(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 42 ช้างเผือกสามหัว

            ขณะที่อีกด้านนึง หลังจากที่อินทรีทองคำขนเพรชได้ทะยานออกมาจากอาณาเขตของตน


            แววตาอันคมกริบของมันได้มุ่งเป้าหมายไปยังมอนเตอร์ตัวนึง ตัวของมันเองก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้าซักเท่่าไหร่นัก


            แล้วที่สำคัญเจ้านี่ก็เหมาะสมสำหรับการเป็นอาหารให้กับเจ้าเด็กน้อยคนนี้มาก


            ร่างกายที่อัดแน่นไปด้วยยีนกลายพันธุ์อันมหาศาล ไม่ต่างไปจากสารอาหารชั้นเลิศ


            ท่ามกลางขุนเขาที่เงียบสงัด ร่างสีขาวเผือกขนาดใหญ่กำลังนอนหลับพักผ่อนด้วยความสบายใจ มันมีลักษณะคล้ายกับช้าง ทว่ามีถึงสามหัว ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายยีนกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่ง ทำให้มอนเตอร์ระดับต่ำมากมายไม่อยากเข้าใกล้ ทว่าในตอนนั้นเปลือกตาของมันก็ได้ลืมขึ้น


            “..............!!”


            แววตาของมันแข็งกร้าวเมื่อได้เห็นร่างขนาดใหญ่ที่กำลังโบยบินอยู่บนท้องฟ้า เหมือนกำลังทำท่าทางที่ท้าทายในตัวของมันอยู่


            “ไอ้นกบ้า! คิดว่าตนเองเลื่อนระดับมายังชนชั้นราชาแล้วจะมาต่อกรกับข้าได้!”


            “ไม่รู้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของข้าหรือยังไงกัน? มาหาเรื่องตายซะแล้วไอ้นกบ้า!”


            “ถูกต้อง แค่ได้เลื่อนขั้นเป็นระดับราชา คิดว่าพวกเราจะเกรงกลัวแกเรอะ?”


            ช้างสามหัวส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ มันได้ใช้ความพิเศษของตน เหยียบย่ำลงไปในอากาศและทำให้ทะยานบนท้องฟ้าได้


            “หึ? ไอ้ช้างสามหัวพิการ”


            “ข้าเกลียดขี้หน้าแกมานานแล้ว!”


            “ครั้งก่อนแกทำลายขุนเขาที่เป็นรังพักอาศัยของข้า! ในวันนี้ข้าจะเอาร่างของแกไปให้น้องสาวของข้ากินซะ!” (น้องสาว? เหมือนจะยังไม่รู้ 55+)


            ***


            การหายไปของอินทรีทองคำขนเพรชดำเนินไปอยู่หลายชั่วโมง ทันย่ากับเจ้าดำต่างรอคอยกันอย่างเงียบสงบ ถึงจะมีมอนเตอร์เข้ามาต่อกรเป็นบางช่วง ทว่าพวกมันก็มีระดับพลังที่ค่อนข้างจะต่ำ หลังจากที่สังหารพวกมันได้เสร็จ ทันย่าก็ได้ให้เจ้าดำกลืนกินพวกมันเข้าไปในทันที


            หลังจากที่เจ้าดำได้ซึมซับยีนกลายพันธุ์ของมอนเตอร์ระดับ 6 หลายสิบตน มันก็ได้ยกระดับมาเป็นขั้น 7 เทียบเท่ากับทันย่าเป็นที่เรียบร้อย


            บอกได้เลยว่าความเร็วในพัฒนาของพวกมอนเตอร์นั้น เหนือชั้นมากยิ่งกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปหลายเท่า ถึงพวกเขาจะไม่มีทรัพยากรต่างๆมาช่วยเหลือเลยก็ตาม


            ทว่ามอนเตอร์ทั้งหมดก็สามารถใช้รูปแบบการกลืนกินเข้ามาทดแทนได้ เหมือนเป็นการส่งต่อยีนกลายพันธุ์ไปยังมอนเตอร์ตัวถัดไป


            ยิ่งกลืนกินได้มากเท่าไหร่ ยีนกลายพันธุ์ก็จะยกระดับขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูที่ขีดจำกัดในการย่อยสลายพลังงานด้วยละนะ


