บทที่ 7: แม่ทำดีสั่งลา?
เหม่ยเหนียงมองเนื้อกระต่ายอัดแน่นจนเต็มกล่องนั้นด้วยความไม่สบายใจ “แต่นี่มันมากเกินไป…” เมื่อเห็นร่างกายซูบผอมเหลือแต่กระดูกของลูกชาย คำห้ามปรามไม่อาจหลุดออกมาจากปากได้ อย่างไรศักดิ์ศรีก็กินไม่ได้ แต่เนื้อกระต่ายตรงหน้าต่างหากกินได้ “เสี่ยวโกวกินเถอะ แม่เพิ่งกินผักป่าต้ม ไม่หิวหรอก”
โกวจื่อรู้ว่ามารดาโกหก เขาเปิดเสื้อโชว์พุงน้อยที่บวมขึ้นมาให้มารดาเห็น “ผมกินมาแล้ว แม่ดูซิ อิ่มแปล้จนพุงกาง กระต่ายตัวใหญ่มาก อาเถากินจนเดินไม่ได้ ผมได้กินหมั่นโถวด้วยนะ มันอร่อยมาก คราวหน้าถ้าล่าสัตว์ได้ ผมจะไม่เอาเนื้อ จะขอแป้งขาวจากน้าซ่งแทน แม่จะได้ลองกินหมั่นโถวด้วย” เด็กชายอยากให้มารดาได้กินของอร่อย
“อย่ารบกวนคุณนายซ่งเลย คราวหน้าลูกต้องเรียกเธอว่าคุณนายซ่งนะ” จำได้ว่าป้าเหรินบ้านตรงข้ามเคยเรียกหล่อนว่าอี้หรานเฉยๆ โดนด่าจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี คุณนายซ่งถือสาเื่คำเรียกมาก
โกวจื่อส่ายหน้า เพราะรู้ว่ามารดากำลังคิดถึงเื่ที่ป้าเหรินแหกปากเล่าประจานให้คนทั้งหมู่บ้านฟัง “แม่อย่าเชื่อป้าเหริน วันนี้ผมเรียกน้าซ่ง น้าซ่งไม่ว่าผมสักคำ”
“จริงเหรอ?” เหม่ยเหนียงแต่งเข้ามาเป็สะใภ้หมู่บ้านนี้พร้อมๆ กับซ่งอี้หราน ทำไมเธอจะไม่รู้นิสัยเ้ายศเ้าอย่างของอีกฝ่าย
“ครับ น้าซ่งไม่ดุด่าหรือตีผมเลย ทั้งยังเอาน้ำอุ่นมาให้ผมดื่ม” สะใภ้ใหญ่บ้านเฉินพี่สะใภ้ของเฉินซานเคยเล่าว่าซ่งอี้หรานสตรีชั่วช้าอกตัญญูนั่นแม้แต่น้ำร้อนยังไม่นำมาให้พี่สะใภ้อย่างหล่อนดื่ม
“อะไรทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้?” เหม่ยเหนียงขมวดคิ้ว
“แม่รีบกินเถอะครับ น้าซ่งเปลี่ยนไปแบบนี้ก็เป็เื่ดีกับอาเถา เราอย่าคิดมากเกินไปเลย” โกวจื่อดึงมือมารดาไปนั่งที่พื้น ในบ้านเขาไม่มีโต๊ะหรือเก้าอี้ สองแม่ลูกนั่งกินกันบนพื้นห้อง
“กินด้วยกันเถอะ” เหม่ยเหนียงหยิบเนื้อกระต่ายจ่อปากบุตรชาย
