11…....
“ขอพักเหนื่อยก่อนนะคะมาร์ค…”
“แต่เพลงช้าก็ช่วยให้เราพักเหนื่อยได้นะครับ…”
เขายื่นมือไป ทำให้หล่อนไม่กล้าปฏิเสธทั้งคู่จึงอยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน โดยมีคู่เต้นรำคู่อื่น ๆโอบประคองซบไหล่กันอย่างซาบซึ้งอยู่รายรอบ
มาร์ค หลับตาพริ้มด้วยความสุขเขาอดที่จะกอดหล่อนเข้ามาแนบอกไม่ได้ ในขณะที่นภาพรก็ไม่ได้ขัดขืนเขาแต่อย่างใดศีรษะของหล่อนเอนซบไหล่เขา ทำให้เขาต้องโอบกระชับเอวของหล่อนเข้ามาแนบลำตัวอย่างตั้งใจ พร้อมกระซิบข้างหูหล่อนด้วยถ้อยคำหวานซึ้งหลายประโยค แต่นภาพรก็ไม่ได้ยินถนัดนัก หล่อนมัวแต่จะปล่อยใจให้เคลิบเคลิ้มไปกับภวังค์แห่งเสียงเพลงใจของหล่อนกำลังล่องลอยไปหาใครคนหนึ่งที่กรุงเทพฯ เสียงกระซิบของมาร์ค จึงทำให้เผลอคิดว่าเป็เสียงของธีรยุทธ แม้กระทั่ง่ที่มาร์คแอบจุมพิตหล่อนเบา ๆที่แก้ม หล่อนก็ยังเผลอเอียงแก้มให้เขาหอมอย่างเต็มใจ
“ผมชักจะหลงรักคุณเข้าแล้วล่ะ รู้ไหม..”
มาร์คแกระซิบบอกหล่อน
นภาพรหัวเราะร่วน ขณะนี้หล่อนไม่ได้มีสติเต็มร้อยหล่อนรู้แต่เพียงว่าผู้ชายที่กระซิบข้างหูเป็ธีรยุทธ จึงเต็มใจซบอกอันแสนจะอบอุ่นของมาร์คด้วยความสุขที่เผลอไผลไปอย่างเคลิบเคลิ้ม
มาร์ค ตัดสินใจพานภาพรออกจากผับเมื่อเห็นว่าหล่อนมีอาการเมาแล้ว เขาพยุงร่างที่เดินซวนเซไปมาของนภาพรพาไปยังรถของหล่อนและเขาก็เป็คนขับด้วยตนเองไปยังโรงแรมที่พัก โดยพาหล่อนไปยังห้องพักของเขาด้วย
“คืนนี้คุณคงต้องค้างที่ห้องผมแล้วล่ะดาร์ลิ้ง...”
มาร์คกระซิบพลางพยุงหล่อนไปนั่งที่เตียงและค่อย ๆ จับหล่อนนอนเอนราบลงไปบนเตียงพร้อมกับตัวของเขาก็ล้มตัวลงไปนอนข้าง ๆหล่อนด้วย
“ธีม…”
เสียงนภาพรเรียกชื่อของคนรักหล่อนเบา ๆ พร้อมกับใช้มือไขว่ขว้าแขนของมาร์คไว้
มาร์คไม่สนใจกับชื่อที่หล่อนเรียกนั้นอีกต่อไปเมื่อหล่อนเป็ฝ่ายมาคว้าเขาไว้ จึงเหมือนกับว่าหล่อนยินยอมพร้อมใจที่จะให้เขาได้ใกล้ชิดเขาโอบกอดหล่อนเข้าแนบชิดอกของเขาอย่างยากที่จะหักห้ามใจอีกต่อไป
“ที่รัก…” มาร์คเรียกหล่อนด้วยความเสน่หา
“ธีม…ฉันรักคุณนะคะ..”
