Room 25
หลวงจีนหนุ่ม
นพกำลังถกเถียงกับอาอูคอเป็เอ็น เด็กชายไม่พอใจที่ชายหนุ่มไม่ยอมให้สมัครสมาชิกระดับโกลด์ พอถามหาเหตุผล ก็ได้รับคำตอบว่าเขายังเด็กเกินไป
“ข้าโตแล้ว” อาอูกล่าวน้ำเสียงหนักแน่น “ปีนี้ข้าอายุสิบสองถือว่าโตเป็ผู้ใหญ่เต็มตัว ท่านไม่สามารถใช้คำว่าเด็กมาเป็ข้ออ้างในการปฏิเสธข้า”
ชายหนุ่มรู้สึกปวดหัว “เอาอย่างนี้แล้วกัน ถ้าเธออยากจะสมัครสมาชิกระดับโกลด์ ก็ให้พาผู้ใหญ่มา”
นพยื่นบัตรเชิญให้กับเด็กชาย อาอูรับมันมาพร้อมชักสีหน้า “ได้! ข้าจะนำผู้ใหญ่มา”
พูดจบเขาก็ออกจากรูมด้วยใบหน้าแดงก่ำ จนกระทั่งกลับมายังถ้ำขนาดเล็กใกล้เผ่าที่เขามักจะใช้เป็ฐานลับ เด็กชายก็ขว้างบัตรเชิญลงพื้นด้วยความโกรธ
หลายนาทีต่อมาอาอูหยิบบัตรเชิญบนพื้นขึ้นมาเงียบๆ แล้วเดินไปเดินมารอบถ้ำอย่างกังวล เขาควรจะพาใครไปยังสถานที่ลึกลับแห่งนั้นดี
คนในครอบครัว?
ไม่ได้เด็ดขาด พี่ชายต้องสั่งห้ามไปที่นั่นอีกแน่ แม่ก็ไม่มีทางยอม ส่วนปู่... ในฐานะผู้าุโบางทีอาจจะยกสิทธิ์การไปที่นั่นให้กับนักรบมีความสามารถในเผ่าแทนเด็กอย่างเขา ถ้ามันเกิดขึ้นจริง เขาก็ไม่ได้ดูนักรบสรรพสัตว์อีกน่ะสิ
อาอูคิดอยู่นานก็คิดไม่ตก เด็กชายตัดสินใจปีนออกจากถ้ำลับแล้วเดินกลับเผ่า ในใจยังคงนึกถึงผู้ใหญ่ปากหนักที่สามารถเก็บความลับได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังนึกไม่ออกสักคน
“เฮ้อ...” เด็กชายถอนหายใจยาว หรือเขาจะไม่สามารถสมัครสมาชิกระดับโกลด์ได้? อาอูมองบัตรเชิญในมือแล้วอยากยอมแพ้ พลางมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ถ้าวานให้สมาชิกผู้ใหญ่ช่วยพูดกับคุณเ้าของ อีกฝ่ายอาจตกลงก็ได้
วิธีนี้เป็ความคิดที่ดี แต่เด็กชายไม่สนิทกับใครสักคน ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาคิดว่าคนเ่าั้ค่อนข้างแปลกประหลาด ไม่คล้ายคนจากดินแดนนี้ มันทำให้อาอูรู้สึกไม่ไว้วางใจ ยกเว้นชินที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน คนอื่นเขาไม่กล้าทำตัวสนิทสนมด้วย
พวกเขาจะช่วยไหมนะ...
