บทที่ 32 ชีวิตนี้ราวกับละคร ทุกที่ล้วนทดสอบการแสดงของเ้า!
แม้ในสังคมปัจจุบันที่มีความปลอดภัยที่ดี เมื่อลูกหายตัวไป พ่อแม่ยังรู้สึกกังวลใจเป็อย่างมาก ไม่ต้องกล่าวถึงสังคมโบราณแบบศักดินานี้เลย ย่อมต้องกังวลใจยิ่งกว่าเป็แน่
ถังซูอี๋เห็นฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา จึงซักถามอีกครั้ง “เมื่อใดกันที่พบว่าหายไป?”
ฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อถอนหายใจ “สามวันก่อน เขาโดนบิดาตำหนิอย่างหนัก ก่อนจะหายตัวไปในวันรุ่งขึ้น ข้าคิดว่าเขาคงแอบหนีไปในคืนนั้น”
ถังซูอี๋ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง หากเป็สามวันก่อน ไม่ใช่คืนที่นางจะคุยกับเซียวอวี้ิหรอกหรือ? ยามนั้นนางสังเกตเห็นว่าเขาดูร้อนรน กระวนกระวาย นางเพียงคิดว่าเขาเป็คนเช่นนี้อยู่แล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
เช่นนั้น การที่เหยียนอู่หนีออกจากบ้าน เซียวอวี้ิจะมีส่วนร่วมหรือไม่?
ทันใดนั้นก็ได้ยินฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อถามขึ้น “อวี้ิของเ้าอยู่หรือไม่? หากอยู่ข้าจะถามเขาเพียงสองสามคำ”
ถังซูอี๋ประเมินเวลาคร่าว ๆ ยามนี้เซียวอวี้ิน่าจะเลิกเรียนแล้ว ทว่าเด็กเกเรเช่นเขา หากจะเถลไถลหลังเลิกเรียนนั้นก็ถือเป็เื่ปกติ เช่นนั้นจึงออกปากสั่งชุ่ยจู้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ไปดูว่าอวี้ิอยู่ที่เรือนด้านหน้านั่นหรือไม่ หากไม่อยู่ก็รีบไปตามตัวกลับมา”
ชุ่ยจู้ได้รับคำสั่งก็รีบเดินไปยังเรือนด้านหน้า เรือนของเซียวอวี้ิชื่อว่า ‘อี้หรานจวี’ เมื่อชุ่ยจู้มาถึงหน้าประตูเรือนอี้หรานจวีก็เจอกับ
‘เยี่ยนไถ’ ผู้ติดตามคนสนิทของเซียวอวี่ิ ยามนี้เขากำลังถือห่อผ้า และเดินออกไปอย่างรีบร้อน
ชุ่ยจู้เห็นเช่นนั้นจึงถามขึ้น “เยี่ยนไถ เ้าจะไปทำสิ่งใดเล่า?”
เยี่ยนไถเห็นว่าเป็ชุ่ยจู้จึงหยุดฝีเท้าลง สีหน้าตื่นตระหนกพลางกล่าวติด ๆ ขัด ๆ “ไม่… ไม่ทำสิ่งใด แค่ออกไปไม่นาน”
กล่าวจบเขาก็วิ่งหนีไปอย่างร้อนรน
ชุ่ยจู้มองตามหลังเขาอย่างจริงจัง ก่อนจะหันร่างเข้าไปในเรือน พบว่าเซียวอวี้ิกำลังย่อตัวเล่นจับจิ้งหรีดอยู่ภายในเรือน โดยมี ‘สือโม่’ ผู้ติดตามคนสนิทอีกคนกำลังนั่งเป็เพื่อนอยู่ข้าง ๆ
ชุ่ยจู้เห็นเช่นนั้นจึงเดินเข้าไปโค้งคำนับ “คุณชายรอง ฮูหยินให้ท่านไปพบ”
เซียวอวี้ิกำลังถือก้านหญ้าคาอยู่ในมือ เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงเงยหน้ามองชุ่ยจู้ “ถึงเวลาหารอาหารแล้วหรือ?”
