ความวุ่นวายในลานฝึกจบลงเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อแสงอรุณยามเช้าส่องผ่านใบไผ่ที่โอบล้อมสำนักพยัคฆ์เมฆา บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยเสียงดาบปะทะกันกลับกลายเป็ความเงียบงันที่หนักอึ้ง ท่านอาจารย์ใหญ่ได้ออกคำสั่งกักบริเวณอาเฉิงไว้ที่ห้องพักศิษย์สายในเพียงสามวันเพื่อสงบสติอารมณ์ เนื่องจากเห็นว่าเป็อุบัติเหตุที่เกิดจากความซุ่มซ่ามประจวบเหมาะกับที่จางเหวิน ศิษย์พี่รุ่นกลางรายนี้ก้าวเข้าไปผิดจังหวะพอดี
การตัดสินใจของท่านอาจารย์ใหญ่นั้นเป็ไปตามหลักเหตุผลและความยุติธรรม แต่สำหรับอาเฉิงแล้ว การถูกกักบริเวณใน่เวลาที่สำคัญเช่นนี้เป็เื่ที่ทรมานใจอย่างยิ่ง เขา้าที่จะขอโทษจางเหวินด้วยตนเอง ้าที่จะดูแลศิษย์พี่ที่ได้รับาเ็เพราะความผิดพลาดของเขา แต่กฎระเบียบของสำนักไม่อนุญาตให้เขาออกจากห้องพักได้
ในขณะเดียวกัน ข่าวลือเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วสำนัก ศิษย์คนอื่นๆ ต่างพูดคุยกันเป็กระซิบกระซาบเกี่ยวกับความกล้าหาญของจางเหวินที่ยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อปกป้องเสี่ยวหรู บางคนชื่นชมในการกระทำของเขา บางคนก็เห็นใจกับอาเฉิงที่ต้องแบกรับความรู้สึกผิด แต่ทุกคนต่างเห็นพ้องกันว่านี่เป็เหตุการณ์ที่โชคร้ายและไม่มีใครตั้งใจให้เกิดขึ้น
เสี่ยวหรูตื่นขึ้นมาในเช้าวันนั้นด้วยความรู้สึกหนักใจ ภาพของจางเหวินที่พุ่งเข้ามาปกป้องนางและเสียงกระดูกหักที่น่าสะพรึงกลัวยังคงติดอยู่ในความทรงจำของนาง นางไม่สามารถหลับให้สนิทได้เลยตลอดคืน ทุกครั้งที่หลับตาลง นางก็จะเห็นภาพของดาบไม้ที่พุ่งมาหานางและร่างของจางที่เข้ามาบัง
นางลุกขึ้นจากเตียงด้วยความรู้สึกผิดที่หนักหน่วง แล้วรีบไปเตรียมสมุนไพรและยาสำหรับการรักษา นางรู้ว่าตนเองต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น หากนางไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น หากนางระวังตัวมากกว่านี้ จางเหวินคงไม่ต้องได้รับาเ็
เสี่ยวหรูเดินถือห่อสมุนไพรไปตามทางเดินที่เงียบสงบของสำนัก แสงแดดยามเช้าส่องผ่านใบไผ่สร้างเงาลายที่สวยงามบนพื้นหิน แต่นางไม่มีอารมณ์ที่จะชื่นชมความงามเหล่านี้ ใจของนางเต็มไปด้วยความกังวลและความรู้สึกผิด นางแวะไปหาอาเฉิงที่หน้าห้องพักเป็ลำดับแรก
ห้องพักของอาเฉิงตั้งอยู่ในแถวศิษย์สายใน เป็ห้องเล็กๆ ที่มีเพียงเตียงไม้ โต๊ะเขียนหนังสือ และชั้นวางดาบ บรรยากาศรอบห้องเงียบเหงา ไม่มีเสียงใดๆ ดังออกมา นางรู้ว่าอาเฉิงคงกำลังทรมานใจอยู่ข้างใน เขาเป็คนที่มีความรับผิดชอบสูง การที่เขาทำให้คนอื่นได้รับาเ็คงเป็เื่ที่เขาไม่สามารถยอมรับได้ง่ายๆ
"อาเฉิง... ท่านเป็อย่างไรบ้าง" นางกระซิบเรียกผ่านร่องประตูด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง
