โทน Talk
“ไกลก็ไกล กูต้องถ่อมาหาถึงที่นี่ มึงมาทำอะไรแถวตึกพวกเด็กอักษรวะ” คนมาใหม่พูดด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“แล้วกูไปบอกให้มึงมาหาตอนไหน?” สีหน้าเ็าถูกส่งไปให้อีกฝ่ายจนเ้าของคำพูดหงุดหงิดก่อนหน้าจำต้องเปลี่ยนสีหน้าใหม่แทน
“มึงจะทำหน้าโหดทำไมวะ กูกลัวนะเว้ย!” แม้น้ำเสียงจะดูคล้ายว่ากลัวก็จริง แต่สีหน้ากลับดูหยอกล้อไม่ได้มีความเกรงกลัวอย่างที่ว่าเลยสักนิด
“สรุปแล้วมาหากูมีอะไร หรือแค่อยากมาจับตาดู?” ทุกคำพูดที่หลุดออกมาจากปาก เล่นทำเอาคนฟังเสียวสันหลังเป็ว่าเล่น
“จับตาดูอะไรวะ กูแค่จะชวนมึงไปหาข้าวกิน คิดมากจัง มึงก็รู้ไม่ใช่ไง เพราะข่าวนั้นเลยทำให้คนอื่นเสี่ยงถูกขุดไปด้วย กูก็ห่วงอนาคตตัวเองนะเว้ย ไม่ได้ดังเปรี้ยงแบบมึงสักหน่อย”
“ตายแล้ว! นั่นมันพี่ถ่านกับพี่โทนไม่ใช่เหรอ สองคนนั้นมาทำอะไรแถวนี้น่ะ แต่ดู ๆ ไปแล้วทั้งสองคนอย่างหล่อเลยว่าไหมแก?!”
“เคมีเข้ากันมาก นี่ถ้าสองคนนั้นเล่นซีรีส์ด้วยกันคงจะฮอตมากน่าดูเลยอะ”
“เห็นไหมกูบอกแล้วว่าพวกเราควรหาโอกาสมารับงานด้วยกันบ้างก็ไม่เชื่อ”
“กูก็ไม่เคยปฏิเสธสักหน่อย มีแต่ต้นสังกัดไม่ใช่เหรอที่เอาแต่ห้าม” สิ้นคำพูดเ็า ปฏิกิริยาคนฟังก็เปลี่ยนไป แม้ใบหน้าจะมีรอยยิ้มอยู่ แต่ทว่ามือสองข้างที่กำลังกำแน่นนั้นก็เพียงพอให้คนพูดรู้สึกดีแล้ว
‘ถ่าน’ คือชื่อของชายตรงหน้าผม แม้ท่าทางของมันในสายตาคนอื่นจะดูดี และดูเป็เพื่อนดาราที่สนิทสนมกับผมมากกว่าคนอื่นก็จริง แต่นั่นเป็เพราะเราอยู่สังกัดเดียวกันเลยทำให้ผมกับมันต้องเจอกันบ่อยอย่างช่วยไม่ได้
เหมือนกับตอนนี้ที่มันกำลังพยายามเอาใจสังกัดด้วยการเสนอตัวมาเกาะติดผมเพื่อคอยรายงานให้พวกคนเบื้องบนฟัง
ถึงจะน่ารำคาญ แต่มันก็เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้ เพราะมันเองก็ทำเพื่อความอยู่รอดในวงการนี้ไม่ต่างไปจากคนอื่น
“ระวังเื่การวางตัวหน่อยก็ดี ได้ยินมาว่ามึงตามติดอาจารย์ที่ชื่อหลิน คิดจะทำอะไรกันแน่ไอ้โทน”
“ก็ไม่ได้คิดจะทำอะไร แค่ว่างเกินไปก็เท่านั้น”
“จะว่าไปแล้วอาจารย์คนนั้นถ้ามองอีกมุมก็สวยนะ ไม่สิถ้าเปลี่ยนการแต่งตัวกับแต่งหน้ามากขึ้นหน่อยน่าจะสวยมากเลยต่างหาก” ขณะที่มันพูด สายตามันก็จ้องมองไปตรงทางด้านหน้าที่ผู้หญิงคนนั้นกำลังเดินข้ามไปอีกฝั่ง โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกพูดถึงอยู่
“…” ผมไม่ตอบอะไรนอกจากเลือกเดินไปอีกทางด้วยอารมณ์หงุดหงิดแทน
โรงอาหารกลาง
“เดี๋ยวกูไปหาโต๊ะว่างก่อน ระหว่างนี้มึงก็เลือกดูเอาว่าอยากกินข้าวร้านไหน”
“เออ” ผมตอบเสร็จก็ยืนมองร้านอาหารมากมาย
โรงอาหารที่คณะก็มีไม่รู้ทำไมไอ้ถ่านต้องมากินถึงที่นี่ด้วยก็ไม่รู้ แต่ถ้าคิดอีกนัยมันคงหาเื่แกล้งมากกว่า ทั้งที่มันก็รู้ว่าผมเกลียดสถานที่คนเยอะ แต่มันยังเลือกพามาที่นี่
ท่าทางคงจะโมโหเื่ที่ผมพูดก่อนหน้าเื่ที่ต้นสังกัดไม่สนับสนุนให้มันกับผมได้ร่วมงานกัน เพราะถ้าทำอย่างนั้นถือว่าเป็ใบเบิกทางสู่ความสำเร็จของมันแบบง่ายดายเลยก็ว่าได้
ส่วนเหตุผลว่าทำไมสังกัดถึงไม่สนับสนุนมัน ความจริงผมเองก็เคยสงสัยเหมือนกัน
“ฉันบอกว่าโทนเขาอายุเท่าพวกเราเลย แต่เพราะมีข่าวเื่ที่เขาเรียนไม่จบ…” ขณะที่ผมกำลังไล่สายตาหาร้านอาหารไปเรื่อยอยู่นั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงพูดเกี่ยวกับเื่ของตัวเอง เลยทำให้ผมหยุดสนใจร้านแล้วหันไปสนใจที่ต้นเสียงแทน
