เกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 39 กางเกงขาบาน เสื้อลายดอก

            หมี่หลันเยว่กลับมาจากบ้านเฉียนหย่งจิ้นทันทีที่ก้าวเท้าเข้าห้องหนังสือ เธอก็ส่งสัญญาณให้พี่ชายหมี่หลันหยางรีบดึงน้องสาวเข้ามาใกล้ ถามด้วยความกระตือรือร้น

            "เร็วเข้าๆเล่ามาให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง"

            หมี่หลันเยว่จะไม่ปิดบังพี่ชายอยู่แล้วเธอเล่าทุกอย่างให้เขาฟังอย่างละเอียด

            "พอฉันไปถึงบ้านพี่หย่งจิ้นคุณน้าก็รออยู่พอดี พอรู้ว่าพี่หย่งจิ้นไม่ได้พาฉันไปทันทีแต่กลับกินข้าวที่บ้านเราก่อน คุณน้าก็เขกหัวเขาไปเปรี้ยงใหญ่เลย"

            นึกถึงตอนที่โดนเขกหัวอย่างแรงหมี่หลันเยว่ก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิกคักสีหน้าเจ็บปวดของเฉียนหย่งจิ้นตอนนั้น ช่างน่าขำเสียจริงแต่หมี่หลันหยางอยากฟังเรื่องสำคัญมากกว่า

            "อย่าเพิ่งขำสิเล่าเรื่องให้จบก่อนแล้วค่อยหัวเราะก็ยังไม่สายนะ"

            หมี่หลันเยว่รีบหุบยิ้ม

            "คุณน้าสนใจร้านของเรามากค่ะคุณน้าบอกว่ายังมีเพื่อนสนิทอีกหลายคนที่ชอบทำเสื้อผ้าเพราะผู้หญิงเราชอบสวยงามนี่นา ก็เลยชอบรวมตัวกันศึกษาแบบเสื้อผ้าแล้วก็พวกงานฝีมือ"

            "แสดงว่าพวกเขามีฝีมือดีใช่ไหม?"

            หมี่หลันหยางถามย้ำ

            "อืม ดีทุกคนเลยฉันดูเสื้อผ้าที่คุณน้าใส่อยู่ ฝีมือดีมาก ไม่เหมือนทำเองเลย"

            "คุณน้ายังบอกอีกว่าตอนนี้พวกเขายังว่างงานกันอยู่เวลาว่างๆ ก็ศึกษาแต่เรื่องทำเสื้อผ้า บางครั้งก็ทำเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆพวกเขาทำเสื้อผ้าอยู่ที่บ้านก็เหมือนกัน ถ้าได้ทำงานที่ร้านได้เงินเดือนบ้างก็คงดี จะได้ไม่ต้องโดนคนที่บ้านดูถูก หาว่าเอาแต่ทำเรื่องไร้สาระ"

            "พวกเขาต้องการแบบนั้นคุณน้าเลยบอกให้เราสบายใจได้เลย คนที่คุณน้าแนะนำมาไว้ใจได้ทุกคน พื้นฐานเป็นคนดีเด็กบ้านนอกจิตใจซื่อๆ ไม่มีทางคิดร้าย หรือโลภมากก่อเรื่องแน่นอนให้เราใช้คนได้อย่างสบายใจ"

            หมี่หลันหยางฟังอย่างตื่นเต้นเขาตบเข่าตัวเองดังฉาด จนเจ็บไปหมดแถมยังทำให้คนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องสะดุ้ง เขาจึงรีบขอโทษขอโพย

            "ขอโทษครับๆ ผมเผลอไปหน่อยขอโทษจริงๆ"

            หมี่หลันเยว่ปิดปากหัวเราะคิกคักหมี่หลันหยางเอื้อมมือไปลูบหัวเธอเบาๆ ทำหน้าเซ็ง หมี่หลันเยว่หัวเราะหนักกว่าเดิมเม้มริมฝีปาก ตัวสั่นไปหมด แถมยังชี้หน้าพี่ชายอีก หมี่หลันหยางรีบเบือนหน้าหนีไม่สนใจการล้อเลียนของน้องสาว รีบพูดเรื่องสำคัญต่อ

            "ดีเลยแล้วคุณน้าเขารู้จักคนเท่าไหร่ พอให้ร้านเราใช้ไหม?"

