ย้อนเวลา พลิกชะตารัก

    ตอนที่ 51 บ้านของกฤษณะ 2

    คราวนี้ได้เห็นลูกชายของเราจริงๆ แล้ว และมีสาวสวยหุ่นดียืนอยู่ข้างๆ ด้วย

    แม่อ้อยรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเธอกวาดสายตาขึ้นและลงหลายรอบที่ตัวของกฤษณะ เธอรู้สึกแปลกๆ คราวที่แล้วเธอบอกให้เขากลับบ้านเพื่อมาดูตัวสาวที่แม่ของเขาอยากแนะนำให้รู้จัก และกฤษณะก็ปฏิเสธแถมยังอ้างว่างานยุ่งอีกด้วย

    แต่ตอนนี้มีหญิงสาวอยู่ตรงหน้าเธอ เธอเดาว่างานยุ่งนั้นเป็นเพียงข้ออ้างของลูกชายตัวดี เขาน่าจะมีคนที่เขาชอบอยู่แล้วแน่ๆ

    บ้านของพวกเขาอยู่ในชุมชุนเล็กๆ ห่างไกลจากตัวเมือง ไม่ค่อยมีคนแปลกหน้าผ่านมาให้เห็นมากนัก เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่ามีผู้หญิงที่สวยมากมาที่นี่ ไม่แปลกใจเลยที่ลูกชายของเธอไม่ยอมกลับมาที่บ้าน

    แม่อ้อยยิ้มและกระซิบถามลูกชาย: "เธอเป็นใครเหรอ? "

    กฤษณะรีบพูดอย่างเร่งรีบ "เธอเป็นเพื่อนสนิทฉัน เธอมีรถเธอก็เลยอาษาพาฉันมาเยี่ยมบ้าน เพราะอาทิตย์หน้าฉันมีถ่ายละครติดต่อกันหลายเดือน พอดีช่วงนี้ว่างก็เลยกลับมาหาแม่ไงล่ะ"

    แม่ของกฤษณะไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เขาพูด เขาเป็นลูกชายของเธอ เธอดูแววตาของลูกชายของเธอออก ว่าเขาคิดอย่างไรกับผู้หญิงที่อยู่ข้าง นี่ไม่ใช่แค่เพื่อนแน่ๆ

    “หนูจ๊ะ มันดึกแล้วนะ คืนนี้ก็นอนพักที่บ้านแม่ก่อนเถอะ” แม่อ้อยดูมีความสุขที่จะได้อยู่กับว่าที่ลูกสะใภ้

    "หนูว่าจะไปหาโรงแรมใกล้ๆ แถวนี้ค่ะ" แม้ว่าจะมีโรงแรมที่พักมากมายระหว่างทาง แต่บ้านของกฤษณะอยู่ห่างไกลจากถนนหลักที่ผ่านมาพอสมควร

    "หนูเป็นผู้หญิง หนูจะอยู่โรงแรมคนเดียวได้ยังไง นอนที่บ้านแม่ด้วยกันเนี่ยแหล่ะ มาๆๆ " แม่ของกฤษณะจับมือของณัชชาอย่างกระตือรือร้น แม่อ้อยเธอชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอดูเป็นผู้หญิงเรียบง่าย การแต่งหน้าเพียงเล็กน้อย เสื้อแจ็คเก็ตสีขาวผิวขาวและอ่อนโยนคิ้วสวยบริสุทธิ์และน่าพอใจ ดีกว่าผู้หญิงหลายคนที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยและยังแต่หน้าสีเข้ม

    ตอนแรกเธอกังวลมากว่าลูกชายของเธอจะไปคว้าผู้หญิงที่ไม่ดี ไม่มีความอ่อนโยน หลังจากที่เธอได้เห็นผู้หญิงที่เขาพามาที่บ้านวันนี้ ทำให้แม่อ้อยมีความสุขมาก

    แม่อ้อยพาณัชชาขึ้นบันไดเพื่อเก็บกระเป๋าของเธอก่อน ชั้นบนของบ้านไม่ได้ใหญ่โต แต่การจัดเป็นระเบียบและสะอาดมาก

    "หนูวางของไว้ตรงนี้ก่อนได้ไหม ป่ะเดี๋ยวแม่พาลงไปกินข้าวกัน"

    "คือหนูไม่หิวจริงๆ ค่ะ หนูแวะกินมาแล้วค่ะ" ณัชชาโบกมือปฏิเสธหลายรอบ

    "ไม่ได้ๆ ลูก มาเที่ยวบ้านแม่ไม่กินข้าวได้อย่างไร เดี๋ยวคนอื่นเขาจะเอาแม่ไปนินทานะ"

    "ป่ะๆ ตามแม่ลงมาข้างล่างนะ"

    "เอ่อ....ค่ะ"

