เย้ยฟ้า ข้าขอเป็นเซียน!

    นิกายภายนอก

    เช้าของวันที่สามที่ทำการนัดหมายได้มาถึง มู่เยว่ชิงตื่นมาแต่เช้าและทำกิจวัตรปกติ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วนางจึงเดินทางไปยังสถานที่ที่ทางนิกายทำการนัดหมายเอาไว้




      มัดผมด้วยทรงหางม้า วันนี้มู่เยว่ชิงใส่เสื้อผ้าที่ทางนิกายจัดเตรียมไว้ให้ ส่วนบนเป็นเสื้อแขนยาวผ้าไหมสีฟ้าที่เรียบง่ายแต่มีความสวยงามโดยมีลวดลายสีขาวตัดกับชุด ส่วนล่างเป็นกางเกงไหมสีขาวตัดกับลวดลายสีฟ้าแทนแต่ดูแล้วเข้ากันกับเสื้อ บนหน้าอกของเสื้อมีตัวอักษรสีทองปักเอาไว้สองคำ 'เมฆสวรรค์' ดูเหมือนว่าชุดของศิษย์นอกนิกายทั้งชายและหญิงจะเป็นชุดแบบเดียวกัน




    เดินไปบนถนนสู่ลานกว้างมู่เยว่ชิงมองไปรอบๆ บรรยากาศโดยรอบยังคงดีเยี่ยมไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งนางยังเห็นศิษย์นิกายที่เข้ามาในรุ่นเดียวกับนางเดินไปตามถนนสายเดียวกันหลายคน




    มองไปตามทางเดินข้างหน้ามีหญิงสาวนางนึงโบกมือให้นางอยู่ "ชิงเอ๋อร์ เป็นยังไงบ้างเจ้าสบายดีไหม? ไม่เห็นเจ้ามาเยี่ยมข้าเลย" คำทักทายแรกนั้นสดใสแต่กล่าวคำหลังจบนางทำแก้มป่องอย่างแง่งอน หญิงสาวคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเย่หมิงหยูที่ทักนาง




    ชุดแต่งกายของเย่หมิงหยูเป็นเช่นเดียวกับของนาง เพียงแต่ว่าสิ่งที่แตกต่างจากวันอื่นๆนั้นคือทรงผมของนาง จากปกตินางจะทำทรงผมซาลาเปาบนหัวนาง วันนี้กลับเป็นหางม้าแทน ทำให้หน้าตาน่ารักของนางดูงดงามไปอีกแบบ ดูเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น




    นางก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านั้นเย่หมิงหยูบอกให้นางไปหาบ้าง "อา~ หมิงหยูข้าขอโทษพอดีข้าเอาแต่ฝึกเลยไม่ได้ไปเยี่ยมเจ้าเลย"




    มองไปที่มู่เยว่ชิงที่ขอโทษด้วยใบหน้าเสียใจเย่หมิงหยูเพียงยิ้มและกล่าว "ไม่เป็นไรชิงเอ๋อร์ เรื่องนั้นนะข้ารู้อยู่แล้ว ข้ามาเยี่ยมเจ้าที่บ้านตั้งหลายครั้งหลายครา เรียกตั้งนานเจ้าก็ไม่ออกมาสักที ตอนแรกข้าก็คิดว่าเจ้าไม่อยู่ที่บ้าน แต่พอมาคิดอีกทีทั้งเจ้าและข้าพึ่งมาถึงนิกายยังไม่รู้จักสถานที่ต่างๆและเจ้าจะไปไหนได้ เว้นเสียแต่เจ้าปิดตัวฝึกแบบไม่สนโลกภายนอก"





    มู่เยว่ชิงอดไม่ได้ที่จะบ่นไขมันน้อยในใจของนาง "ไขมันน้อยทำไม่เจ้าไม่เตือนข้าว่าหมิงหยูมาเรียก"




    "เจ้านายไม่ใช่ว่าข้าไม่ได้เรียกท่าน ข้าเรียกท่านตั้งหลายครั้งแล้วเพียงแต่ท่านไม่ได้ยินเอง ตอนแรกข้าว่าจะไปเขย่าท่านด้วยซ้ำแต่เห็นว่าท่านจะได้เลื่อนขั้นข้าเลยไม่รบกวน" ไขมันน้อยกล่าวด้วยใบหน้าจะร้องไห้ มันผิดไหม? มันเรียกเจ้านายของมันหลายครั้งแล้ว ตอนแรกมันจะเดินไปปลุกนายของมัน แต่เห็นคลื่นลมปราณที่หมุนโดยรอบเจ้านายของมันอย่างรุนแรงทำให้มันหยุดในทันทีดูเหมือนนายของมันจะมีความก้าวหน้า




