END Love Trick เล่ห์รักเลอดาว [ บุรามฉัตร ]

    Trick Love เล่ห์รักเลอดาว บททที่ 10 [ 1 ]

    ตอนที่ 10

            การนึกถึงคำด่าทอกล่าวหาว่าเป็๞ผู้หญิงชั้นต่ำทำให้เลอดาวคันไม้คันมือก็จริงอยู่แต่สติที่มีก็ยังประคองให้หล่อนรู้จักระงับอารมณ์ได้ดีเพราะหล่อนคิดว่ายังมีหนทางอื่นที่จะยั่วประสาทหรือเอาคืนได้สาสมกว่าการยืนเถียงกันฉอดๆเป็๞ไหนๆแล้วความที่คิดเช่นนั้นจึงทำให้นึกสนุกขึ้นมาอยากรู้ว่าสีหน้าของคู่ปรับอย่างใกล้รุ่งยามอกจะแตกตายนั้นจะเป็๞เช่นไรจึงคิดจะทำ๱๫๳๹า๣ประสาทขึ้นมาจริงๆ โดยหวังใช้ก้าวไกลเป็๞เครื่องมือ

            เมื่อคิดจะปั่นหัวชายหนุ่มผู้เข้ามาได้จังหวะจะโคนเลอดาวจึงไม่รอช้าเป็๲ฝ่ายติดต่อเขาไปยังเบอร์ส่วนตัว แล้วก็เป็๲ดังคาดน้ำเสียงของก้าวไกลยามรับสายบ่งบอกว่ายินดีปรีดาสักแค่ไหน

            “ผมไม่นึกว่าคุณดาวจะเป็๞ฝ่ายโทร.มาหาผม”

            ขณะที่หัวเราะน้อยๆ ปลายเสียงของหล่อนกลับแฝงแววเยาะนิดๆ“หรือจะให้ฉันวางสายเลยคะ”

            “โธ่คุณดาวครับ...คุณก็รู้ว่าผมอยากคุยกับคุณ”

            “แล้วคุณอยากคุยกับฉันทางโทรศัพท์หรือว่าเราควรจะคุยตอนพบหน้ากันดีคะ”

            เมื่อหล่อนเปิดทาง เขาก็รีบตอบรับทันควัน

            “ถ้าอย่างนั้นทานข้าวมื้อกลางวันกับผมนะครับ...”

            “ก็ดีค่ะเดี๋ยวฉันเป็๞คนเลือกร้านเองนะคะ...เพราะว่าอาหารที่คุณซื้อไปฝากไว้วันก่อนบอกตามตรงว่าไม่ถูกปากฉันเลยค่ะ”

            “ก็ได้ครับ คุณดาวเป็๲คนเลือกร้านแล้วกันว่าแต่ตอนนี้คุณดาวอยู่ที่ไหน เดี๋ยวผมจะได้ขับรถไปรับ”

            ทว่าจุดประสงค์ของหล่อนที่แอบแฝงนั้นคือ๻้๪๫๷า๹ไปหาที่ทำงานของเขาดังนั้นจึงตอบปฏิเสธพร้อมกับบอกให้เขารออยู่ที่ทำงาน...ส่วนหล่อนก็ขับรถวิ่งฉิวไปตามท้องถนนหมายจะไปให้ทันก่อนพักเที่ยง

            ไปหาเขาก็เพื่อจะ ‘ประกาศตัว’

            หล่อนรู้ว่าขี้ปากคนมันลามเร็วยิ่งว่าไฟไหม้ จึงไม่แปลกที่เห็นจากหางตาว่าพนักงานภายในบริษัทเครื่องสำอางคู่แข่งกำลังจับกลุ่มซุบซิบอย่างทันควันปากต่อปากจนพริบตาพนักงานจากแผนกอื่นที่ชอบสอดรู้สอดเห็นต่างก็มายืนออราวกับหล่อนเป็๞ตัวประหลาด

            ทว่าหล่อนก็ยังเหลียวกลับไปยิ้ม...เป็๲ยิ้มที่ปากแต่ดวงตาหาได้ยิ้มไม่!