    ตามมารยาทแล้วหากเป็นผู้มาเยือนจำเป็นต้องรักษามารยาทและให้เกียรติเข้าของบ้าน ณัชชารู้สึกได้ถึงความยินดีและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขที่ได้ต้อนรับของผู้เป็นแม่ เธอจึงวางกระเป๋าลงและค่อยๆ เดินตามแม่อ้อยลงไปด้านล่าง

    กฤษณะรู้สึกอายเล็กน้อย ฉากนี้เหมือนกับการพาแฟนไปพบพ่อแม่ของเขา แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจเขาเลยแม้แต่น้อย

    "ขอโทษด้วยนะ แม่ผมเป็นแบบนั้น" กฤษณะกังวลว่าแม่เขาจะสร้างความอึดอัดให้กับณัชชาจนทำให้เธอหนีกลับกรุงเทพไปก่อน

    “เป็นยังไงเหรอ เจ้าลิง” แม่อ้อยที่กำลังจัดเตรียมสำรับอาหารอยู่ในห้องครัวตะโกนออกมา

    กฤษณะหัวเราะออกมาอย่างเปิดเผย

    "แม่ล่ะเบื่อมากเลยนะหนู ไอ้เจ้าลูกชายแม่เนี่ย จะมีใครเอาไหม"

    "มันเป็นธรรมเนียมน่ะ คนแก่ที่นี่พวกเขาจะมีความสุขมากและคาดหวังว่าแขกผู้มาเยือนจะชิมอาหารที่พวกเขาเตรียมไว้สำหรับต้อนรับและร่วมวงกินข้าวด้วยกัน"

    ณัชชาได้แต่ย้ิมที่มุมปากของเธอเบาๆ

    ใต้ถุนสูงของบ้านมีเตียงไม้ใผ่ขนาดใหญ่ที่พวกเขามีไว้สำหรับนั่งรับประทานอาหาร ทันใดนั้นแม่อ้อยก็เริ่มยกอาหารออกมาวางบนเตียงไม้ใผ่ที่พวกเขานั่งอยู่

    "ตายจริง แม่ไม่รู้ว่าหนูจะมาด้วย แม่ไม่ได้เตรียมข้าวสวยไว้" แม่อ้อยมีสีหน้ากังวล

    มีกับข้าวอยู่สองสามอย่าง โดยปรกติของอาหารพื้นบ้านที่นี่พวกเขาจะรับประทานคู่กับข้าวเหนียว ซึ่งแตกต่างจากอาหารที่ณัชชาเคยกิน

    "ไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูทานได้ค่ะ" ณัชชาพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปนั่งพับขาอย่างเรียบร้อย

    แม่อ้อยมีรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง “เดี๋ยวแม่เอาช้อนกับส้อมให้นะ”

    ณัชชาหันไปมองแม่อ้อยที่อ่อนโยนและใจดีมาก เธอรับช้อนส้อมมาจากแม่อ้อย แล้วตักอาหารขึ้นมาชิมเล็กน้อยเธอพบว่าอาหารที่นี่มีรสชาติที่จัดจ้านมากทุกจาน

    "กินได้หรือเปล่า? ' กฤษณะสังเกตเห็นว่าณัชชามีอาการผิดปรกติ

    เธอกระซิบเบาๆ ว่า “มันเผ็ดมาก”

    แม่อ้อยที่นั่งกินข้าวไปยิ้มไปอยู่ใกล้ๆ นั้นได้ยิน

    “โอ๊ะ! ไม่เป็นไรนะลูก เดี๋ยวแม่ไปทำไข่เจียวให้ แป้บเดียวๆ”

    ณัชชากำลังจะอ้าปาก แต่แม่อ้อยนั้นปรี่เข้าไปในครัวพร้อมกำลังทำไข่เจียวให้เธอแล้ว

    หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว ณัชชาเคยชินกับการเลี้ยงดูมาว่าผู้หญิงจะต้องดูแลเรื่องความสะอาดรวมถึงล้างจานด้วย เธอมาเป็นแขกของที่นี่และพวกเขาก็ต้อนรับเธออย่างอบอุ่น เธอรู้สึกดีมาก

    "สาวในเมืองใหญ่นี่แตกต่างกันจริงๆ " คิ้วของแม่อ้อยงอและเธอหวังว่าตอนนี้ณัชชาผ่านมาตรฐานของการเป็นลูกสะใภ้ของเธอแล้ว

    เมื่อเก็บจานชามเสร็จแล้วณัชชาหันกลับออกมาจากห้องครัวอย่างเชื่องช้า ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าเนื่องจากการเดินทางไกล

    แม่อ้อยเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอ “หนู แม่ทำขนมหวานไว้เดี๋ยวแม่ไปเอามาให้ชิมนะ”