หล่อนยังคงเข้าใจอยู่เสมอว่าชายที่กำลังััเนื้อตัวหล่อนอยู่นี้เป็คนรักมาร์คลืมทุกอย่างแม้เขาจะเป็เพียงเงาร่างของชายอีกคนหนึ่งของหล่อนก็ตามที ทว่า..ใน่เวลานี้เขาได้ทำตามปรารถนาแห่งหัวใจและร่างกายเรียกร้องแล้ว
ปรางทอง เข้าไปเคาะห้องของสมรด้วยความร้อนใจเมื่อนางตื่นขึ้นมาในเวลาเจ็ดโมงเช้าแล้วพบว่านภาพรไม่ได้กลับเข้ามานอนที่ห้องพักด้วยกัน
“ยัยแมวไม่กลับมานอนที่ห้อง โทรเข้ามือถือเมื่อกี้ก็ไม่ติด..”
ปรางทองบอกกับสมรด้วยสีหน้าวิตกกังวล
“ใจเย็น ๆ ค่ะคุณแม่..เดี๋ยวหมอนจะลองโทรไปที่ห้องของมาร์คดู”
สมร เองก็รู้สึกเป็ห่วงน้องสาวเช่นเดียวกันหล่อนรีบเดินไปกดโทรศัพท์ทันที ปรางทองเดินเข้าไปฟังด้วยความไม่สบายใจในขณะที่เอริคกับลูกสาวยังนอนหลับสบายอยู่บนเตียง
“ว่าไงยัยหมอน..”
ปรางทอง รีบถามทันทีที่เห็นสมรถือโทรศัพท์ค้างคล้ายกับอึ้งไป
“ยัยแมวค้างที่ห้องของมาร์คั้แ่เมื่อคืนค่ะ..”
คำพูดของสมรทำให้ปรางทองถึงกับเซไปเล็กน้อย
“แม่จะเป็ลม…ทำไมมันรวดเร็วอย่างนี้….”
ปรางทองพูดเสียงแหบพร่า
“มันอาจจะไม่เป็แบบที่เราคิดกันก็ได้ค่ะแม่…”
สมรพูดปลอบใจมารดา
“เราไปดูให้เห็นกับตากันเลยดีกว่าแม่อยากรู้ว่ายัยแมวไปนอนที่ห้องของมาร์ค ทำไม..”
ทั้งสองแม่ลูกจึงตัดสินใจไปเคาะประตูห้องของมาร์ค
มาร์ค งัวเงียออกมาเปิดประตู เขานุ่งผ้าเช็ดตัวปกปิดท่อนล่างส่วนท่อนบนเปลือยเปล่า ปรางทอง ไม่สนใจมาร์ค แต่รีบเดินลิ่วไปด้านใน ภาพที่เห็นทำให้นางแทบจะเข่าอ่อน เพราะเสื้อผ้าของมาร์คและนภาพรต่างก็วางระเนระนาดกองอยู่บนพื้นใกล้กับเตียงนอน เพียงแค่นี้ทั้งปรางทองและสมรก็สามารถเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนี้
“ยัยแมว! ยัยลูกไม่รักดี ตื่นเดี๋ยวนี้นะ..”
ปรางทอง รี่เข้าไปกระชากผ้าห่มออกจากร่างของลูกสาวแต่ภาพเปลือยเปล่าปราศจากเสื้อผ้าของลูกสาวก็ทำให้นางรีบห่มผ้าคลุมกลับไปเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว
“ยัยแมว…”
สมร เข้ามาเขย่าตัวของน้องสาวอีกแรงเมื่อเห็นว่ามารดายืนนิ่งตาค้างไปชั่วครู่
นภาพรเริ่มจะขยับตัวหล่อนยกมือขยี้ตาไปมา พอรู้ว่ามีคนมายืนล้อมเตียงอยู่หล่อนก็ใจะลุกขึ้น แต่อะไรบางอย่างในร่างกายทำให้ต้องรีบคว้าผ้าห่มมากอดแน่นไม่ยอมลุกขึ้นนั่ง
“งามหน้าดีนักนะ…นังลูกไม่รักดี ทำไมแกถึงทำตัวง่ายแบบนี้..บอกฉันมาสิ…บอกมา”
ปรางทองเข้าไปใช้มือทุบลูกสาวด้วยความแค้นใจ มาร์คเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาโอบร่างของนภาพรเอาไว้ เขาจึงถูกลูกหลงซัดเข้าให้เต็ม ๆ หลายอึก
“สมร…ห้ามแม่ของคุณด้วย..ได้โปรด..”
มาร์ค ขอร้องสมร สีหน้าใด้วยความไม่เข้าใจ
“ทำไมมันรวดเร็วอย่างนี้ด้วย...”
สมรหันไปถามมาร์คโดยไม่คิดที่จะห้ามปรามมารดาแต่อย่างใดจนกระทั่งปรางทองเป็ฝ่ายเหนื่อยแล้วก็หยุดไปเอง แต่นภาพรนอนร้องไห้สะอึกสะอื้น
“คนไทยถือเื่แบบนี้คุณจะต้องรับผิดชอบการกระทำของคุณ”
สมรบอกมาร์คเสียงเรียบ
“ไม่นะพี่หมอน…มาร์คเขาไม่ผิด…”
นภาพรพูดขึ้นด้วยความใ
“เธอไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นยัยแมวปล่อยให้เป็หน้าที่พี่กับแม่..”
สมรหันไปสั่งน้องสาวเสียงเข้ม
“ผมยินดีที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง ” มาร์คบอกสมร
“ดี…งั้นคุณก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องแต่งงานกับน้องสาวฉันให้เร็วที่สุด…”
“ไม่มีปัญหาผมพร้อมที่จะทำตาม”
มาร์ค บอกด้วยความเต็มใจเพราะการมาเมืองไทยครั้งนี้ เขาก็หวังว่าจะได้ภรรยาชาวไทยติดไม้ติดมือกลับประเทศอยู่แล้วและภรรยาที่เขาหวังไว้ก็คือนภาพรนี่เอง
สมรหันไปบอกมารดาตามที่มาร์คพูด ทำให้ปรางทองดูสงบลงไปได้
“ถ้ามาร์คทำได้อย่างที่รับปากแม่ก็ต้องยอมรับเพราะคงไม่มีวิธีไหนจะดีไปกว่านี้แล้วล่ะ..”
“แม่…พี่หมอน..ทำไมจะต้องยัดเยียดแมวให้กับมาร์คเขาด้วย..แมวไม่ยอมให้แม่กับพี่หมอน ทำแบบนี้กับแมวหรอกนะคะ…” นภาพรพูดปนสะอื้น
“แกจะเสียตัวฟรีไม่ได้หรอกนะยัยแมว…แค่นี้ฉันก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้วแกทำให้ฉันผิดหวังเสียใจขนาดนี้ ถ้าขืนแกไม่ยอมแต่งงานกับมาร์ค แกกับฉันก็ไม่ต้องมาเป็แม่ลูกกันอีกต่อไป…“
ปรางทอง ยื่นคำขาดด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสียใจ
“แม่!…” นภาพรหน้าซีด
“เธอเตรียมตัวแต่งงานกับมาร์คไว้ก็แล้วกันยัยแมว…”
สมรหันไปบอกน้องสาวก่อนจะจูงแขนมารดาออกจากห้องของมาร์คไป
นภาพร ขยุ้มผ้าห่มปิดตัวพร้อมกับค่อยๆ นั่งพิงหัวเตียงด้วยความรู้สึกเหมือนถูกใครเอาฆ้อนทุบศีรษะ หล่อนนึกทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยความงุนงง ทุกอย่างมันช่างรวดเร็วเหมือนความฝัน มันเป็ความผิดของหล่อนเองที่เมามายจนไม่ได้สติหล่อนเคลิบเคลิ้มไปกับมาร์คด้วย
ฤทธิ์แอลกอฮอล์แท้ๆ
นภาพรซบหน้าร้องไห้อย่างเจ็บใจตัวเอง มาร์คเข้ามาโอบกอดพร่ำขอโทษหล่อนตลอดเวลาหล่อนไม่ได้โกรธมาร์ค คนที่หล่อนโกรธคือตัวหล่อนเองต่างหากที่อ่อนไหวไปกับมาร์คไม่ได้หักห้ามใจตัวเอง
“คุณไม่จำเป็ต้องทำตามที่แม่กับพี่สาวฉันบอกหรอกนะมาร์ค…”
“ผมยินดีที่จะทำตามด้วยความเต็มใจนะครับ..” มาร์ค บอกด้วยความยินดี
“แต่ฉันแต่งงานกับคุณไม่ได้”
นภาพรมีน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว มาร์คหน้าซีด
“ทำไม….คุณถึงแต่งงานกับผมไม่ได้” มาร์ค ถามเสียงเศร้า
“คุณก็รู้ว่า ฉันไม่ได้รักคุณ….”
