ตอนที่19 ดาวเคราะห์ซอมบี้
สิ้นคำพูดของใบหน้าชายชรา
พลันมีหมอกสีขาวห่อหุ้มร่างกายของหลิวเย่ทันใดพร้อมกับคำพูดของชายชราว่า
“หมอกสมปรารถนาจะนำเ้าไปยังประตูทางออกจากมรดกเหมันต์แห่งนี้เอง”
ทันใดนั้นหลิวเย่รู้สึกว่าร่างของเขาถูกอุ้มลอยไปในทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว
โดยที่เขาไม่สามารถใช้ัั์ฝ่าสำรวจหมอกสีขาวเพื่อดูสภาพแวดล้อมภายนอกได้เลยแม้แต่น้อย
ราวหนึ่งชั่วยามต่อมา
หลิวเย่รู้สึกว่าเท้าของเขาัักับพื้นดินและหมอกขาวพลันจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย“ไปแล้วหรือ?”
เขาเหลียวมองรอบกายเมื่อพบว่าตนเองสามารถใช้ัั์ได้ตามปกติแล้ว
หลิวเย่กัดปลายนิ้วกลางมือซ้ายของตนเองเพื่อหยดเืลงในโคมสัมฤทธิ์ผล
เขา้าให้เทเลพอร์ตกลับคืนมาเพื่อใช้งานในกรณีฉุกเฉินเพราะมันเป็ตัวช่วยที่สำคัญสำหรับตนเอง
เมื่อเขาหยดเืลงไปในโคมสัมฤทธิผลแล้ว
หลิวเย่กำหนดจิตเพื่อระบุสิ่งที่้าให้กลับคืนมา
สิ้นคำอธิษฐานของเขาพลันมีแสงสีเขียวอ่อนสว่างวาบขึ้นจากใจกลางโคมไม้นั้น
ครู่หนึ่งหลิวเย่รู้สึกร้อนสลับหนาวจนทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้านเพราะปรับตัวไม่ทัน
สิบลมหายใจต่อมา
อาการร้อนหนาวพลันจางหายไปพร้อมๆกับที่หลิวเย่รู้สึกปวดแสบร้อนบริเวณใต้ท้องแขนซ้าย
ซึ่งเป็ตำแหน่งเดิมของเทเลพอร์ตที่เคยมีอยู่
“ไชโย! ในที่สุดเทเลพอร์ตของฉันก็กลับคืนมาแล้วโชคดีจริงๆ”
หลิวเย่ก้มลงดูท้องแขนของตนเองและพบว่าเทเลพอร์ตกลับมาแล้วจริงๆ
เขาโห่ร้องอย่างมีความสุขแต่แปลกใจที่พบว่าไม่มีพิกัดใดๆปรากฏขึ้นมาให้เห็นในเวลานี้เลย
“หวังว่าออกไปจากมรดกสำนักเหมันต์แล้วจะมีพิกัดโลกหรือดาวเคราะห์ที่อาจารย์อยู่ให้ฉันได้เห็นที”
หลิวเย่คาดหวังว่าจะมีพิกัดที่อยู่ของอาจารย์จากเทเลพอร์ตที่ได้รับกลับคืนมา
จากนั้นเขาใช้ัั์สำรวจรอบๆเพื่อค้นหาประตูทางออก
เขาพบกับประตูที่อยู่ห่างออกไปแค่หนึ่งลี้เท่านั้นจึงวิ่งไปโดยตรง
ครู่หนึ่งหลิวเย่ยืนอยู่ในป่าทึบที่มีต้นไม้สูงใหญ่เต็มไปหมด
มีต้นไม้หนึ่งขนาดยี่สิบคนโอบซึ่งมีประตูไม้บานใหญ่อยู่กึ่งกลางลำต้นโดยมีที่จับประตูยื่นออกมาเหมือนกิ่งไม้เล็กๆ
“นี่คงเป็ประตูทางออกจากที่นี่สินะ”หลิวเย่พึมพำกับตนเองก่อนเดินตรงไปที่ประตูไม้บานนั้น
เขาจับที่กิ่งไม้อันเล็กก่อนตั้งสติเตรียมพร้อมเผชิญกับสถานการณ์หลังประตูที่ไม่สามารถคาดเดาได้
เขาไม่รู้ว่าจะไปโผล่ที่ดาวดวงไหนหรือสถานที่แบบใด?
