อาเส้าเหวินคิดในใจพร้อมขยับกายหลบวนไปทางขวาทันที พร้อมกระชากกระบี่ออกมาจากแหวนมิติ ทันทีที่กระบี่อยู่ในมือได้แผ่พลังกล้าแกร่งออกรอบรัศมีสิบเมตรพร้อมกับประกายสายฟ้าสีขาววิ่งแปลบปลาบบนตัวกระบี่ตลอดเวลา อาเส้าเหวินฟาดฟันกระบี่ไปยังด้านหลังทันที
"อาวุธระดับขุนพล ธาตุสายฟ้า !!!"
"เปรี้ยง !!"
ขณะที่กังหลงพุ่งเข้าโจมตีทางด้านหลังจนเกือบจะสัมผัสกลางหลังอาเส้าเหวินอีกเพียงหนึ่งก้าว กังหลงสัมผัสได้ถึงพลังอันกล้าแข็งที่เพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งเท่าตัวของอาเส้าเหวิน และมีพลังกดดันรุนแรงพร้อมกระแสสายฟ้าเหวี่ยงมาด้านหลังของอาเส้าเหวิน กังหลงรีบวกกลับอ้อมไปด้านข้างภายในพริบตา
พลังโจมตีอันรุนแรงกระทบพื้นดินด้านหลังอาเส้าเหวินจนเป็นหลุมลึกขนาดกว้างถึงสองเมตร ฝุ่นฟุ้งกระจาย สีหน้ากังหลงสงบราบเรียบ จากสภาพพลังเมื่อกี้ที่แสดงออกมายามอาเส้าเหวินถืออาวุธระดับขุนพล กังหลงสัมผัสได้ว่าพลังโจมตีของอาเส้าเหวินพลันเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธระดับปราณขุนพลระดับหกขั้นเก้าช่วงชั้นสูงสุดในทันที
อาวุธระดับขุนพลช่างน่ากลัวกว่าอาวุธธรรมดาหลายเท่านัก มิน่าผู้คนถึงดิ้นรนไขว่คว้าช่วงชิงเพื่อจะให้ได้มา แต่กังหลงหารู้ไม่ว่าการที่จะเปล่งอานุภาพของอาวุธได้เต็มกำลังนั้นต้องเป็นผู้ใช้เองมีธาตุที่ตรงกันกับอาวุธนั้นด้วยเช่นกัน มิเช่นนั้นก็เพียงเพิ่มอานุภาพการโจมตีขึ้นได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น !!
อาเส้าเหวินนั้นมีสายฟ้าเป็นธาตุประจำกายจึงสามารถเปล่งอานุภาพของอาวุธระดับขุนพลให้ตนเองมีความสามารถเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสองเท่า ผลของการโจมตีและแรงกดดันที่แผ่ออกมาเช่นนี้ สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมรอบข้างเป็นยิ่งนัก ส่วนอาเส้าเหวินนั้นยิ่งตกตะลึงยิ่งกว่าผู้ชมยิ่งกว่า เพราะมิคาดคิดว่าเด็กหนุ่มระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้าช่วงชั้นสุดจะมีความสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของตนไปได้
เมื่อการโจมตีคราแรกล้มเหลวก็รีบโคจรพลังปราณจนเปี่ยมล้น โจมตีเพิ่มเติมอีกเป็นคำรบสอง
กระบี่อสุราพิฆาต !!!
"วูบ"
"บึ้ม !!!"
"เฟี้ยว !!!"
"ดูซิเจ้าจะหลบหลีกไปได้อีกกี่ครา "
อาเส้าเหวินกล่าวขึ้นอย่างลำพองใจ เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าขณะนี้ทำได้เพียงกระโดดหลบหลีกวนไปมาเป็นวงกลม เนื่องจากเวทีประลองมีขนาดรัศมีเพียงแค่สิบเมตร หากสามารถคำนวนการโจมตีบนพื้นที่อันจำกัดเช่นนี้มินาน ฝ่ายตรงข้ามต้องโดนโจมตีจนกระเด็นออกนอกเวทีและถือว่าพ่ายแพ้ไปในที่สุด คิดดังนั้นก็ยิ่งกระหยิ่มยิ้มย่องในใจโหมโจมตีอีก
"ห้าดาราดาษ !!!"
