ใช้เวลากว่าหลายชั่วโมง เครื่องลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ฉันใจเต้นรัวที่ได้กลับบ้านเกิดอีกครั้ง มุมปากยกยิ้มอย่างเผลอตัว ถึงแม้ว่าตอนนี้จะอยู่ในฐานะล่ามและสินค้าบำเรอก็ตาม
รถแวนสีดำ 3 คัน มีตำรวจปิดหัวท้ายจอดรออยู่ ฉันเดินตามและขึ้นนั่งข้างนายอย่างรู้งาน ทันทีที่ถึงโกดังใหญ่แห่งหนึ่ง พี่บึกเกือบ 10 คน เดินมาโค้งหัวให้นาย และผายมือให้ไปข้างใน
ห้อง Vip กลางโกดัง แอร์เย็นฉ่ำ มีคนจีน 2 คน กับคนไทย 3 คน พุงพลุ้ย หัวล้าน ใส่ทองเต็มตัว สักทั่วใบหน้า ฟันฝังเพชรยืนยิ้มรับอยู่
“ทำหน้าที่เธอ” เขากล่าวสั้นๆ และนั่งลงตามการผายมือของคนนั้น
“สวัสดีครับ ผมเสี่ยโชติ เป็นายหน้าให้ท่าจีน ยินดีที่ได้ร่วมงานอีกครั้งครับท่าน”
ลุงคนไทยบอก แล้วหันไปแปลจีนให้ลูกทีมเขาฟัง ฉันจึงทำหน้าที่ตัวเองโดนการแปลไทยเป็ฝรั่งเศส ตามคำพูดของอีกฝ่าย
“วันนี้ผมมีของเล่นใหม่ มาเสนอท่าน เป็ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากทางผู้ผลิตสารตั้งต้น”
เขาพูด แล้วเทผงขาว ผสมเม็ดใสสีฟ้าลงบนถาดสแตนเลส ใช้บัตรอะไรสักอย่างเกลี่ยเป็เส้นยาว แล้วยื่นให้นาย
เขามองตาม เอนหัวหน่อยๆ แล้วกระดิกเพียงนิ้วชี้ส่งสัญญาณ หนึ่งในลูกน้อง คว้าของไปทดลอง หลังสูดเข้าจมูกเพียงไม่ถึง 5 วิ เขาตาเหม่อ แหงนหน้าขึ้นฟ้า หัวเราะเบาๆ ออกมาแล้วก้มหน้าลง
ดวงตาเบิกโพลง แดงกล่ำ แวววาวจนน่ากลัว ฉันรู้ได้ทันทีว่านี่ต้องเป็สารเสพติดชนิดรุนแรงแน่
“ดีกว่าใช่ไหมครับ แรงกว่า เร็วกว่า ฟินกว่า ฮ่าๆๆๆ” เสี่ยโชติหัวเราะลั่น แล้วเทผงเพิ่ม ทำแบบเดียวยื่นให้ฉัน
“อีหนู สนใจไหม เห็นเป็คนไทยเหมือนกันจะให้ลองฟรี”
เขาพูดกับฉัน ฉันรีบยกมือปฏิเสธพัลวัน แล้วหันไปหานาย เขามองฉันด้วยสายตาที่เยือกเย็น ก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มอย่างน่ากลัว คว้าถาดนั้นมาชูตรงหน้าฉัน
“ลอง”
“นะ นายคะ… แต่นี่มัน”
“ลอง หรือ ตาย” เขาถามย้ำทีละคำ
“อึก!!?”
เกิดมาทั้งชีวิต ฉันไม่เคยเลย ...ไม่เคยมีความคิดว่าตัวเองจะก้าวเข้าวงจรอุบาทว์แบบนี้
ฉันเอื้อมมือที่สั่น ไปรับถาดเงินในมือเ้านาย วางลงช้าๆ บนพื้นโต๊ะ น้ำอุ่นๆ เริ่มเอ่อล้นขอบตา ใจหล่นวูบเหมือนคนใกล้จะเป็ลม โน้มใบหน้าลงเข้าใกล้สารสกปรกนั้น
‘พ่อจ๋า แม่จ๋า…ใบขอโทษ’
ฟรึ้บ
ฟืดดดดดด
เสียงสูดหนักๆ นั่นไม่ใช่ของฉัน มือหนาของคนข้างๆ กระชากผมฉันให้เงยใบหน้าขึ้น แล้วตัวเขาเป็ฝ่ายก้มสูดผงขาวบนโต๊ะนั้นแทน
“ฮ่าๆ อีหนูนี่กลัวจนร้องไห้เลยโว้ย”
เสี่ยโชติหัวเราะล่าสะใจที่เห็นฉันตกในสภาพน่าสมเพชแบบนั้น มือหนาที่จิกผมไว้ ค่อยๆ คลายออก เขาเหยียดตัวนั่งตรง เอนหัวพิงกับโซฟา พริ้มตาเหมือนกำลังขึ้น์
“ดี…”
เขาพูดสั้นๆ แล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็เช่นเดิม นิ้วชี้ยกขึ้นกระดิกเบาๆ ส่งสัญญาณ กระเป๋าใบใหญ่ 5 ใบ ที่บรรจุแบงค์สีเทาปึกหนา ถูกวางกองตรงหน้า เสี่ยโชติและพรรคพวก ยิ้มกว้างมองกระเป๋าตามันเยิ้มด้วยความกระหาย
“ที่เหลือ จะให้ในวันของถึงมือแล้ว”
นายพูดแล้วลุกขึ้นยืน เสี่ยโชติยื่นมือมารอจับ เขามองและเมินมือหยาบนั้น หันหลังเดินออกทันที ลูกน้องคนสนิทรับจับไว้ แล้วกล่าวขอตัว
“หยิ่งสัx” เสี่ยโชติสบถเบาๆ แล้วก้มหยิบเงินปึกหนามาหอมฟอดใหญ่
“มันพูดว่าอะไร”
“คะ?”