“แม่ผมยัดไม่เข้าแล้ว ผมกลัวเป็แบบอาเถา” กินเยอะเกินดูเหมือนจะทรมานมากกว่ามีความสุข
“เช่นนั้นแม่จะเก็บเอาไว้ให้เสี่ยวโกวด้วย” เหม่ยเหนียงกินกระต่ายตุ๋นในมือเพียงชิ้นเดียว ส่วนที่เหลือเธอเก็บไว้ให้ลูกชาย จำไม่ได้แล้วว่าเราสองคนแม่ลูกกินเนื้อกันครั้งสุดท้ายคือปีใด หมู่บ้านไท่จวิ้นผลผลิตไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนหมู่บ้านอื่น ตอนแจกจ่ายผลผลิตจึงไม่เพียงพอให้ชาวบ้านกินดีอยู่ดี เหม่ยเหนียงเลือกธัญพืชและแป้งข้าวโพดเพียงเท่านั้น น้อยครั้งจะเอาเนื้อมาสักครึ่งชั่ง
“แม่กินให้อิ่ม พรุ่งนี้ผมจะเข้าป่าไปช่วยอาเถาหาสัตว์อีก ไม่แน่เราอาจเจอกระต่ายไม่ก็ไก่ป่า”
เหม่ยเหนียงรู้สึกเป็ห่วง “ในป่าลึกมีสัตว์ร้ายมากมาย เพียงหมูป่าลูกกับอาเถาก็รับมือไม่ได้แล้ว ทว่าในป่ามีทั้งหมาป่า เสือ งูพิษ อย่าเสี่ยงเข้าป่าลึกเด็ดขาด ลูกต้องห้ามอาเถาด้วยนะ”
“ผมเข้าใจแล้ว วันนี้พวกเราหาผักป่ากันชายเขาเท่านั้น แม่กินอีกเถอะนะ” โชคดีที่เขามุดพงหญ้าหาผักป่า จึงพบกระต่ายตัวอ้วนเข้า
ลูกชายหยิบเนื้อกระต่ายแสนนุ่มป้อนมารดาอีกหลายคำ
วันถัดมาเหม่ยเหนียงตื่นแต่เช้านำกล่องอาหารล้างจนสะอาดเอี่ยมมาคืนซ่งอี้หราน เธอแอบอยู่ข้างต้นไม้ เมื่อเห็นว่ายังไม่มีใครตื่นออกไปทำงาน หล่อนจึงรีบวิ่งไปเคาะประตูบ้านคุณนายซ่ง
เคาะไม่กี่ที ร่างตุตะของซ่งอี้หรานเป็ผู้มาเปิดประตูด้วยตัวเอง วันนี้คุณนายซ่งแต่งชุดซอมซ่อ มีเหงื่อผุดเต็มกรอบหน้า ใบหน้ามีเศษดินเปื้อน “คุณนายซ่ง ฉันนำกล่องอาหารมาคืนคุณค่ะ”
“พี่เหม่ยเข้ามาก่อนซิคะ ฉันกำลังเตรียมดินปลูกผัก” ซ่งอี้หรานเปิดทางให้สาวรุ่นพี่เข้ามาคุยกันในบ้าน
“เอ่อ…” เหม่ยเหนียงไม่รู้ว่ามันเหมาะสมแล้วหรือ แม่ม่ายลูกติดเช่นเธอเข้าบ้านคุณนายเช่นนี้จะถูกหาว่าประจบประแจงหรือไม่
“ถ้าพี่เหม่ยรีบก็ไม่เป็ไรค่ะ” ซ่งอี้หรานเช็ดมือกับชุดทำงาน ก่อนจะรับกล่องอาหารมา “กระต่ายตุ๋นถูกปากไหมคะ? ฉันปรุงรสจัดไปไหม?”