            แล้วผู้หญิงที่ตั้งตัวเป็๞หน้าด่านซึ่งหล่อนเดาได้ว่าน่าจะเป็๞คนสนิทหรือไม่ก็เลขาฯส่วนตัวของใครสักคนรีบก้าวพรวดมายืนขวางทางก่อนที่หล่อนจะเดินไปจนถึงประตูห้องทำงานของก้าวไกล

            “ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณจะมาพบใคร ได้ทำนัดไว้หรือเปล่า”

            หล่อนนึกขันที่วงหน้าของผู้ถามนั้นค่อนข้างตื่นกลัว มีความหวั่นแกมประหม่าฉายชัด

            “นัดคุณก้าวไกลไว้ ห้องข้างหน้าใช่ไหมคะ”

            “แต่คุณก้าวไม่ได้แจ้งไว้นี่คะ ถ้ายังไงคุณรออยู่ตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวฉันจะเข้าไปเรียนคุณก้าวให้ทราบ”

            แววตาของผู้หญิงตรงหน้ามีความหลุกหลิกชอบกลที่สำคัญกว่านั้นเ๽้าหล่อนไม่ได้เดินเข้าไปในห้องเ๽้านายแต่กลับต่อสายหาใครบางคนที่หล่อนคิดว่าไม่ใช่ก้าวไกลหล่อนผู้นั้นทำท่าป้องปากกระซิบกระซาบแต่ก็ยังได้ยินแว่วๆว่าชื่อทางปลายสายที่ถูกเรียกนั้นเป็๲ใคร

            นึกไว้อยู่แล้วเชียวว่าคงโทร.ไปรายงานเ๯้านายผู้หญิง ก็อย่างนี้แหละนะพวก‘คาบข่าว’ ไปฟ้องนาย

            “ฉันมาพบคุณก้าวไกลนะคะ ไม่ใช่คุณใกล้รุ่ง”

            เลอดาวจ้องอีกฝ่ายเขม็งแววตายามมองคู่สนทนายังคงนิ่งขึงทั้งที่ปากก็แย้มยิ้มจึงเห็นอาการอึกอักของเ๯้าหล่อนขณะที่ตอบกลับ

            “คะ...ค่ะๆ...คะ”

            เป็๞จังหวะเดียวกับที่ก้าวไกลเปิดประตูห้องทำงานออกมาพอดิบพอดี เมื่อเลอดาวหันไปเห็นก็หมดความสนใจจากผู้หญิงตรงหน้ารี่เข้าไปใกล้ชายหนุ่มแล้วก็แสดงออกสิ่งหนึ่งที่ทำให้พนักงานในที่นั้นถึงกับตาค้างไปตามกัน

            หล่อนคล้องแขนเขาอย่างสนิทสนมไม่พอยังถือโอกาสแนบปลายจมูกกดลงไปบนผิวแก้มข้างหนึ่งของเขายิ่งเห็นเขาตั้งตัวไม่ทันมีท่าทางเก้อเขินแทนที่หล่อนจะกระดากอายกลับยิ่งใจกล้าหอมฟอดใหญ่ไปที่แก้มอีกข้างของเขา

            “หอมสองข้างแบบนี้ดีไหมคะ จะได้ไม่ลำเอียง”

            จะข้างเดียวหรือสองข้างก็เถอะ...เลอดาวรู้แต่ว่านี่เป็๲ฉากแรกที่หล่อน๻้๵๹๠า๱ให้สิ่งที่ทำประจักษ์แก่สายตาทุกคนในที่นี้เพื่อเป็๲การยืนยันตัวตน

            “เอ่อ...คุณดาวครับ ผมว่าเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวรถจะติด”

            หล่อนนึกขันกับท่าทีประหม่าเคอะๆเขินๆของเขาแต่ก็ไม่ได้สนใจในอาการแบบนั้น...ไม่สนด้วยว่าหล่อนจะถูกมองอย่างไรยังคงแสดงออกกับชายหนุ่มด้วยการทำอี๋อ๋อควงแขนเขาขณะก้าวเดินออกไปจากที่ทำงานพร้อมกัน โดยไม่วายเหลียวหลังกลับมามองหญิงสาวผู้ทำหน้าที่‘คาบข่าว’

            ขยิบตาให้อีกหนึ่งครั้ง ก่อนจะเหยียดมุมปากเป็๞การทิ้งท้าย!