แต่ในเมื่อเป็สิ่งที่ใบหน้าชายชรามอบให้ตามคำขอของตนเอง
ทำให้หลิวเย่สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วเปิดประตูออกทันที “แว็บ”
พลันร่างของหลิวเย่หายไปจากหน้าประตูไม้บานนั้นอย่างไร้ร่องรอย
และประตูไม้กลับปิดแนบสนิทกับลำต้นดังเดิม
..........
“แว็บ” มีแสงสว่างวาบขึ้นในห้องขนาดเล็กใต้หลังคาของหอคอยสูงในคฤหาสน์ขนาดใหญ่เก่าแก่และผุพัง
หลิวเย่ลืมตามองรอบตัวด้วยความแปลกใจกับสภาพแวดล้อมรอบกายที่แปลกตา
นั่นคือรอบตัวเขาเป็ห้องขนาดเล็กเหมือนห้องใต้หลังคาที่มีเพดานลาดเอียงด้านหนึ่ง
เขาเดินตรงไปยังหน้าต่างบานเล็กด้านหนึ่งของห้องซึ่งเป็หน้าต่างกระจกที่ฝ้ามัวเหมือนผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน
หลิวเย่ทดลองใช้พลังปราณของตนเองและพบว่าสามารถใช้ได้แค่หนึ่งในสี่เท่านั้น
“โอ๊ะ! พลังปราณใช้ได้แค่หนึ่งในสี่แถมที่นี่พลังฉียังเบาบางพอๆกับโลกเดิมของฉันเลย”
หลิวเย่รู้สึกกังวลใจและรีบสำรวจตัวช่วยอื่นๆที่มี
เมื่อพบว่าัั์สามารถใช้งานได้ตามปกติมิติพื้นที่ใช้งานได้
ทำให้หลิวเย่ผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก“อย่างน้อยตัวช่วยสำคัญก็ยังอยู่ดีล่ะนะ”
ทันใดนั้นเขาพลันรู้สึกปวดแสบร้อนท้องแขนซ้ายขึ้นทันที
เมื่อก้มมองดู เขามองเห็นพิกัดกระพริบวาบขึ้นมาหนึ่งตำแหน่งและมีระยะเวลาบัฟเฟอร์ที่สามารถเดินทางครั้งต่อไปได้คือ
3 วันข้างหน้า
“อย่างน้อยเวลาไม่นานเกินไปฉันต้องหาคำตอบให้ได้ก่อนว่าที่นี่คือที่ไหน?”
หลิวเย่หยิบฮัทพิเศษออกมาจากมิติพื้นที่และสวมเข้าที่หัวของตนเองทันที
เมื่อพบว่าฮัทพิเศษสามารถใช้งานได้
หลิวเย่ทั้งตื่นเต้นยินดีและกังวลใจ
เนื่องจากหากฮัทสามารถใช้งานได้แสดงว่าดาวเคราะห์นี้เป็ดาวที่สมาพันธ์แห่งดวงดาวเคยเดินทางหรือสำรวจมาแล้ว
แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถใช้งานฮัทเพื่อค้นหาดาวที่มีพวกโน๊ชอยู่เป็จำนวนมาก
เขา้าค้นหาดาวที่น่าจะเป็สถานที่กักขังจิติญญาของอาจารย์ตนเอง
ทันใดนั้นหลิวเย่นึกถึงพิกัดที่อยู่หนึ่งซึ่งได้มาจากถ้ำของค้างคาว์
เขานำพิกัดนั้นมาตรวจสอบกับฮัททันที“จักรวาลที่ 52 ดาวเคราะห์ที่ 8 ดาวเคราะห์เอสล่า”
พลันมีภาพโฮโลแกรม5 มิติของดาวเคราะห์ในพิกัดนั้นปรากฏขึ้นต่อหน้าหลิวเย่
ดาวเคราะห์เอสล่ามีสภาพเต็มไปด้วยน้ำแข็งและหิมะเป็ดาวเคราะห์สีเทาที่มีอุณหภูมิหนาวเย็นและเย็นจัด
“นี่หรือคือดาวเคราะห์เอสล่า? ไม่เห็นเหมือนกับดาวเคราะห์ที่ฉันเห็นจากนิมิตของไข่มุกเหยียนเจียงหรือว่าเป็คนละดาว
เคราะห์กันแน่นะ?” หลิวเย่ครุ่นคิดอย่างจริงจัง
จากนั้นเขากดปุ่มค้นหาว่าที่นี่คือดาวเคราะห์อะไร?