ใบหน้าเด็กชายเต็มไปด้วยความวิตกกังวล “ในเผ่าไม่มีผู้ใหญ่เก็บความลับเก่งสักคนหรืออย่างไร”
“ข้าอย่างไรเล่า” เสียงชราดังขึ้น อาอูหันหลังกลับไปมอง พบชายชรารูปร่างกำยำกำลังส่งเสียงหัวเราะร่า “ไม่เจอกันนานเลยนะอาอู ยินดีกับการกลายเป็นักรบระดับสองด้วย”
“ท่านหลาเฟย” เด็กชายอุทานลั่น ‘หลาเฟย เยวา’ ผู้าุโของเผ่ายะโฮ น้องชายของ ‘หลาอัน เยวา’ หนึ่งในสามผู้าุโสูงสุด ทั้งยังเป็นักรบระดับสี่ของผลจักรกล ‘นักประดิษฐ์’ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งยวดต่อการพัฒนาเผ่า ผู้คนมากมายต่างเคารพยกย่องบูชา
หลาเฟยนับว่าค่อนข้างสนิทกับอาอู เมื่อก่อนเวลาเด็กชายไม่มีอะไรทำก็มักจะไปเที่ยวเล่นในถ้ำอีกฝ่าย บางครั้งก็ได้รับสิ่งประดิษฐ์ดีๆ กลับมามากมาย
“มาเถอะ ไปบ้านข้ากัน ข้ามีของจะมอบให้” หลาเฟยชักชวน “หากเ้ามีเื่กลุ่มใจสามารถปรึกษาข้าได้ ข้าสาบานว่าจะเก็บเป็ความลับ”
อาอูครุ่นคิดเล็กน้อย ปกติหลาเฟยมักจะเก็บตัวอยู่แต่ในถ้ำของตัวเองเพื่อผลิตสิ่งของ น้อยนักจะออกไปพบเจอใคร ทั้งยังเป็คนเ้าอารมณ์ หาก่ไหนผลิตสิ่งดีๆ ไม่ได้ก็จะหงุดหงิดจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
นับว่าเป็ตัวเลือกที่ดี...
จนกระทั่งถึงถ้ำของหลาเฟย อาอูก็คิดตก เอาผู้เฒ่าแปดสิบกว่าปีคนนี้แหละ
ใช่แล้ว! ปีนี้หลาเฟยอายุแปดสิบสี่ปี แต่รูปลักษณ์กลับเหมือนคนวัยห้าสิบกว่าปี ซึ่งนับว่าเป็เื่ปกติของนักรบระดับสูงที่จะมีอายุยืนยาวกว่าคนทั่วไป โดยเฉลี่ยนักรบระดับหนึ่งถึงสองจะมีอายุขัย 100 ปี ระดับสาม 120 ปี ระดับสี่ 150 ปี ระดับห้า 250 ปี ระดับหก 500 ปี และยิ่งลำดับสูงขึ้นอายุขัยก็จะยิ่งมากขึ้น
ดังนั้นสำหรับนักรบระดับสี่ หลาเฟยยังนับว่าเป็วัยกลางคน และหากเขาสามารถเลื่อนเป็นักรบระดับห้าหรือหก รูปลักษณ์ก็จะยิ่งอ่อนเยาว์ลง น่าเสียดายจารึก์ของผลจักรกลั้แ่ระดับ 5 ขึ้นไปหายสาบสูญเมื่อหลายร้อยปีก่อน แม้จะมีชนเผ่ามากมายเสาะหามัน แต่ก็ไม่เคยมีใครค้นพบ
และนี่อาจเป็อีกหนึ่งสาเหตุทำให้ดินแดนแห่งนี้ไม่พัฒนาสักที...
“มา เข้ามา” ชายชรากวักมือเรียก ถ้ำของเขานอกจากนักรบเฝ้าหน้าถ้ำก็ไม่มีคนอื่นอีก ส่วนลูกศิษย์ลูกหาของหลาเฟยจะอยู่ในถ้ำใหญ่ไม่ไกลจากที่นี่นัก ที่นั่นเป็โรงผลิตสิ่งของประจำเผ่า
อาอูกวาดมองรอบถ้ำ มันมีสิ่งประดิษฐ์มากมายชวนตื่นตาตื่นใจวางระกะระกะ ราวกับมันคือสิ่งของไร้ค่า ถ้าคนอื่นมาเห็นคงมองพวกมันด้วยแววตาตกตะลึงระคนเ็ปใจ แต่อาอูกลับไม่แม้แต่จะชายตาแล ของพวกนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจสักอย่าง ข้าวของเครื่องใช้สถานที่ลึกลับแห่งนั้นยังดีกว่าของในถ้ำนี้เป็ร้อยเท่าพันเท่า ถูกทิ้งราวกับเศษขยะแบบนี้ก็สมควรแล้วล่ะ
หลาเฟยเหลือบมองอาอู ปกติพอเห็นสภาพห้องแบบนี้เด็กชายมักจะโอดครวญบอกว่าเขาไม่รู้จักรักษาของ และขอพวกมันกลับไปหลายชิ้น ทุกครั้งชายชราจะยืดอกแล้วบอกว่ามันแค่สิ่งประดิษฐ์ไร้ค่า อยากได้ก็เอาไปเถอะ อาอูก็จะยกย่องเขาแทบลอยขึ้นฟ้า
แต่วันนี้รออยู่นานกลับไม่เห็นอาอูพูดอะไรก็รู้สึกประหลาดใจ หรือเด็กคนนี้มีเื่ไม่สบายใจจริงๆ?