ประกายกระบี่คล้ายดวงดาราห้าดวงแผ่ครอบคุลมร่างกังหลงทุกทิศทางจนคล้ายดวงประกายพรึกขนาดใหญ่จนมองมิเห็นร่างของเด็กหนุ่ม กังหลงเสาะพบช่องว่างอันน้อยนิดตำแหน่งด้านขวาขยับกายวูบหลุดออกจากการครอบคลุมของดาราทั้งห้าโดยมิทันมีใครพบเห็นก่อนดาวทั้งห้าจะระเบิดขึ้นเพียงเสี้ยวหนึ่งลมหายใจ
"น้องกังหลงระวัง..!! ช่างเถอะรีบยอมแพ้เร็วเข้า !!"
หยางเชียงซีตะโกนบอกอย่างร้อนรน เพราะตนสัมผัสได้ถึงพลังอันกล้าแข็งของห้าดาราดาษคิดว่าสหายที่เพิ่งคบหาผู้นี้คงมิอาจต้านทานได้เป็นแน่ มิทันสิ้นเสียงร้องบอก พลันบังเกิดเสียงระเบิดดังกัมปนาทขึ้น
"บึ้ม !!!"
เสียงสนั่นหวั่นไหวดังภูเขาถล่มทะลายผืนดินตรงตำแหน่งที่ระเบิดเกิดหลุมลึกเกือบสองเมตร ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าหนูถึงเจ้าจะว่องไวแค่ไหน แต่ก็มิอาจหลีกหนี ห้าดาราดาษของข้าไปได้ แม้เป็นผู้มีระดับปราณขุนพลระดับเจ็ดก็มิแน่ว่าจะต้านทานได้เพียงปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้าช่วงชั้นสูงสุดเช่นเจ้ามิต้องพูดถึง เพื่อเดิมพันครานี้ข้าคงต้องหักใจทำร้ายเจ้าแล้ว"
พูดพลางอาเส้าเหวินเดินไปยังหลุมลึกเพื่อดูผลงานเพื่อค้นหาซากร่างของเด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้าย ฝุ่นหนาแน่นยังฟุ้งตลบจนมองลานประลองไม่ชัด
"ท่านพ่อท่านว่าเขาจะปลอดภัยไหม ?"
หญิงสาวปิดผ้าคลุมหน้าเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เริ่มมีกังวลแทนเพ่งตามองไปยังกลุ่มฝุ่นละอองที่กำลังค่อยกระจายหายไป ดวงตากระตุกขึ้นวูบหนึ่ง
อาเส้าเหวินมองไปในหลุมมิพบเห็นสิ่งใดคิ้วขมวดเข้าหากัน เงยหน้าเพ่งมองไปทางฝุ่นละอองที่ค่อย ๆ จางหายไป
ทันทีที่ฝุ่นจางหายไปสิ้นในที่นั้นกลับยืนหยัดไว้ด้วยบุรุษหนุ่มที่กำลังยืนแย้มยิ้มอย่างสุขุมเช่นเคยหลากสายตามองไปสำรวจทั่วร่างบุรุษหนุ่มคล้ายนักศึกษาบอบบางชุดขาวผู้นี้ บัดนี้ชุดขาวนั้นยังสะอาดเช่นเดิมมิมีร่องรอยใดมิมีแม้ริ้วรอยขีดข่วนใด ๆ ปรากฎบนร่างของชายหนุ่มเหมือนชายหนุ่มจะมิเคยเข้าร่วมการต่อสู้ที่ผ่านมา
"อะ..อะ..ไร...กัน ?"
เสียงตะกุกตะกักดังขึ้นจากปากอาเส้าเหวิน ตาของมันโปนโตยิ่งกว่าไข่ห่าน มันเอามือขยี้ตาตัวเองไปมาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าตนมิได้ฝันไป มันโจมตีด้วยพลังทั้งหมดที่มี ภายใต้กระบวนท่าห้าดาราดาษของมันที่ทุ่มเทโจมตีอย่างสุดกำลังต่อให้เป็นยอดฝีมือปราณขุนพลระดับแปดขั้นสุดก็ยากจะถอนตัวโดยมิได้รับบาดเจ็บอันใด แต่นี่...เจ้าหนุ่มน้อยตรงหน้ามันที่มีระดับยุทธเพียงปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดเท่านั้นมันกลับไร้รอยขีดข่วนใด ๆ แม้แต่น้อย ครานี้มันถึงกับแน่ใจแล้วว่าเจ้าหนุ่มนี่ต้องมีเวทมนต์จริง ๆ
หลากหลายผู้คนที่เฝ้าดูต่างตกตะลึงเฉกเช่นอาเส้าเหวินและครุ่นคิดคล้ายอาเส้าเหวินคือเจ้าหนุ่มบอบบางคล้ายนักศึกษาผู้นั้นต้องใช้เวทมนต์
"เขาหลบออกจากท่าโจมตีนั่นได้อย่างไร ?"