ครู่หนึ่งพลันมีสภาพภูมิประเทศและข้อมูลพื้นฐานของดาวเคราะห์นี้ปรากฏต่อหน้าหลิวเย่
“ดาวเคราะห์ซอมบี้เป็ดาวเคราะห์ที่ใช้ทดลองเชื้อโรคและอาวุธเคมีชีวภาพทั้งหลายของสมาพันธ์แห่งดวงดาว”
สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็ูเาสูงเนินเขา มีที่ราบลุ่มแค่หนึ่งในห้าส่วน ส่วนที่เหลือเป็น้ำทะเลสีเขียวสดใส
ดาวเคราะห์ซอมบี้ไม่มีูเาน้ำแข็ง
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็ดินทรายและหินปูน
อากาศร้อนและร้อนอบอ้าวจนทำให้หลิวเย่แอบใช้พลังปราณขับเอาไอเย็นมาห่อหุ้มตัวเพื่อคลายร้อน
แต่เขาทำได้แค่ชั่วครู่เท่านั้นเพราะรู้สึกเพลียขึ้นทันทีเนื่องจากใช้พลังปราณมากกว่าปกติ
“ร้อน! ร้อนจริงๆ จะอยู่ยังไงให้รอดจนครบเวลาบัฟเฟอร์ล่ะทีนี้?” หลิวเย่บ่นอุบด้วยความหงุดหงิดใจ
ทันใดนั้นเขาตัวแข็งทื่อขึ้นทันทีเมื่อััเสียงฝีเท้าจำนวนมหาศาลมุ่งตรงมายังหอคอยที่เขายืนอยู่
“เอื๊อก! อย่าบอกนะว่าพวกซอมบี้จับสัญญาณของฉันได้แล้ว”
หลิวเย่คิดด้วยความหวาดกลัวพลางใช้สมองอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้
เขาล่องหนด้วยศิลปะจิติญญาชูราทันที
พร้อมกับยืนจ้องมองฝูงซอมบี้ที่อยู่ด้านล่างคฤหาสน์
ซอมบี้ไม่ได้มีแค่มนุษย์เท่านั้นแต่ยังมีสัตว์ประเภทต่างๆที่กลายเป็ผีดิบทั้งหลาย
จำนวนของซอมบี้ที่มีมากมายมหาศาลเหมือนมดตัวเล็กๆอยู่เต็มล้อมรอบอาคารคฤหาสน์เก่าที่มีหอคอยสูง
เขาตื่นใที่พบว่ามีซอมบี้นับแสนที่กรูเข้ามาล้อมรอบคฤหาสน์แห่งนี้
ทันทีที่หลิวเย่ล่องหนหายตัวโดยใช้ศิลปะจิติญญาชูรา
บรรดาซอมบี้ต่างพากันหยุดชะงักและจ้องมองกันไปมาด้วยความงุนงง
แต่ทว่าพวกมันยังไม่หนีหรือเคลื่อนย้ายไปที่ใด
มีบางตัวทำจมูกฟุดฟิดดมหากลิ่นอย่างตั้งใจเหมือนกำลังตามหาร่องรอยของเขาอยู่
หลิวเย่คิดอย่างกังวลใจและหาทางรอดอื่นเพราะพลังปราณที่ใช้ได้แค่หนึ่งในสี่นั้นถือว่าเสี่ยงอันตรายมากเกินไป
ขณะกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น
หลิวเย่พลันมีเหงื่อออกชุ่มกายเนื่องจากเขาััได้ถึงพละกำลังที่แข็งแกร่งเทียบเท่าขอบเขตแกนเทพระดับต้น
กำลังมุ่งหน้าตรงมายังหอคอยนี้
“อย่ามาทางนี้นะขอให้เป็พวกเดียวกันด้วยเถอะ” เขาภาวนาอย่างมีความหวัง
เนื่องจากความแข็งแกร่งของเขาในเวลานี้เทียบเท่าขอบเขตแกน์ระดับสูงสุดเท่านั้น
ไม่สามารถต่อกรกับความแข็งแกร่งในขอบเขตแกนเทพได้เลย
ทันใดนั้นเขาเกิดฮึดสู้ขึ้นมาเพื่อเปิดทางหนีให้กับตนเองเพราะไม่อาจอยู่รอคอยอันตรายให้มาถึงตนเองได้
หลิวเย่ตัดสินใจใช้ปืนเลเซอร์พร้อมกันทีเดียวสองกระบอกเพื่อยิงเปิดทางพร้อมกับวิ่งหนีหาที่หลบซ่อนที่ปลอดภัย
เขาไม่สามารถรอให้พลังปราณที่ใช้ล่องหนหมดสิ้นไปก่อน
ดังนั้นหลิวเย่จึงเปิดประตูห้องเล็กใต้หลังคาออกมาแล้วพุ่งตัววิ่งลงไปชั้นล่างอย่างรวดเร็ว
เขาปลดการใช้ศิลปะจิติญญาชูราเพื่อล่องหนออกแล้วใช้ปืนเลเซอร์ซ้ายขวายิงเข้าใส่ฝูงซอมบี้โดยตรง
“โอ๊ย!”
“โอย”
เสียงซอมบี้กรีดร้องด้วยความเ็ปก่อนล้มตายกันเกลื่อน
หลิวเย่ทั้งวิ่งทั้งยิงปืนเลเซอร์โดยกดค้างไว้ตลอดเวลา
เขาสาดยิงปืนเข้าใส่ฝูงซอมบี้ไม่ยั้งพร้อมกับใส่เกียร์วิ่งอย่างรวดเร็ว
หลิวเย่เลือกวิ่งตรงไปยังทะเลที่อยู่ใกล้ที่สุดที่เขามองเห็นจากด้านหนึ่งของหอคอย
เพราะเขาสังเกตแล้วไม่พบว่ามีฝูงซอมบี้อยู่ใกล้ชายทะเลแม้แต่ตัวเดียว
ที่สำคัญคือเขากำลังวางแผนใช้ยานรบลำเล็กเป็ที่กำบังชั่วคราว
และใช้บินหนีเหล่าซอมบี้รวมถึงบางสิ่งที่ทรงพลังซึ่งมันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
ระหว่างทางหลิวเย่ไม่สนใจกับซากศพของซอมบี้ที่ถูกปืนเลเซอร์ยิงเข้าใส่แต่อย่างใด
ไม่ว่าพวกมันจะส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนแค่ไหน
เขาคิดอยู่อย่างเดียวว่าต้องหาทางรอดชีวิตออกไปจากสถานการณ์นี้ให้ได้
ครู่หนึ่งหลิวเย่วิ่งผ่านฝูงซอมบี้และเปิดทางสำหรับตนเองได้แต่เขาไม่ประมาทและพยายามวิ่งให้เร็วที่สุด
จังหวะหนึ่งหลิวเย่แอบหันกลับมามองด้านหลังตนเองพลันตื่นใที่พบว่าซอมบี้วิ่งตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด
“บ้าชิบ! ไอ้พวกผีดิบนี่มันอึดจริงๆ วิ่งเร็วเกือบเท่าฉันเลย”
ทันใดนั้นหลิวเย่รับรู้ว่าพลังอันแข็งแกร่งเข้ามาใกล้เขามากขึ้นทุกขณะ
ทำให้เขาตัดสินใจเอายานรบลำเล็กออกมาแล้วพุ่งตัวเองเข้าไปในยานในชั่วพริบตา
“ขวับ”มีซอมบี้สองตัวะโเกาะยานรบของหลิวเย่ได้ทันก่อนที่เขาจะปิดประตูของยานรบ
หลิวเย่จึงใช้ปืนเลเซอร์ยิงเข้าใส่โดยตรง“ไปให้พ้น! ไอ้พวกซอมบี้น่ารังเกียจ”
“ตุบ ตุบ”ร่างของซอมบี้สองตัวพลันร่วงหล่นทันทีหลังถูกปืนเลเซอร์ยิงเข้าใส่อย่างจัง
หลิวเย่รีบปิดประตูและส่งเสียงออกคำสั่งยานรบทันที“บิน!”
“วื้ด” ยานรบลำเล็กเหินตัวบินตรงไปที่ทะเลในทันที
ครู่หนึ่งหลังจากหลิวเย่บินออกไปแล้ว
ปรากฏร่างของซอมบี้ขนาดใหญ่เป็สองเท่าของซอมบี้ทั่วไปวิ่งมาจากทางใต้
มันหยุดยืนมองจุดดำเล็กๆของยานรบหลิวเย่พร้อมกับแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมและหันไปสั่งลูกน้องซอมบี้ทั้งหลายว่า“เฝ้ามัน
ไว้ให้ดี หากพบว่ามันรอดจากทะเลแห่งความตายมาได้ ให้นำตัวมันมาให้ข้า”
“รับคำสั่งท่านนายกอง”เสียงขานรับดังสนั่นจากซอมบี้ทั้งหลาย
..........
