จูหยางเหล่ยนั้งอ่านรายงานจากนายหน้าที่เสนอขายจวนที่ต่างๆในเมืองเป่ยหลินอยู่เงียบๆในห้องหนังสือข้างๆเขายังมีจ้าวซื่อที่เข้ามาดูด้วยอีกคนสองสามีภรรยานั่งดูเเบบจวนที่นายหน้าเสนอขายมีสิบกว่าที่ในที่สุดจ้าวซื่อก็ตัดสินใจได้
ราชวงศ์ก่อนมีคหบดีหลวงผู้ร่ำรวยผู้หนึ่งมีหน้าที่ส่งสินค้าจากหลายหัวเมืองเข้าเมืองหลวงความร่ำรวยมั่งคั่งของเขาเป็ที่พูดถึงมากจวนของเขาใหญ่โตเเละมีความหรูหราที่งดงามวิจิตรในตอนที่พลัดเปลี่ยนเเผ่นดินเขาได้ขายจวนของตนเองที่อยู่เมืองเป่ยหลินในราคาสูงเเล้วหลบหนีหายไปกับเรือสำเภาเเม้ว่าตอนนี้จวนจะทรุดโทรมลงไปบ้างหากเเต่ปรำปรุงสักหน่อยมันก็ดูดีมิใช่หรือ ?
ทั้งจ้าวซื่อยังถูกใจเรือนที่ตั่งอยู่ใจกลางจวนนั่นอีกในรายงานของนายหน้าเขียนว่ามันเป็เรือนกลางสวนที่หลังใหญ่เเละหรูหราที่สุดในจวนมันเหมาะสำหรับบุตรสาวคนเดียวของนางใช่หรือไม่เล่า!
เพราะตลอดหลายปีมานี้จวนใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างขวางเเละอยู่ติดถนนสายหลักของเมืองเป่ยหลินราคามันจึงเเพงถึงสามล้านตำลึงทว่าปัจจุบันเ้าของจวนหลังนี้ได้เสนอขายให้ตระกูลจูเพียงเเปดเเสนตำลึงเท่านั้นเเลกกับการขายเหล้าหอมหมื่นลี้ให้ชั้นห้าของหอจุ้ยเสียงเดือนละหนึ่งไหนี้ราวกับโชคล้นทับมิรีบคว้าเอาไว้ก็เเปลกเเล้วจูหยางเหล่ยรู้สึกตะงิดใจเล็กน้อยชั้นห้าของหอจุ้ยเสียงเป็คนเช่นไรถึงยอมขายขาดทุนถึงเพียงนี้ เพียงเเต่เพชิญหน้ากับความอยากได้อันเเรงกล้าของภรรยาเเล้วเขาจึงมิคิดต่อให้มากความคิดเสียว่าเ้าของจวนคนเก่าเป็คนชราที่หลงไหลในรสสุราก็พอ
เพราะว่าจ้าวซื่อกลัวว่าโอกาสทองเช่นนี้จะตกไปอยู่ในมือของผู้อื่นนางจึงทำสัญญาซื้อขายในทันทีเเต่ว่าเงินทั้งหมดของตระกูลที่ได้จากการค้าขายรวมกันเเล้วได้เพียงหนึ่งล้านสองเเสนตำลึงเท่านั้นสามารถหักครึ่งมาจ่ายค่าจวนได้เพราะอีกครึ่งต้องเก็บไว้เป็เงินหมุนเวียนใช้ในครอบครัวเเละกิจการ หักครึ่งมาเเล้วเงินก็เพียงเเค่หกเเสนตำลึงย่อมไม่พอในการซื้อจวนครั้งนี้เเน่นอนขาดตั้งสองเเสนตำลึงเลยทีเดียว สุดท้ายเเล้วจูเฟยหยาจึงได้เอาเงินของนางออกมาให้กับครอบครัวเงินเก็บส่วนตัวของนางรวมๆกันเเล้วก็ได้ตั้งสองเเสนสามหมื่นตำลึง ! จ้าวซื่อไหนเลยจะหักใจเอาเงินลูกสาวได้เเต่ด้วยความกดดันเเละคำพูดเกลี้ยกล่อมของลูกสาวจ้าวซื่อจึงตัดสินใจที่จะยืมเงินลูกสาวคนเล็กรออีกสักสองเดือนกิจการมีกำไรมากพอจะส่งคืนให้ลูกสาวคนเล็กไม่ขาดเเม้เเต่ตำลึงเดียว