“ผมรักคุณฝ่ายเดียวก็ได้นี่ครับ…”
“ฉันมีคนรักแล้วนะมาร์ค..คุณลืมไปแล้วหรือยังไง ฉันไม่มีวันที่จะทำให้ธีมเสียใจ”
“แต่ถ้าเขารู้ว่าคุณกับผมมีอะไรกันเขาก็ต้องเสียใจแน่นอน”
คำพูดของมาร์ค ทำให้นภาพรต้องเงียบไปหล่อนปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาช้า ๆ ด้วยความรู้สึกคับแค้นใจ ที่ตัวเองดื่มเหล้าเมามายจนทำในสิ่งที่ไม่สมควร ถ้าธีรยุทธรู้ว่าหล่อนไม่ซื่อสัตย์กับเขาแบบนี้เขาก็คงจะเสียใจมาก หล่อนจะให้เขารู้ไม่ได้เด็ดขาด
“ผมจะไม่เร่งรัดให้คุณต้องแต่งงานกับผมหรอกนะครับ ผมพร้อมที่จะรอคุณเสมอ”
“ไม่ต้อง…คุณไม่ต้องรอคำตอบเลยค่ะมาร์คฉันจะไม่มีวันแต่งงานกับคุณหรอก คุณก็ไม่ต้องบ้าจี้ตามแม่ ตามพี่สาวของฉันด้วยเข้าใจไหม..”
หล่อนบอกเขาเสียงคล้ายตะคอก
“เอาเถอะครับ…สิ่งไหนที่คุณสบายใจผมจะทำตามทุกอย่าง…ผมสัญญา”
“ทุกอย่างจริงเหรอคะ…”
นภาพร ถามเขาด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นเขาพยักหน้าให้หล่อนช้า ๆ
“คุณยังจำคำพูดคุณได้ไหม…ที่จะให้ความช่วยเหลือฉันกับคนรักในเื่ธุรกิจ..”
นภาพรพูดเกริ่นขึ้นมาด้วยแววตามีความหวัง
“จำได้ …”
“ถ้าคุณอยากจะรับผิดชอบในตัวฉันก็ช่วยเหลือคนรักของฉันสิคะ เพราะนั่นคือความรับผิดชอบที่ฉันอยากให้คุณทำให้ฉันเพื่อที่ฉันกับธีมจะได้มีโอกาสแต่งงานกัน คุณทำได้ไหมล่ะมาร์ค..”
นภาพรไม่คิดว่าหล่อนจะยื่นข้อเสนอนี้แต่เมื่อหล่อนได้พลาดไปกับมาร์คแล้ว และเขาพร้อมที่จะทำเพื่อหล่อนหล่อนก็จำเป็ที่จะฉกฉวยโอกาสนี้เพื่อช่วยเหลือคนที่หล่อนรัก
“ตกลงผมจะช่วยเหลือคุณกับ…เขา..”