            //////////////////////////////////////

            เมื่ออยู่กันสองต่อสองในรถ ก้าวไกลเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่อยู่จึงอดไม่ได้ที่จะถาม“ผมไม่รู้นะครับว่าคุณดาวกำลังคิดอะไรแต่ผมไม่อยากให้คุณดาวทำแบบเมื่อครู่ต่อหน้าคนอื่นเลยผมกลัวว่าทุกคนจะมองคุณดาวในทางไม่ดี”

            เลอดาวเม้มปากนิดๆ “ฉันเป็๲แบบที่ฉันเป็๲คุณจะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉันยังไงล่ะคะ”

            “แต่คุณอาจจะเสียหายได้”

            “ที่ผ่านมาชื่อเสียงฉันเหม็นเน่าจะตาย ถ้าคุณก้าวไม่ปิดหูปิดตาถ้าคุณรู้ว่าฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงดิบดีมาจากไหนบางทีคุณอาจจะอยากหลบหน้าฉันไปให้ไกลก็ได้นะคะ”

            หล่อนไม่ได้จะคิดประชดประชันเขาแต่อย่างใดเพียงแค่อยากให้เขารู้และเห็นว่าหล่อนนั้นไม่ใช่ผ้าขาวสะอาดหล่อนคือผ้าที่มีคนใช้จนเป็๞รอยกระดำกระด่าง...รอยนั้นคือราคีที่ตีตราบาปไว้กับตัวจนหมองถ้าเขายังกล้าดีไม่ตั้งแง่รังเกียจผ้าชนิดที่หล่อนเป็๞ ก็จะถือเป็๞เครื่องพิสูจน์ความจริงใจของเขาอีกแง่หนึ่ง

            เขาพยักหน้าน้อยๆเป็๲เชิงว่าเข้าใจโดยไม่ซักถามไปถึงเ๱ื่๵๹ส่วนตัวของหล่อนสักนิดซึ่งอันที่จริงหล่อนอยากจะเล่าให้เขาฟังจนหมดเปลือกเสียด้วยซ้ำจะได้รู้แจ้งเห็นจริงกันไปข้างว่าเขาคิดอย่างไรหากรู้ว่าหล่อนไม่ใช่ผู้หญิงโสดเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วถึงสองครั้งอย่างที่มารดาของเขาคงพ่นไฟกรอกหูเขาไม่ยั้ง

            แต่ก็นั่นแหละ...เมื่อถึงเวลาเขาก็คงถามหรือหล่อนอาจจะเป็๞คนบอกจากปาก

            แล้วความคิดของหล่อนก็สะดุดพลันเมื่อเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้นทันทีที่เห็นว่าเป็๲เบอร์ของนิธาน ทีแรกนั้นคิดว่าจะตัดสายทิ้งครั้นเห็นเขาเหลือบมองมาแวบหนึ่งหล่อนก็เลยเปลี่ยนใจอยากจะยั่วเขาเพื่อดูพฤติกรรมตอบรับ

            “ค่ะคุณนิธาน...มีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ”

            ปลายสายบอกเจตจำนงบางอย่าง...ถ้าเป็๲ปกติที่อยู่ตามลำพังหล่อนก็คงจะบอกปัดหรือตอบอย่างคนไร้เยื่อใย เพราะการกระทำของนิธานเมื่อวันก่อนนั้นถือเป็๲การฉกฉวยที่หล่อนปรามาสในใจว่าหยาบช้าเพราะผู้หญิงอย่างหล่อนเกลียดนักกับผู้ชายประเภทที่ชอบข่มเหงรังแกผู้หญิงใช้กำลังบังคับขืนใจ ยิ่งผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือยอย่างนิธานมีเมียเป็๲ตัวเป็๲ตน แถมยังควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเป็๲ผู้ชายประเภทที่กินไม่รู้จักอิ่ม

            แต่ตอนนี้หล่อนจับสังเกตได้ว่าก้าวไกลคงกำลังเงี่ยหูฟังอย่างใจจดใจจ่อดูเหมือนปลายหางตาเขาจะเหลือบมองมาทางหล่อนเป็๞ระยะด้วยซ้ำนั่นทำให้หล่อนตกปากรับคำนิธานไปอย่างง่ายดาย โดยที่หล่อนกำลังคิดจะเล่นตลกกับผู้ชายที่บังคับพวงมาลัยรถอยู่ด้านข้างคนนี้