เงียบไปสักพักหนึ่ง ก่อนที่เสียงที่แหบพร่าจะดังตอบกลับมา "ข้าไม่เป็ไรเสี่ยวหรู ข้าแค่เสียใจที่ทำให้ศิษย์พี่จางต้องเดือดร้อน" เสียงอาเฉิงตอบกลับมาอย่างอู้อี้ เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและความรู้สึกผิด "เขามักจะช่วยข้าลับดาบและชวนคุยเื่สัพเพเหระเสมอ เขาเป็คนซื่อๆ ข้าไม่น่าทำเขาเจ็บเลย... ฝากเ้าดูแลเขาแทนข้าด้วยนะ"
น้ำเสียงของอาเฉิงเต็มไปด้วยความเศร้าใจและความสำนึกผิด นางสามารถจินตนาการได้ถึงสีหน้าของเขาที่คงจะซีดเผือดและเต็มไปด้วยความทุกข์ใจ การที่เขาไม่สามารถออกมาดูแลจางเหวินด้วยตนเองได้คงทำให้เขารู้สึกแย่มาก
เสี่ยวหรูพยักหน้าเบาๆ แม้อีกฝ่ายจะไม่เห็น หัวใจของนางเต็มไปด้วยความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ "ข้าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ท่านไม่ต้องกังวลนะอาเฉิง ข้าจะดูแลศิษย์พี่จางให้ดี และจะมาบอกข่าวคราวของท่านให้ฟังทุกวัน"
หลังจากนั้น นางก็เดินแยกตัวออกมายังเรือนพักของจางเหวิน ซึ่งตั้งอยู่ท้ายแนวป่าไผ่ในบริเวณที่เงียบสงบ เป็เรือนไม้หลังเล็กที่เรียบง่ายสมฐานะศิษย์ระดับกลาง รอบๆ เรือนมีต้นไผ่เล็กๆ ปลูกไว้เป็แนว สร้างบรรยากาศที่สงบและร่มรื่น แต่วันนี้ความสงบนั้นกลับทำให้นางรู้สึกหนักใจมากขึ้น
เมื่อเปิดประตูเข้าไป นางเห็นจางเหวินกำลังใช้ฟันพยายามดึงผ้าพันแผลที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่อย่างทุลักทุเล ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อจากความเ็ปและความพยายาม แขนทั้งสองข้างที่ถูกพันด้วยผ้าขาวและไม้เฝือกดูอ่อนแรงและไร้ประโยชน์ ภาพนั้นทำให้หัวใจของนางเสียวปวด
"ศิษย์พี่! อย่าเ้าค่ะ ให้ข้าช่วย" เสี่ยวหรูรีบเข้าไปประคองมือที่สั่นเทาของเขาด้วยความระมัดระวัง
"อ๊ะ... เสี่ยวหรูหรือ" จางเหวินรีบปล่อยผ้าพันแผลออกจากปาก ใบหน้าของเขาดูซูบเซียวแต่ยังคงมีรอยยิ้มซื่อๆ ส่งมาให้ "ข้าขอโทษนะที่ทำให้เ้ากับอาเฉิงต้องเดือดร้อน ข้าเห็นเ้ากำลังจะโดนดาบไม้ฟาด เลยลืมตัวพุ่งเข้าไป... ไม่คิดว่ากระดูกมันจะเปราะถึงเพียงนี้"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ฟังดูเบาสบาย แต่นางเห็นได้ชัดว่าเขากำลังทนความเ็ปอยู่ ดวงตาของเขาที่ปกติแล้วคมกริบกลับดูหม่นหมองลง และใบหน้าที่เคยดูแข็งแกร่งกลับดูซีดเผือดและอ่อนแรง
"ท่านอย่าโทษตัวเองเลยเ้าค่ะ ท่าน่ข้าไว้" เสี่ยวหรูวางตะกร้ายาลงแล้วเริ่มจัดเตรียมสมุนไพรอย่างระมัดระวัง "จากนี้ไปข้าจะมาดูแลท่านทุกวันจนกว่าข้อมือจะหายดี อาเฉิงเองก็ฝากฝังท่านไว้กับข้าด้วยความรู้สึกผิดเ้าค่ะ เขาเศร้าใจมากที่ไม่สามารถมาดูแลท่านด้วยตนเองได้"
นางเล่าให้จางฟังเกี่ยวกับสภาพของอาเฉิงที่กำลังทรมานใจอยู่ในห้องกัก ขณะที่มือของนางเริ่มผสมยาสมุนไพรที่นำมาให้ กลิ่นหอมของสมุนไพรลอยฟุ้งในอากาศ ผสมปนเปกับกลิ่นไผ่ที่หอมเย็น สร้างบรรยากาศที่สงบและผ่อนคลาย
จางเหวินมองดูเสี่ยวหรูที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดยาด้วยความระมัดระวัง เขาไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามหรือจ้องมองนางด้วยสายตาประหลาดแต่อย่างใด เขายังคงทำตัวเป็ศิษย์พี่ที่แสนธรรมดาและอ่อนน้อม แต่ในใจลึกๆ ของเขา ความพึงพอใจกำลังเพิ่มขึ้นทุกวินาที