“อร่อย อร่อยมากค่ะ ขอบคุณคุณนายที่เมตตาเสี่ยวโกวของฉัน”
“พี่เหม่ยอย่าเกรงใจเลยค่ะ โกวจื่อเป็คนเจอกระต่าย ที่ให้ไปน้อยไปด้วยซ้ำ อ้อ พี่เรียกฉันอี้หรานก็พอค่ะ เรียกคุณนายฉันรู้สึกว่าตัวเองแก่ เมื่อก่อนฉันอายุน้อยวู่วาม ไม่รู้ว่าสิ่งใดเหมาะสมไม่เหมาะสม หวังว่าพี่เหม่ยจะไม่ถือสาหาความ”
เหม่ยเหนียงรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ค่ะ น้อง น้องอี้หรานไม่เคยทำให้อะไรให้พี่เลย งั้นพี่ขอไปทำงานก่อน” เหม่ยเหนียงค้อมตัวลา ก่อนจะรีบจากไปเพราะได้ยินเสียงเปิดประตูจากป้าบ้านฝั่งตรงข้าม
ซ่งอี้หรานไม่คิดห้าม เธอปิดประตูกลับเข้าบ้านเอากล่องเก็บความร้อนไปเก็บ ก่อนจะกลับมาพรวนดินเตรียมปลูกผักต่อ บ่ายนี้ตั้งใจจะเข้าเมืองไปซื้อของ หวังว่าจะพรวนดินเสร็จก่อนเวลาออกเกวียนของลุงเหมา
อาเถานอนเต็มอิ่มบิดี้เีไปมา ก่อนจะลุกขึ้นมาล้างหน้า ตั้งใจไปปลุกมารดามากินข้าวด้วยกัน เพราะปกติเขาจะตื่นก่อนเพื่อมาต้มแป้งข้าวโพดกินกับมารดาทุกเช้า ทว่าเมื่อวานเขาเห็นแม่ทำแผ่นแป้งธัญพืชไว้แล้ว เพียงนำออกมาอุ่นก็กินได้ อาเถาเปิดประตูไปไม่เห็นมารดา เด็กน้อยใจหล่นถึงตาตุ่ม ขาอ่อนแรงแทบล้มทั้งยืน อย่าบอกนะว่าแม่ทิ้งเขาไปแล้ว! เมื่อวานแม่ดีกับเขาเป็ครั้งสุดท้ายเพื่อสั่งลา!
“แม่! ฮือ!” อาเถาร้องไห้ลั่นบ้าน เท้าเล็กวิ่งเหยาะไปหามารดาตามมุมต่างๆ ของบ้าน ใบหน้าเล็กนองไปด้วยน้ำตา เมื่อวานเพิ่งได้รับความสุข ได้กินเนื้ออย่างเต็มอิ่มเป็ครั้งแรก
ซ่งอี้หรานได้ยินเสียงบุตรชายร้องไห้ เธอวางจอบในมือ ก่อนจะเดินเข้าไปเห็นเด็กน้อยกำลังก้มตัวหาบางอย่างในเตา ปากก็ร้องเรียกแม่ๆ ไม่หยุด
“อาเถา หาอะไรในเตาไฟ?” เธอไม่เข้าใจท่าทางลนลานและเศร้าโศกนั้นของบุตรชาย
“แม่ท่านไปไหนมา!?” อาเถาวิ่งสุดชีวิตไปกอดมารดาแน่น “ท่านจะทิ้งอาเถาไปใช่ไหม? เนื้อกระต่ายตุ๋นเมื่อวานเป็แค่ภาพลวงตา!”
ซ่งอี้หรานยิ้มไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “แม่ไม่ทิ้งอาเถาไปไหนเด็ดขาด ลูกชายคนเดียวใครจะทิ้งได้ลง” เธอกอดปลอบบุตรชายอยู่พักใหญ่ กว่าเขาจะหายเสียขวัญ
หวังจากเข้าใจว่ามารดาไม่ทิ้งขว้างตนเองแล้ว อาเถาทำตัวติดแม่ราวกับปลิงดูดเื ตามก้นมารดาต้อยๆ เขาเพิ่งรู้ว่าที่แม่ไม่อยู่ในห้องนั้นเป็เพราะมาพรวนดินอยู่หน้าบ้านเพื่อปลูกผักให้เขากินนี่เอง อาเถารู้สึกผิดมากที่เข้าใจแม่ผิดไป
โกวจื่อมาเคาะประตูบ้านตอนสายเพื่อชักชวนอาเถาไปเก็บผักป่ากัน อาเถาวิ่งเข้าบ้านไปคว้าตะกร้าสะพายหลังกับธนูคู่ใจ “แม่ครับ ผมไปเก็บผักป่าก่อนนะ”
ซ่งอี้หรานเข้าไปหยิบแผ่นแป้งธัญพืชสองแผ่นที่อุ่นไว้ให้บุตรชายใส่อกเสื้อเก็บเอาไว้ไปกินกับสหาย “อย่าเข้าป่าลึก อยู่กับพวกคุณป้าคุณยายเข้าใจไหม?” งานเล็กน้อยเหล่านี้ นอกจากเด็กแล้วก็มีหญิงชราทำงานเก็บผักและสมุนไพรป่าแลกแต้มค่าแรง
“ครับ!” อาเถารับคำก่อนจะวิ่งไปหาสหาย
โกวจื่อโผล่หน้าเข้ามาทักทาย “อรุณสวัสดิ์ครับน้าซ่ง”
“จ้า น้าให้แผ่นแป้งอาเถาไป ไปแบ่งกันกินนะ”
“ไม่รบกวนน้าซ่ง เมื่อเช้าแม่ผมอุ่นเนื้อกระต่ายตุ๋นที่ยังเหลืออยู่ให้กิน อร่อยมากครับ!”