“...ไม่ใช่เ้าค่ะ ฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อบอกว่าอยากพบท่าน”
เมื่อได้ยินคำว่าฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อ เขาก็ขบริมฝีปากเบา ๆ ก่อนจะโยนหญ้าคาในมือทิ้ง แล้วปัดมือเบา ๆ “ได้ เช่นนั้นก็ไปกันเถิด”
ชุ่นจู้คาดเดาว่า เซียวอวี้ิน่าจะรู้เบื้องลึกเื้ัการหายตัวไปของคุณชายห้าแห่งหนานหลิงป๋อ ทว่านางเป็เพียงสาวใช้ ไม่เห็นสมควรที่จะซักไซร้ จึงทำได้เพียงเดินตามเซียวอวี้ิไปเรือนซื่ออานแบบเงียบ ๆ เมื่อเดินมาถึงประตูห้องโถง นางก็เปิดม่านให้เซียวอวี้ิเดินเข้าไป ก่อนจะเดินตามหลังเข้าไปติด ๆ
เซียวอวี้ิเดินเข้าไปโถง ก่อนจะคำนับมารดาของตนเอง จากนั้นจึงคำนับฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อ “ท่านป้าเหยียน”
“อวี้ิเอ๋ย” ฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปจับแขนของเซียวอวี้ิ “เ้าเล่นกับเหยียนอู่อยู่ทุกวัน เ้ารู้หรือไม่ว่าเขาไปที่ใด?”
“ท่านป้า ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” เซียวอวี้ิกล่าวคำเท็จได้อย่างหน้าตาเฉย ทว่าเมื่อฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อได้ยินคำพูดของเขา น้ำตาของนางก็เริ่มไหลพราก พร้อมกล่าวด้วยความโศกเศร้า “แม้แต่เ้ายังไม่รู้ เช่นนั้นข้าก็ไม่อาจหาเขาเจอแล้วแน่ ๆ เขาหมายจะเอาชีวิตข้าไปด้วยหรือไร ข้าขอตายเสียดีกว่า…”
ฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อกล่าวจนหายใจไม่ทัน นางไอออกมาสองสามครั้งแล้วหมดสติไป
เซียวอวี้ิรีบเข้าไปรับร่างของนางไว้ ถังซูอี๋ก็รีบเข้าไปประคองนางขึ้นมาเช่นกัน ทว่ายามนี้ถังซูอี๋รับรู้ได้ถึงแรงตรึงแน่นที่แขน เมื่อนางก้มลงมองก็ได้เห็นว่า ฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อกำลังกำแขนของนางเอาไว้แน่น ขนตาพลางสั่นระริก
ถังซูอี๋เงียบไปครู่หนึ่ง ชีวิตนี้ราวกับละคร ทุกที่ล้วนทดสอบการแสดงอยู่!
หากจะให้นางร่วมแสดงด้วย ย่อมต้องบอกกล่าวกันล่วงหน้าเสียหน่อย!
ถังซูอี๋ก้มหน้าคิดทบทวนอารมณ์ชั่วครู่ ทว่าเมื่อนางเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เบ้าตาของนางก็เต็มไปด้วยความเปียกชื้น นางกุมมือฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อไว้แน่น “ท่านจะคิดสั้นได้อย่างไรกัน หาคนไม่เจอก็ค่อย ๆ หาใหม่เถิดเ้าค่ะ”
ฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อยังคงหลับตาสนิท ไม่มีทีท่าจะฟื้นขึ้นมา
ถังซูอี๋ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับที่หางตา ก่อนจะเงยหน้ามองเซียวอวี้ิแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “เื่นี้เกี่ยวกับความเป็ความตาย เ้ารู้หรือไม่ว่าเหยียนอู่อยู่ที่ใด?”
เซียวอวี้ิไม่เคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้เหยียนอู่เคยบ่นกับเขาอยู่บ่อยครั้งว่า มารดาของเขามักแกล้งเจ็บหน้าอกหรือแกล้งเป็ลม ทว่านี่เป็ครั้งแรกที่เขาเจอ เขาไม่รู้เลยจริง ๆ คราวนี้ฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อแกล้งเป็ลมหรือเป็ลมจริง ๆ กันแน่
เซียวอวี้ิกล่าวอย่างติด ๆ ขัด ๆ “ข้า… ข้าไม่รู้ว่าเหยียนอู่อยู่ที่ใด”
เมื่อกล่าวจบ ก็ต้องพบว่ามารดาของเขายื่นมือออกมาคว้าคอเสื้อของเขาในทันที ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า “เซียวอวี้ิ เ้าจงคิดให้ดีก่อนกล่าววาจา หรือเ้า้าฆ่าคนตายกันเล่า?”
เซียวอวี้ินิ่งเงียบ เหตุใดเขาต้องฆ่าคนตายด้วยเล่า?
แม้จะบ่นอยู่ในใจ ทว่าสายตาของมารดานั้นช่างดุดันนัก มารดาของเหยียนอู่ก็ดูราวกับจะขาดใจได้ทุกเมื่อ หัวใจของเซียวอวี้ิสั่นระริกไม่ต่างจากต้นหญ้าในป่าใหญ่ที่สั่นไหวตามแรงลม ไม่รู้เลยว่าควรทำเช่นไรดี?
ยามนี้ได้ยินมารดาะโด้วยเสียงเ็าอีกครั้ง “รีบกล่าวมา!”