หลาเฟยยกมือลูบเครา กล่าวอย่างใจกว้าง “เ้าอยากได้สิ่งใดก็หยิบได้ตามสะดวก ของพวกนี้ล้วนเป็แค่สิ่งประดิษฐ์ไร้ค่า”
เด็กชายกวาดตามอง เบะปากด้วยความเหยียดหยาม ของพวกนี้ก็นับว่าไร้ค่าจริงๆ นั่นแหละ
“ไม่ล่ะ นำกลับไปมีแต่จะรกกระโจมข้า”
หางคิ้วชายชรากระตุก วันนี้ไอ้เด็กเวรนี่เป็อะไรกันแน่ ทุกครั้งที่เขาชวนเด็กชายมา เขามักคุยจ้อไม่หยุด เอ่ยชมเชยไม่ขาดปาก ไม่ใช่แค่อาอู คนในเผ่าไม่ว่าใครเมื่อเข้ามาในถ้ำนี้ก็ต้องตื่นเต้นมองนั่นดูนี่ไม่หยุด ปากพร่ำเอ่ยคำชมอยู่นานสองนาน บางคนถึงขั้นใจกล้าหน้าด้านขอข้าวของหลายชิ้นติดมือกลับไป
นี่เป็ครั้งแรกที่อาอูไม่ตอบสนองอะไร สองเดือนก่อนเด็กชายยังตื่นเต้นกับสิ่งประดิษฐ์ภายในถ้ำจนเอ่ยปากขอมาเล่นที่นี่ทุกวันอยู่เลยนี่นา แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่ตอบสนองอะไร
ในฐานะผู้าุโ หลาเฟยไม่ใส่ใจกับท่าทางเหยียดหยามของเด็ก แต่กลับหาทางปลอบใจแทน เขาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะนึกถึงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ล่าสุดที่ยังไม่แล้วเสร็จดี
“ข้าเพิ่งสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่” หลาเฟยบอก “มันคือผลงานชิ้นเอกของข้า”
“โอ้!” อาอูเริ่มมีความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย
ชายชราเห็นว่าในที่สุดเด็กชายก็มีการตอบสนอง จึงพามาชมสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะทำออกมาสำเร็จ
อาอูเดินตามหลาเฟยเข้ามาห้องด้านในสุดของถ้ำ มันเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้รกรุงรังจนแทบไม่มีทางเดิน ถึงกระนั้นกลางห้องกลับสะอาดสะอ้าน มีของสิ่งหนึ่งตั้งโดดเด่นสะดุดตา
เด็กชายขมวดคิ้วเป็ปม จ้องมองโครงเหล็กประหลาดเบื้องหน้า หากเขาเดาไม่ผิดสิ่งนี้น่าจะเป็ รถจักรยาน?
“สิ่งนี้เรียกว่าม้าเหล็ก แม้ตอนนี้จะยังสร้างไม่เสร็จ แต่เมื่อไหร่ที่ทำสำเร็จมันจะช่วยในการเคลื่อนที่” หลาเฟยกล่าวอย่างภาคภูมิใจ สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้เขาใช้เวลาในการคิดและทำหลายเดือนกว่าจะได้โครงร่างแบบตรงหน้า ขาดแค่รายละเอียดปลีกย่อย ในอนาคตเมื่อมันสร้างสำเร็จ ม้าเหล็กตัวนี้จะช่วยทำให้การเคลื่อนที่ของเผ่าเร็วขึ้น
อาอูนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา เขาเหลือบมองชายชราด้วยแววตายากอธิบาย หลาเฟยคิดว่าเด็กชายตื่นตะลึงจนพูดไม่ออกก็หัวเราะร่า ตบหลังเขาแรงๆ หลายครั้ง
“ถึงตอนนั้นข้าจะให้เ้าลองนั่งเป็คนแรก”
เด็กชายทั้งขุ่นเคืองทั้งดูถูกชายชรา เขามองเ้าหน้าตาน่าเกลียดแล้วย้อนนึกถึงรถจักรยานในการ์ตูนเื่นักรบสรรพสัตว์ ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ “ท่านไม่ต้องเอามันให้ข้านั่งหรอก ข้าไม่สนใจตัวน่าเกลียดเช่นนี้”
หลาเฟยตะลึง ไม่คิดว่าตัวเองจะถูกปฏิเสธ เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่เด็กชายถอนหายใจคล้ายกับปลงตก
“ข้าไปก่อนล่ะ” อาอูพูดกับตัวเองในใจว่า ควรไตร่ตรองให้ดีก่อนจะชวนคนโง่เง่าแบบนี้เข้าไปในสถานที่ลึกลับ เกิดหลาเฟยทำขายหน้าขึ้นมา เขาจะมองหน้าสมาชิกคนอื่นและคุณเ้าของอย่างไร
.................................................................................
นพมองมิสเตอร์แฮนซั่มจูงซอมบี้ตัวน้อยเดินเข้ามาหา ชายหนุ่มกำลังจะชวนคุย อีกฝ่ายก็เปิดปากบอกว่าจะสมัครสมาชิกระดับโกลด์เสียก่อน
“คุณไม่จำเป็ต้องสมัครก็ได้ สมาชิกระดับโกลด์ได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมไม่กี่อย่าง ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีประโยชน์ถ้าไม่ได้ล็อกอินบ่อย” เนื่องจากอีกฝ่ายเป็ลูกค้าเก่าแก่ เขาอดกล่าวเตือนไม่ได้
“ชินอยากให้ผมสมัครน่ะครับ บอกว่าจะมีประโยชน์กับผมในอนาคต” มิสเตอร์แฮนซั่มลูบหัวเด็กชายข้างกาย นพอดเหลือบมองซอมบี้ตัวน้อยไม่ได้
หืม... เ้า AI ตัวนี้ติดฟังก์ชันโฆษณาไว้ด้วย? ระบบผู้ช่วยคงเป็คนจัดการสินะ
นพค่อนข้างประหลาดใจ ขณะเดียวกันก็ไม่พูดอะไรมากอีก ในเมื่อเตือนแล้วลูกค้ายังยืนกรานจะสมัคร เขาก็ย่อมไม่ปฏิเสธ ชายหนุ่มยื่นคู่มือให้อ่าน พอมิสเตอร์แฮนซั่มไม่มีข้อโต้แย้งก็ทำการแก้ไขข้อมูลพร้อมมอบบัตรระดับโกลด์และเข็มกลัดอันใหม่ให้
“จริงสิ ผมอยากให้คุณเชิญชวนลูกค้าให้ผมหน่อย” นพมอบบัตรเชิญให้อีกฝ่าย “พอดีผมเห็นว่าในรูมมีสมาชิกน้อยเกินไป เลยอยากให้ช่วยประชาสัมพันธ์น่ะ ไม่ลำบากคุณใช่ไหม”
“ไม่เลยครับ”มิสเตอร์แฮนซั่มยกยิ้ม “สำหรับผมที่นี่ก็เหมือนบ้านอีกหลังหนึ่ง ได้ทำอะไรเพื่อบ้านหลังนี้และคุณเ้าของบ้างผมก็ดีใจ”
นพเบิกตากว้าง มองคนตรงหน้าด้วยแววตาซาบซึ้ง เป็ผู้ชายที่ดีอะไรขนาดนี้
“ถ้าอย่างนั้นผมต้องขอบคุณล่วงหน้าแล้วล่ะครับ”
“เื่เล็กน้อยครับ” มิสเตอร์แฮนซั่มขยิบตา เขารับบัตรเชิญมาพร้อมสัญญาว่าจะชวนคนมาให้ได้ ทั้งสองคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนอีกฝ่ายจะล็อกเอาท์ออกจากรูมไป เพราะยังต้องไปทำงานต่อ
หลังไม่มีซอมบี้ตัวน้อยและอาอู ล็อบบี้พลันว่างเปล่าขึ้นมาทันที นพถอนหายใจยาวก่อนจะเรียกหน้าจอแสดงผลสมาชิกออกมาเพื่อดูว่าพวกเขาเคลียร์เกมวิ่งพิชิตโลกไปถึงไหนแล้ว
โจเซฟกำลังเคลียร์ด่านที่สองอย่างขะมักเขม้น เมลาลีก็เช่นกัน ส่วนไทเกอร์กำลังติดพันอยู่ที่ด่านหนึ่งพร้อมกับอลิซาเบธ ออสตันดูเหมือนจะมีธุระด่วนออฟไลน์ออกไปอย่างเร่งรีบ จัสมินก็เช่นกัน ชเรอดิงเงอร์ไม่ออนไลน์มาหลายวันแล้ว คากว่าคงติดธุระในโลกจริง
สมาชิกเก้าคนออนไลน์ครึ่งหนึ่งถือว่าเป็เื่ดี แต่นพกลับรู้สึกว่ามันยังเงียบเหงาวังเวงอยู่ดี
ชายหนุ่มมองดูหน้าจอเพลินๆ ก็ได้รับการแจ้งเตือนว่ามีลูกค้าใหม่เข้ามา นพรีบลุกขึ้นแล้วฉีกยิ้มส่งให้อีกฝ่าย แต่พริบตารอยยิ้มกลับกลายเป็แข็งค้าง
พระ?