การที่เสี่ยวหรูมาดูแลเขาด้วยตนเองนั้นเป็สิ่งที่เขาใฝ่ฝันมานาน เขาได้สังเกตนางมาเป็เวลานานแล้ว ั้แ่วันแรกที่นางเข้ามาในสำนัก ความงดงามและความใสซื่อของนางทำให้เขาหลงใหล แต่เขารู้ดีว่าด้วยสถานะของเขาในฐานะศิษย์ระดับกลาง เขาไม่มีทางได้รับความสนใจจากนางได้ง่ายๆ
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว อุบัติเหตุที่เขาวางแผนไว้อย่างประณีตได้ผลเกินคาด ไม่เพียงแต่เขาจะได้อยู่ใกล้ชิดกับนางทุกวัน แต่นางยังรู้สึกผิดและรับผิดชอบต่อการาเ็ของเขาอีกด้วย นี่คือโอกาสทองที่เขาจะใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับนาง
"ขอบใจเ้ามากนะ... จริงๆ แค่ป้อนน้ำป้อนข้าวข้าสักมื้อสองมื้อก็พอแล้วล่ะ ส่วนเื่อื่นข้าพอจะใช้ศอกหรือปากช่วยตัวเองได้บ้าง" เขาหัวเราะแห้งๆ เพื่อให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย แต่ในใจเขากำลังคิดถึงแผนการต่างๆ ที่จะทำให้นางต้องอยู่ใกล้เขามากขึ้น
เสี่ยวหรูมองดูข้อมือที่ใช้งานไม่ได้ทั้งสองข้างของเขาแล้วใจอ่อนยวบ ภาพของเขาที่พยายามใช้ฟันดึงผ้าพันแผลทำให้นางรู้สึกเห็นใจอย่างมาก "ไม่ได้เ้าค่ะ ท่านาเ็เพราะข้า ข้าจะดูแลท่านให้ดีที่สุดเอง"
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความรู้สึกผิด นางรู้สึกว่าการดูแลจางเหวินเป็หน้าที่ที่นางต้องทำ ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อชดเชยความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่ยังเป็การแสดงความกตัญญูต่อคนที่เสียสละเพื่อปกป้องนางอีกด้วย
จางเหวินแอบยิ้มในใจเมื่อเห็นความมุ่งมั่นของนาง เขารู้ว่าความรู้สึกผิดของนางจะเป็เครื่องมือที่ทรงพลังในการผูกมัดนางไว้กับตัวเขา เขาจะใช้่เวลานี้ในการสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้ง ทำให้นางคุ้นเคยกับการอยู่ใกล้ชิดกับเขา และค่อยๆ เปลี่ยนความรู้สึกผิดให้กลายเป็ความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น
ในวันแรกของการดูแล เสี่ยวหรูมาถึงเรือนของจางั้แ่เช้าตรู่ นางนำข้าวต้มใส่เนื้อและผักที่ปรุงรสอย่างอ่อนๆ มาให้เขากิน เนื่องจากเขาไม่สามารถใช้มือได้ นางจึงต้องป้อนข้าวให้เขาทีละช้อน
"ข้าขอโทษนะที่ทำให้เ้าต้องลำบาก" จางพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกรงใจ ขณะที่นางตักข้าวต้มใส่ช้อนแล้วเป่าให้เย็น
"ท่านอย่าพูดแบบนั้นเลยเ้าค่ะ" เสี่ยวหรูตอบด้วยความจริงใจ "ท่านช่วยข้าไว้ การดูแลท่านเป็สิ่งที่ข้าควรทำ"
การป้อนข้าวนั้นเป็่เวลาที่ทั้งคู่ต้องอยู่ใกล้ชิดกัน นางต้องนั่งข้างๆ เขาบนเตียง เพื่อให้สะดวกในการป้อนอาหาร กลิ่นหอมอ่อนๆ ของนางที่ผสมกับกลิ่นสมุนไพรทำให้จางรู้สึกเหมือนอยู่ใน์ เขาสามารถมองเห็นใบหน้าที่งดงามของนางอย่างใกล้ชิด เห็นขนตายาวที่โค้งงาม และริมฝีปากที่อ่อนนุ่มซึ่งเขาใฝ่ฝันที่จะได้ัั
"ข้าวอร่อยมากเลยนะ เ้าทำเองหรือ" เขาถามเพื่อหาเื่คุยและทำให้บรรยากาศดูธรรมชาติ