เสียงะโทำให้เซียวอวี้ิหัวใจเต้นแรง อดที่จะกล่าวออกมาไม่ได้ “อยู่ที่… เรือนของพวกเราในตรอกเหมยฮวา”
เมื่อกล่าวจบ ฮูหยินแห่งหนานหลิงป๋อก็ลืมตาขึ้นทันที ก่อนจะยืนตรงพร้อมร้อยยิ้มเ็า ไม่มีท่าทีราวกับจะสิ้นลมเหมือนเมื่อครู่แล้ว
ทันทีที่รู้ตัวว่าตนเองโดนหลอก เซียวอวี้ิรีบหันหน้าะโออกไปภายนอก “สือโม่ รีบไปรายงาน…”
ทว่ายังไม่ทันจะก่าวจบ เสียงอันทรงพลังของถังซูอี๋ก็ดังขึ้น “ขวางเขาไว้”
สือโม่ที่อยู่ภายนอกเมื่อได้ยินเสียงของคุณชายตนเองก็รีบวิ่งทันที ทว่าเพิ่งจะได้ยกเท้า เสียงของโหวฮูหยินก็ดังมาจากด้านใน จากนั้นก็มีสาวใช้เ้าเนื้อหลายคนเข้ามาห้อมล้อมเขาไว้
เขาได้แต่นั่งครวญครางอยู่กับพื้น “คุณชาย ข้าวิ่งไม่ได้แล้ว!”
ภายในห้องโถง เซียวอวี้ิยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความโกรธเคืองและหมดอาลัยตายอยาก ทว่ามารดาทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างยิ้มแย้ม
“วันนี้ต้องขอบคุณท่านจริง ๆ”
“ท่านไม่ต้องเกรงใจ ทุกอย่างก็เพื่อลูก ๆ ของเรา เช่นนั้นจึงเป็สิ่งที่ควรกระทำ”
“โอ๊ย! ให้กำเนิดลูกอกตัญญูเช่นนี้ อายุข้าคงสั้นไปหลายปี”
“พวกเขายังเล็กนัก ค่อย ๆ สั่ง ค่อย ๆ สอนไปก็ได้ ยามนี้ข้าจะไปตรอกเหมยฮวาเป็เพื่อนท่าน”
“ขอบใจท่านจริง ๆ”
มารดาทั้งสองกล่าวจบก็ลุกเดินออกไป เมื่อเดินผ่านเซียวอวี้ิ ถังซูอี๋ก็กล่าวขึ้น “เ้าก็ไปด้วยกันเถิด”
เซียวอวี้ิกำหมัดแน่น แล้วตามมารดาทั้งสองไปยังตรอกเหมย ฮวา ครานี้เหยียนอู่ต้องโทษเขาเป็แน่ ทว่าเขาเองก็ไม่มีทางเลือก ได้เพียงบอกว่ามารดาของพวกเขาเล่นละครเก่งเกินไป
ทุกคนมาถึงตรอกเหมยฮวา ถังซูอี๋มองประตูที่ปิดสนิท ก่อนจะหันไปบอกเซียวอวี้ิที่ยืนอยู่ด้านหลัง “เ้ามาเปิดประตู”
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องมีกุญแจ มิเช่นนั้นจะเอาเหยียนอู่มาซุกซ่อนที่นี่ได้อย่างไรกัน ทว่าไม่รู้ว่ากุญแจของเขามาจากที่ใด
เซียวอวี้ิอยากจะบอกว่าเขาไม่มีกุญแจ ทว่าเขากลับซ่อนคนเข้าไปด้านในแล้ว แน่ชัดแล้วว่าเขาต้องมีกุญแจ ในเมื่อเื่แพร่งพรายออกไปแล้ว เช่นนั้นก็ไม่มีเหตุจำเป็ใดที่จะต้องปิดบังอีกต่อไป
เขาก้มหน้าเดินไปที่ประตู จากนั้นยื่นมือขวาเข้าไปควานหาบางสิ่งในแขนเสื้อซ้าย ก่อนจะหยิบลวดเหล็กออกมาสองเส้น แล้วเสียบลวดเหล็กทั้งสองเข้าไปในรูกุญแจ ปั่นอยู่ครู่หนึ่ง… ประตูก็เปิดออก
ถังซูอี๋มองท่าทางการไขกุญแจอย่างคล่องแคล่วของเขา พลางสูดหายใจลึก ๆ อยู่เงียบ ๆ แม้แต่ฝีมือการงัดประตูก็ยังมี เช่นนั้นจะมีสิ่งใดที่เขาทำไม่ได้บ้าง?
ทว่ายามนี้มีคนอื่นอยู่ ทุกคนต้องรักษาหน้ากันไว้ รอกลับถึงบ้านเมื่อใดแล้วค่อยว่ากัน