            ยกตัวอย่างง่ายๆก็คือเจ้าดำ หลังจากที่มันพยายามจะย่อยสลายพลังในตัวของมอนเตอร์ที่ได้กินเข้าไป เวลานี้ตัวของมันได้มาถึงขีดจำกัดเป็นที่เรียบร้อย ร่างที่ใหญ่โตของมันกว่าสิบเมตรได้กลายมาเป็นหมาอ้วน ท้องโป่งพองจนแทบขยับตัวไปไหนไม่ได้ กลายมาเป็นหมาอ้วนไปในทันที


            หงึก!หงึก!หงึก!(กินไม่ไหวแล้วนายท่าน)


            เจ้าดำส่งเสียงครางออกมาอย่างเบิกบาน สีหน้าแววตาดูมีความสุขเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังของตนที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น


            “อืม? แกน่าจะถึงขีดจำกัดแล้วละนะ”


            เมื่อได้เห็นสภาพที่กลมดิ๊กของมัน ทันย่าก็พูดอะไรไม่ออก ตอนนี้เจ้าดำไม่ต่างไปจากก้อนบ๊ะจ้างที่สามารถกลิ้งไปไหนมาไหนได้ และตัวของมันจำเป็นต้องใช้เวลาไปอีกหลายวันกว่าที่จะย่อยสลายพลังงานในร่างกายได้หมด ถ้าทำได้พลังของมันอาจใกล้เคียงกับระดับ 8 เลยทีเดียว


            [ไม่ใช่ว่ามันจะหนีไปไหนแล้วนะทันย่า]


            ในตอนนั้นดาวาลก็เหมือนจะมีอารมณ์ที่ไม่ดีเป็นอย่างมาก เธอนั่งบนร่างของเจ้าดำด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง ท่าทางดูหงุดหงิดขึ้นอยู่เล็กน้อย


            “เอาน่าท่านอาจารย์คนสวย”


            “ฉันว่าเขาคงไม่โกหกหรอกมั้ง?”


            ทันย่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะมั่นใจซักเท่าไหร่นัก เขาทำได้เพียงถอนหายใจออกมาและครุ่นคิดถึงพลังของอินทรีทองคำขนเพรชที่แข็งแกร่ง มอนเตอร์ตนนี้ได้กลายมาเป็นระดับดาวเคราะห์ด้วยความรวดเร็ว ไม่รู้ว่าทำได้ยังไง แต่ผลลัพธ์ดังกล่าวก็ถือว่าเป็นความจริง


            มอนเตอร์ที่สามารถบินบนท้องฟ้า ถือว่ามีความได้เปรียบต่อมอนเตอร์สี่เท้าที่บินบนท้องฟ้าไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยพลังของชนชั้นราชาและคุณสมบัติในการบินที่เหนือชั้นยิ่งกว่ามอนเตอร์ตนใด ต่อให้จะเป็นระดับดาวเคราะห์ด้วยกันก็แทบตามจับตัวของอินทรีทองคำขนเพรชไม่ได้


            ถึงจะบอกว่าระดับดาวเคราะห์สามารถใช้สนามแม่เหล็กในการบินได้ก็ตาม แต่ลักษณะภายนอกของสายพันธุ์ก็ยังอยู่เหนือกว่าไปขั้นนึง


            ทั้งความเร็วและความคล่องแคล่ว มอนเตอร์ตนใดก็ไม่อาจเทียบอินทรีทองคำขนเพรชตนนี้ได้ มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยเชียวละ


            [หึ? ก็มันหลายชั่วโมง...?!!]


