บทที่ 34 สามีของคุณยศอะไร
ซ่งเฉียวรู้สึกอับอายจึงเดินเข้าครัวไป เธอถามซูจงจวินอย่างน้อยใจว่ามีอะไรที่เธอพอจะช่วยได้บ้าง
ตอนนี้ซูจงจวินทำแผ่นแป้งชิ้นสุดท้ายเสร็จแล้ว สำหรับการพนันนั้น เขายอมรับความพ่ายแพ้และไม่รู้สึกว่าซ่งเฉียวมีปัญหาอะไร
"เอาชามและตะเกียบไปวางข้างนอกเถอะ ผมทำเสร็จแล้ว" เขาชี้ไปที่แผ่นแป้งบนเตา
ซ่งเฉียวไม่ได้พูดอะไร เธอก้มตัวลงหยิบชามและตะเกียบออกมาจากตู้ หลังจากวางเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับเข้าครัวไปเปิดโหลผักดอง หัวไชเท้าและแตงกวาดองที่พี่สะใภ้ต้วนสอนให้ทำ ซึ่งสามารถกินได้แล้ว
ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกไปพร้อมจานผักดอง ซูจงจวินที่อยู่ข้าง ๆ ก็เรียกเธอไว้
"ไม่ต้องกังวล ผมจะรักษาสัญญาที่พนันกันไว้" เขายิ้มบาง ๆ แล้วเชยคางเธอขึ้นเล็กน้อยพร้อมบอกให้ซ่งเฉียวออกไปรอทานอาหารข้างนอก
หัวใจของซ่งเฉียวก็เต้นแรงขึ้นทีละจังหวะตามการก้าวเดิน ที่แท้เขาไม่เคยคิดว่าข้อตกลงระหว่างพวกเราเป็เื่ล้อเล่นเลย
หลังกินอาหารเช้าเสร็จ ซูจงจวินก็ออกไปทำงาน ซ่งเฉียวเดินตามหลังเขาไป หวังจะขอติดรถไปดูที่สถานที่ก่อสร้าง แต่ตอนนั้นพี่สะใภ้ต้วนก็เรียกเธอไว้
"ไปเยี่ยมครูเกาเหรอคะ?" ซ่งเฉียวถามอย่างประหลาดใจ
"ใช่แล้ว เดี๋ยวไปตามหลิวเยว่มาด้วย พวกเราไปด้วยกัน" พูดจบเธอก็ออกไปตามหาสะใภ้คนอื่น ๆ คิดว่ายิ่งมีคนมากก็ยิ่งแสดงถึงน้ำใจของกองทัพได้ดี
ขบวนคนที่จะไปเยี่ยมครูเกาดูยิ่งใหญ่ทีเดียว แม้แต่เซี่ยหรันหรั่นก็มาด้วย แต่เธอมาเองโดยไม่มีใครเชิญ เดินจูงแขนพี่สะใภ้ที่เพิ่งรู้จักอยู่ท้ายขบวน
เธอมาเพื่อทำความรู้จักกับพี่สะใภ้ต้วนโดยเฉพาะ เธอรู้ว่าครอบครัวของผู้บัญชาการหลิวมีความสัมพันธ์ที่ดีกับซูจงจวิน เธอมั่นใจว่าจะทำให้พี่สะใภ้ต้วนชอบเธอได้ และจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับซูจงจวินมากขึ้น
เมื่อเห็นสีหน้าไร้เดียงสาของเซี่ยหรันหรั่น ซ่งเฉียวกับหลิวเยว่ก็สบตากันแต่ไม่พูดอะไร
เดินไปได้ครึ่งทาง เซี่ยหรันหรั่นก็ลากแขนพี่สะใภ้อีกคนแทรกขึ้นมาด้านหน้า