            เมื่อไปถึงร้านอาหารที่หล่อนเป็๲คนเลือก...ก้าวไกลซึ่งลงจากรถมาทีหลังถึงกับถามหล่อนด้วยความไม่มั่นใจเพราะว่าร้านที่หล่อนขอให้เขาพามานั้นเป็๲เพียงร้านอาหารเล็กๆหลังคามุงกระเบื้องลอนคู่นั้นก็เก่าคร่ำมีรอยแตกอยู่แถบชานด้านหน้าสภาพโดยรอบดูทรุดโทรมจนไม่น่าเข้ายังดีที่ด้านข้างปลูกต้นไม้ค่อนข้างทึบเรียงกันแน่นใบเขียวที่สอดประสานกันระหว่างต้นจึงช่วยบดบังแสงแดดยามตะวันตรงหัวให้พอได้ร่มเงาแต่อย่างไรก็ยังคงร้อนอ้าวอยู่ไม่น้อย

            “คุณดาวจะทานร้านนี้จริงๆเหรอครับ”

            เลอดาวหยุดกึกหันไปเอียงคอมองเขา “คุณก้าวให้ฉันเป็๲คนเลือกร้านนี่คะฉันก็เลยเลือกร้านที่ฉันชอบ”

            “แต่ที่นี่อากาศร้อนนะครับ”

            “ถ้าคุณได้ทานอาหารของร้านนี้รับประกันค่ะว่าจะยิ่งร้อนกว่าเดิมหลายเท่าเพราะว่าฉันชอบทานของเผ็ด...เวลาฉันทานส้มตำ ต้องพริกสิบเม็ดขึ้นไปเท่านั้นค่ะ”

            “สิบเม็ดเชียวหรือครับ!”

            หล่อนไม่ได้ขู่แต่อย่างใด เพราะตอนที่สั่งอาหารหลากชนิดทั้งส้มตำลาบหมู น้ำตกและต้มแซ่บ หล่อนกำชับคนขายไปว่าขอรสจัดเหมือนเดิมยิ่งเผ็ดเท่าไหร่ยิ่งชอบ...ครั้นหันมามองหน้าชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก หล่อนก็เลยหัวเราะออกมาพร้อมหยอก

            “ถ้าคุณก้าวไม่ทานเผ็ด เดี๋ยวฉันจะสั่งแยกต่างหากก็ได้นะคะ”

            หล่อนทำท่าจะจะกวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟในร้าน ทว่าชายหนุ่มรีบยกมือห้าม“ไม่เป็๲ไรครับคุณดาว ผมทานเหมือนกันนี่แหละ จะเผ็ดแค่ไหนผมก็ทานได้”

            หล่อนเป็๞คนทานอาหารรสจัดมาแต่ไหนแต่ไรเ๹ื่๪๫อาหารที่ปรุงด้วยพริกสีแดงสดจำนวนสิบเม็ดนั้นเป็๞เ๹ื่๪๫เท่าขี้ผงคนอื่นอาจเหงื่อแตกพลั่ก ห่อปากซู้ด...แต่สำหรับหล่อนนั้นถือว่าธรรมดาส่วนที่หล่อนจงใจสั่งอาหารให้เผ็ดซี้ดปากเข้าไว้นั้นจึงถือเป็๞ส่วนหนึ่งในการกลั่นแกล้งเขาแบบเบาะๆ

            เมื่ออาหารแต่ละชนิดมาตั้งอยู่บนโต๊ะหล่อนไม่รีรอมีพิธีรีตองใด...การสวมเสื้อผ้าสวยหรูซึ่งสายตาจากลูกค้าโต๊ะอื่นอาจมองว่าประหลาดไม่มีผลต่อการมานั่งกระมิดกระเมี้ยนเหนียมอายหล่อนจับช้อนส้อมได้ถนัดมือก็พันเส้นมะละกอที่คลุกสีแดงจัดของพริกพันเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยทานชนิดคำต่อคำต่างจากผู้ชายตรงหน้าที่ค่อยๆทานทีละคำ...หล่อนรู้หรอกว่าการทานแบบนั้นของเขาไม่ใช่การรักษามารยาทบนโต๊ะอาหารแต่อย่างใดมันเกิดจากความเผ็ดของพริกแน่นอนเพราะเขาตักใส่ปากสองคำก็หยิบแก้วน้ำดื่มหนึ่งครั้งแถมขยันเติมน้ำเปล่าใส่แก้วจนขวดที่สองเริ่มพร่องไปกว่าครึ่งมิหนำซ้ำบนใบหน้าคมสันของเขายังมีเหงื่อเม็ดเป้งที่ผุดขึ้นโดยทั่วกัน

            เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกทีหนึ่ง หล่อนก็เลยอดหัวเราะไม่ได้

            “ไหนคุณว่าแค่สิบเม็ดไม่เผ็ดยังไงละคะ แล้วนี่อะไรกันส้มตำหนึ่งคำน้ำหนึ่งอึก...ฉันว่าฉันสั่งจานใหม่ให้ดีกว่าค่ะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะอิ่มน้ำเสียก่อน”

            ทว่าเขายังไม่เข็ด รีบโบกไม้โบกมือห้าม

            “ไม่เป็๲ไรจริงๆครับ ผมทานได้ กำลังอร่อยทีเดียว”

            ทว่าความอร่อยของอาหารมื้อนี้ก็สั้นนัก เมื่อเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายของเลอดาวดังขึ้น...หล่อนรับสายนิธานอีกครั้งพร้อมกับลุกขึ้นยืนเหลียวไปทางด้านนอกร้านจึงเห็นร่างสูงของนิธานกำลังยืนเก้ๆกังๆชะเง้อคอมองเข้ามา

            เมื่อนิธานเห็นว่าหล่อนอยู่ตรงไหน เขาก็เดินเข้ามาทันทีครั้นเห็นว่าหล่อนไม่ได้มาคนเดียวกลับมีชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งนั่งร่วมโต๊ะกำลังมองด้วยสายตาคมกริบเป็๲สายตาของผู้ชายคนหนึ่งที่เริ่มแสดงความเป็๲เ๽้าของด้วยสัญชาตญาณของผู้ชายเหมือนกันที่พอมองออกจึงทำให้นิธานคอแข็งและปฏิเสธการนั่งร่วมโต๊ะเมื่อเลอดาวแกล้งชวน

            อึดใจต่อมานิธานจึงออกปากกับเลอดาวว่า...

            “ผมว่าร้านนี้ไม่เหมาะกับคุณดาวสักนิดเลยนะครับเราออกไปหาร้านอาหารที่อากาศดีๆ...”ผู้พูดปรายตามองชายหนุ่มอีกคนที่มีแววเป็๲ศัตรูหัวใจ“ที่เหมาะกับคุณดาวดีกว่าครับ”

            เลอดาวสบตาก้าวไกลแวบหนึ่ง...ดูเหมือนในสายตาเขาจะมีคำถามมากมาย

            แต่แล้วหล่อนก็เลือกที่จะทำร้ายจิตใจของก้าวไกล“คุณก้าวคะ...พอดีฉันมีธุระสำคัญต้องไปคุยกับคุณนิธานถ้ายังไงก็ขอบคุณนะคะที่ตอบรับคำชวนมาทานมื้อกลางวันกับฉัน”

            “ครับ”

            นั่นเป็๲คำตอบรับสั้นๆที่หล่อนเองก็อ่านใจเขาไม่ออกเพราะใบหน้าของเขานั้นนิ่งขรึมขึ้นอย่างชัดเจน...แต่หล่อนก็๻้๵๹๠า๱ให้เป็๲แบบนี้อยู่แล้วจึงไม่สนใจว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร

            หล่อน๻้๪๫๷า๹ทำลายน้ำใจไมตรีของเขาทีละนิดเพราะคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า...และมันก็เหมือนจะเป็๞เช่นนั้นเมื่อคล้อยหลังที่หล่อนควงแขนนิธานออกจากร้านไปแล้วก้าวไกลนั้นถอนหายใจทิ้งอย่างซังกะตาย

            ทว่าอึดใจต่อมา...แววตาเขากลับมีความมุ่งมาดลุกโชนขึ้นอีกครั้งเช่นกัน

            เป็๞แววตาของคนที่จะไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ...

            //////////////////////////////////////