    ณัชชาเหลือบมองกฤษณะด้วยสีหน้าและส่่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

    เขารีบไปลากแม่ของเขาเข้าไปในห้อง

    "อะไรของแกนิ" แม่อ้อยหงุดหงิด จริงๆ เธออยากรู้เรื่องระหว่างพวกเขาทั้งสองคนว่าอยู่ในขั้นไหนแล้ว

    “แม่มันดึกแล้ว แม่ขึ้นไปนอนได้แล้วนะ” กฤษณะพยายามดึงแม่ของเขาให้ออกห่างจากณัชชา

    ในที่สุดแม่ก็กลับเข้าไปในห้องนอนและหน้าผากของกฤษณะก็เต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดบางๆ

    "ฉันขอโทษอีกครั้งนะ แม่ของฉันตื่นเต้นมากไปหน่อย"

    “ก็นิดนึง” ณัชชาเดาออกว่าแม่ของเขาหมายความอย่างไร

    น่าเสียดายที่เธอไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริงๆ

    “เดี๋ยวคุณพักผ่อนในห้องของผมนะ ที่นี่มีแค่สองห้องเท่านั้น เดี๋ยวผมจะนอนด้านนอก แต่ไม่มีเครื่องปรับอากาศคุณอยู่ได้ใช่ไหม”

    “สบายมาก อากาศที่นี่ไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนในกรุงเทพสักหน่อย”

    ณัชชาพักผ่อนอยู่กับครอบครัวของกฤษณะหนึ่งคืนและเธอวางแผนที่จะกลับไปในเช้าวันรุ่งขึ้น ตอนแรกเธอคิดว่ากฤษณะอาจอยากที่จะอยู่ต่ออีกสองสามวัน แต่กฤษณะบอกว่าเขาจะต้องเข้าไปเตรียมตัวก่อนย้ายไปกองถ่ายดังนั้นเขาจะกลับไปพร้อมเธอ

    “อ้าว ทำไมกลับเร็วจัง ทำไมไม่อยู่อีกสักวันสองวันล่ะ” แม่อ้อยที่เพิ่งกลับจากตลาดและซื้อของกลับมามากมาย

    นานๆ ทีลูกชายจะพาหญิงสาวกลับมาที่บ้าน แน่นอนว่าเธอเตรียมอาหารมื้อใหญ่ด้วยตัวเองและต้องการดูแลพวกเขาอย่างมีความสุขเมื่ออยู่ที่นี่ สุดท้ายแล้วหลังกลับจากซื้อของมาก็พบว่าพวกเขาทั้งสองคนกำลังเก็บข้าวของเพื่อจากไป

    “แม่ ผมกำลังจะถ่ายละครเรื่องใหม่ พอผมทำงานได้เงินมากๆ ผมจะซื้อบ้านหลังใหญ่ในเมืองแล้วจะมารับแม่ไปอยู่ด้วยกันนะ”

    แม่อ้อยตาแดง แต่ไม่พูดอะไรออกมา เธอไม่ต้องการให้ลูกชายของเธอต้องเป็นกังวล เธอรู้ว่าลูกชายของเธอต้องทำงานอย่างหนักเพื่อดูแลครอบครัวมาโดยตลอด

    "งั้นเดี๋ยวรอแม่สักครู่ อย่าเพิ่งไปนะ" แม่อ้อยเดินขึ้นไปบนบ้าน สักพักก็เดินออกมาพร้อมกับด้ายสีขาวสองเส้น

    เธอจูงมือของณัชชาให้เดินกลับมานั่งที่เตียงไม้ใผ่ แล้วบอกเธอให้ยื่นแขนออกมาด้านหน้า

    แม่อ้อยค่อยๆ บรรจงผูกด้ายสีขาวกับแขนข้างหนึ่งของณัชชา คำอวยพรดีๆ มากมายที่พ่นออกมาจากปากของแม่อ้อยในขณะที่เธอค่อยผูกด้ายเข้าด้วยกัน ณัชชารู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก หลังจากนั้นด้ายสีขาวอีกเส้นก็ย้ายไปที่แขนของกฤษณะ

    “ขอบคุณครับแม่ แม่ดูแลสุขภาพนะครับ เดี๋ยวผมจะหาเวลามาเยี่ยมใหม่นะ”

    “ไอ้ลิงของแม่ เดินทางปลอดภัยทั้งสองนะลูก”

    “กลับกันเถอะ” ณัชชาปลดล็อครถและปล่อยให้กฤษณะเข้าไปสวมกอดแม่อ้อยอย่างอบอุ่นก่อนเดินมาที่รถ ดวงตาของเขามีสีแดงเล็กน้อย

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลา พลิกชะตารัก ที่คุณอ่าน