คำถามนั้นทำให้หลี่ินึกถึงความจริงอันโหดร้าย เขาสูญเสียทั้งบ้าน ทั้งคนที่ห่วงใย แถมยังถูกตามล่าเอาชีวิตเช่นนี้ เบื้องหน้าช่างมืดมนจับใจ เขาอ้ำอึ้ง ไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไรดี
“ถ้ายังไม่มีที่ไป คืนนี้มากับข้าก่อนก็ได้” ไป๋หลันกล่าว “ข้าเช่าห้องพักเล็กๆ ไว้ที่โรงเตี๊ยมในตลาดใกล้ๆ เ้าจะได้พักรักษาตัว พรุ่งนี้ค่อยคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ”หลี่ิลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อครุ่นคิดก็เห็นว่าตนไม่มีที่พึ่งอื่นใดแล้วในยามนี้ แม่นมหลิน… เขาก็ไม่รู้ว่านางเป็ตายร้ายดีอย่างไร หวังว่านางจะปลอดภัย แต่หากนางถูกลงโทษ เขายิ่งไม่อาจกลับไปที่จวนได้อีก
“เช่นนั้นข้ารบกวนเ้าได้หรือไม่” เขาถามเสียงเบา เกรงใจอยู่มาก
ไป๋หลันยิ้มให้กำลังใจ “ได้สิ ไปกันเถอะ ฟ้าจะสางแล้ว” นางกล่าวพลางช่วยประคองหลี่ิลุกขึ้น
ทั้งสองเดินเคียงกันไปตามทางเดินกรวดเล็กๆ ออกไปจากเขตจวนตระกูลหลี่ คืนนี้ดวงจันทร์เต็มดวงยังคงส่องแสงสีนวล ทว่าในความรู้สึกของหลี่ิ โลกของเขากลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง บ้านที่เคยอบอุ่นพังทลาย คนที่เคยรักกลับแปรเปลี่ยนเป็ศัตรู มีเพียงตำรายาในอ้อมอกและหญิงสาวผู้ใจดีข้างกายเท่านั้นที่เป็ดังแสงแห่งความหวังเรืองรองท่ามกลางราตรีอันมืดมิด
…รุ่งเช้าวันใหม่ แสงอรุณสีทองฉาบทาบขอบฟ้า หลี่ิยืนอยู่หน้าประตูโรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่งในตัวตลาด เขาสูดลมหายใจรับอากาศยามเช้าที่สดชื่น แต่ในอกกลับยังหนักอึ้งด้วยความแค้นและภาระที่แบกรับ ไป๋หลันยืนส่งเขาอยู่ไม่ห่าง นางได้ทำแผลพันผ้าให้เขาใหม่เรียบร้อย ใบหน้าคมงดงามนั้นแฝงรอยยิ้มบาง “จากนี้เ้าจะไปที่ใด”
“ข้าคงต้องเดินทางไปยังบ้านเล็กที่มารดากล่าวถึง” หลี่ิเอ่ยหลังครุ่นคิดมาตลอดทั้งคืน “แม้กุญแจจะถูกชิงไป แต่อาจยังมีหนทางอื่น ข้าจะหาทางเอาสมบัติที่เป็สิทธิ์ของข้าคืนมา แล้วจากนั้น…” แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความมุ่งมั่น “ข้าจะต้องฝึกฝนวิชาในตำราเล่มนี้ให้สำเร็จ และกลับมาเปิดโปงความชั่วของคนทรยศพวกนั้น ให้พวกเขาชดใช้ในสิ่งที่ทำไว้กับครอบครัวข้า!”
ไป๋หลันพยักหน้าช้าๆ อย่างเข้าใจ “เป็เป้าหมายที่ดี เ้าควรระวังตัวทุกฝีก้าว ศัตรูของเ้าไม่ธรรมดา”
“จริงของเ้า” หลี่ิรับคำ “แล้วเ้าเล่า ไป๋หลัน เ้าจะเดินทางต่อไปที่ใดหรือ ข้าจะได้ตอบแทนบุญคุณในภายหน้า”
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ “โชคชะตาคงนำพาให้เราได้พบกันคืนนี้ ข้าเชื่อว่าหากมีวาสนา เราคงได้พบกันอีก” นางไม่ตอบตรงๆ ว่าจะไปไหน แต่กลับหยิบของสิ่งหนึ่งออกมายื่นให้หลี่ิ “นี่เป็ยันต์นำโชคจากสำนักของข้า เ้าเก็บไว้ติดตัวเถิด หากวันหน้ามีภัยให้เผามันแล้วคนของสำนักเราจะมาช่วย”
หลี่ิประหลาดใจ แต่ก็รับยันต์ผ้าไหมเล็กๆ ปักอักษรประหลาดมาถือไว้ “ขอบคุณมาก” เขาซาบซึ้งใจยิ่งนัก “เช่นนั้น… ข้าคงต้องลาท่านแต่เพียงเท่านี้”
“เดินทางปลอดภัยนะ หลี่ิ” ไป๋หลันส่งยิ้มงามให้เป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนกายเดินจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนมองตามจนร่างระหงในชุดเขียวนั้นกลืนไปกับผู้คนบนถนนยามเช้า
หลี่ิกำยันต์นำโชคไว้แน่น เขารู้สึกทั้งเปล่าเปลี่ยวและฮึกเหิมในคราเดียวกัน แม้บัดนี้จะไร้บ้านและครอบครัว แต่เขายังมีเป้าหมายอันแรงกล้า ร่างสูงสะพายย่ามผ้าที่ภายในบรรจุตำรายาหยกปัญญาไว้อย่างมิดชิด แววตาฉายประกายแน่วแน่ขณะก้าวเดินไปบนถนนชีวิตที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า
เขาจะต้องไขความลับที่มารดาทิ้งไว้ ฝึกฝนวิชาและความรู้ให้แก่กล้า และกลับมาทวงความยุติธรรม—ชำระแค้นเืนี้ให้สาสม ไม่ว่าอุปสรรคจะยิ่งใหญ่เพียงใด หลี่ิจะไม่ยอมแพ้อีกต่อไป
การเดินทางสู่อดีตและเรือนลับ
สายลมเย็นยามค่ำพัดผ่านหุบเขาเบื้องหน้า ดวงจันทร์เสี้ยวลอยเด่นกลางฟากฟ้า ห่มแสงสีเงินอ่อนให้แก่ผืนป่า หลี่ิย่างเท้าบนเส้นทางคดเคี้ยวที่ทอดสู่อีกฟากหนึ่งของเทือกเขา ความทรงจำเมื่อครั้งเยาว์วัยหวนคืนมาในความคิด “บ้านหลังเล็กกลางป่าเขียวขจี… แม่เคยพาข้ามาที่นี่”เขาจำได้แม่นยำถึงมืออบอุ่นของมารดาที่จูงเขาเดินผ่านป่า ณ ที่แห่งนี้
ระหว่างทาง หลี่ิชำเลืองมองรอบกายด้วยความระมัดระวัง แม้ใจจะเต้นระทึกหวั่นเกรงศัตรูตามรอย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีวี่แววผู้ไล่ล่าปรากฏ ด้วยความชาญฉลาด เขาเดินทางเฉพาะยามกลางคืน พลางอาศัยเงาไม้บดบังร่องรอยของตน บัดนี้เมื่อเข้าใกล้จุดหมาย ป่าโดยรอบกลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรขับกล่อมยามรัตติกาล หลี่ิระบายลมหายใจยาว รู้สึกปลอดภัยขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นกระท่อมไม้ไผ่เก่าๆ แฝงตัวอยู่ในหมู่ไม้เบื้องหน้า