ตำนานหมอภูติแห่งแสง

    ตอนที่ 4 ซ่อนตัว

    คำถามนั้นทำให้หลี่๮๬ิ๹นึกถึงความจริงอันโหดร้าย เขาสูญเสียทั้งบ้าน ทั้งคนที่ห่วงใย แถมยังถูกตามล่าเอาชีวิตเช่นนี้ เบื้องหน้าช่างมืดมนจับใจ เขาอ้ำอึ้ง ไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไรดี


    “ถ้ายังไม่มีที่ไป คืนนี้มากับข้าก่อนก็ได้” ไป๋หลันกล่าว “ข้าเช่าห้องพักเล็กๆ ไว้ที่โรงเตี๊ยมในตลาดใกล้ๆ เ๽้าจะได้พักรักษาตัว พรุ่งนี้ค่อยคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ”หลี่๮๬ิ๹ลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อครุ่นคิดก็เห็นว่าตนไม่มีที่พึ่งอื่นใดแล้วในยามนี้ แม่นมหลิน… เขาก็ไม่รู้ว่านางเป็๲ตายร้ายดีอย่างไร หวังว่านางจะปลอดภัย แต่หากนางถูกลงโทษ เขายิ่งไม่อาจกลับไปที่จวนได้อีก


    “เช่นนั้นข้ารบกวนเ๽้าได้หรือไม่” เขาถามเสียงเบา เกรงใจอยู่มาก

    ไป๋หลันยิ้มให้กำลังใจ “ได้สิ ไปกันเถอะ ฟ้าจะสางแล้ว” นางกล่าวพลางช่วยประคองหลี่๮๣ิ๫ลุกขึ้น

    ทั้งสองเดินเคียงกันไปตามทางเดินกรวดเล็กๆ ออกไปจากเขตจวนตระกูลหลี่ คืนนี้ดวงจันทร์เต็มดวงยังคงส่องแสงสีนวล ทว่าในความรู้สึกของหลี่๮๬ิ๹ โลกของเขากลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง บ้านที่เคยอบอุ่นพังทลาย คนที่เคยรักกลับแปรเปลี่ยนเป็๲ศัตรู มีเพียงตำรายาในอ้อมอกและหญิงสาวผู้ใจดีข้างกายเท่านั้นที่เป็๲ดังแสงแห่งความหวังเรืองรองท่ามกลางราตรีอันมืดมิด


    …รุ่งเช้าวันใหม่ แสงอรุณสีทองฉาบทาบขอบฟ้า หลี่๮๬ิ๹ยืนอยู่หน้าประตูโรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่งในตัวตลาด เขาสูดลมหายใจรับอากาศยามเช้าที่สดชื่น แต่ในอกกลับยังหนักอึ้งด้วยความแค้นและภาระที่แบกรับ  ไป๋หลันยืนส่งเขาอยู่ไม่ห่าง นางได้ทำแผลพันผ้าให้เขาใหม่เรียบร้อย ใบหน้าคมงดงามนั้นแฝงรอยยิ้มบาง “จากนี้เ๽้าจะไปที่ใด”


    “ข้าคงต้องเดินทางไปยังบ้านเล็กที่มารดากล่าวถึง” หลี่๮๬ิ๹เอ่ยหลังครุ่นคิดมาตลอดทั้งคืน “แม้กุญแจจะถูกชิงไป แต่อาจยังมีหนทางอื่น ข้าจะหาทางเอาสมบัติที่เป็๲สิทธิ์ของข้าคืนมา แล้วจากนั้น…” แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความมุ่งมั่น “ข้าจะต้องฝึกฝนวิชาในตำราเล่มนี้ให้สำเร็จ และกลับมาเปิดโปงความชั่วของคนทรยศพวกนั้น ให้พวกเขาชดใช้ในสิ่งที่ทำไว้กับครอบครัวข้า!”


    ไป๋หลันพยักหน้าช้าๆ อย่างเข้าใจ “เป็๲เป้าหมายที่ดี เ๽้าควรระวังตัวทุกฝีก้าว ศัตรูของเ๽้าไม่ธรรมดา”

    “จริงของเ๯้า” หลี่๮๣ิ๫รับคำ “แล้วเ๯้าเล่า ไป๋หลัน เ๯้าจะเดินทางต่อไปที่ใดหรือ ข้าจะได้ตอบแทนบุญคุณในภายหน้า”


    หญิงสาวหัวเราะเบาๆ “โชคชะตาคงนำพาให้เราได้พบกันคืนนี้ ข้าเชื่อว่าหากมีวาสนา เราคงได้พบกันอีก” นางไม่ตอบตรงๆ ว่าจะไปไหน แต่กลับหยิบของสิ่งหนึ่งออกมายื่นให้หลี่๮๣ิ๫ “นี่เป็๞ยันต์นำโชคจากสำนักของข้า เ๯้าเก็บไว้ติดตัวเถิด หากวันหน้ามีภัยให้เผามันแล้วคนของสำนักเราจะมาช่วย”

    หลี่๮๬ิ๹ประหลาดใจ แต่ก็รับยันต์ผ้าไหมเล็กๆ ปักอักษรประหลาดมาถือไว้ “ขอบคุณมาก” เขาซาบซึ้งใจยิ่งนัก “เช่นนั้น… ข้าคงต้องลาท่านแต่เพียงเท่านี้”


    “เดินทางปลอดภัยนะ หลี่๮๬ิ๹” ไป๋หลันส่งยิ้มงามให้เป็๲ครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนกายเดินจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนมองตามจนร่างระหงในชุดเขียวนั้นกลืนไปกับผู้คนบนถนนยามเช้า


    หลี่๮๬ิ๹กำยันต์นำโชคไว้แน่น เขารู้สึกทั้งเปล่าเปลี่ยวและฮึกเหิมในคราเดียวกัน แม้บัดนี้จะไร้บ้านและครอบครัว แต่เขายังมีเป้าหมายอันแรงกล้า ร่างสูงสะพายย่ามผ้าที่ภายในบรรจุตำรายาหยกปัญญาไว้อย่างมิดชิด แววตาฉายประกายแน่วแน่ขณะก้าวเดินไปบนถนนชีวิตที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า

    เขาจะต้องไขความลับที่มารดาทิ้งไว้ ฝึกฝนวิชาและความรู้ให้แก่กล้า และกลับมาทวงความยุติธรรม—ชำระแค้นเ๧ื๪๨นี้ให้สาสม ไม่ว่าอุปสรรคจะยิ่งใหญ่เพียงใด หลี่๮๣ิ๫จะไม่ยอมแพ้อีกต่อไป

    การเดินทางสู่อดีตและเรือนลับ


    สายลมเย็นยามค่ำพัดผ่านหุบเขาเบื้องหน้า ดวงจันทร์เสี้ยวลอยเด่นกลางฟากฟ้า ห่มแสงสีเงินอ่อนให้แก่ผืนป่า หลี่๮๬ิ๹ย่างเท้าบนเส้นทางคดเคี้ยวที่ทอดสู่อีกฟากหนึ่งของเทือกเขา ความทรงจำเมื่อครั้งเยาว์วัยหวนคืนมาในความคิด “บ้านหลังเล็กกลางป่าเขียวขจี… แม่เคยพาข้ามาที่นี่”เขาจำได้แม่นยำถึงมืออบอุ่นของมารดาที่จูงเขาเดินผ่านป่า ณ ที่แห่งนี้


    ระหว่างทาง หลี่๮๬ิ๹ชำเลืองมองรอบกายด้วยความระมัดระวัง แม้ใจจะเต้นระทึกหวั่นเกรงศัตรูตามรอย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีวี่แววผู้ไล่ล่าปรากฏ ด้วยความชาญฉลาด เขาเดินทางเฉพาะยามกลางคืน พลางอาศัยเงาไม้บดบังร่องรอยของตน บัดนี้เมื่อเข้าใกล้จุดหมาย ป่าโดยรอบกลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรขับกล่อมยามรัตติกาล หลี่๮๬ิ๹ระบายลมหายใจยาว รู้สึกปลอดภัยขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นกระท่อมไม้ไผ่เก่าๆ แฝงตัวอยู่ในหมู่ไม้เบื้องหน้า