เหลือเวลาอีกเพียงสิบกว่าวันก็จะถึงปีใหม่เเล้ววันนี้ได้ฤกษ์ยามย้ายบ้านเสียทีรถม้าเเละรถลากบรรทุกของมีมากถึงสิบกว่าคันจ้าวซื่อคิดว่าขึ้นบ้านใหม่ในวันปีใหม่ฤกษ์ดีเเละจะนำพาความสุขมาให้เเก่คนในครอบครัวเช่นนี้เเล้ววันนี้เลยย้ายเข้าจวนกัน จูิได้นำสัมภาระหลายคันรถนำไปก่อนที่เหลืออยู่ก็มีเพียงรถม้าสี่คันเเละเกวียนเทียมวัวเอาไว้ให้คนงานขึ้นมานั่ง คนงานที่เอาไปมีเพียง17คนเท่านั้นที่เหลือล้วนอยู่ทำงานที่โรงงานเช่นเดิมส่วนเื่ที่จวนใหญ่โตคนงานจะพอหรือไม่นั่นมิต้องเป็ห่วงไปพอไปถึงจวนจะมีพ่อค้าทาสนำทาสที่ถูกอบรมมาเเล้วมาให้เลือกซื้อด้วยตนเอง
ซูซู่มองข้างรถม้าตามทางพลางคิดในใจเดิมทีนางเองก็ระหกระเหินอยู่ในจวนใหญ่มาก็มากเเล้วเเต่มิเคยเห็นจวนใหญ่ที่งดงามเช่นนี้ นึกถึงตอนที่คุณหนูพาไปดูช่างซ่อมเเซมเรือนหยวนิเเล้วรู้สึกตื่นเต้นมากคุณหนูได้อยู่เรือนที่ใหญ่ที่สุดทั้งยังอยู่ใจกลางของจวนเเละมีสวนดอกไม้ล้อมรอบราวกับเเดน์ยังมีสระบัวที่ถูกขุดขึ้นมาบัวเ่าั้งดงามมากจริงๆดอกไม้งดงามเ่าั้ที่ย้ายจากสวนเรือนน้อยอิงเกอล้วนเป็ดอกไม้ล้ำค้ายามนี้มันผลิดอกส่งกลิ่นหอมหวนท้าลมหนาวเเละหิมะได้อย่างสบาย !
คุณหนูเองเป็คนฉลาดชั่งคิดสวนรกร้างเพียงสองอาทิตย์ก็เปลี่ยนเเปลงได้ดอกไม้ใบหญ้าขึ้นงอกงามราวกับหิมะไม่มีผลกระทบอะไรกับมันซูซู่นางมิได้โง่จะดูไม่ออกเชียวหรือว่ามันเเปลกเพียงเเต่นางรู้อะไรควรพูดอะไรมิควรพูดเช่นนั้นเเล้วนางจึงไม่ได้ปริปากอันใด
ต่างกับซูซู่ที่นั่งคิดอะไรมากมายเฟยหยานางมิได้รู้สึกตื่นเต้นเพราะตั้งเเต่ทำสัญญาซื้อขายนางก็เข้าเมืองมาดูจวนอยู่บ่อยครั้งยามนี้นางจึงเพียงดื่มชาในรถม้าพลางอ่านตำราสมุนไพรเท่านั้น ! รถม้ามาถึงจวนในเวลาเพียงหนึ่งชั่วยามเฟยหยาเอื่อมมือไปจับมือของซูซู่ลงบันไดรถม้าพลางเดินตามเข้าจวนไป วันนี้นางรู้สึกมิค่อยสบายจึงไม่ได้อยู่หาหรืออันใดกับพวกพี่ชายเเละท่านพ่อท่านเเม่เเต่ตรงกลับเรือนหยวนิเลย !
เรือนอื่นๆเองก็ซ่อมเเซมเสร็จเรียบร้อยเเล้วเหลือเพียงจัดเเจงเื่ต่างๆในจวนซึ่งหน้าที่นี้เป็ของท่านเเม่เช่นนี้เเล้วก็ไม่เหลืองานอะไรให้นางทำอีกมิสู้กลับไปพักผ่อนที่เรือนมิดีกว่าหรือ
จูิที่มาจัดการเื่ในจวนได้จัดเเจงทาสที่ซื้อมาใหม่เเล้วในเรือนหยวนิจึงมีทาสหลายคนเเละสาวใช้หลายคนทำความสอาดเเละดูเเลดอกไม้ต้นไม้กันอย่างขันเเข็งมองเเลเวดูคล้ายคนมีมากเเตจูเฟยหยาเชื่อว่าท่านเเม่คงจะซื้อทาสมาเป็สาวใช้เพิ่มอีกเเน่ๆ
บ่าวชายเเละสาวใช้เ่าั้มิเคยเห็นจูเฟยหยาหากเเต่ยามนางเดินมาพวกเขากลับรับรู้ได้ทันทีว่าเป็คุณหนูน้อยของจวนพวกเขาคำนับอย่างพร้อมเพียงพลางสังเกตุ ! วันนี้จูเฟยหนาสวมชุดฮั่นฟูสีเเดงลายดอกเหมยผมถูกหมัดสูงด้วยผ้าผูกผมสีเเดงประดับด้วยปิ่นไข่มุกสีชมพูส่วนต่างหูก็เป็ลายดอกไม้ทำจากไข่มุกสีขาวเช่นกันเพราะอากาศเริ่มหนาวยามนี้ก็สวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีเเดงบวกกับริมฝีปากเล็กสีเเดงคล้ายผลอิงเถาทำให้ขับเครื่องหน้าทั้งห้าให้ดูงดงามสดใสสมวัยโดยเฉพาะดวงตาหงส์คู่ที่ยามจับจ้องสิ่งใดนั้นมีเสน่ห์เหลือล้น ! พวกบ่าวชายเเละสาวใช้ที่นี่ล้วนอยู่ในโรงค้าทาสมาก่อนความงามของคนเรานั้นเห็นมาไม่มากเเต่เมื่อพวกเขาเห็นใบหน้าคุณหนูใครบ้างจะไม่ตะลึง.!
คนที่นี้ไม่รู้เลยว่าเดิมทีหน้าตาของจูเฟยหยาเเม้จะจัดว่างดงามเเต่ก็ไม่งดงามมากถึงเพียงนี้ เื่นี้ต้องยกความดีความชอบให้ต้นหางหงส์เพลิงที่วางอยู่ในห้องนั้นกระมังต้นไม้วิเศษที่เอาออกมาจากป่าโบราณ
จูเฟยหยาไล่สายตามองสาวใช้เเละบ่าวชายทุกคนก่อนจะพูดเสียงเรียบ "เเม้ตระกูลจูจะสงบสุขเเต่ก็ใช่ว่าจะสามารถพูดสิ่งใดให้คนภายนอกฟังได้ง่ายๆหากคิดไม่ซื่อหรือทรยศต่อข้า คุณหนูผู้นี้จะไม่ละเว้นสักคน!" พูดจบจูเฟยหยาก็เดินเข้าเรือนไป ภายหลังผู้เป็นายเดินไปเหล่าสาวใช้เเละบ่าวชายก็พากันถอนหายใจโล่งอก ! พวกเขาหาใช่พวกสมองหมูที่มองสิ่งใดมิออกเรือนหยวนินั้นงดงานเเละใหญที่สุดนั้นหมายถึงผู้เป็เ้าของเรือนนั้นเป็ดั่งไข่มุกในอุ้งมือของคนทั้งจวนเเล้วสาวใช้เเละบ่าวต่ำต้อยอย่างพวกเขาจะกล้ามีปัญหาด้วยได้หรือ ?
เฟยหยาเดินมานั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องเเป้งผมที่ถูกหมัดขึ้นเเละประดับด้วยปิ่นไข่มุกสีชมพูถูกซูซู่ถอดออกช้าๆก่อนจะหยิบหวีดอกท้อมาสางผมยาวสลวยของนางช้าๆเฟยหยานางรู้สึกผ่อนคลายยิ่งนักสาวใช้ของนางตอนนี้ก็มีเพียงเว่ยอี้เเละซูซู่ส่วนคนที่อยู่ข้างนอกเ่าั้ก็เป็เเค่สาวใช้ชั้นรองรับผิดชอบงานเล็กในสวนหยวนิเท่านั้น !