            ยังไม่ทันที่ดาวาลจะได้พูดจบ


            ในตอนนั้นทั้งสองก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากท้องฟ้าอันห่างไกล เสียงสายลมโบกสบัด ระเบิดดังกึกก้องเมื่อร่างขนาดใหญ่ได้กระพือปีก มันปรากฏตัวออกมาด้วยความรวดเร็ว ทว่าไม่ได้มีเพียงแค่มันตนเดียวเท่านั้น


            ภายในกรงเล็บขนาดใหญ่ได้มีร่างของบางสิ่งที่เปียกโชกไปด้วยเลือด ร่างกายของสิ่งมีชีวิตตนนี้ก็ใหญ่โตเป็นอย่างมาก มันสามารถบดบังท้องฟ้าด้านบนให้มืดมิดได้ในทันที เหมือนเป็นสัตว์ยักษ์ที่สามารถปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ได้ทั้งใบเลยทีเดียว


            “นี่คือช้างเผือกสามหัว?!!”


            นัยน์ตาของทันย่าเบิกกว้างไปด้วยความตกตะลึง ร่างกายสั่นสะท้านพร้อมกับยีนส์พันธุกรรมที่ได้กรีดร้องประหนึ่งได้พบเจอขุมสมบัติ


            ลักษณะเหมือนกับช้างแอฟริกา แต่มีร่างสูงใหญ่เกือบหนึ่งร้อยเมตร กล้ามเนื้อบึกบึนเหมือนอัดแน่นไปด้วยขุนเขา ทั่วร่างมีสีขาวซีดส่องประกายระยิบระยิบ ขณะที่บริเวณด้านหน้าก็มีศีรษะทั้งสามปรากฏออกมา แล้วยังมีเขี้ยวขนาดใหญ่ที่แหลมคมยื่นออกมาบริเวณมุมปาก


            เอ๋ง!เอ๋ง!เอ๋ง!(นี่มันบ้าอะไรเนี่ย!!)


            ตอนนั้นเจ้าดำก็หวาดกลัวอย่างถึงขีดสุด มันลืมคำสั่งของนายท่านตนไปอย่างสนิท


            ไม่คิดเลยว่าตัวของมันในเวลานี้จะได้มาพบเจอกับมอนเตอร์ชนชั้นราชาเข้า พริบตาร่างกลมๆก็ได้กลิ้งออกไปด้วยความรวดเร็ว ไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น ทำให้ทันย่าต้องรีบเรียกมันกลับเข้ามา


            “ถูกต้อง มันคือมอนเตอร์ชนชั้นราชา”


            “ข้าไปล่ามันมาให้กับเจ้าโดยเฉพาะ!”


            อินทรีทองคำขนเพรชพูดออกมา พลางส่งเสียงหายใจขึ้นอย่างเหนื่อยหอบ ในขณะที่ทิ้งร่างขนาดใหญ่ลงไปยังลานกว้างที่ตั้งอยู่ด้านล่าง


            “ตู้มมมมมมมมมมม!”


            ช้างเผือกสามหัวตกลงสู่ผืนดินเบื้องล่างด้วยความรวดเร็ว ด้วยขนาดตัวของมันที่หนักมากกว่าหลายร้อยหลายพันตัน ทำให้ผืนดินรอบบริเวณต้องสั่นสะเทือนประหนึ่งเกิดแผ่นดินไหว บังเกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ที่แตกกระจายไปทั่วหลายสิบเมตร


            [ว้าว มันคือช้างเผือกสามหัวจริงๆด้วย]


            [ถูกหวยรางวัลใหญ่แล้วศิษย์รักของข้า]


            ใบหน้าของดาวาลแดงก่ำไปด้วยความตื่นเต้น เธอรีบรบเร้าให้ทันย่าเขมือบร่างของมันเข้าไปทั้งตัวเลยทีเดียว ขณะที่ทันย่าเองก็เกิดความกระหายอย่างถึงขีดสุด ปากของเขาเริ่มเต็มไปด้วยน้ำลายที่ไหลย้อยลงมา ทำท่าทางเหมือนพร้อมจะกลืนกินร่างใหญ่นี้ให้หมดสิ้น


            “หึ? กินมันซะเด็กน้อย ข้าอุตส่าห์ทุ่มพลังทั้งหมดไปกับการล่าเจ้าช้างนี่มาให้กับเจ้ากิน”


            “ข้าอยากรู้เช่นกันว่าความอยากอาหารของเจ้า.. จะกัดกินร่างของเจ้าช้างโง่นี้จนหมดไหม?”



            ..

            หึหึ ไม่รู้พลังของเบฮีมอทซะแล้ว


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน