ตอนที่ 16 ทดสอบพลังในด่านแรก
“สวัสดีพี่คงซือ!!” ไห่กู่กล่าวทัก....
“คาราวะท่านลุง!!”ไหกังที่เดินเข้ามาที่หลังก็ประสานมือกล่าวทักขึ้นตามพ่อของตน......
“อ่า... น้องไหกู่ หลานไหกัง!!” คงซือเมื่อได้ยินเสียงทักทายของทั้งสองก็หันกลับไปตอบกลับพร้อมกับยิ้มให้.....
คนที่ส่งเสียงทักคงซือก็คือพ่อลูกไหกังกับไหกู่นั้นเองพวกเขาเปรียบเสมือนญาติพี่น้องกันเพราะว่ามีพ่อคนเดียวกันแต่คนละแม่......
“วันนี้หลานเจิ้งฟู่เองก็เข้าร่วมทดสอบด้วยใช่ไหม?”ไห่กู่หันมองซ้ายมองขวาก่อนจะถามขึ้นเกี่ยวกับการเข้าทดสอบของเจิ้งฟู่......
“แน่นอนลูกเจิ้งเองก็เข้าร่วมทดสอบด้วยเช่นกัน” คงซือพะยักหน้าและพูดตอบ......
“ลงไปให้อับอายขายหน้าสิไม่ว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เล่าชู่ที่นั่งอยู่ใกล้เมื่อได้ยินว่าเจิ้งฟู่เองก็เข้าร่วมการทดสอบด้วยมันก็ส่งเสียงออกมาราวกับดูถูก......
ท่าน!!
ไหกังถึงกับหน้าเปลี่ยนสีเป็สีแดงด้วยความโกรธทันทีและทำท่าเหมือนจะเอาเื่แต่ทว่าคงซือได้ยื่นมือเข้าไปจับห้ามไว้โดยไม่พูดอะไรเพียงแต่ส่ายหน้าเท่านั้น.....
“เอาหละต่อจะไปเป็การทดสอบระดับพลังในด่านแรกกันขอให้ผู้เข้าทดสอบทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม” ทันใดนั้นเองเสียงประกาศจากกรรมการบนเวทีทดสอบก็ดังขึ้น.......
“ท่านผู้าุโใหญ่ได้ยินว่าลูกชายของท่านก้าวเข้าสู้ขั้นห้าระดับพื้นฐานแล้วนิ?”ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆเล่าชู่พูดขึ้นด้วยท่าทางประจบประแจง.....
“ถูกต้องแล้ว....เค้าอยู่ระดับพื้นฐานขั้นห้าชั้นกลางอีกไม่นานเขาก็จะเข้าสู่ขั้นห้าชั้นสูงอย่างแน่นอนฮ่า ฮ่า ฮ่า!!” เล่าชู่ตอบกลับชายวัยกลางคนที่ถามมันเมื่อครู่อย่างเสียงดังราวกับตั้งใจพร้อมกับลูบเคราของมันไปด้วยและใบหน้าของมันนั้นเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างมากก่อนจะพูดต่อไปอีกว่า“นอกจากนั้นเขายังได้ฝึกทักษะดาบคลั่งจนสำเร็จขั้นที่สองแล้วด้วย”
สำเร็จทักษะดาบคลั่งขั้นที่สอง!!?
“อัจฉริยะจริงๆเลยนี่เขาสามารถฝึกสำเร็จขั้นที่สองได้เพียงอายุเท่านี้อนาคตต้องไปได้ไกลแน่นอน”
“ก็แค่ทักษะระดับต่ำขั้นกลางไม่เห็นจะดูเป็อัจฉริยะตรงไหนเลย”ไหกู่ที่ได้ยินการสนทนาของทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกับเบ้ปากตัวเองเพราะว่าทักษะดาบคลั่งเป็ทักษะทั่วไปที่ใครๆก็หาฝึกได้และยังเป็เพียงทักษะระดับต่ำเพียงเท่านั้นแต่ทว่ามันก็ถือว่าเป็ความสำเร็จของเด็กที่อายุรุ่นราวคราวนี้แล้วที่ฝึกสำเร็จได้ขนาดนี้......
เ้า!!!!
“เมื่อกี่เ้าว่าอย่างไรนะ?”เล่าชู่ถึงกับลมออกหูในทันทีเมื่อได้ยินที่ไหกู่พูดเมื่อครู่นี้.......
“ว่าใคร...? ท่านหมายถึงสิ่งใด ใครว่าใครกันข้าก็แค่บอกลูกข้าเท่านั้นเองว่าเขาเพียงแค่สำเร็จทักษะระดับต่ำแบบนั้นใยต้องดีใจดี”ไหกู่กันไปตอบเล่าชู่ที่ชี้มาที่เขาด้วยใบหน้าไม่รู้เื่และไมเข้าใจหรือเรียกว่าหน้ามึนนั้นเอง.......
เ้า!!!
บรรยากาศโดยรอบเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อมีการปะทะคารมกันเกิดขึ้นของทั้งสองแต่ทันใดนั้นเองเงาร่างขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นและเดินไปยังเก้าอี้ตัวใหญ่ที่ถูกจัดวางไว้ตรงกลางที่นั่งของเหล่าผู้าุโและผู้มีตำแหน่งสำคัญๆในตระกูลก่อนร่างนั้นจะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวนั้นโดยไม่พูดสิ่งใด........
คาราวะท่านเ้าตระกูล!!
คาราวะท่านเ้าตระกูล!!
ร่างนั้นก็คือร่างของชายวัยกลางคนและดำรงตำแหน่งเป็หัวหน้าตระกูลคนปัจจุบันนั้นเองเมื่อทุกคนคาราวะทักทายมันเพียงแต่โบกมือเบาๆจากนั้นทุกคนก็นั่งลงและหันกลับไปมองที่สนามเช่นเดิมส่วนชายวัยกลางคนมันเพียงแค่หลับตาราวลงเท่านั้น.....
“การทดสอบปีนี้ข้าได้ยินมาว่า ลูกชายของท่านผู้าุโคงซือก็เข้าร่วมด้วยนะ”
“ไม่ใช่ว่าเขามีร่างกายที่อ่อนแอไม่เหมาะแก่การฝึกยุทธหรอกหรอ?”
“เื่นั้นข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน เขาอาจจะแค่อยากจะเข้าร่วมเพราะคิดว่ามันสนุกแหละมั้ง”
“ถ้าเป็อย่างที่เ้าว่า เ้าหนูนั้นก็คิดผิดแล้วแหละเพราะการทดสอบนี้ไม่ใช่สนามเด็กเล่นหรอกนะ”
เสียงของผู้คนในตระกูลที่มาดูการทดสอบของรุ่นเยาว์ต่างพากันพูดถึงเจิ้งฟู่กันต่างๆนาๆเพราะใครก็รู้ดีว่าเขานั้นมีร่างกายอ่อนแอแค่ไหนและการที่เขาเข้าร่วมการทดสอบในวันนี้จึงมีแต่คนคิดว่าเขาแค่คิดสนุกเท่านั้น.......
“ได้เวลาเริ่มทดสอบแล้วข้าจะอธิบายการทดสอบในด่านนี้ให้ฟังด่านแรกเป็ด่านทดสอบพลังหรือง่ายๆก็คือการกำหนดและวัดพลังของตัวเองพวกเ้าเพียงแค่วางมือลงไปจากนั้นก็ปลดปล่อยพลังซีเข้าไปมันจะบอกว่าพวกเ้าอยู่ในระดับใดแล้วหากว่าใครที่ระดับต่ำกว่าระดับพื้นฐานขั้นที่สามคนนั้นถือว่าสอบไม่ผ่าน”กรรมการที่ยินอยู่บนเวลาพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่ศิลาสีแดงขนาดใหญ่เท่ากับตัวเด็กประถมที่อยู่บนกลางเวที........
“เอาละคนแรก เทียนถ่างหมกเห็ด ขึ้นมาได้!!”
เด็กคนแรกที่ถูกเรียกชื่อเดินขึ้นเวทีไปทันทีและไปหยุดอยู่ที่ศิลาทดสอบสีแดงที่กรรมการบอกไว้สำหรับใช้ทดสอบพลังแต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งในกลุ่มเด็กที่เข้าร่วมการทดสอบคนหนึ่งได้ะโขึ้นว่า...
"ทำไมต้องทดสอบพลังด้วยละในเมื่อพวกเราก็รู้อยู่แล้วว่าเราอยู่ในระดับใด?"เด็กคนนั้นถามขึ้นด้วยความสงสัยเพราะพวกเขามักจะได้รับรู้ถึงระดับตัวเองจากอาจารย์อยู่แล้ว.......
“จริงอยู่ที่พวกเ้ารู้ถึงระดับของตัวเองอยู่แล้วแต่จากอาจารย์ของพวกเ้าแต่ศิลาทดสอบนี้มันไม่ได้บอกเพียงระดับพลังของพวกเ้าเท่านั้นแต่มันใช้สำหรับทดสอบพลังแฝงของพวกเ้าต่างหากละและแน่นอนใครที่สามารถทำให้มันเรืองแสงได้แสดงว่าคนนั้นมีพลังแฝงอยู่และจะถูกเรียกว่าเป็อัจฉริยะของตระกูลแถมยังได้รับหินพลังซีระดับต่ำเพิ่มอีกห้าก้อนต่อเดือนอีกด้วย”
เพิ่มอีกห้าก้อน!!!
เสียงฮือฮาดังไปทั่วลานทดสอบทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้นแม้แต่เด็กที่ผ่านการทดสอบปีก่อนๆก็ยังรู้สึกอิจฉาเลยเพราะตอนรุ่นของพวกมันที่ทดสอบไม่มีของรางวัลแบบนี้เลยแต่ว่าคนที่จะทำให้ผลึกปรากฏแสงนั้นก็หาได้ยากยิ่งนักเพราะการมีพลังแฝงนั้นใช่ว่าใครก็มีกันได้หลังจากนั้นเด็กคนแรกที่ขึ้นไปก็วางมือบนศิลาทันทีเพื่อทดสอบว่าตัวของมีพลังแฝงหรือไม่........
หวืดดดดด!!!
“พื้นฐานขั้นสามชั้นสูง....ไม่มีพลังแฝง!!” เสียงของกรรมการดังขึ้นเมื่อการทดสอบเริ่มและผลก็ออกมาว่าเด็กคนแรกนั้นเพียงแค่ผ่านการทดสอบเฉยๆไม่ได้ทำให้ศิลาเรืองแสง.....
“คนต่อไป!!”
พื้นฐานขั้นสี่ชั้นต่ำ!!
“คนต่อไป!!”
พื้นฐานขั้นสี่ชั้นสูง!!
พื้นฐานขั้นสี่ชั้นสูง!!?
“ไม่เลวเลยแหะเด็กคนนั้น.....ปีนี้มีแต่เด็กเก่งๆทั้งนั้นเลยตระกูลเรามีความหวังแล้ว”
“ใช่ๆๆเพราะว่าอีกสามปีจะถึงงานประลองระหว่างตระกูลผู้ที่มีสิทธิเข้าร่วมต้องมีอายุไม่เกิน18 ปีและเด็กพวกนี้ก็ถือเป็ความหวังของเราเลย”
ผู้คนรอบๆข้างต่างก็คิดเช่นเดียวกันถึงแม้ตระกูลเทียนถ่างจะเป็ตระกูลที่มีสมาชิกเยอะก็จริงแต่ที่พวกเขายังเป็เพียงตระกูลระดับล่างก็เพราะอัจฉริยะนั้นไม่ได้เกิดมานานแล้วและการประลองในครั้งที่ผ่านมาพวกเขาก็ยังมาแพ้อีกทำให้ตระกูลของเขาตกต่ำลงมาใน่หลายปีมานี้......
“คนต่อไป!!”
หลังจากที่กรรมการประกาศเรียกเด็กคนถัดไปตงชู่เด็กน้อยผู้หยิ่งผยองอวดดีก็เดินคนไปพร้อมกับเชิดหน้าของมันอย่างขึ้นราวกับว่ามันเป็ผู้ชนะ......
“นั่นลูกชายท่านผู้าุโใหญ่นิได้ยินว่าเขาเข้าสู้ระดับพื้นฐานขั้นห้าชั้นกลางเมื่อไม่นานนี้เองละก็อีกไม่นานก็จะสามารถไปสู้ชั้นสูงได้แล้ว”
“เ้าพร้อมแล้วนะ...?” กรรมการผู้ที่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็ลูกใครมันก็ถามอย่างสุภาพออกไป.....
ขอรับ!!
หวืดดดดดด!!
“ห่ะ!! นั่นผนึกส่องแสงด้วย!!”