ทุกคนในขบวนรู้ว่าเธอเป็ภรรยาใหม่ของผู้การโม่ แม้ลับหลังจะนินทาว่าเธอแต่งงานกับคนที่อายุเท่าพ่อ แต่ต่อหน้าก็ยังสุภาพ ถึงขนาดหลบทางให้เธอด้วย
"พี่สะใภ้ต้วนคะ ฉันชื่อเซี่ยหรันหรั่นค่ะ ที่ผู้การโม่พาไปบ้านพี่คราวก่อน" เธอยิ้มพลางทำเสียงออดอ้อน ยื่นมือไปทักทายพี่สะใภ้ต้วนก่อน
ตอนนี้ทุกคนในกลุ่มหยุดเดินโดยอัตโนมัติ แม้แต่ซ่งเฉียวและหลิวเยว่ก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อให้พื้นที่แก่ทั้งสองคน
พี่สะใภ้ต้วนมองสำรวจเซี่ยหรันหรั่นด้วยสายตาเ็า แม้หลิวเยว่จะรายงานทุกอย่างให้เธอฟังแล้ว แต่คนคนนี้กลับไม่ทำเช่นนั้น หากไม่ติดเื่อนาคตของเหล่าโม่ เธอคงรายงานเื่นี้ให้สามีรู้ไปนานแล้ว
"คุณมีอะไรจะพูดกับฉันไหม?" เธอ้าให้โอกาสเซี่ยหรันหรั่นอีกครั้ง
เซี่ยหรันหรั่นสังเกตเห็นความไม่เป็มิตรของเธอ ในใจก็รู้สึกหนักอึ้ง คิดว่ามันไม่ควรเป็แบบนี้ ตัวเธอเองเคยได้รับความนิยมจากคุณลุงคุณป้าทั้งหลายมากนะ
แต่เพื่อซูจงจวิน เธอจึงยังคงฝืนยิ้มและพยายามหาคำพูดที่ไพเราะที่สุด
"ใช่ค่ะ ฉันอยากเชิญคุณมาเป็พยานในงานแต่งงานของฉันกับเหล่าโม่"
พูดถึงงานแต่งงานของทั้งสอง เซี่ยหรันหรั่นก็อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ นี่เป็การแต่งงานครั้งแรกของเธอ แต่ผู้การโม่กลับไม่อยากจัดงานแต่งงาน เธอต้องรบเร้าเขาอยู่นาน สุดท้ายเขาถึงยอมจัดโต๊ะสองโต๊ะในลานบ้าน และรอให้ว่างแล้วค่อยไปถ่ายรูปแต่งงานกันที่เมืองปินไห่
แม้จะเป็งานแต่งงานที่เรียบง่าย แต่เซี่ยหรันหรั่นคิดว่าก็ควรจัดให้ยิ่งใหญ่ แม้จะไม่สามารถสมบูรณ์แบบในด้านวัตถุ แต่ด้านจิตใจก็ควรจะต้องได้ ดังนั้นเธอจึงวางแผนให้ผู้บัญชาการหลิวมาเป็พยานให้ทั้งสองคน แต่พอคิดอีกทีเพื่อเอาใจพี่สะใภ้ต้วนให้เธอมาก็ได้เหมือนกัน
เธอคิดว่าเป็โอกาสให้พี่สะใภ้ต้วนจะได้แสดงตัว แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำหน้าบึ้งตึง แล้วหัวเราะเยาะสองที
"คนไม่มีการศึกษาอย่างฉัน ถ้าไปก็คงจะทำให้คุณเสียหน้า"
พูดจบก็เดินไปข้างหน้าโดยไม่ยอมจับมือด้วยซ้ำ ตอนนี้ขบวนก็เริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง
พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ต่างประหลาดใจ ไม่เคยเห็นพี่สะใภ้ต้วนพูดประชดประชันแบบนี้มาก่อน ทุกคนที่เดินผ่านเซี่ยหรันหรั่น ต่างมองเธอด้วยความสงสัย
สุดท้ายก็เหลือเพียงเธอคนเดียวที่อยู่ท้ายขบวน
"เธอคิดอะไรของเธอ" หลิวเยว่แสดงความไม่เข้าใจ "ตัวเองยังปิดบังตัวตนอยู่เลย ยังจะคิดให้ภรรยาผู้นำมาเป็พยานในงานแต่งงาน สมองไม่ปกติหรือไง"
ซ่งเฉียวหันไปมองเซี่ยหรันหรั่นที่ยืนงงอยู่ ตอนนี้เธอตั้งสติได้แล้ว รีบเดินเร็ว ๆ เพื่อตามขบวนให้ทัน
เธอบอกให้หลิวเยว่หันไปดู
ตัวตนของตัวเอกหญิงยังคงมีนิสัยอย่างที่เธอรู้จัก แม้จะเผชิญกับความยากลำบากแต่ก็ยังสามารถก้าวต่อไปได้โดยไม่พังทลายลงง่าย ๆ แสดงให้เห็นว่าเธอยังคงยึดมั่นในความคิดของตัวเองอยู่ บางทีเธออาจจะคิดว่าพี่สะใภ้ตระกูลต้วนอาจแค่เขินอายก็ได้
ขณะที่กำลังคาดเดาอยู่นั้น เซี่ยหรันหรั่นก็เบียดเข้ามา คราวนี้ใครหน้าไหนก็ห้ามเธอไม่ได้แล้ว
เธอเดินเร็ว ๆตามหลังไป พยายามจะเข้าใกล้พี่สะใภ้ต้วน แต่คนในแถวไม่ยอมขยับให้แม้แต่นิดเดียว ตอนนี้เธอจึงถามอีกฝ่ายเสียงนุ่มนวลว่า "พี่สะใภ้คะ สามีของพี่มียศอะไรเหรอคะ"
เสียงของเธอไม่ดัง แต่ทุกคนกลับได้ยินชัดเจน อีกฝ่ายหน้าแดงก่ำ สามีของเธอเป็นายทหารขั้นสี่ ต้องรอถึงระยะเวลาที่กำหนดถึงจะอนุญาตให้เธอติดตามทหารได้ และอายุของเธอก็มากกว่าเซี่ยหรันหรั่นด้วย เห็นเด็กสาวแต่งงานกับชายแก่แล้วเอาตำแหน่งสูงต่ำมาดูถูกตัวเอง เธอจึงะโเรียกพี่สะใภ้ต้วนที่อยู่ด้านหน้าอย่างข่มอารมณ์ไม่อยู่
"พี่สะใภ้คะ ดูเหมือนจะมีคนเอาวิธีแบบทุนนิยมมาแบ่งชั้นวรรณะกันนะคะ ทำไมล่ะ? สามีของฉันไม่ได้เสียสละเพื่อประเทศชาติอย่างนั้นหรือคะ? แล้วฉันไม่ได้ทำหน้าที่สนับสนุนด้านหลังอย่างดีหรือไงคะ?"
พูดจบก็ทำท่าจะเดินกลับ
พี่สะใภ้ต้วนโกรธจนกัดฟันกรอด หันกลับมาจ้องหน้าเซี่ยหรันหรั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
"เซี่ยหรันหรั่น! ขอโทษพี่สะใภ้หวังเดี๋ยวนี้!"
เซี่ยหรันหรั่นมองดูพี่สะใภ้ต้วนอย่างงุนงง แล้วเอียงหน้ามองพี่สะใภ้หวังที่กำลังจะร้องไห้ที่อยู่ข้าง ๆ ถามอย่างไม่เข้าใจว่า "ทำไมฉันต้องขอโทษด้วย?"
ตอนนี้ในกลุ่มคนเริ่มมีเสียงบ่นอย่างไม่พอใจ บางคนถึงกับพูดว่าผู้การโม่ทำไม่ถูก
หลิวเยว่ก็ใเช่นกัน เธอรู้ว่านิสัยของเซี่ยหรันหรั่นแปลกประหลาด แต่ไม่คิดว่าจะดื้อดึงขนาดนี้ ทำผิดแล้วยังปากแข็งอีก
"เธอคิดว่าตัวเองไม่ผิด เธอคงคิดว่า 'ฉันแค่ถามยศทหารของสามีคุณ ถ้าเป็ลูกน้องสามีฉัน คุณก็ควรหลีกทางให้ฉันผ่านไป' ประมาณนี้"
ซ่งเฉียวพูดอธิบายความคิดของเซี่ยหรันหรั่นอยู่ข้าง ๆ
พอเธอพูดจบ เซี่ยหรันหรั่นก็พูดประโยคเดียวกันออกมาพอดี
หลิวเยว่อ้าปากค้างด้วยความใ มองซ่งเฉียวด้วยสายตาชื่นชม แต่ก็ยังด่าเซี่ยหรันหรั่นไม่ขาดปากว่าเธอเป็บ้าไปแล้ว!
ส่วนพี่สะใภ้หวังโกรธจนหายใจไม่ออก ถึงกับประคองร่างเอาไว้ไม่อยู่ พิงอกพี่สะใภ้ที่อยู่ด้านข้าง ชี้นิ้วไปที่เซี่ยหรันหรั่นอย่างหมดแรง น้ำตาในดวงตาก็เอ่อคลอไม่หยุด
พี่สะใภ้ต้วนเห็นว่าไม่สามารถปล่อยให้เื่ราววุ่นวายแบบนี้ต่อไปได้ เธอมองเซี่ยหรันหรั่นอย่างรำคาญ เดินไปผลักเธอออก แล้วพยุงพี่สะใภ้หวังไปนั่งในที่ร่ม พลางปลอบเสียงเบาว่า "น้องสาว อย่าไปถือสาเธอเลย พวกคนหนุ่มสาวพูดจาไม่ยั้งปาก อีกอย่างคงเพราะเพิ่งจะแต่งงานใหม่ ๆ นิสัยเลยจองหองไปหน่อย เดี๋ยวฉันจะไปบอกผู้การโม่ให้มาขอโทษคุณเอง"
พี่สะใภ้หวังโบกมือ เธอไม่กล้าให้ผู้การมาขอโทษตัวเองหรอก แต่จะจัดการเซี่ยหรันหรั่นก็ไม่ได้ อายุที่มากกว่าก็เหมือนจะสูญเปล่า
เธอพูดเสียงสะอื้นว่า "เื่ระหว่างผู้หญิงด้วยกัน จะไปหาผู้ชายทำไม! พี่สะใภ้ ฉันขอแค่ได้ยินเซี่ยหรันหรั่นยอมรับผิดสักคำ ไม่งั้นฉันคงอยู่ในเกาะตงซานนี้ไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ฉันจะพาลูกกลับบ้านเกิด!"
การรังแกภรรยาทหารไม่ใช่เื่เล็ก เธอเคยได้ยินเหล่าหลิวพูดว่า ข้างนอกกำลังจับตาดูความผิดพลาดของกองทัพอยู่!
ถ้าก่อนหน้านี้พี่สะใภ้ต้วนแค่ไม่ชอบเซี่ยหรันหรั่น ตอนนี้เธอก็คงเกลียดคนก่อกวนคนนี้เข้าไส้แล้ว เธอหันไปะโใส่เซี่ยหรันหรั่นว่า "เธอได้ยินไหม รีบไปขอโทษพี่สะใภ้หวังเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะไปบอกผู้การโม่ ให้เขารู้ว่าตัวเองแต่งงานกับผู้หญิงแบบไหนมา!"
คนอื่นคิดว่าเธอจะฟ้องเื่ความหยิ่งยโสของเซี่ยหรันหรั่น แต่ที่จริงแล้วพี่สะใภ้ต้วนหมายถึงตัวตนที่แท้จริงของเซี่ยหรันหรั่นต่างหาก