ตอนที่ 3: สามกระบวนท่าลวงตา
ตึง!
เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับก้อนหินั์ตกลงมาจากยอดผา ฝุ่นผงบนเวทีประลองฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
ร่างอันใหญ่โตมโหฬารของกู่ซาน ที่เมื่อครู่ยังเปี่ยมไปด้วยรังสีสังหาร บัดนี้กลับนอนแผ่หงายท้องอยู่บนพื้นหินอ่อน ดวงตาเหลือกขาว น้ำลายฟูมปาก ร่างกายกระตุกเกร็งเล็กน้อยเหมือนกุ้งโดนน้ำร้อนลวก
ทั่วทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบกริบ
ไม่มีใครมองทันว่าเกิดอะไรขึ้น
ในสายตาของศิษย์ทั่วไป พวกเขาเห็นเพียงกู่ซานพุ่งหมัดใส่เยี่ยหลาง แล้วจู่ๆ ก็สะดุดขาตัวเองล้มฟาดพื้นอย่างรุนแรง
แต่สำหรับเยี่ยหลาง... นี่คือสมการฟิสิกส์ที่สมบูรณ์แบบ
'น้ำหนักตัวสองร้อยชั่ง บวกกับความเร็วในการพุ่งตัว... เมื่อถูกขัดขวางที่จุดหมุนด้านล่าง แรงเฉื่อยทั้งหมดจะเหวี่ยงส่วนบนลงสู่พื้นด้วยความรุนแรงเพิ่มขึ้นสองเท่า'
เยี่ยหลางรีบปล่อยมือจากคอเสื้อของกู่ซาน แล้วแสร้งทำเป็เซถลาไปด้านหลัง ร้องโวยวายด้วยความใ "เฮ้ย! ศิษย์พี่กู่! ท่านเป็อะไรไป? พื้นมันลื่นหรือขอรับ? ท่านถึงได้พุ่งหลาวโหม่งโลกเช่นนั้น!"
กู่ซานที่สติเพิ่งจะกลับคืนมา สะบัดหัวไล่ความมึนงง ความเ็ปแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังและท้ายทอย เขาคำรามด้วยความอับอายขายหน้า "ไอ้... ไอ้สวะ! เ้าใช้วิชามารอะไร!?"
กู่ซานตบพื้นดีดตัวลุกขึ้น แม้จะยังโซเซแต่ความโกรธทำให้เขาไม่สนใจความเ็ป เขาโคจรลมปราณไปที่ขาขวาจนเกิดแสงสีส้มจางๆ ห่อหุ้ม "คราวนี้ข้าจะเตะเ้าให้กระดูกหักเป็สองท่อน!"
กระบวนท่าที่สอง: บาทาลูบพักตร์
กู่ซานตวัดเตะเจาะยาง (Low Kick) ด้วยความรุนแรงหวังจะหวดขาของเยี่ยหลางให้หักสะบั้น
เยี่ยหลางไม่ได้ะโหลบ และไม่ได้ใช้กระบี่รับ เขาเพียงแค่ยกขาข้างที่ถูกเล็งขึ้นเล็กน้อย... ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อ "เปิดทาง"
ทันทีที่หน้าแข้งของกู่ซานวูบผ่านความว่างเปล่า เท้าของเยี่ยหลางที่ยกค้างไว้ก็ตบลงเบาๆ... ที่ข้อเท้าหลัก (ขาซ้าย) ที่กู่ซานใช้ยืนทรงตัว
แปะ!
มันเป็การออกแรงเพียงน้อยนิดในจังหวะที่เปราะบางที่สุด เมื่อขาหลักถูกรบกวนในขณะที่ขาอีกข้างลอยอยู่กลางอากาศ สมดุลของกู่ซานก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
"ว้าก!"
ร่างั์หมุนคว้างกลางอากาศเหมือนลูกข่าง ก่อนจะฟาดลงพื้นอีกครั้งในท่าตะแคงข้าง เสียงดัง พลั่ก!
