ายของฮวาเหยียนตี้หลิงหานก็หัวเราะเสียงเบา เวลานี้ร่างกายของเขาอ่อนแอเล็กน้อย ยามเขาหัวเราะออกมาเสียงจึงเบานักราวกับปีกขนนกกระพือที่ปัดผ่านหัวใจของผู้คน

            ครู่ต่อมาพลันได้ยินเขากล่าวว่า“คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่รู้ผิดพลาดย่อมสามารถแก้ไขเป็นคุณธรรมได้ คำขอโทษของเจ้า เปิ่นกงขอรับไว้ ทว่าเรื่องที่เจ้าปรักปรำเปิ่นกงนั้น...อุ๊บ...”

            ฮวาเหยียนยื่นมือมาอุดปากตี้หลิงหานอีกครั้ง

            มือเล็กของนางยื่นมาปิดปากของตี้หลิงหานอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าแดงก่ำ

            จมูกของตี้หลิงหานได้กลิ่นหอมจางๆช่างทำให้คนมึนเมานัก พาให้เขารู้สึกเคลิบเคลิ้มอยากดื่มด่ำอยู่ในภวังค์

            “พระองค์ทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะหม่อมฉันปรักปรำพระองค์เสียที่ใด เพียงกำลังช่วยเหลือพระองค์ต่างหากเล่า ด้วยเหตุที่เวลานี้พระวรกายของพระองค์มิสู้ดีนัก พลังลมปราณพลุ่งพล่าน อีกทั้งคล้ายว่าพระองค์ทรงถูกวางยาพิษพลังยุทธ์เมื่อครู่ของหม่อมฉันมีไว้เพื่อหยุดพิษมิให้แล่นไปถึงลำคอ หม่อมฉันกำลังช่วยพระองค์อยู่นะเพคะ...”

            ใบหน้าของฮวาเหยียนขมวดเกร็งนางกล่าวอย่างเคร่งขรึม

            สัญญาถูกทำลายยามนี้ตี้หลิงหานไม่มีสิ่งของใดใช้ข่มขู่นางได้อีก

            อีกทั้งแม้ค่ำคืนนี้นางจะเป็นผู้ช่วยชีวิตตี้หลิงหานซึ่งนับว่าเป็นคุณูปการที่ยิ่งใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางยังสามารถโกงสัญญาสามประการมาจากตี้หลิงหานได้ ทว่าเพราะไฟโทสะปะทุจนส่งผลให้นางปรักปรำและข่มขู่เขาหากนางโดนโทษอาญาฐานทำร้ายองค์รัชทายาทจริง เช่นนั้นนางก็จะได้ไม่คุ้มเสีย

            “พิษและพลังลมปราณปะทะกันเช่นนั้นย่อมไม่ดีแน่ หากมิใช่เพราะโอสถทั้งสามเม็ดของหม่อมฉัน เกรงว่ายามนี้พระองค์คงได้สิ้นลมไปแล้วดังนั้นแม้ว่าเมื่อครู่หม่อมฉันจะโมโหยิ่ง ทว่าหม่อมฉันก็ยังมิได้ทำอันใดแม้แต่น้อยขอพระองค์ทรงอย่าได้เข้าใจผิดเพคะ”

            ฮวาเหยียนกล่าวขึ้นอีกครั้ง

            ตี้หลิงหานจะเอ่ยสิ่งใดได้? เวลานี้มือเล็กแสนเนียนนุ่มของนางยังคงปิดปากเขาเอาไว้

            และทุกคนก็พ่ายแพ้ต่อความไร้ยางอายของฮวาเหยียนพวกเขาล้วนจ้องเขม็งไปที่นาง ราวกับกำลังคิดว่าแม่นางผู้นี้คือคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่จริงหรือ? นางเอ่ยเรื่องไร้สาระอย่างจริงจัง คิดว่าพวกเขาโง่ใช่หรือไม่?

            กระทั่งมู่เอ้าเทียนก็อดกลั้นมิให้มุมปากกระตุกไม่ได้!