            พอพูดถึงเรื่องสำคัญหมี่หลันเยว่ก็กลั้นหัวเราะไว้

            "คุณน้าบอกว่าอยากได้เท่าไหร่ก็ได้คุณน้ามีคน"

            "ตอนนี้มีเจ็ดคนที่คุณน้าใช้ได้ฝีมือดี แถมยังเป็นคนดีด้วย เราลองใช้ไปก่อนก็ได้คุณน้าบอกว่าถ้าเราอยากได้คนเพิ่มอีก เมื่อไหร่ก็ได้คนพวกนี้ก็ยังรู้จักคนที่ทำเสื้อผ้าเป็นอีก ให้พวกเขาแนะนำมาได้เลยเรียกเมื่อไหร่ก็มาเมื่อนั้น รับรองว่าพอให้ร้านเราใช้คน"

            พูดมาถึงตรงนี้หมี่หลันเยว่ก็ตื่นเต้นไปด้วย นี่มันเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ไม่คิดว่าจะเจอง่ายๆแถมที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือ พวกนี้ยังเป็นสาวๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงานเรื่องวุ่นวายต่างๆ ก็จะน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในครอบครัว หรือเรื่องปากท้องสาวๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงานย่อมมีเรื่องให้น้อยกว่าแม่บ้านที่แต่งงานแล้ว

            "แล้วเรายังขาดอะไรอีกบ้าง?"

            หมี่หลันหยางอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องที่น้องสาวกำลังจะเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าเปิดร้านขายเสื้อผ้า นี่มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นจริงๆ ถึงจะไม่ใช่ของตัวเองแต่การที่ได้ช่วยเหลือก็ทำให้หมี่หลันหยางตื่นเต้นดีใจมาก

            "พรุ่งนี้เราจะไปคุยกับผู้จัดการโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าของรัฐหวังว่าจะราบรื่น ส่วนที่เหลือก็คือไปซื้อเครื่องจักรต่างๆ เรื่องนี้ฉันอยากให้คุณน้าไปด้วย ในเมื่อพวกเขาใช้จักรเย็บผ้าเป็นก็น่าจะรู้ว่าจักรเย็บผ้าแบบไหนดี ใช้งานถนัด ยังไงก็เป็นพวกเขาใช้ ให้พวกเขาเลือกเองเลยดีกว่า"

            หมี่หลันเยว่คิดถึงเรื่องที่ตัวเองต้องเตรียม

            "เลือกเครื่องจักรแล้วค่อยพาพวกเขาไปเลือกผ้าลายดอกเลยดีกว่า พี่คะแล้วพี่กับพี่เผิงเฟยไปหาคนมาทาสีร้านกับร้านใหม่หมดเลยนะ"

            "ถึงบ้านของพี่เผิงเฟยจะไม่ค่อยได้ใช้แต่ทาสีใหม่ก็ทำให้รู้สึกสดชื่น เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ด้วย"

            หมี่หลันหยางรับปากทันทีรับประกันกับน้องสาวว่าจะทำเรื่องให้สำเร็จ

            "ถ้าทำพวกนี้เสร็จแล้วก็เหลือแค่การออกแบบเสื้อผ้า ฉันจะออกแบบเสื้อผ้าที่เหมาะกับตอนนี้ก่อน"

            หมี่หลันเยว่พึมพำกับตัวเองเบาๆถึงสิ่งที่ต้องทำ จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ตบเข่าตัวเองดังฉาด จนเจ็บต้องร้องออกมาคนที่อ่านหนังสืออยู่ในห้องก็สะดุ้งอีกแล้ว

            "ขอโทษค่ะๆ ฉันเผลอไปหน่อยขอโทษจริงๆ"

            หมี่หลันเยว่ยกคำขอโทษของพี่ชายมาพูดทั้งประโยคคราวนี้เป็นทีของหมี่หลันหยางที่แอบหัวเราะ หัวเราะจนตัวสั่นหมี่หลันเยว่เหยียดเท้าเล็กๆ ไปเหยียบเท้าพี่ชายเต็มแรง

            หมี่หลันหยางสะดุ้งเฮือกรอยยิ้มแข็งค้างบนใบหน้า ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีหน้าเจ็บปวดหมี่หลันเยว่ถึงจะรู้สึกสะใจ ฮึ สมน้ำหน้า พลางกลอกตาอย่างภาคภูมิใจแต่ผ่านไปตั้งนานก็ไม่ได้ยินเสียงพี่ชายพูดอะไร หมี่หลันเยว่ก็เริ่มเป็นห่วงรีบหันกลับมา ทำหน้าประจบพี่ชาย หมี่หลันหยางส่ายหัวอย่างจนใจ