"โอ๊ะ! ระวังหน่อยสิศิษย์พี่!" เยี่ยหลางแกล้งทำเป็ะโเหยงๆ หลบลูกหลง "ท่าเตะของท่านช่างรุนแรงดุดันนัก เตะลมจนตัวปลิวเลยเชียว!"
เสียงหัวเราะเริ่มดังขึ้นจากอัฒจันทร์ ศิษย์หลายคนเริ่มขบขันกับภาพลักษณ์ที่กู่ซาน "ล้มเอง" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กู่ซานหน้าแดงก่ำจนแทบจะเป็สีม่วง เขาเป็ถึงศิษย์ระดับท็อปของหอศาสตรา กลับมาเสียท่าให้ศิษย์สวะเช่นนี้ เขาคำรามลั่น รวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้าย พุ่งเข้าชาร์จเยี่ยหลางตรงๆ เหมือนวัวบ้า
"ข้าจะฆ่าเ้า!!"
กระบวนท่าที่สาม: ข้ามภูผา
การพุ่งชนครั้งนี้ไม่มีกระบวนท่า มีเพียงความบ้าคลั่ง กู่ซานกางแขนออกหวังจะรวบตัวเยี่ยหลางแล้วบีบให้แหลก
เยี่ยหลางยืนนิ่ง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย 'จุดศูนย์ถ่วงเทมาข้างหน้าเต็มพิกัด... เข้าทาง'
ในเสี้ยววินาทีที่กู่ซานจะถึงตัว เยี่ยหลางทิ้งตัวฮวบลงคุกเข่ากับพื้น รวดเร็วราวกับคนเข่าอ่อนเพราะความกลัว มือสองข้างของเยี่ยหลางคว้าจับที่แขนเสื้อของกู่ซาน แล้วมุดศีรษะเข้าไปใต้รักแร้ของอีกฝ่าย
"ช่วยด้วย! อย่าทำข้า!" เยี่ยหลางร้องเสียงหลง
แต่ในขณะที่ปากร้อง ร่างกายของเขากลับกลายเป็ "จุดหมุน" ที่แข็งแกร่ง แผ่นหลังของเยี่ยหลางงัดเข้ากับอกของกู่ซาน สะโพกดันขึ้น บวกกับแรงวิ่งของกู่ซานเอง...
ร่างมหึมาของกู่ซานลอยละลิ่วข้ามหัวเยี่ยหลาง ตีลังกากลางอากาศเป็วงโค้งที่สวยงาม ก่อนจะตกลงกระแทกพื้นด้วยแผ่นหลังเต็มๆ
ตูม!!
คราวนี้ไม่มีการลุกขึ้นมาอีก กู่ซานนอนตาเหลือก ลมปราณแตกซ่าน สลบเหมือดคาที่
เยี่ยหลางค่อยๆ คลานออกมาจากใต้ร่างที่หมดสติ ทำหน้าตาตื่นตระหนก ปัดฝุ่นตามตัว "ศิษย์พี่กู่! ท่าน... ท่านรีบร้อนจะข้ามหัวข้าไปไหน? ข้าใหมดเลย!"
กรรมการผู้คุมสนามยืนอ้าปากค้าง มองดูเหตุการณ์ด้วยความงุนงง ก่อนจะค่อยๆ ยกธงขึ้น "ผู้... ผู้ชนะ... เยี่ยหลาง!"