มองชายหนุ่มหน้าตาดูดีหัวล้านเตี้ยน แต่งการด้วยชุดจีวรเหมือนหลวงจีนในภาพยนตร์กำลังภายใน นพพลันรู้สึกลังเลขึ้นมา ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็หลวงจีนจริงหรือแค่คอสเพลย์
“อาตมาขอถามโยมได้หรือไม่ ห้องประชุมแลกเปลี่ยนธรรมะไปทางไหน”
เยี่ยม! ดูเหมือนจะเป็พระจริงที่เข้ามาผิดรูม ทั้งยังผิดประเทศอีกต่างหาก
“หลวงพี่น่าจะเข้ามาผิดรูมแล้วครับ ที่นี่เป็เกมรูม” นพตอบกลับด้วยน้ำเสียงเคารพ โชคดีที่โลกเสมือนจริงพัฒนาจนถึงขั้นมีระบบแปลงภาษาอัตโนมัติ ไม่ว่าจะพูดภาษาอะไรก็สามารถเข้าใจกันได้
“อย่างนั้นเหรอ...” ฟางเซียวถอนหายใจ เพราะความไม่คุ้นเคยกับเครื่องเสมือนจริง เขาถึงได้เข้ารูมมาอย่างมั่วๆ อย่างไรรูมที่ศิษย์พี่บอกกับรูมนี้ก็มีคำว่า ‘หมายเลขเก้า’ เหมือนกัน
“เอ่อ... ให้ผมช่วยอะไรไหม” นพถามด้วยความหวังดี แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้า
“ตอนนี้การประชุมน่าจะเริ่มไปแล้ว อาตมาเข้าไปก็คงไม่เหมาะ” หลวงจีนหนุ่มกล่าว “อาตมาคิดว่าจะกลับออกไปแล้ว”
[ระบบแนะนำให้เ้านายรั้งเขาไว้ หลวงจีนหนุ่มรูปนี้ค่อนข้างร่ำรวย]
‘แต่นั่นเป็พระนะ!’ นพะโก้องในใจ ระบบนี่มันชั่วช้าจริงๆ ถึงขนาดจะให้เขาหลอกเอาเงินพระ?
[อันที่จริงร้านแห่งจินตนาการมีพระสูตรขั้นสูงขายอยู่ ทั้งยังเป็สิ่งของล้ำค่า หากเ้านายแนะนำเขาบางทีอีกฝ่ายอาจจะสมัครสมาชิก]
‘ไม่ล่ะ’ ชายหนุ่มส่ายหน้า เขาไม่ได้โง่นะ ให้พระมาอยู่ในเกมรูม เพื่ออะไรกันล่ะ?