“ไอ้หมูแก่หน้าโง่เมื่อกี้ มันพูดว่าอะไร”
ฉันชั่งใจจุกในคอ จะให้พูดตามเสี่ยโชติไปตรงๆ คงเกิดเื่นองเืใหญ่แน่ คำพูดไม่กี่คำอาจจะทำให้เสี่ยโชติและพรรคถูกเก็บได้
“คะ คือ เขาบอกว่านายศักดิ์ศรีสูงค่ะ” ฉันเลี่ยงคำ พูดตะกุกตะกักออกไป
“งั้นหรอ” เขารับเสียงเบาในลำคอ เดินนำไปที่รถ
ปั้ง !!
“กรี้ดดดดด”
“ชิบxาย!”
บอดี้การ์ดที่เดินนำหน้าขบวนถูกยิงที่หัวอย่างแม่นยำ เืสาดกระเซ็นเปรอะหน้าฉัน เข่าทรุดลงกับพื้นกรี้ดสนั่นด้วยความใ
“คุ้มกันนาย!”
เสียงคุณอูโก้สั่ง ลูกน้องที่เหลือทยอยถูกสอยเรียงตัวด้วยะุนัดเดียว จากมือดีที่รอซุ่มอย่างไม่รู้ทิศทาง การวิ่งในความมืดก็ไม่ใช่หนทางที่ดี แต่อย่างน้อยมันก็พอพลางสายตาศัตรูได้ ฉันถูกฉุดกระชากให้วิ่งตามนาย เขาวิ่งนำหน้าเข้าโพลงป่าข้างโกดัง
ปั้ง! ปั้ง!
“ไปไม่ถึงรถแน่ครับนาย!” คุณอูโก้พูด พลางพาหลบมุมยิงสวน
“ไอ้พวกสารเลวรอบกัด! ” เขาด่าหยาบ ควักปืนสั้นที่เหน็บข้างเอวมาถือ
“ฮึก!!..นะ นายคะ”
“อย่าร้อง! ฉันรำคาญ” เขาด่าฉัน แล้วหันมองอีกทางอย่างระแวดระวัง
“นายครับ ผมจะล่อมันไปฝั่งนั้น นายวิ่งออกทางด้านนี้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะโทรสั่งรถที่สแตนบายไปรอ” เขาพยักหน้ารับกับแผน แล้วฉุดแขนฉันวิ่ง
“วิ่งให้ทัน อย่าถ่วงฉัน!”
ปั้ง!
“กรี้ดดดดด”
ฟรึ้บ
ตุ้บ
ร่างบางที่วิ่งปิดหูปิดตาตามแรงฉุดของนาย ขาเรียวเล็กสั่นแทบไร้แรง ล้มลุกคลุกคลานอยู่บ่อยครั้ง เสียงปืนสนั่นโกดังตามหลังประหนึ่งมัจจุราชกำลังไล่ตาม
เสียงอึกทึกโวยวาย ทั้งภาษาไทย ทั้งภาษาฝรั่งเศส เสียงโอดครางและสบถด่าดังปะปนจนฟังศัพท์ไม่ออก สองร่างวิ่งหอบพากันเข้าทุ่งนา ฝ่าหญ้าหนา เปรอะโคลนเพื่อเอาชีวิตรอด
ปั้ง!
“อย่าให้มันหนีไปได้ เก็บให้หมด!” เสียงสั่งการณ์ดังขึ้น ฝีเท้าหนักๆ วิ่งไล่ตามกระจายทิศทางหา
ไม่ใช่เื่แปลก ที่กลุ่มแก๊งมาเฟียจะล่าหัวกันเอง ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่หรือนอกพื้นที่ … แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ การมาในครั้งนี้ เป็การวางแผนระยะประชิด น้อยคนที่รู้ แล้วใคร.. คือผู้เปิดแผนของเขาให้ศัตรู
ปั้ง!
“ฮึก..! ”