เสียงโห่ร้องและเสียงวิจารณ์ดังอื้ออึง "โชคดีชะมัด! กู่ซานสะดุดขาตัวเองชัดๆ" "ไอ้ขยะนั่นดวงแข็งจริงๆ คู่ต่อสู้ดันรีบจนพลาดเอง"
เยี่ยหลางเดินลงจากเวทีด้วยท่าทางโขยกเขยก บ่นอุบอิบว่าเจ็บไหล่ แต่ทันทีที่เขาเดินลับมุมตึกไปยังเขตพักนักกีฬา รอยยิ้มโง่เขลาก็หายวับไป
เขาพิงกำแพง หายใจออกยาวๆ "เกือบไป... แรงควายจริงๆ ถ้าโดนเข้าไปจังๆ สักหมัด คงได้กระดูกร้าวแน่"
"ศิษย์พี่เยี่ย!"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างใหญ่โตที่เดินเข้ามา 'ต้าหมาง' ชายหนุ่มหัวโล้น ร่างกายกำยำแต่แววตาซื่อบื้อ สวมชุดศิษย์ระดับล่าง เดินถือถังน้ำเข้ามาหาด้วยความเป็ห่วง "ท่านเป็อย่างไรบ้าง? ข้าเห็นกู่ซานพุ่งใส่ท่าน ข้าหัวใจจะวาย นึกว่าท่านจะโดนทุบเละเป็โจ๊กเสียแล้ว"
เยี่ยหลางยิ้มมุมปาก ตบไหล่ต้าหมางเบาๆ "ต้าหมางเอ๋ย เ้าเห็นอะไรบนเวทีบ้าง?"
ต้าหมางเกาหัวโล้น "ข้าเห็น... กู่ซานลื่นล้ม แล้วก็สะดุดขา แล้วก็... ะโข้ามหัวท่านไปนอนหลับ?"
เยี่ยหลางหัวเราะในลำคอ "ถูกต้อง นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าอยากให้ทุกคนเห็น จำไว้นะต้าหมาง ในโลกนี้ 'แรง' ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง... การรู้ว่าจะเอาแรงของคนอื่นมาใช้ยังไงต่างหาก คือยอดคน"
...
ขณะเดียวกัน บนอัฒจันทร์ชั้นวีไอพี
หลิวซืออินยืนกอดอก จ้องมองไปยังจุดที่เยี่ยหลางเพิ่งเดินลับตาไป คิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากันแน่น นางไม่ได้มองเห็นเหมือนคนอื่น
"จังหวะแรก... สอดขาเกี่ยว" "จังหวะสอง... ปัดข้อเท้า" "จังหวะสาม... ย่อตัวงัดจุดศูนย์ถ่วง"
นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ "นั่นไม่ใช่เื่บังเอิญ... ทุกท่วงท่าลื่นไหลและแม่นยำเกินไป แต่ทำไม? ทำไมมันถึงดูไม่มี 'ปราณ' เลยแม้แต่น้อย? มันเหมือนกับการต่อสู้ของ... สัตว์ป่า?"
"ซืออิน ลูกกำลังมองอะไรอยู่?" เสียงทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง ชายวัยกลางคนในชุดเ้าสำนักสีขาวบริสุทธิ์ เดินเข้ามาหาลูกสาว
"ท่านพ่อ..." หลิวซืออินหันไปทำความเคารพ ก่อนจะชี้ไปทางเวที "ลูกแค่สงสัยในการประลองเมื่อครู่... ศิษย์พี่กู่ซานแพ้ได้ยังไง"
เ้าสำนักกระบี่์ลูบเครายาว ยิ้มจางๆ "กู่ซานแพ้ภัยตนเอง... จิตใจที่ไม่นิ่ง ย่อมทำให้เท้าไม่มั่นคง ส่วนเ้าเยี่ยหลางนั่น... ก็แค่เด็กดวงดีที่รู้จักเอาตัวรอด ประเดี๋ยวรอบหน้าเจอศิษย์ที่มีฝีมือจริง ก็คงไปไม่รอด"
หลิวซืออินพยักหน้ารับคำ แต่ในใจลึกๆ นางยังคงไม่ปักใจเชื่อ 'ดวงดีงั้นรึ?... ข้าจะจับตาดูเ้า เยี่ยหลาง... ว่าเ้าซ่อนเขี้ยวเล็บอะไรไว้ใต้ท่าทางงี่เง่านั่น'