ขณะที่อีกด้านนึง หลังจากที่อินทรีทองคำขนเพรชได้ทะยานออกมาจากอาณาเขตของตน
แววตาอันคมกริบของมันได้มุ่งเป้าหมายไปยังมอนเตอร์ตัวนึง ตัวของมันเองก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้าซักเท่่าไหร่นัก
แล้วที่สำคัญเจ้านี่ก็เหมาะสมสำหรับการเป็นอาหารให้กับเจ้าเด็กน้อยคนนี้มาก
ร่างกายที่อัดแน่นไปด้วยยีนกลายพันธุ์อันมหาศาล ไม่ต่างไปจากสารอาหารชั้นเลิศ
ท่ามกลางขุนเขาที่เงียบสงัด ร่างสีขาวเผือกขนาดใหญ่กำลังนอนหลับพักผ่อนด้วยความสบายใจ มันมีลักษณะคล้ายกับช้าง ทว่ามีถึงสามหัว ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายยีนกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่ง ทำให้มอนเตอร์ระดับต่ำมากมายไม่อยากเข้าใกล้ ทว่าในตอนนั้นเปลือกตาของมันก็ได้ลืมขึ้น
“..............!!”
แววตาของมันแข็งกร้าวเมื่อได้เห็นร่างขนาดใหญ่ที่กำลังโบยบินอยู่บนท้องฟ้า เหมือนกำลังทำท่าทางที่ท้าทายในตัวของมันอยู่
“ไอ้นกบ้า! คิดว่าตนเองเลื่อนระดับมายังชนชั้นราชาแล้วจะมาต่อกรกับข้าได้!”
“ไม่รู้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของข้าหรือยังไงกัน? มาหาเรื่องตายซะแล้วไอ้นกบ้า!”
“ถูกต้อง แค่ได้เลื่อนขั้นเป็นระดับราชา คิดว่าพวกเราจะเกรงกลัวแกเรอะ?”
ช้างสามหัวส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ มันได้ใช้ความพิเศษของตน เหยียบย่ำลงไปในอากาศและทำให้ทะยานบนท้องฟ้าได้
“หึ? ไอ้ช้างสามหัวพิการ”
“ข้าเกลียดขี้หน้าแกมานานแล้ว!”
“ครั้งก่อนแกทำลายขุนเขาที่เป็นรังพักอาศัยของข้า! ในวันนี้ข้าจะเอาร่างของแกไปให้น้องสาวของข้ากินซะ!” (น้องสาว? เหมือนจะยังไม่รู้ 55+)
***
การหายไปของอินทรีทองคำขนเพรชดำเนินไปอยู่หลายชั่วโมง ทันย่ากับเจ้าดำต่างรอคอยกันอย่างเงียบสงบ ถึงจะมีมอนเตอร์เข้ามาต่อกรเป็นบางช่วง ทว่าพวกมันก็มีระดับพลังที่ค่อนข้างจะต่ำ หลังจากที่สังหารพวกมันได้เสร็จ ทันย่าก็ได้ให้เจ้าดำกลืนกินพวกมันเข้าไปในทันที
หลังจากที่เจ้าดำได้ซึมซับยีนกลายพันธุ์ของมอนเตอร์ระดับ 6 หลายสิบตน มันก็ได้ยกระดับมาเป็นขั้น 7 เทียบเท่ากับทันย่าเป็นที่เรียบร้อย
บอกได้เลยว่าความเร็วในพัฒนาของพวกมอนเตอร์นั้น เหนือชั้นมากยิ่งกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปหลายเท่า ถึงพวกเขาจะไม่มีทรัพยากรต่างๆมาช่วยเหลือเลยก็ตาม
ทว่ามอนเตอร์ทั้งหมดก็สามารถใช้รูปแบบการกลืนกินเข้ามาทดแทนได้ เหมือนเป็นการส่งต่อยีนกลายพันธุ์ไปยังมอนเตอร์ตัวถัดไป
ยิ่งกลืนกินได้มากเท่าไหร่ ยีนกลายพันธุ์ก็จะยกระดับขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูที่ขีดจำกัดในการย่อยสลายพลังงานด้วยละนะ