            "ว่ามาเลยสรุปแล้วนึกอะไรสำคัญขึ้นมาได้อีก ทำอะไรเสียงดังเอะอะโวยวาย ถ้าคนหัวใจไม่ดีคงโดนเธอทำให้ตกใจตายไปแล้ว"

            หมี่หลันหยางแซวน้องสาว

            "ฮึ ยังจะมาว่าฉันอีกเมื่อกี้พี่ก็เหมือนกันนั่นแหละ"

            หมี่หลันเยว่ฮึดฮัดไม่พอใจหมี่หลันหยางไม่ถือสา น้องยังไงก็คือน้อง ถึงจะรู้ความก็ยังเด็กกว่าตัวเองต้องยอมๆ กันไปบ้าง

            "เอาล่ะๆ พี่ผิดเอง เธออย่าโกรธเลยเร็วๆ เล่าให้พี่ฟังหน่อย นึกอะไรขึ้นมาได้อีกแล้ว?"

            หมี่หลันหยางปลอบหลันเยว่ตอนนี้ฟังเรื่องสำคัญก่อนดีกว่า หมี่หลันหยางรู้สึกคันยุบยิบในใจอยากรู้ว่าน้องสาวคิดอะไรสำคัญขึ้นมาได้อีก

            "เราต้องทำป้ายร้านด้วยนะต้องทำให้ใหญ่โต สวยงาม สะดุดตา ให้คนเห็นแต่ไกลก็ต้องสนใจเดินผ่านยังไม่อยากจะเดินเลยไปเลย"

            ร้านค้าสมัยนี้ยังเขียนชื่อร้านบนหน้าตึกแบบง่ายๆไม่ค่อยใส่ใจความสวยงามและการโฆษณาเท่าไหร่

            "แล้วเธออยากได้แบบไหน?"

            ดังนั้นพอหมี่หลันหยางได้ยินความคิดของน้องสาวก็รู้สึกว่าเธอทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ คิดว่าจะเรื่องสำคัญอะไรที่แท้ก็แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้เอง

            "พี่อย่าดูถูกป้ายร้านนะมันสำคัญมากเลยนะ"

            มันคือหน้าตาของร้าน ต้องทำให้สวยที่สุดแล้วตัวเองก็อยากจะสร้างแบรนด์ด้วย ดังนั้นป้ายร้านต้องออกแบบให้ดีที่สุดแล้วใช้ไปตลอด

            "สำคัญๆ ดังนั้นเธอก็ออกแบบให้ดีๆล่ะ"

            เห็นท่าทีไม่สนใจของพี่ชายหมี่หลันเยว่ก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากแล้ว ใช้ความจริงพิสูจน์ดีกว่าหมี่หลันเยว่ตัดสินใจว่าจะทำป้ายร้านที่ทำให้พี่ชายต้องตกตะลึงให้ได้

            "ตกลงตามนี้พรุ่งนี้พี่ก็ไปหาคนมาทาสีบ้านเลยนะ ฉันจะไปร้านตัดเย็บเสื้อผ้าก่อนไปคุยเรื่องป้ายเสื้อผ้าอีกรอบ นี่คือเงินสำหรับซื้อปูนขาวอะไรพวกนี้ พี่เอาไปนะทำงานเสร็จแล้วก็เลี้ยงเพื่อนๆ กินอะไรหน่อย อย่าขี้เหนียวล่ะ"

            หมี่หลันเยว่หยิบเงินสิบหยวนสามใบออกมาจากกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเองเธอไม่รู้ว่าซื้ออุปกรณ์ทาสีบ้านต้องใช้เงินเท่าไหร่ เตรียมไว้เยอะกว่าขาดดีกว่ายัดเงินใส่มือพี่ชาย

            "นี่ พี่เอาไปนะถ้าไม่พอก็มาเอาที่ฉันอีกได้เลยค่ะ"

            หมี่หลันหยางโกรธเล็กน้อยยัดเงินกลับคืนมาให้

            "ในกระเป๋าพี่ก็มีเงินนี่นาทาสีบ้านแค่นี้ต้องให้เธอออกเงินด้วยเหรอ"

            เห็นพี่ชายโกรธหมี่หลันเยว่รีบคล้องแขนพี่ชาย เอาหน้าไปซบเอาใจ

            "พี่คะ นี่มันคนละเรื่องกันถ้าเป็นบ้านที่ฉันจะอยู่เอง พี่ออกเงินฉันก็ไม่ว่าอะไร พี่เป็นพี่ชายฉันมีอะไรก็ต้องให้น้องอยู่แล้ว ฉันก็ไม่ยอมหรอก แต่นี่มันร้านค้า เอาไว้ทำมาค้าขายก็ต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน เงินทุกหยวนต้องลงบัญชีนะ"