ซ่งอี้หรานพยักหน้า เด็กคนนี้มีความคิด ไม่ยอมให้ความหิวบดบัง และขี้เกรงใจมากจริงๆ
เธอยืนมองจนบุตรชายและโกวจื่อลับสายตา ก่อนจะกลับมาทำงานต่อ เช้านี้เธอกินแผ่นแป้งไปเพียงหนึ่งในสามของหนึ่งแผ่น แต่กลับใช้กำลังไปเยอะเกิน ทำเอาเกือบเป็ลม เธอมานั่งพักเหนื่อยครู่หนึ่ง ก่อนจะกินแผ่นแป้งธัญพืชอีกครึ่งแผ่นแล้วทำงานต่อ
การพรวนดินใน่เช้านี้เสร็จเพียงครึ่งเดียว ซ่งอี้หรานเก็บจอบก่อนจะอาบน้ำชำระร่างกายด้วยความรวดเร็ว เพราะอากาศค่อนข้างหนาว ตอนเธออาบน้ำลูกชายตัวน้อยกลับมาพร้อมผักป่าครึ่งกระบุง อีกครึ่งกระบุงจ่ายเป็ค่าแรงไปแล้ว วันนี้สองหนุ่มน้อยโชคไม่ดี ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือกลับมา ความจริงวันนี้อาเถาเจอไก่ป่า ทว่ามันกำลังกกลูกของพวกมัน เด็กน้องทำไม่ลงจึงปล่อยไป ทั้งยังใช้แมกไม้กำบังพวกมันไว้ ไม่ให้นายพรานเห็นง่ายๆ
เด็กน้อยนำผักป่าที่หาได้ไปให้ไก่กับเป็ด ทั้งยังเก็บไข่พวกมันมาได้สิบเอ็ดฟอง ที่เขาสามารถหาผักป่าเต็มตะกร้าเร็วขนาดนี้เพราะมีโกวจื่อคอยช่วย อาเถาเด็กขยันสะพายกระบุงขึ้นหลัง ก่อนจะวิ่งไปที่ลำธารของหมู่บ้านซึ่งอยู่ติดกับบ้านเขา เพื่อเก็บสาหร่ายมาให้เป็ดกับไก่นับสิบชีวิตที่กินจนตัวอ้วนกลม อาเถาเลี้ยงพวกมันอย่างดี คุณย่าหลินและคุณยายอี้ชื่นชมเขาทุกครั้งที่มาบ้าน
ลำธารมีสาหร่ายสีเขียวอยู่มากมาย เนื่องจากหมู่บ้านไท่จวิ้นอยู่ปลายน้ำ ลำธารตื้นเขิน แสงอาทิตย์ส่องถึงพืชใต้น้ำ ทำให้พวกมันเจริญเติบโตได้เป็อย่างดี
อาเถาแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยสาหร่ายกลับบ้านมาให้ไก่และเป็ด ตอนนั้นเองเขาเห็นมารดาเดินออกมาจากบ้านด้วยชุดใหม่ ดูแล้วเหมือนแม่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ท่าทางราวกับกำลังจะเดินทางไปที่ใดสักแห่ง
“แม่ ท่านจะไปไหน?”
“แม่จะเข้าเมืองไปซื้อของ อาเถาอยู่เฝ้าบ้านหรือจะไปกับแม่” ครั้งนี้ซ่งอี้หรานไปเพื่อซื้อของและสำรวจตลาดมืด จึงไม่ได้นำไข่ไก่ไปขายด้วย
อาเถาตอบอย่างไม่เสียเวลาคิด “ผมไปด้วย!”
เด็กในหมู่บ้านมีเพียงไม่กี่คนที่ได้ติดตามบิดามารดาเข้าไปในตัวอำเภอ เขาเองก็อยากเป็หนึ่งในผู้โชคดีนั่น
…………………………
มีอีบุ๊คเล่ม 1
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6Mjk3OTQzO30