ยกตัวอย่างง่ายๆก็คือเจ้าดำ หลังจากที่มันพยายามจะย่อยสลายพลังในตัวของมอนเตอร์ที่ได้กินเข้าไป เวลานี้ตัวของมันได้มาถึงขีดจำกัดเป็นที่เรียบร้อย ร่างที่ใหญ่โตของมันกว่าสิบเมตรได้กลายมาเป็นหมาอ้วน ท้องโป่งพองจนแทบขยับตัวไปไหนไม่ได้ กลายมาเป็นหมาอ้วนไปในทันที
หงึก!หงึก!หงึก!(กินไม่ไหวแล้วนายท่าน)
เจ้าดำส่งเสียงครางออกมาอย่างเบิกบาน สีหน้าแววตาดูมีความสุขเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังของตนที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
“อืม? แกน่าจะถึงขีดจำกัดแล้วละนะ”
เมื่อได้เห็นสภาพที่กลมดิ๊กของมัน ทันย่าก็พูดอะไรไม่ออก ตอนนี้เจ้าดำไม่ต่างไปจากก้อนบ๊ะจ้างที่สามารถกลิ้งไปไหนมาไหนได้ และตัวของมันจำเป็นต้องใช้เวลาไปอีกหลายวันกว่าที่จะย่อยสลายพลังงานในร่างกายได้หมด ถ้าทำได้พลังของมันอาจใกล้เคียงกับระดับ 8 เลยทีเดียว
[ไม่ใช่ว่ามันจะหนีไปไหนแล้วนะทันย่า]
ในตอนนั้นดาวาลก็เหมือนจะมีอารมณ์ที่ไม่ดีเป็นอย่างมาก เธอนั่งบนร่างของเจ้าดำด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง ท่าทางดูหงุดหงิดขึ้นอยู่เล็กน้อย
“เอาน่าท่านอาจารย์คนสวย”
“ฉันว่าเขาคงไม่โกหกหรอกมั้ง?”
ทันย่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะมั่นใจซักเท่าไหร่นัก เขาทำได้เพียงถอนหายใจออกมาและครุ่นคิดถึงพลังของอินทรีทองคำขนเพรชที่แข็งแกร่ง มอนเตอร์ตนนี้ได้กลายมาเป็นระดับดาวเคราะห์ด้วยความรวดเร็ว ไม่รู้ว่าทำได้ยังไง แต่ผลลัพธ์ดังกล่าวก็ถือว่าเป็นความจริง
มอนเตอร์ที่สามารถบินบนท้องฟ้า ถือว่ามีความได้เปรียบต่อมอนเตอร์สี่เท้าที่บินบนท้องฟ้าไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยพลังของชนชั้นราชาและคุณสมบัติในการบินที่เหนือชั้นยิ่งกว่ามอนเตอร์ตนใด ต่อให้จะเป็นระดับดาวเคราะห์ด้วยกันก็แทบตามจับตัวของอินทรีทองคำขนเพรชไม่ได้
ถึงจะบอกว่าระดับดาวเคราะห์สามารถใช้สนามแม่เหล็กในการบินได้ก็ตาม แต่ลักษณะภายนอกของสายพันธุ์ก็ยังอยู่เหนือกว่าไปขั้นนึง
ทั้งความเร็วและความคล่องแคล่ว มอนเตอร์ตนใดก็ไม่อาจเทียบอินทรีทองคำขนเพรชตนนี้ได้ มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยเชียวละ
[หึ? ก็มันหลายชั่วโมง...?!!]
ยังไม่ทันที่ดาวาลจะได้พูดจบ
ในตอนนั้นทั้งสองก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากท้องฟ้าอันห่างไกล เสียงสายลมโบกสบัด ระเบิดดังกึกก้องเมื่อร่างขนาดใหญ่ได้กระพือปีก มันปรากฏตัวออกมาด้วยความรวดเร็ว ทว่าไม่ได้มีเพียงแค่มันตนเดียวเท่านั้น
ภายในกรงเล็บขนาดใหญ่ได้มีร่างของบางสิ่งที่เปียกโชกไปด้วยเลือด ร่างกายของสิ่งมีชีวิตตนนี้ก็ใหญ่โตเป็นอย่างมาก มันสามารถบดบังท้องฟ้าด้านบนให้มืดมิดได้ในทันที เหมือนเป็นสัตว์ยักษ์ที่สามารถปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ได้ทั้งใบเลยทีเดียว
“นี่คือช้างเผือกสามหัว?!!”