            "พี่ไม่สนหรอกเรื่องทาสีบ้านเธอไม่ต้องยุ่ง ไม่ต้องลงบัญชีอะไรทั้งนั้น ถือซะว่าพี่เช่าบ้านเขาแล้วช่วยเขาทาสีบ้านให้แล้ว เรื่องแค่นี้ เธอต้องเกรงใจพี่ชายด้วยเหรอ"

            เห็นพี่ชายยืนกรานอย่างหนักแน่นหมี่หลันเยว่ก็ไม่เถียงกับพี่ชายแล้ว

            เรื่องทุกอย่างตกลงกันเรียบร้อยหมี่หลันเยว่ก็เริ่มขีดๆ เขียนๆ ในสมุดเธอต้องออกแบบเสื้อผ้าออกมาสักสองสามชุดก่อน ร้านต้องเปิดก่อนร้านขายเสื้อผ้าไม่งั้นร้านขายเสื้อผ้าจะไม่มีเสื้อผ้าให้วาง ดูโล่งๆ มันจะขายหน้าแต่จะออกแบบเสื้อผ้าแบบไหนที่ทำให้คนเห็นแล้วต้องว้าวแถมยังไม่ขัดกับแบบของยุคสมัยนี้ด้วย หมี่หลันเยว่เอามือค้ำคางเอามืออีกข้างวาดกระโปรงยาวอย่างละเอียด

            พอกำลังวาดชายกระโปรงบานๆ อยู่แสงสว่างวาบหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเธอทันทีความคิดของหมี่หลันเยว่เปิดกว้างขึ้นมาทันที ใช่แล้ว ตอนนี้เป็นช่วงต้นยุค 80อะไรที่นิยมที่สุดในช่วงต้นยุค 80 เสื้อเชิ้ตขาวกางเกงขาบานไงล่ะ ตัวเธออยู่ในเมืองเล็กๆ ข้อมูลข่าวสารเลยช้าไปก้าวหนึ่งทางใต้คงจะเริ่มนิยมใส่กันแล้ว

            หมี่หลันเยว่รีบวาดเสื้อเชิ้ตและกางเกงขาบานลงบนสมุดตอนนี้เพิ่งเริ่มนิยม ขาบานต้องไม่ใหญ่เกินไป ไม่งั้นจะขายไม่ออกรอจนกว่าจะเริ่มนิยมใส่กันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว ค่อยขยายขาให้ใหญ่ขึ้นอย่างน้อยก็แค่เดินนำหน้าคนอื่นไปนิดหน่อยก็พอ

            "หลันเยว่ นี่มันเสื้อเชิ้ตเหรอ?"

            หมี่หลันหยางชี้ไปที่รูปเสื้อผ้าที่น้องสาววาดก็แค่เสื้อเชิ้ตนี่นา พี่ชายตกใจอะไรขนาดนั้น

            "ใช่ ทำไมเหรอ?"

            "ไม่มีอะไรแค่...ทำไมเธอวาดเสื้อเชิ้ตได้สวยขนาดนี้?"

            หมี่หลันหยางหยิบสมุดของน้องสาวมาดูตรงหน้ามองเสื้อเชิ้ตที่น้องสาววาด เขาบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง ไม่รู้ว่าต่างกันตรงไหนแต่รู้แค่ว่ามันสวย

            หมี่หลันเยว่มองเสื้อเชิ้ตที่พี่ชายใส่อยู่ก็พอจะรู้แล้วว่าทำไม เสื้อเชิ้ตสมัยนี้ไม่มีการออกแบบให้เข้ารูป ทื่อๆ ตรงๆแต่ตัวเองชินตากับเสื้อเชิ้ตในยุคหลังๆ พอวาดก็เลยเผลอวาดให้มีเอวออกมา ปรากฏว่าแค่ปรับเปลี่ยนนิดหน่อย ก็ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันมาก

            สิ่งนี้จุดประกายความคิดของหมี่หลันเยว่อย่างมากเธอมองกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเอง เสื้อเชิ้ตสมัยนี้มีแต่สีขาวกับสีฟ้าสีดำยังหายาก ถ้าตัวเองออกแบบเสื้อเชิ้ตลายดอกเข้ารูปให้ผู้หญิงใส่คู่กับกางเกงขาบานสีอ่อน มันจะเป็นภาพที่งดงามขนาดไหน หมี่หลันเยว่รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะได้ร่ายมนตร์บนปลายปากกาแล้ว

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371