จอมหมัดราชันย์

    ตอนที่ 9 ซวยซ้ำซวยซ้อน

    ตอนที่ 9 ซวยซ้ำซวยซ้อน
    ดวงตาของเนี่ยฟงค่อยๆ ลืมขึ้น ยังคงมีคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนตามใบหน้า เถาวัลย์มากมายต่างพันไปทั่วทั้งเรือนร่าง แม้มันจะไม่ได้แน่นหนาอะไร แต่ด้วยความตกใจเขาจึงไม่มีสติพอที่จะแก้มัน เขาค่อยๆ แก้เถาวัลย์ที่พันทั่วทั้งเรือนร่าง ก่อนจะมายืนมองดูที่ขอบหน้าผา และหยาดน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาอีกครั้ง“หลิงเอ๋อ...ทำไมเจ้าถึงทำแบบนี้ ช่วยชีวิตขยะอย่างข้ามันจะมีประโยชน์อะไรกัน” ภาพของหลิงเอ๋อที่จากไป รอยยิ้มสุดท้ายของหลิงเอ๋อฝังแน่นลงไปในจิตใจของเขา คำพูดสุดท้ายของหลิงเอ๋อที่ให้เขามีชีวิตต่อไป ยังคงกึกก้องสะท้อนอยู่ในรูหูทั้งสองข้างเป็นเวลานาน สายตาที่พร่ามัวด้วยน้ำตาจับจ้องไปยังส่วนลึกของหน้าผา ก่อนที่เนี่ยฟงจะนั่งกอดเข่าพิงหน้าผา เหลือบมองไปยังเบื้องบนด้วยความสิ้นหวัง“หลิงเอ๋อ...ข้าคงทำให้เจ้าเสียกำลังเปล่า ถึงเจ้าอยากให้ข้าอยู่ต่อไป แล้วข้าจะกลับขึ้นไปข้างบนได้อย่างไรกัน คงได้แต่รอความตายที่หน้าผาแห่งนี้ แต่ไม่ต้องห่วงนะข้าจะรักษาสัญญาเป็นอย่างดี ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของข้า” ม่านเมฆบดบังแสงเดือนแสงตะวัน เนี่ยฟงยังคงนั่งนิ่งไม่รู้วันรู้คืน กาลเวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่สามารถล่วงรู้ได้ มีเพียงสายลมอุ่นๆ ที่พัดผ่านไปมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ปรากฏความร้อนหรือความเย็นแต่อย่างใด แต่เป็นมวลอากาศที่สบายอย่างบอกไม่ถูก หากเนี่ยฟงมีพลังปราณเพียงเล็กน้อย เขาจะรู้ในทันทีว่ามวลอากาศที่อยู่รอบตัวเขานั้น คือพลังของฟ้าดินที่อัดแน่นอยู่เป็นจำนวนมาก การบ่มเพาะพลังในที่แห่งนี้จะทำให้ระดับพลังลมปราณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว“โครกก...กกก!” เสียงท้องของเนี่ยฟงร้องออกมาดังสนั่น เนี่ยฟงได้แต่ยืนกุมท้องเหลือบมองไปทั่วหน้าผา เพื่อเสาะหาอาหารมาประทังชีวิตน้อยๆ ของเขา ซึ่งสิ่งที่พบเห็นก็มีเพียงต้นหญ้าไม่กี่กอ เมื่อลองแหวกกอหญ้าดูก็ไม่พบสิ่งใดที่พอจะเป็นอาหารได้ แต่แล้วดวงตาของเนี่ยฟงก็เบิกโพลงกว้าง หญ้ากอสุดท้ายที่เนี่ยฟงค้นหาปรากฏสิ่งที่ไม่คาดคิด มันคือต้นไม้เล็กๆ ต้นหนึ่งที่มีใบสีม่วงเข้มถึงสามใบ และดอกหนึ่งดอกที่กำลังบานเต็มที่ เนี่ยฟงรีบใช้มือของตนปิดจมูกแล้วถอยห่างจากมันทันที“หญ้าทลายฟ้า!! บัดซบมันมาถึงที่นี่ได้ยังไงกัน? ในตำราเขียนไว้ว่ามันไม่ได้ถูกค้นพบมาหลายร้อยปีแล้วนี่” ชั่วชีวิตของเนี่ยฟงในตอนที่มีชีวิตอยู่ เขาหมกตัวอยู่กับตำราการแพทย์จนถึงตอนที่สิ้นอายุขัย มีหรือที่เขาจะไม่รู้จักหญ้าทลายฟ้า มันคือหญ้าพิษอันดับหนึ่งที่ไม่เป็นสองรองใคร ความร้ายกาจของมันนั้นสมดั่งชื่อ เพียงแค่กลีบดอกของมันหนึ่งกลีบก็สามารถสังหารผู้คนได้ทั้งเมืองซีหนาน แม้แต่กลิ่นของมันยังทำให้ร่างกายผู้สูดดมเป็นอัมพาต แต่ที่เนี่ยฟงพบกลับมีถึงสามใบและยังมีดอกของมันที่บานเต็มที่ และยังมีพิษที่รุนแรงยิ่งกว่าใบของมันเสียอีก เนี่ยฟงใช้กอหญ้าปกปิดมันไว้ตามเดิม ก่อนจะถอยห่างออกจากมัน เขาจะพยายามคอยอยู่เหนือลม เพื่อป้องกันกลิ่นของดอกของหญ้าทลายฟ้า เนี่ยฟงนั่งลงที่ขอบหน้าผาด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย กุมหน้าท้องด้วยความหิวโหย ใครจะคาดคิดว่าเขาจะมีชะตากรรมต้องมาอดตายเช่นนี้ ทันใดนั้นมือข้างหนึ่งของเขาก็ไปถูกเข้ากับถุงยาถุงหนึ่ง ซึ่งมันคือยาบำรุงที่ฉางไห่มอบไว้ให้ เขารีบหยิบมันขึ้นมาพร้อมกับยกยิ้มขึ้นทันที ในขณะที่เนี่ยฟงกำลังจะหยิบยาบำรุงมากินเพื่อประทังความหิว ก็รู้สึกหนาวเย็นไปทั่วทั้งหลัง พร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ปรากฏไปทั่วทั้งใบหน้า ก่อนจะได้ยินเสียงดัง “ฟ่อ~ฟ่อ” เนี่ยฟงรีบหันกลับไปอย่างรวดเร็วทันที ก็ปรากฏร่างของงูขนาดใหญ่ ที่กำลังอ้าปากกว้างโชว์เขี้ยวที่แหลมคม ลำตัวของมันยาวมากกว่าห้าเมตร เกล็ดบนลำตัวของมันมีประกายสีสันที่แตกต่างกันถึงเจ็ดสี น้ำลายที่หยดลงสู่พื้นปรากฏรอยไหม้จางๆ พร้อมกับกลุ่มควันที่ลอยขึ้นมา บ่งบอกได้ว่าพิษของมันนั้นร้ายแรงถึงเพียงใด “งูพิษเจ็ดสี บัดซบ!! มันโผล่มาจากไหนวะ!!” งูพิษเจ็ดสีคืออสรพิษร้ายที่พบได้ยาก เพราะคนส่วนใหญ่ตามล่ามันเพื่อเอาแก่นอสูร แม้มีขนาดเท่ากับนิ้วก้อยยังสามารถขายได้หลายร้อยเหรียญทอง จึงไม่แปลกที่มันใกล้จะสูญพันธุ์ เพราะเช่นนั้นการจะพบเจอมัน จึงยากยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทร พิษของมันมีถึงเจ็ดชนิดซึ่งการรักษาก็แตกต่างกันออกไป แต่ก็ยังพอรักษาได้หากพบกับหมอผู้เชี่ยวชาญ และบางครั้งก็มีผู้โชคร้ายที่อาจได้รับพิษหลายชนิดโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งการไหลของเลือดจะบ่งบอกว่าผู้ถูกกัดถูกพิษกี่ชนิด ซึ่งบทสรุปของมันผู้นั้นคือความตายแน่นอน แล้วด้วยขนาดของมันที่เนี่ยฟงพบเจอ เป็นวัยที่เติบโตเต็มที่พิษของมันจึงถือว่ารุนแรงเป็นอย่างมาก มันคงมีชีวิตที่ยืนยาวมาไม่ต่ำกว่าหลักร้อยปี เนี่ยฟงได้แต่สบถด่าทอสวรรค์ในใจที่กลั่นแกล้งให้เขาต้องประสพกับเคราะห์กรรมสารพัด