"เวทมนต์ ต้องมีเวทมนต์ !!"
"มันแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดมันทำได้อย่างไร หรือมันจะมีเวทมนต์ ?"
".........."
หลากหลายความสงสัยล้วนเกิดขึ้นต่อทุกคน มีเพียงหญิงสาวปกปิดใบหน้ารูปร่างชวนหลงไหลที่ไม่คิดเช่นนั้นนางคล้ายเห็นเงาเลือนลางใดคล้ายโบยบินวูบออกมาจากช่องว่างเพียงน้อยนิดก่อนท่าโจมตีดาราดาษของอาเส้าเหวินจะระเบิดออก นางเพียงรำพึงในใจ อย่างสับสน
"เงานั้นเป็นเขารึ เขาโบยบินได้ด้วยรึ เขาเพียงอยู่แค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดการโบยบินมันต้องระดับที่เป็นเพียงคำเล่าขานของเมืองเนตรอสูร ระดับปราณราชันย์ ที่มิเคยมีใครเคยเห็นมาก่อน หรือข้าตาฝาดไปหรือเขาจะมีเวทมนต์ดังที่หลายคนกล่าวมา !!!"
กังหลงเดินเข้ามาหาอาเส้าเหวินด้วยรอยยิ้มเย็นชาเช่นเดิม สายตาสงบนิ่งไร้ระลอกใด ๆมองไปยังใบหน้าอาเส้าเหวินที่กำลังตกตะลึงและสับสนอย่างถึงที่สุด พร้อมกล่าว เบา ๆ
"ข้ามิมีเวทมนต์เพียงอาศัยโชคช่วยเท่านั้น ต่อไปถึงคราข้าโจมตีบ้างละ "
กล่าวจบกังหลงยกมือขึ้นเกร็งพลัง พลันบังเกิดเปลวไฟสีน้ำเงินเข้มลุกโชนที่ฝ่ามือทั้งสองข้างเปลวไฟมีประกายสายฟ้าสีน้ำเงินวิ่งวนรอบ ๆพร้อมเสียงคล้ายวัตถุโดนกัดกร่อนตลอดเวลา
" แปร๊บ แปร๊บ แปร๊บ"
เมื่ออาเส้าเหวินเห็นสายฟ้าสีน้ำเงินบนเปลวไฟก็ตระหนกจนหน้าซีดเผือด สายฟ้าสีน้ำเงินเช่นนี้ สิ่งที่เป็นเพียงตำนานที่เคยบอกกล่าวไว้ ผู้เป็นนายเหนือสายฟ้าทั้งปวง "สายฟ้าวายุ"มิน่าเจ้าหนุ่มนี่ถึงมิมีอันตรายใด ๆ ..จากกระบี่ระดับขุนพลธาตุสายฟ้า...ท่วงท่าห้าดาราดาษอันเป็นไม้ตาย ถึงไม่อาจทำอันใดกับมันได้ ที่แท้มันกลับครอบครองสายฟ้าวายุ สื่งที่แสดงออกมามิใช่เวทมนต์ อาเส้าเหวินหันไปเห็นกังหลงกำลังง้างมือขึ้นจะโจมตีมายังตน อาเส้าเหวินถึงกับเหงื่อตกก้าวถอยหลัง รีบทิ้งกระบี่ลงกับพื้น ...พร้อมรีบกล่าว
"เเกร๊ง ๆ"
"ข้าขอยอมแพ้ "
พูดจบก็ก้าวถอยหลังออกจนพ้นเขตเวทีประลอง ทุกผู้คนต่างตกตะลึงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหตุไฉน จู่ ๆ อาเส้าเเหวินผู้ที่กำลังมีเปรียบเหตุใดถึงกับทิ้งกระบี่ยอมแพ้ หลายคนต่างครุ่นคิดมึนงง สับสนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พอจะทราบสาเหตุ เถ้าแก่จางลี่เป็นหนึ่งในนั้น เพียงเห็นสายฟ้าสีน้ำเงินที่วิ่งวนบนเปลวไฟก็ตื่นตกใจเช่นกัน และทราบสาเหตุที่อาเส้าเหวินทิ้งกระบี่ยอมแพ้
........................................................................................................................................................................................................................
" สายฟ้าวายุ ..!! เจ้าหนุ่มนี่ถึงกับครอบครองสิ่งล้ำค่าเช่นนี้ เห็นทีวิถีชีวิตของเจ้าหนุ่มผู้นี้นับจากนี้ไปคงไม่อาจอยู่อย่างสงบสุขได้อีกแล้ว.!!."