"เ้าค่ะ ข้าตื่นเช้ามาทำให้ท่านเอง" นางตอบด้วยรอยยิ้มเล็กๆ "ข้าใส่สมุนไพรบำรุงกระดูกลงไปด้วย หวังว่าจะช่วยให้ท่านหายเร็วขึ้น"
ความเอาใจใส่ของนางทำให้จางรู้สึกอบอุ่นใจ แต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้เขา้านางมากขึ้น เขาเริ่มวางแผนที่จะทำให้การดูแลนี้ยาวนานออกไป อาจจะต้องแกล้งว่าการหายของเขาช้ากว่าที่ควรจะเป็
หลังจากมื้อเช้า นางก็จะช่วยเขาเปลี่ยนผ้าพันแผลและทายาใหม่ การััมือที่อ่อนนุ่มของนางบนิัของเขาทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก เขาต้องพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงอารมณ์ออกมา
"ท่านเจ็บไหมเ้าคะ" นางถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นเขาหน้าแดง
"ไม่เจ็บหรอก... แค่รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย" เขาตอบด้วยเสียงที่ฟังดูเหนื่อยๆ ทั้งที่ความจริงแล้วเขารู้สึกตื่นเต้นมากกว่าเ็ป
่บ่ายนางจะมาอ่านหนังสือให้เขาฟัง เพื่อให้เขาไม่เบื่อหน่าย เสียงอ่อนหวานของนางที่อ่านเื่ราวต่างๆ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข บางครั้งเขาจะแกล้งหลับเพื่อให้นางได้พักเสียง แต่ความจริงแล้วเขาแอบฟังเสียงหายใจของนางและสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของนาง
"ท่านหลับแล้วหรือเ้าคะ" นางจะกระซิบถามเบาๆ เมื่อเห็นเขาหลับตา
เขาจะไม่ตอบ แต่จะแอบมองนางผ่านขนตาที่หลับไม่สนิท เขาเห็นนางมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงและความอ่อนโยน บางครั้งนางจะเอามือมาปรับผ้าห่มให้เขา หรือปัดผมที่ตกมาบังหน้าเขา การััเ่าั้ทำให้เขารู้สึกเหมือนไฟไหม้ทั้งตัว
ตอนเย็นนางจะช่วยเขาเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้า นี่เป็่เวลาที่ทรมานและเป็สุขที่สุดสำหรับเขา การที่นางต้องััร่างกายของเขาทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก แต่เขาต้องแกล้งทำเป็อ่อนแรงและไม่สบายตัว
"ข้าขอโทษนะที่ทำให้เ้าต้องลำบากขนาดนี้" เขาพูดด้วนน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกรงใจ ขณะที่นางช่วยเขาใส่เสื้อใหม่
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าเต็มใจทำ" นางตอบด้วยความจริงใจ แม้ใบหน้าจะแดงเล็กน้อยจากความอายที่ต้องััร่างกายของผู้ชาย
ความใจดีและใสซื่อของเสี่ยวหรู กลายเป็ประตูบานแรกที่เปิดรับศิษย์พี่ "ธรรมดา" คนนี้เข้ามาในชีวิตอย่างเต็มตัว โดยที่นางไม่รู้เลยว่าภายใต้ท่าทางเกรงใจนั้น จางเหวินกำลังมองเห็น "โอกาส" ที่จะค่อยๆ เปลี่ยนภาระนี้ให้กลายเป็พันธะที่ถอนตัวไม่ขึ้น
ในใจลึกของจาง เขากำลังวางแผนขั้นต่อไป เขาจะทำให้นางติดใจในความอ่อนแอของเขา ทำให้นางรู้สึกว่าเขา้านาง และค่อยๆ สร้างความผูกพันที่ลึกซึ้งจนนางไม่สามารถถอนตัวออกไปได้ อุบัติเหตุครั้งนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้นของแผนการที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น