นัยน์ตาของทันย่าเบิกกว้างไปด้วยความตกตะลึง ร่างกายสั่นสะท้านพร้อมกับยีนส์พันธุกรรมที่ได้กรีดร้องประหนึ่งได้พบเจอขุมสมบัติ
ลักษณะเหมือนกับช้างแอฟริกา แต่มีร่างสูงใหญ่เกือบหนึ่งร้อยเมตร กล้ามเนื้อบึกบึนเหมือนอัดแน่นไปด้วยขุนเขา ทั่วร่างมีสีขาวซีดส่องประกายระยิบระยิบ ขณะที่บริเวณด้านหน้าก็มีศีรษะทั้งสามปรากฏออกมา แล้วยังมีเขี้ยวขนาดใหญ่ที่แหลมคมยื่นออกมาบริเวณมุมปาก
เอ๋ง!เอ๋ง!เอ๋ง!(นี่มันบ้าอะไรเนี่ย!!)
ตอนนั้นเจ้าดำก็หวาดกลัวอย่างถึงขีดสุด มันลืมคำสั่งของนายท่านตนไปอย่างสนิท
ไม่คิดเลยว่าตัวของมันในเวลานี้จะได้มาพบเจอกับมอนเตอร์ชนชั้นราชาเข้า พริบตาร่างกลมๆก็ได้กลิ้งออกไปด้วยความรวดเร็ว ไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น ทำให้ทันย่าต้องรีบเรียกมันกลับเข้ามา
“ถูกต้อง มันคือมอนเตอร์ชนชั้นราชา”
“ข้าไปล่ามันมาให้กับเจ้าโดยเฉพาะ!”
อินทรีทองคำขนเพรชพูดออกมา พลางส่งเสียงหายใจขึ้นอย่างเหนื่อยหอบ ในขณะที่ทิ้งร่างขนาดใหญ่ลงไปยังลานกว้างที่ตั้งอยู่ด้านล่าง
“ตู้มมมมมมมมมมม!”
ช้างเผือกสามหัวตกลงสู่ผืนดินเบื้องล่างด้วยความรวดเร็ว ด้วยขนาดตัวของมันที่หนักมากกว่าหลายร้อยหลายพันตัน ทำให้ผืนดินรอบบริเวณต้องสั่นสะเทือนประหนึ่งเกิดแผ่นดินไหว บังเกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ที่แตกกระจายไปทั่วหลายสิบเมตร
[ว้าว มันคือช้างเผือกสามหัวจริงๆด้วย]
[ถูกหวยรางวัลใหญ่แล้วศิษย์รักของข้า]
ใบหน้าของดาวาลแดงก่ำไปด้วยความตื่นเต้น เธอรีบรบเร้าให้ทันย่าเขมือบร่างของมันเข้าไปทั้งตัวเลยทีเดียว ขณะที่ทันย่าเองก็เกิดความกระหายอย่างถึงขีดสุด ปากของเขาเริ่มเต็มไปด้วยน้ำลายที่ไหลย้อยลงมา ทำท่าทางเหมือนพร้อมจะกลืนกินร่างใหญ่นี้ให้หมดสิ้น
“หึ? กินมันซะเด็กน้อย ข้าอุตส่าห์ทุ่มพลังทั้งหมดไปกับการล่าเจ้าช้างนี่มาให้กับเจ้ากิน”
“ข้าอยากรู้เช่นกันว่าความอยากอาหารของเจ้า.. จะกัดกินร่างของเจ้าช้างโง่นี้จนหมดไหม?”
..
หึหึ ไม่รู้พลังของเบฮีมอทซะแล้ว