ระบบเห็นเ้านายหัวแข็งก็เริ่มร้อนใจ เนื่องจากมันได้ปิดกั้นการมองเห็นของรูมไปแล้ว หากไม่ใช่คำเชิญชวนจากนพหรือมัน คนทั่วไปจะไม่มีทางหารูมแห่งนี้พบ นอกเสียจากคนมีวาสนาหรือมีความพิเศษจึงจะเข้ามายังรูมแห่งนี้ด้วยตัวเอง เห็นได้ชัดว่าหลวงจีนหนุ่มเป็อย่างหลัง ดังนั้นมันไม่อาจปล่อยคนประเภทนี้ไป ระบบครุ่นคิดสักพักก่อนจะรีบดำเนินการบางอย่างทันที
[ติ้ง! ขอแสดงความยินดีด้วย คุณคือผู้มาเยือนคนที่สิบของทางรูม เพื่อเป็การเฉลิมฉลอง ทางรูมขอมอบผลอรหันต์เป็ของรางวัล]
ฟางเซียวประหลาดใจ ผลอรหันต์? มันคืออะไรกันล่ะ ส่วนทางนพเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าระบบมันจะทำอะไรโดยพลการ
‘คนที่สิบบ้าอะไร รูมของฉันมีคนมาเยือนมากกว่าสิบตั้งนานแล้ว’
[ระบบนับเฉพาะคนที่มาเยือนหลังจากระบบเริ่มติดตั้ง] ระบบยังคงแถ
‘งั้นก็ควรเป็คนที่สิบเอ็ดไม่ใช่เหรอ’
[คนบ้าคนนั้นไม่นับว่าเป็ผู้มาเยือน]
โอเค... ไม่ควรนับจริงๆ นั่นแหละ แต่นั่นมันคนละเื่กัน ระบบทำอะไรโดยพลการแบบนี้มันค่อนข้างน่าปวดหัว
[เ้านายไม่ต้องกังวล ระบบแค่มอบของกำนัล จะไม่เข้าไปแทรกแซงการตัดสินใจของหลวงจีนรูปนี้ และจะไม่เชิญชวนเขามาเป็สมาชิกของรูม]
ในเมื่อระบบพูดแบบนั้นเขาก็ไม่อาจตำหนิมันได้มากนัก ชายหนุ่มกำชับ ‘ต่อไปอย่าทำอะไรโดยพลการอีก ให้ปรึกษาฉันก่อน’
[รับทราบ]
นพหันกลับมาสนใจหลวงจีนหนุ่มตรงหน้าซึ่งกำลังจ้องผลไม้ประหลาดในมือด้วยความงุนงงระคนใ “สิ่งนี้คือผลอรหันต์?”
ชายหนุ่มพยักหน้ายืนยันคำตอบ “เมื่อกินเข้าไปจะช่วยทำให้เข้าใจเกี่ยวกับทักษะของอาชีพพระ...”
ฟางเซียวประหลาดใจ หมายความว่าผลไม้ชนิดนี้สามารถทำให้คนที่กินบรรลุธรรม สิ่งประเสริฐแบบนี้มีอยู่ในโลกด้วย ทำไมศิษย์พี่ถึงไม่เคยพูดถึงล่ะ?
นึกขึ้นมาได้ว่าศิษย์พี่คงกลัวเขาจะใช้ทางลัดจึงไม่อยากบอกเื่นี้ ฟางเซียวลังเลอยู่นานก่อนจะตัดสินใจว่าลองกินดูสักครั้ง เขาอยากรู้เื่ทางโลกมากกว่านี้ และอยากรู้ว่าพุทธศาสนาในตอนนี้เจริญรุ่งเรืองถึงขนาดไหนแล้ว
หลวงจีนหนุ่มไม่รู้เกี่ยวกับทางโลกมากนัก จึงไม่รู้ว่าสิ่งที่นพ้าบอกหมายถึงอาชีพในเกม ไม่ใช่ชีวิตจริง นพมองใบหน้าครุ่นคิดของฟางเซียวก็ตัดสินใจจะอธิบายเพิ่ม ขณะกำลังจะพูด อีกฝ่ายกลับนำผลไม้เข้าปากเสียก่อน
ฉับพลันทัศนียภาพรอบตัวฟางเซียวก็เปลี่ยนไป มันเต็มไปด้วยหมู่เมฆ ราวกับตอนนี้เขากำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า ปลายสุดของหมู่เมฆมีแสงสีทองสุกสกาวแผ่ออกมาจากร่างสูงเฉียดฟ้า เมื่อมองร่างนั้นให้ดีพบว่าเป็รูปปั้นของพระอรหันต์ที่ดูสมจริงจนชวนให้ตะลึง
พริบตาความรู้มากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวฟางเซียว บางเื่เขาก็รู้อยู่แล้ว บางเื่ก็ไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับผู้วิวัฒนาการลำดับ 1 เส้นทางอรหันต์ ‘ผู้ออกบวช’
ฟางเซียวหลับตาพริ้ม ในใจรู้สึกยากอธิบาย ที่แท้การบรรลุธรรมในโลกภายนอกก็ง่ายขนาดนี้...