กืด ~
“กูได้โต๊ะแล้ว มองมาทางขวาดิ” ข้อความไม่กี่คำถูกส่งเข้ามา และเมื่อมองตามทิศทางก็เห็นเ้าของข้อความกำลังโบกมือให้เป็สัญญาณอยู่
“ทำอะไรของมันวะ?” เ้าของข้อความมองชายที่ตัวเองต้องเกาะติดด้วยท่าทางสับสนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเลือกเดินไปทางที่มันตรงข้ามกับโต๊ะที่ตัวเองกำลังนั่ง
“ก็พึ่งพูดไปว่าให้ระวังเื่การวางตัว” ถ่านสบถอย่างไม่พอใจหลังเห็นว่าทิศทางที่โทนเดินไปมันเป็โต๊ะของอาจารย์ที่เคยพูดถึงก่อนหน้า
“พี่ถ่านคะ พวกเราขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ” ยังไม่ทันได้เข้าไปห้ามเพื่อนร่วมสังกัดเหล่าแฟนคลับของเขาก็พากันเดินกรูเข้ามาหาเสียก่อน มีเหรอที่เขาจะไม่ต้อนรับ เพราะมันคือการเพิ่มความประทับใจ คงไม่มีใครโง่เลือกปฏิเสธหรอก
หลิน Talk
“ถ้าผมจะขอนั่งด้วยได้ไหมครับอาจารย์ อย่างที่เห็นว่าไม่มีโต๊ะไหนว่างเลย” เขาพูดออกมาด้วยใบหน้ายิ้ม แน่นอนว่าไม่ได้มองที่ฉันคนนี้ แต่เลือกมองไปหาเพื่อนของฉันแทนมากกว่า
เขาคงรู้ว่าถ้าพูดกับฉัน คำตอบที่ได้คงไม่พ้นคำว่าไม่ เลยเลือกหันไปพูดกับเพื่อนฉันแทนสินะ แต่ว่านะ...ลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันเองก็มีปากเหมือนกัน
“ไม่ โอ๊ย!” พอพูดจบก็ต้องร้องด้วยความเ็ปเมื่อหน้าแข้งถูกปลายเท้าของคนตรงหน้าเตะเข้ามาอย่างแรง
“ได้สิคะ” เสียงพรีมตอบต่อ
“ขอบคุณครับ” และเมื่อเขาเลือกนั่งลงข้างฉันเลยทำให้ฉันคนนี้ต้องสะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างไม่พอใจแทน
“ว่าแต่โท...เอ่อนักศึกษาทำไมถึงมาทานข้าวที่โรงอาหารนี้ล่ะคะ อาจารย์คิดว่าโรงอาหารที่คณะคนน่าจะน้อยกว่านะ” เพราะฉันเงียบ ยัยพรีมก็เลยต้องทำหน้าที่เป็ฝ่ายทำให้บรรยากาศไม่มาคุ และอึดอัดแทน
“เพื่อนผมนัดให้มาเจอที่นี่ครับ แต่มันยังมาไม่ถึง ผมหิวมากก็เลยหาอะไรกินก่อนครับอาจารย์”
“อ๋อค่ะ แล้วนี่เรียนไปตั้งครึ่งวันแล้วตอนนี้นักศึกษาเริ่มปรับตัวให้เข้ากับที่นี่ได้บ้างหรือยังคะ” ฉันมองพรีมด้วยสายตาเหมือนคนตั้งคำถามเพราะไม่รู้ว่ามันคิดอะไรถึงได้เอาแต่ถามอะไรก็ไม่รู้แทนการไล่ให้เขารีบออกไปจากโต๊ะของเรา
“เื่นี้ผมคงต้องขอบคุณอาจารย์หลิน”
“...” เพราะคำตอบของเขาเลยทำให้ฉันต้องหันไปมองอีกฝ่ายทั้งที่ไม่ได้อยากมอง แล้วก็พบว่าเขาเองก็มองฉันอยู่พร้อมกับรอยยิ้มที่ฉันไม่ชอบ
“อาจารย์หลินช่วยให้คำแนะนำกับผมเยอะมากเลยครับ”
ตึก ๆ
นี่ยัยพรีมเห็นขาของฉันเป็กระสอบทรายหรือไงถึงได้เอาแต่เตะเข้ามาอยู่ได้ รู้ไหมว่ามันเจ็บนะไอ้เพื่อนบ้า!
“ถึงว่าอาจารย์หลินชมนักศึกษาไม่หยุดเลย”
“!” ฉันถลึงตาใส่เพื่อนตัวเอง แต่มันกลับนั่งยิ้มหวานแทน
ยัยนี่พูดบ้าอะไรออกมาเนี่ย ฉันไปชมตอนไหนไม่ทราบ
“คิดว่าอาจารย์จะรำคาญผมซะอีก ไม่คิดเลยว่าที่จริงแล้วจะเล่นชมกันลับหลังแบบนี้”
“เหอะ!” และเมื่อทนไม่ไหวฉันก็เลยเลือกมองไปทางอื่นแล้วรีบกินข้าวในจานให้หมดแทน
“ถ้าอาจารย์ชมผมอีก ช่วยชมต่อหน้าทีนะครับ เพราะผมจะดีใจมากเลย” เขากระซิบแ่เบาขณะที่พรีมกำลังคุยโทรศัพท์
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————