ไม่เพียงแต่ถูกคนในตระกูลตามฆ่า ยังต้องสูญเสียหญิงสาวที่สนิทชิดใกล้ พบเจอกับต้นหญ้าทลายฟ้าที่มีพิษรุนแรงที่สุดในโลก และยังต้องมาเจองูพิษร้ายที่ยากแก่การรักษา คงไม่มีผู้ใดในโลกใบนี้จะดวงซวยเท่ากับเนี่ยฟงอีกแล้วงูพิษไม่สนใจว่าเนี่ยฟงจะอยู่ในห้วงอารมณ์ไหน มันพุ่งจู่โจมอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด หมายจะกัดกินหัวของเหยื่อที่อยู่ตรงหน้า เนี่ยฟงได้แต่ยืนนิ่งหลบตา เตรียมรับกับความตายที่กำลังจะเข้ามาในอีกไม่กี่อึดใจ ทันใดนั้นในห้วงความคิดของเนี่ยฟง ปรากฏใบหน้าของหลิงเอ๋อส่งยิ้มมาให้ “คุณชายต้องมีชีวิตต่อไปนะ...” คำพูดของหลิงเอ๋อวนเวียนอยู่ในหูทั้งสองข้าง มันสะท้อนดังกังวานราวกับระฆังใบใหญ่ ดวงตาของเนี่ยฟงเบิกโพลงกว้าง ในขณะที่คมเขี้ยวของงูพิษอยู่ห่างจากใบหน้าไม่กี่เซน เขาพลิกตัวหมุนหลบไปตามลำตัวของงูยักษ์ ก่อนจะฟาดส้นเท้าลงไปที่ดวงตาของมันอย่างแม่นยำ! “หิรัญม้วนแผ่นดิน!!” “ฟ่อ~!!!” งูยักษ์ดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับส่งเสียงขู่ออกมา แม้มันจะมีพลังลมปราณที่สูง แต่มันก็รู้สึกเจ็บปวด เมื่อโดนโจมตีที่จุดอ่อน ท่าหิรัญม้วนแผ่นดินเป็นท่าป้องกันและจู่โจมคู่ต่อสู้ในท่าตรง และด้วยงูเป็นสัตว์ที่โจมตีตรงๆ จึงเข้าทางกับท่านี้เป็นอย่างมาก เนี่ยฟงตั้งใจจะใช้ท่านี้จนกว่ามันจะยอมจำนนแล้วหนีไป ดวงตาของงูยักษ์ข้างที่ถูกโจมตีปิดสนิทพร้อมกับมีเลือดไหลรินออกมาเป็นสาย บนตัวของมันปรากฏสีแดงเด่นกว่าสีอื่นๆ บ่งบอกว่ามันโกรธเคืองถึงขีดสุด ก่อนจะพุ่งทะยานโจมตีอีกครั้ง เนี่ยฟงก็ใช้ท่าหิรัญม้วนแผ่นดินโจมตีที่ดวงตาข้างเดิม “ปัง!!” งูยักษ์ถูกโจมตีแผลเก่าอย่างต่อเนื่องหลายต่อหลายครั้ง จนเลือดที่ดวงตาไหลทะลักออกมาชโลมไปทั่วทั้งใบหน้า มันหยุดการโจมตีแล้วเริ่มเลื้อยไปรอบเนี่ยฟง ที่กำลังหอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความเหนื่อยล้า บวกกับความหิวจึงทำให้เนี่ยฟงอ่อนกำลังอย่างต่อเนื่อง “ทำไมมันไม่หนีไปซะทีวะ มันจะกินเราให้ได้เลยใช่ไหมเนี้ย!!” เนี่ยฟงบ่นพึมพำในใจ ในขณะนั้นเองงูยักษ์พุ่งโจมตีอีกครั้งด้วยความรวดเร็ว เนี่ยฟงเตรียมจะใช้ท่าหิรัญม้วนแผ่นดินอีกครั้ง ในขณะที่เนี่ยฟงม้วนตัวเพื่อสับศอกเข้าที่ดวงตาของมัน งูยักษ์ก็กดร่างของมันเองลงพื้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ศอกของเนี่ยฟงสับใส่อากาศที่ว่างเปล่า “แย่แล้ว!!” งูยักษ์ถูกโจมตีหลายครั้งจนมันเริ่มจับทางได้ หากเป็นผู้มีพลังลมปราณคงสามารถกำจัดมันได้ ตั้งแต่กระบวนท่าที่สองหรือที่สาม