ซูซู่หวีผมให้ตูเฟยหยาจนเสร็จเพียงเเต่เห็นคุณหนูหลับตาพริ้มจึงเอ่ยเสียงเตือนเบาๆ "คุณหนูเ้าค่ะน้ำในอ่างน่าจะถูกเตรียมเรียบร้อยเเล้วไปอาบก่อนดีหรือไม่จะได้เข้านอนไวหน่อย !" เดิมทีคุณหนูไม่ค่อยนอนกลางวันเเต่เพราะสองสามวันนี้คุณหนูยุ่งอยู่กับการเตรียมที่ทางเเละวางเเผนช่วยนายท่านคิดออกเเบบสำนักศึกษากลางคืนก็ยังคงใช้พู่กันวาดเเบบต่างๆดึกดื่นค่อนคืนกว่าจะได้นอนเห็นหรือไม่?ร่างกายมิไหวเเล้วสมควรจะพักผ่อน !
จูเฟยหยาลืมตาช้าๆ "ก็ดีเช่นกันจะได้สบายตัว!" จูเฟยหยาเข้าไปผลัดเปลี่ยนเสื้อหลังม่านกั้นก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำเอามือจุ่มเช็คความร้อนเรียบร้อยเห็นว่าอุณหภูมิพอดีนางจึงก้าวลงไปเเช่ตัวเฟยหยาไม่ได้ให้ซูซู่มาขัดตัวให้เพราะนางไม่คิดที่จะอาบน้ำนานรีบอาบจะได้ไปนอน
..
ในเมืองหลวงที่คึกคักในวังจัดงานชมดอกไม้ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ฮูหยินเเละบุตรชายบุตรสาวที่มีบิดาเป็ขุนนางขั้นสี่ขึ้นไปล้วนถูกเชิญมาที่นี้ งานชมดอกไม้ในปีนี้เป็ไทเฮาที่เป็เเม่งานเเน่นอนว่าฮ่องเต้เองก็เสด็จมาด้วยเหล่าฮองเฮาเเละสนมหลายคนของวังหลังล้วนมาที่เเห่งนี้อุทยานหลวงจึงเต็มไปด้วยความคักคักครื้นเครง
งานชมดอกไม้มิได้เเบ่งเเยกชายหญิงออกจากกันเพียงเเต่จัดสรรพื้นที่เเยกกันเท่านั้นเช่นเหล่าขุนนางบุรุษเเละเหล่าองชายรวมถึงอ๋องต่างๆจะนั่งฝั่งซ้ายมือส่วนเหล่าหวังเฟยเเละพระชายาตลอดจนฮูหยินเเละเหล่าบุตสาวนั้งฝั่งขวาส่วนตรงหน้าพวกเขาหัวงานเป็ตำเเหน่งที่นั้งของฮ่องเต้ไทเฮาฮองเฮาเเละเหล่าสนม กระถางไฟถูกจุดทุกมุมของที่นี่ส่วนด้านนอกเป็สวนดอกเหมยสีเเดงสดชูช่อท้าหิมะที่โปรยปราย
ไป๋ซื่อจื่อ(ไป๋อวี้) นั่งข้างๆกันกับนายท่านผู้เฒ่าโหวที่ยามนี้ไปหน้าสดใสไม่มองคล้ำเป็ไม้ใกล้ฝั่งเช่นเมื่อสองเดือนก่อนเลยสักนิดนี่ทำให้คนบางคนประหลาดใจเเละก็มีบางคนที่เสียดายเพราะในใจหวังให้จิ้งจอกเฒ่าผู้นี้ตายๆไปเสียมิรู้อีกฝ่ายไปเจอหมอเทวดาที่ใดกันมิใช่ว่าโรคก้อนเนื้อในท้องไม่มีหนทางรักษาหรือ ? เื่นี้ฮ่องเต้เ้าต้าหลางเองก็เเปลกใจจึงตรัสถาม "ไป๋โหวเยี่ยเจิ่นได้ยินว่าเ้ารักษาโรคก้อนเนื้อในท้องหายเเล้วเจิ่นใคร่รู้นักว่าหมอเทวดาผู้นั้นเป็ใคร ?" สิ้นเสียงที่เ้าต้าหลางตรัสถามงานทั้งงานก็เงียบลงเื่ที่นายท่านผู้เฒ่าโหวรักษาโรคร้ายหายขาดเเล้วไม่ใช้เื่ที่ปิดเป็ความลับเเต่อย่างใดใครต่อใครเองก็อยากรู้เช่นกันว่าหมอเทวดาที่รักษานายท่านผู้เฒ่าโหวเป็ผู้ใดกันเเน่จึงเก่งกาจเเม้เเต่หมอหลวงเเละจวนเเพทย์หลวงเองก็สู้มิได้เพียงเเต่นายท่านผู้เฒ่าโหวเป็ใครกัน? ใช่ว่าอยากถามก็ถามได้ที่ใดกัน !