ด้านหลิวเย่ที่ลูบหน้าอกตนเองด้วยความหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่ตนประสบมา“ถ้าช้าอีกนิดเดียว ฉันตายแน่ๆ”
เขาคิดว่าหากไม่มียานรบลำเล็กไว้ใช้
จะต้องลำบากและอันตรายมากกว่านี้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามหลิวเย่ไม่รู้เลยว่าอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้าร้ายแรงกว่าฝูงซอมบี้บนฝั่งมากนัก
เมื่อยานรบลำเล็กบินมาถึงชายฝั่งทะเล
หลิวเย่สั่งให้ยานรบลงจอดทันทีเพราะว่าัั์ของเขาไม่พบร่างของซอมบี้แม้แต่ตัวเดียว
แต่เขายังแปลกใจที่ตนไม่สามารถใช้ัั์ตรวจสอบภายในทะเลได้
เมื่อยานจอดเรียบร้อยแล้ว
หลิวเย่ะโออกมาจากยานและนำยานรบเก็บเข้ามิติพื้นที่ของตนเองทันที
จากนั้นเดินสำรวจรอบชายทะเลอย่างสนใจพลางจ้องมองลึกลงไปในทะเล
“มีอะไรอยู่ในนั้นกันแน่นะ? ทำไมใช้ัั์ตรวจสอบไม่ได้?”
ทันใดนั้นเองพลันมีวาฬเพชรฆาตลำตัวเป็โลหะสีเงินมันวาวขนาดใหญ่ั์โผล่ขึ้นมาจากทะเล
มันดูดเอาร่างของหลิวเย่เข้าปากของมันได้อย่างง่ายดาย
“อย่า!”
หลิวเย่กรีดร้องเสียงดังลั่นด้วยความตื่นใ
เขาไม่คิดว่าจะมีเพชรฆาตที่ดุร้ายรอคอยเขาอยู่อย่างใจเย็นและเงียบเชียบจนจับััไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ร่างของหลิวเย่หมุนคว้างเข้าปากของมันที่อ้ารออยู่โดยที่เขาไม่สามารถขัดขืนได้เลย
เหมือนกับมีพลังอันแข็งแกร่งล็อคตัวเขาไว้อย่างแ่า
“ไม่! อย่า!”สิ้นคำพูดของหลิวเย่เพียงแค่นี้
วาฬเพชรฆาตพลันหุบปากลงและมุดลงน้ำทะเลทันที“โครม!”
..........
หลิวเย่ลืมตาตื่นขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่รอบกายเต็มไปด้วยสารหล่อลื่นเหนียวหนึบ
“ฉันอยู่ในท้องเ้าวาฬเพชรฆาตงั้นหรือ?” เขาทั้งดีใจและแปลกใจที่พบว่าตัวเองยังไม่ตาย
แต่ไม่คิดว่าตนเองจะมาอยู่ในท้องวาฬเพชฌฆาตแบบนี้
เขาทำหน้าแหยๆเมื่อได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์บางอย่างโชยมาเป็ระยะจากอุโมงค์ด้านหนึ่ง
หลิวเย่พยายามตั้งใจฟังเสียงต่างๆภายในตัววาฬเพชฌฆาตนี้
เขาจับจังหวะและเสียงเต้นหัวใจของวาฬเพชฌฆาตจากทางด้านหนึ่งได้
“ฮึ่ม!แกบังอาจกินฉันเข้ามาในท้องอันโสโครกของแก ฉันจะกินแกนพลังของแกเป็การตอบแทนแล้วกัน”
หลิวเย่ขู่คำรามด้วยความโมโหพลางคิดจะกินแกนพลังของมันบ้าง
แต่ทว่าเขาไม่รู้เลยว่าคำพูดของตนเองได้ไปกระตุ้นบางสิ่งที่นิ่งสงบอยู่ในมิติพื้นที่ของตนเองเข้าโดยบังเอิญ
หลิวเย่พลันชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างเป็เหมือนเสียงแหลมของผู้หญิงดังขึ้น
“หือ เสียงจากไหนกันล่ะ?” เขาหันรีหันขวางไปมาท่ามกลางน้ำย่อยที่เหนียวหนึบในท้องของวาฬเพชฌฆาต
แต่เมื่อตั้งใจฟังอย่างจริงจังกลับไม่ได้ยินเสียงอะไร
ทำให้เขาคิดว่าตนเองหูแว่วเพราะความหวาดกลัว“สงสัยกลัวมากไปเลยหูแว่วแน่ๆ”
หลิวเย่กวาดสายตามองหาที่พอจะเกาะหรือหยุดชั่วครู่ก่อนไปตามหาแกนพลัง
เพราะเวลานี้เขาไม่สามารถทนกลิ่นเหม็นและสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยสารเหนียวหนึบได้อีกต่อไป