“เอ่อ... ผลอรหันต์นี้จะใช้ได้เฉพาะในเกมอาร์คของบริษัทไดนามิก” นพพูดต่อด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย ของสมนาคุณกลับเป็ของไร้ประโยชน์ ได้แต่หวังว่าหลวงจีนตรงหน้าจะไม่ใจแคบจนด่าทอเขา
หลวงจีนหนุ่มลืมตาขึ้น ส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้นพ “ขอบคุณโยมมาก”
นพมองท่าทางคล้ายไม่ใส่ใจเท่าไหร่ที่ได้ของรางวัลไร้ประโยชน์ก็เบาใจ คนที่ละทางโลกก็ควรเป็แบบนี้สิ ไม่โกรธอะไรง่ายๆ
ถึงแม้หลวงจีนหนุ่มจะไม่ใส่ใจ แต่นพก็ตัดสินใจว่าจะชดเชยให้อีกฝ่ายโดยการสอนวิธีการใช้งานรูมที่ถูกต้อง เพราะดูเหมือนคนตรงหน้าจะไม่ค่อยเข้าใจการใช้งานเครื่องเสมือนจริง ทว่ายังไม่ทันอ้าปากอีกฝ่ายก็โพลงขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ก่อนหน้านี้โยมพูดว่าที่นี่คือเกมรูม เช่นนั้นอาตมาพอจะเล่นได้หรือไม่”
ในเมื่อชายหนุ่มคนนี้มีผลอรหันต์ที่ช่วยบรรลุธรรม อย่างนั้นเกมที่พูดถึงน่าจะเป็แนวทางฝึกตนใช่หรือไม่ ที่ใช้คำว่าเกมคงเป็เพราะ้าให้เณรทั้งหลายกระตือรือร้นในการฝึกปฏิบัติธรรม
เขาอยากรู้ว่าตอนนี้พุทธศาสนาเฟื่องฟูถึงขนาดไหนแล้ว
“โอ้!” นพมองท่าทางจริงจังของหลวงจีนหนุ่มตรงหน้าก็พูดไม่ออก “ปัจจุบันทางเรามีเกมให้บริการมากมาย แต่ที่เหมาะให้ท่านเล่นมีแค่สามเกมคือ วิ่งพิชิตโลก ฟาร์มหรรษา และฮัลโหลมีมี่”
สำหรับเกมที่เหลือเขาไม่คิดว่าหลวงจีนหนุ่มจะสามารถเล่นได้ ไปทุบหัวซอมบี้? ไปสืบหาตัวฆาตกร?
“เกมวิ่งพิชิตโลกเน้นการออกวิ่ง เกมฟาร์มหรรษาต้องทำฟาร์ม เกมฮัลโหลมีมี่ เอ่อ... เน้นช่วยเหลือผู้คน” นพอธิบายเพิ่มเติม
ฟางเซียวคิดเล็กน้อย ฝึกฝนร่างกาย ฝึกทักษะการใช้ชีวิต ฝึกการโปรดสัตว์ เห็นได้ชัดว่าสิ่งเหล่านี้คือการสั่งสอนชนรุ่นหลังให้บรรลุธรรม
หลวงจีนหนุ่มยกยิ้มก่อนจะตัดสินใจเลือกเกมแรก “อาตมาอยากลองเล่นเกมวิ่งพิชิตโลก”
เขาอยากเริ่มต้นั้แ่พื้นฐานจึงต้องลองฝึกฝนร่างกายดูก่อน ส่วนนพหลังจากถกเถียงกับระบบอยู่ครู่หนึ่งก็กลับมาตอบโต้บทสนทนาของฟางเซียว
“ด้วยความยินดี” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยรอยยิ้มฝืด พร้อมกับยื่นเข็มกลัดไม้ให้อีกฝ่าย “สิ่งนี้จะช่วยให้ท่านเป็สมาชิกรูมของผมชั่วคราว ระยะเวลาคือเจ็ดวัน หากเกินกว่านั้นท่านต้องจ่ายเงิน ค่าสมาชิกทั่วไปตกอยู่ที่หนึ่งพันเครดิตต่อเดือน ส่วนระดับอื่นจะแพงกว่านั้น”
“อาตมาเข้าใจแล้ว” ฟางเซียวพยักหน้า “เชิญโยม”
“เชิญหลวงพี่” นพผายมือเชื้อเชิญก่อนจะเดินนำอีกฝ่ายขึ้นลิฟต์เพื่อไปยังชั้นหนึ่ง