แต่เนี่ยฟงเป็นใครเขาเป็นเพียงขยะที่ไร้ซึ่งพลังลมปราณ การจะสังหารมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายดายแน่นอน งูยักษ์มุดตัวหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้หางที่ใหญ่โตของมันรัดลำตัวของเนี่ยฟงแน่น มันบีบรัดจนเกิดเสียงกระดูกลั่นไปทั่วทั้งหน้าผา ก่อนที่มันจะกัดเข้าที่หัวไหล่ของเนี่ยฟง จนเลือดสาดกระจายไปทั่วบริเวณ “อ๊ากกกก!!!!” เสียงกรีดร้องดังสนั่นหวั่นไหว พิษของงูเจ็ดสีเริ่มแทรกซึมไปทั่วทั้งเรือนร่าง เนี่นฟงพยายามใช้มือทั้งสองข้างดันใบหน้าของงูให้ออกห่างจากไหล่ของตน จนหมดสิ้นเรี่ยวแรงปล่อยแขนทั้งสองข้างห้อยไปมา“หลิงเอ๋อ...ข้าขอโทษที่ไม่อาจรักษาสัจจะที่ให้ไว้กับเจ้าได้...รอข้าก่อนนะ...ข้าจะตามเจ้าไปในอีกไม่ช้า...” “อย่าลืมที่รับปากข้านะคุณชาย ท่านต้องมีชีวิตต่อไป...” ใบหน้าของหลิงเอ๋อปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับคำพูดที่กึกก้องสะท้อนไปในจิตใจ ดวงตาของเนี่ยฟงสั่นไหว ก่อนจะรวบรวมพลังอีกครั้งและตะโกนออกมาเสียงดังสนั่น “หากข้าต้องตาย ข้าจะพาเจ้าไปด้วย ย้ากกก!!” มือข้างหนึ่งของเนี่ยฟงแทงไปในดวงตาของงูยักษ์ที่บาดเจ็บ ลึกถึงข้อศอก มันปลดปล่อยเนี่ยฟงทันทีพร้อมกับเหวี่ยงสะบัดอย่างรุนแรง เพื่อให้เนี่ยฟงหลุดออกจากใบหน้าของมัน “ฟ่อ~~ฟ่อ!!!” งูยักษ์ร้องด้วยความเจ็บปวด ไม่ว่าจะสะบัดอย่างไรเนี่ยฟงก็ไม่หลุดออกจากใบหน้าของมัน เนี่ยฟงควานหาบางอย่างในดวงตาของงูยักษ์ ก่อนที่ดวงตาของเนี่ยฟงเบิกโพลงกว้างพร้อมกับมุมปากที่ยกยิ้มขึ้น เหมือนได้เจอกับสิ่งที่เขาตามหา เขารอจังหวะที่งูยักษ์สะบัดไปทางหน้าผา เมื่อจังหวะมาถึงเขาก็ดึงของสิ่งนั้นออกมาแล้วกลิ้งไถลไปกับพื้นทันทีงูพิษเจ็ดสีลงไปกองอยู่บนพื้นในสภาพไร้วิญญาณ ก่อนจะที่ร่างของมันจะไถลไหลร่วงไปที่หน้าผา สิ่งที่เนี่ยฟงดึงออกมานั้นคือแก่นอสูรขนาดเท่ากับกำปั้น ซึ่งก็คือหัวใจของสัตว์ปีศาจ แล้วด้วยขนาดของมันราคาย่อมไม่ต่ำกว่าพันเหรียญทอง เนี่ยฟงทิ้งตัวลงนอนปล่อยให้แก่นอสูรกลิ้งไปกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจ จะมีมันแล้วไงถึงมีไปก็ไร้ประโยชน์ กับคนที่จะตายในอีกไม่ช้า พิษของงูเจ็ดสีเริ่มแผลงฤทธิ์ เลือดเนี่ยฟงเริ่มไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดอย่างต่อเนื่อง มันบ่งบอกว่าเนี่ยฟงนั้นถูกพิษทั้งเจ็ดชนิด รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเนี่ยฟง ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมาดังสนั่น

    “ฮ่าฮ่าฮ่า!! คงไม่มีใครซวยไปกว่าเราอีกแล้วซินะ ฮ่าฮ่าฮ่า!!!