            แม่นางน้อยของเขาผู้นี้กล่าวโกหกโดยไม่ลนลานสักนิด

            หยวนเป่าที่เกาะอยู่บนไหล่ของท่านตาต้องหัวเราะจนตัวสั่นแน่นอนว่ามารดาของเขาช่างมีไหวพริบ สามารถพูดกลับขาวให้เป็นดำได้

            “จีอู๋ซวง ท่านยังไม่รีบไปตรวจองค์รัชทายาทอีกหากเขายาวสามสั้นสอง [2] ท่านจะรับผิดชอบไหวหรือ?”

            ฮวาเหยียนเงยหน้าขึ้นมองจีอู๋ซวงและตำหนิเขาน้ำเสียงแฝงความเร่งร้อนอยู่ในที

            จีอู๋ซวง “...!”

            มิใช่ว่าทุกคนกำลังดูการแสดงของคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่เช่นเจ้าอยู่หรือ? เหตุใดไฟจึงลามมาที่ร่างของเขาเสียแล้ว

            ทว่าจีอู๋ซวงไม่กล้าล่วงเกินฮวาเหยียนเขารู้ว่าที่ตี้หลิงหานยังคงมีลมหายใจได้นานเพียงนี้ จะต้องเป็นผลมาจากโอสถต่อชีวิตที่ฮวาเหยียนกล่าวถึงเป็นแน่ดังนั้นเขาจึงประสานมือคำนับนาง “แม่นางมู่โปรดบอกข้าได้หรือไม่เจ้าให้องค์รัชทายาทเสวยพระโอสถอันใด?”

            “ได้สิ ท่านมาดูสิ่งนี้”

            ฮวาเหยียนพยักหน้าพลางหยิบขวดกระเบื้องเคลือบออกมาจากอกของนางก่อนยื่นไปตรงหน้าจีอู๋ซวง “ดูเอาเองเถิด”

            จีอู๋ซวงหยิบขวดหนึ่งมาเปิดจุกออกทันใดนั้นกลิ่นหอมก็ลอยโชยแตะจมูก ทั้งร่างของเขาแข็งค้าง รีบร้อนเปิดอีกสองขวดแล้วเทยาเม็ดเล็กลงในมือจากนั้นทั้งร่างก็พลันตื่นตะลึงจนดวงตาเบิกกว้าง มือทั้งสองสั่นเทา “มะ แม่นางมู่ยานี้...”

            ดวงตาของจีอู๋ซวงเป็นสีแดงเขาตื่นตระหนกจนเอื้อนเอ่ยมิเป็นคำ

            “ยานี้สมแล้วที่เป็นโอสถต่อชีวิต มิน่าเล่า มิน่า...ส่วนผสมของยามีทั้งโอสถวิญญาณระดับสูงและผลไม้วิญญาณหกชนิดขึ้นไปผลของยาไม่รุนแรง ฤทธิ์ของยาทรงพลัง หากให้คนใกล้ตายทานเข้าไป เกรงว่าคงสามารถอดทนต่อได้ถึงหนึ่งเค่อที่บอกว่ายานี้มีราคาดั่งทองพันชั่งย่อมมิได้พูดเกินจริง เยี่ยมยอดนักเยี่ยมยอดจริงๆ...”

            เหล่าองครักษ์เงาไม่คิดว่าโอสถต่อชีวิตที่ฮวาเหยียนหยิบออกมาจะมีประโยชน์ถึงเพียงนี้ทว่ายามนี้ที่พวกเขาได้ยินคำพูดของจีอู๋ซวง หัวใจของพวกเขาก็ไม่สับสนต่ออีก

            ยาที่หนึ่งเม็ดมีค่าดั่งทองพันชั่งคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่กลับมอบยาทั้งสามเม็ดให้แก่องค์รัชทายาทและละลายหนึ่งเม็ดสำหรับพวกเขาทุกคน

            เมื่อเทียบกับคุณูปการครั้งใหญ่นี้ก็ราวกับเรื่องที่นางข่มขู่และลงมือกับองค์รัชทายาทจะมิได้น่ารังเกียจนัก