ทันใดนั้นหลังจากที่ตงชู่วางมือลงไปบนศิลาศิลาก็เกิดแสงสว่างที่ผลึกขึ้นแต่มันเป็เพียงแค่เสียงอ่อนๆเท่านั้นแต่มันก็ทำให้ผู้คนต่างพากันส่งเสียงตื่นเต้นใออกมากันยกใหญ่ทีเดียว......
อัจฉริยะของตระกูลเกิดแล้ว!!!
“อัจฉริยะจริงๆอายุ 8 ขวบไม่เพียงแต่จะมีพลังระดับพื้นฐานขั้นห้าชั้นกลางแต่ยังมีพลังแฝงอีกด้วยงานประลองที่จะถึงอีกสามปีข้างหน้านี้ตระกูลเราต้องชนะแน่ๆ”
“ยินดีกับท่านผู้าุโเล่าชู่ด้วยที่มีบุตรชายดีเยี่ยมและเก่งกาจขนาดนี้”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านเขาชมเกินไปแล้วเขาเองยังด้อยประสบการณ์อยู่มากนักแต่ถ้าทุกคนคิดเช่นนั้นข้าเองก็ไม่อาจห้ามได้และก็ขอขอบคุณแทนเขาด้วยสำหรับคำชม”เล่าชู่พูดพร้อมกับยิ้มแบบสะใจและหันไปมองที่คงซือเหมือน้าจะโชว์......
“เชอะ!! รู้สึกหงุดหงิดเป็บ้าเลย!!” ไหกู่ที่เห็นท่าทีของเล่าชู่มันก็อดที่จะสบกคำออกมาไม่ได้......
“คนต่อไป!!!”
เมื่อตงชู่เดินลงจากเวทีไปกรรมการก็ประกาศเรียกเด็กคนต่อไปขึ้นมาทันทีและเด็กที่ขึ้นต่อจากตงชู่ก็เป็เด็กผู้หญิงตัวเล็กน่ารักแต่แฝงไปด้วยความเ็าเต็มใบหน้าของนางราวกับว่านางกำลังรู้สึกเบื่อหน่ายกับการทดสอบนี้อยู่อย่างนั้นแหละ......
“นั้นเทียนฉีลูกสาวของท่านหัวหน้าตระกูลนิถึงว่าทำไมงานนี้ถึงได้มีรางวัลมากมายขนาดนั้น”
“ได้ยินว่านางเองก็อยู่ระดับพื้นฐานขั้นห้าเช่นกันกับตงชู่เลยแต่ว่าอยู่ขั้นสูงสุดแล้ว”
“ทั้งสองคนต่างก็เป็ดาวแห่งความหวังของตระกูลเราทั้งคู่เฮ้อ....ทำไมลูกข้าถึงไม่เก่งแบบนี้นะ!”
“ว่าไงเทียนฉี!” ตงชู่ที่กำลังเดินส่วนเทียนฉีกล่าวทักทายขึ้นพร้อมกับยิ้มให้นางอย่างมีเลศนัย......
อือ......
เทียนฉีเพียงมองหน้าและตอบมันเพียงแค่คำเดียวจากนั้นก็เดินต่อไปโดยไม่สนใจใดๆมันอีกแต่เมื่อนางเดินผ่านตงชู่ไปสายตาของนางก็ตกไปกระทบกับเจิ้งฟู่ที่อยู่ด้านข้างเวทีทันใดนั้นใบหน้าของนางที่มองไปที่เขาก็เปลี่ยนเป็ดูเหยียดหยามและเหตุผลที่นางมองเขาแบบนั้นก็เพราะว่านางไม่ชอบคนอ่อนแอและนางก็ได้ยินมาว่าเจิ้งฟู่นั้นมีร่างกายที่ไม่เหมาะกับการฝึกยุทธดังนั้นเมื่อนางเห็นเขาจึงทำให้ไม่พอใจและมองแบบนั้น.....
“เอาละวางมือของเ้าลงไปที่ศิลาทดสอบสิ”
แหมะ!!
หวืดดดดดดด!!
เมื่อเทียนฉีวางมือลงไปบนศิลาทดสอบศิลาก็ค่อยๆบอกถึงระดับของนางพร้อมกับค่อยๆปรากฏแสงขึ้นช้าๆและมันก็ค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆจนสว่างกว่าของตงชู่ก่อนหน้านี้อีกและในที่สุดมันก็หยุดสว่างและคงความสว่างไว้เท่านั้น......
“นะ นั่นมัน!!!”