“ขอบคุณมาก...คุณน่ารักจริง ๆค่ะมาร์ค”
นภาพร เผลอกอดเขาด้วยความดีใจมาร์คกอดหล่อนไว้ด้วยความรู้สึกปวดร้าวใจ
เมื่อสิตากลับสุพรรณบุรีไปแล้วเปมิกาก็เริ่มที่จะฟุ้งซ่าน หล่อนจึงนำวิธีที่ได้จากการฝึกปฏิบัติธรรมมาปฏิบัติด้วยตนเองที่บ้าน ทั้งการสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนที่หล่อนไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต การเดินจงกรมนั่งสมาธิ แต่ก็ยังฟุ้งซ่านอยู่ดี แม้จะได้รับคำแนะนำมาว่าถ้าจิตฟุ้งซ่านก็ให้รู้ว่าฟุ้งซ่านแล้วก็เอาสติตามรู้อาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่ความฟุ้งซ่านของหล่อนขณะที่นั่งสมาธิมันคอยแต่จะนึกถึงภาพตัวเองในชุดฟอร์มธนาคารบีบีซี. อันสง่างาม นั่งสมาธิไปน้ำตาก็ไหลอาบหน้าด้วยความสงสารตัวเองแทนที่จะกำหนดในใจว่า “ฟุ้งซ่านหนอ” ตามคำแนะนำที่ได้รับฟังมาจากที่วัด หล่อนกลับมีหลาย “หนอ”พุ่งออกมาจากใจเป็ขบวน
“ฟุ้งซ่านหนอ..ทำไมหนอ..ฉันถึงได้ซวยอย่างนี้หนอ..แบ็งก์ในประเทศไทยมีเป็สิบ ๆ ดันมาซวยอยู่ที่เดียวหนอ แล้วที่แห่งนั้นก็ดั๊นเป็ที่ฉันเลือกอยู่ซะด้วยหนอ…โฮ!ฮือ ๆ ๆ”
คิดแล้วก็สมาธิหลุด กลายเป็นั่งร้องห่มร้องไห้เป็วักเป็เวรแทนการนั่งสมาธิไปเสียงร้องไห้ของเปมิกา ทำให้ปัญญาต้องรีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาดูด้วยความใ
“นั่งสมาธิอยู่ดี ๆทำไมกลายเป็นั่งร้องไห้ไปได้ล่ะพี่ป่าน..พี่เห็นอะไรที่น่ากลัวหรือเปล่าเพราะปอเคยได้ยินมาว่าบางคนนั่งสมาธิก็จะเห็นภาพอะไรบางอย่าง”
“พี่เห็นภาพ..เป็ภาพที่ชัดมากๆ” เปมิกาบอกเสียงเศร้า
“ภาพอะไรครับ..คงไม่ใช่ิญญาของคนที่ถูกฆ่าตายในห้องนี้นะ”
ปัญญา ถามแล้วก็กลัวขึ้นมา เขาหันซ้ายหันขวาด้วยความหวาดระแวง
“ภาพภูตผีิญญาก็ดีสิ..พี่จะได้ขอให้เขาช่วยหางานให้ทำซะเลย..แต่ภาพที่พี่เห็นมันเป็ภาพของพี่เอง”
“ภาพอะไรครับ..”
“ก็ภาพที่พี่ใส่ชุดฟอร์มแบ็งก์ไปทำงานน่ะสิ...มันเป็ภาพที่ลบออกไม่ได้สักที”
“เฮ้อ...อย่าไปยึดมั่นถือมั่นกับบีบีซี.อะไรนั่นอีกเลย กาลเวลาเท่านั้นแหละพี่ป่านที่จะช่วยรักษาจิตใจของพี่ได้..เชื่อปอสิ..”
คำพูดของน้องชาย ทำให้เปมิการู้สึกดีขึ้นมันคงไม่มีอะไรดีไปกว่าทำใจและปล่อยให้เวลาช่วยรักษาจิตใจ