            “แม่นางมู่โอสถต่อชีวิตนี้ถูกปรุงโดยท่านปรมาจารย์ที่อยู่เบื้องหลังเจ้าผู้นั้นใช่หรือไม่? ช่างเก่งกาจเกินไปแล้วเก่งกาจเป็นอย่างยิ่ง แม่นางมู่สามารถแนะนำคนผู้นั้นให้ข้าได้หรือไม่ ข้ายินยอมตอบรับทุกความปรารถนาของแม่นางมู่”

            ไฟในดวงตาของจีอู๋ซวงลุกโชนจนเกือบเปล่งแสงเขาคำนับฮวาเหยียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ช่างเป็นท่าทีที่มีจิตใจศรัทธาเสียจริง

            “ยินยอมตอบรับทุกความปรารถนาหรือ?”

            ฮวาเหยียนย้ำคำพูดของเขาอีกครั้ง

            จีอู๋ซวงพยักหน้าอย่างตื่นเต้น“ใช่แล้ว จะอย่างไรก็ย่อมได้!”

            “เช่นนั้น หากข้าต้องการเพิ่มส่วนแบ่งจากหออู๋หมิงท่านก็เต็มใจใช่หรือไม่?”

            ฮวาเหยียนถาม

            คราก่อนนางมิใช่ว่าเจรจากับเขาเรื่องส่วนแบ่งหนึ่งในสิบจากหออู๋หมิงหรือทว่าวันนี้จีอู๋ซวงเป็นผู้กล่าวถึงก่อน เช่นนั้นหากนางไม่ขอเพิ่มสักนิด จะเทียบเท่าหัวใจอันเลื่อมใสของเขาได้อย่างไร

            คนอย่างนางนอกจากรักเงินแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดอื่น

            เมื่อได้ยินคำพูดของฮวาเหยียนดวงตาของจีอู๋ซวงพลันสว่างวาบ จากนั้นก็ได้ยินเขากล่าวว่า “แม่นางมู่ตราบใดที่เจ้าตกลงจะแนะนำท่านปรมาจารย์ผู้นั้นให้ข้า ข้าก็เต็มใจจะเพิ่มส่วนแบ่งของหออู๋หมิงขึ้นไปอีกเท่า...”

            “จริงหรือ?”

            ดวงตาของฮวาเหยียนเบิกกว้างส่องประกายระยิบระยับ

            มู่เอ้าเทียนสบตากับอั้นจิ่วทั้งสองมองกันและกันเงียบๆ จากนั้นจึงวางสายตาลงที่ร่างของหยวนเป่าซึ่งไม่กล่าววาจาแม้สักคำ

            ท่านปรมาจารย์ที่จีอู๋ซวงกล่าวถึง คงจะเป็นหยวนเป่าน้อยกระมัง

            “หลงจู้จีหนึ่งคำหลุดจากปาก สี่ม้ายากตามกลับคืน [3] ”

             

            เชิงอรรถ

            [1] คนชั่วฟ้องก่อน恶人先告状 (è rén xiān gào zhuàng) หมายถึง คนชั่วหรือคนมิชอบธรรมเป็นผู้พูดขึ้นก่อน และมักจะบิดเบือนความจริง

            [2] ยาวสามสั้นสอง三长两短 (sān cháng liǎng duǎn) เป็นสุภาษิตจีน ใช้อธิบายถึงความโชคร้ายการสูญเสียถึงขั้นเสียชีวิต หรือการประสบกับภัยพิบัติที่อันตรายถึงชีวิต

            [3] หนึ่งคำหลุดจากปากสี่ม้ายากตามกลับคืน 一言既出, 驷马难追 (yī yán jì chū, sì mǎ nán zhuī) หมายถึง เมื่อเราพูดสิ่งใดออกไปแล้ว คำพูดนั้นจะกลายเป็นนายเราทันที เหมือนม้าสี่ตัวที่ยากจะตามกลับมา

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120