นายท่านผู้เฒ่าโหวยิ้มก่อนจะตอบเสียงดังฉะฉาน "เรียนฝ่าาเฉินมิมีเจตนาจะปิดบังฝ่าาเพียงเเต่หมอเทวดาผู้นี้เร้นกายในป่าลึกวิชาเเพทย์เองก็พิศดารนิสัยเองก็เป็คนรักสงบจึงมิอาจเปิดเผยได้พะย่ะค่ะ!" คนที่รอฟังอยู่พากันถอนหายใจเสียดายใครบ้างมิอยากผูกมิตกับหมอเทวดาเก่งๆที่ในสักวันอาจจะช่วยยื้อชีวิตตนจากประตูผีได้กันเพียงเเต่ไม่เห็นหรือเเม้เเต่ฝ่าาเองก็ไม่ได้รับคำตอบพวกตนจะทำอันใดได้!
หลี่เฉินที่นั่งอยู่ไม่ไกลเองก็มองนายท่านผู้เฒ่าโหวเช่นกันเขารู้สึกดีไม่น้อยกับคำตอบของนายท่านผู้เฒ่าโหวด้วยความเป็คนคุมหน่วยองครักษ์เงาปีศาจการสืบว่าใครรักษานายท่านผู้เฒ่าโหวเเม้จะยากเย็นอยู่บ้างเพราะคนของจวนจงอู่โหวนั้นมิธรรมดาล้วนเป็คนมากฝีมือเเต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถของหน่วยองครักษ์เงาปีศาจเขาย่อมรู้ว่าคนที่รักษานายท่านผู้เฒ่าโหวคือเด็กน้อยที่เคยช่วยชีวิตเขานั้นเอง การที่นายท่านโหวมิบอกคนอื่นก็เป็การปกป้องเด็กน้อยจากคนไม่ประสงค์ดีนั้นเอง !
ส่วนเ้าต้าหลางเองก็มิได้พิโรธกับคำตอบที่ได้พระองค์ทรงยิ้มก่อนจะตรัสต่อ "เจิ่นจะโทษเ้าได้อย่างไรในเมื่อบอกมิได้ก็ไม่ต้องบอก!" เหล่าหมอที่เก่งกาจก็มักจะมีนิสัยเเปลกปลาดไม่ใช่หรือจะถือสาได้อย่างไร !
ขอบคุณครับ/ ค่ะ
謝謝
Xièxiè (เซี่ย-เซี่ย)
ถ้าได้ยินคำนี้ให้ใจเย็นไว้ก่อน เขาไม่ได้ด่าเราว่า ‘เชี่ยเชี่ย’ นะ เพราะคำว่า ‘謝謝 Xièxiè เซี่ยเซี่ย’ ที่สะกดด้วย ซ.โซ่ แปลว่า ขอบคุณ
ลาก่อน/ แล้วพบกันใหม่
再见。
อ่านว่า Zài jiàn (จ้าย-เจี้ยน)
再 zài (จ้าย) = อีกครั้ง, 见 jiàn (เจี้ยน) = พบ
คุณสวยจัง
你很漂亮。
อ่านว่า Nǐ hěn Piàoliang. (หนี-เหิ่น-เพี้ยว-เลี่ยง)
可爱 kě’ài (เข่อ-อ้าย) = น่ารัก, 漂亮 Piàoliang (เพี้ยว-เลี่ยง) สวย สองคำนี้คนไทยที่หน้าหมวยๆ หน่อย เวลาไปเดินตลาดนัดเจเจบางครั้งก็โดนคนขาย(ที่เป็คนไทยเอง)เข้าใจผิดว่าเป็ต่างชาติ แล้วะโชมก็มีนะ
...