    ได้ฟังเช่นนั้นมู่เยว่ชิงคิด ถูกของไขมันน้อยหากว่ามันมารบกวนข้า ข้าก็คงพลาดโอกาศดีๆแบบนี้ไป หากมีคนขัดขวางหรือรบกวนเวลาเลื่อนขั้น การเลื่อนขั้นอีกครั้งก็จะกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นหรือเป็นไปไม่ได้ต้องรอเวลาที่เกิดความรู้สึกของการก้าวหน้าอีกครั้งซึ่งไม่รู้ว่ามันจะมาตอนไหน




    ตอนนี้นางอยู่ที่รวบรวมลมปราณระดับสาม นางไม่รู้ว่าตัวเองนั้นฝึกเร็วหรือไม่ แต่นางคิดว่าตัวของนางนั้นมีข้อได้เปรียบที่ดีกว่าผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ทั้งพื้นฐานทางร่างกายที่ดี วิชาที่ดี อีกทั้งยังมีผักและผลไม้จิตวิญญาณที่นางกินทุกวัน ทำให้นางฝึกเร็วกว่าคนอื่นหลายเท่า




    สำหรับการที่นางบ่นไขมันน้อยนั้นมีเหตุผลอยู่ นางไม่ต้องการให้ผู้อื่นสัมผัสเกี่ยวกับความลับเรื่องแหวนมิติของนางหากสิ่งนี้หลุดออกไปเกรงว่านางจะไม่ได้ตายดี ต้องบอกว่า คนไม่ผิด ผิดที่ครอบครองหยก




    มู่เยว่ชิงหน้าเป็นสีแดงจางๆนางลูบจมูกพร้อมกับกล่าว "เอาละไขมันน้อยไม่โทษเจ้า แต่หากมีคราวหน้า ข้าอยากให้เจ้าดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยปลุกข้า"




    ไขมันน้อยพยักหน้าพร้อมกันนั้น มันก็ลังเลที่จะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะพูด "เจ้านาย...ในเมื่อข้าไม่ผิดแล้วก็แสดงว่าท่านผิดใช่ไหม? ท่านทำอาหารอร่อยๆหลายๆอย่างให้ข้าได้ไหม?"




    ปึด เส้นเลือดที่ขมับของมู่เยว่ชิงดูเหมือนจะปูดขึ้น นี่คืออะไร? ไขมันน้อยข่มขู่นาง? ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ มูเยว่ชิงเพียงแค่ยอมรับเท่านั้น "ดีข้าจะทำของที่เจ้าชอบให้กิน แต่แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะ" ในสองสามวันที่ผ่านมา มู่เยว่ชิงได้ทำอาหารหลายชนิด ทั้งผัดซี่โคร่งหมูเปรี้ยวหวาน แกงหัวปลา ไก่ผัดซอสเผ็ด ฯลฯ โดยใช้วัตถุดิบที่ซื้อเก็บไว้ก่อนหน้านี้กับที่ปลูกเองภายในแหวน




    ได้ยินนายของมันกล่าวเช่นนั้น ไขมันน้อยกระโดดตื่นเต้นดีใจและฮัมเพลง




    ในเวลาไม่นานหลังจากที่เย่หมิงหยูและมู่เยว่ชิงเดินไปที่ลานกว้าง ยิ่งใกล้สถานที่มากเท่าไหร่คนก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น จากนั้นไม่นานนางก็มาถึงลานกว้าง




    นั่งรอที่ใต้ต้นไม้ด้านข้างของลานกับเย่หมิงหยู มูเยว่ชิงสังเกตสถานที่โดยรอบ ลานกว้างขนาดใหญ่ก่อตัวด้วยหินอ่อนสี่เหลี่ยมขนาดเล็กหลายชิ้นมาเรียกกัน ความกว้างของลานสามารถรองรับคนได้หลายร้อยคน ด้านหน้าของลานเป็นเวทีขนาดเล็กพอสำหรับคนขึ้นไปยืนห้าคน ก่อตัวขึ้นด้วยหยกเขียวสว่าง ถึงแม้วัตถุที่ใช้ทำเวทีและลานหินแตกต่างกันแต่เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ส่องลงบนทั้งสองวัตถุ ทั้งลานและเวทีก็จะปล่อยกลิ่นอายบางอย่างออกมาเช่นเดียวกัน




    หลังจากรอไม่นาน มีเสียงดังมาจากทางเข้า มู่เซว่หยิงหันไปมอง นางเห็นอาวุโสที่สวมชุดสีดำได้เดินทางมาถึงแล้ว อาวุโสที่นางเห็นเป็นชายอายุวัยกลางคน ผมดำยาวรวบไว้อย่างดี ดวงตาที่ดูเข้มงวด จมูกงุ้ม ริมฝีปากที่ยิ้มเล็กน้อย ใบหน้าคม ไร้หนวดและเครา นางคิดว่าอาวุโสผู้นี้เมื่อหนุ่มคงเป็นชายที่หล่อเหลาไม่น้อย




    อาวุโสฉินยี่ดูเหมือนว่าจะรู้สึกได้ถึงบางอย่าง เขาหันมาทางมู่เยว่ชิง ทันทีที่สบตากันนางรู้สึกเหมือนถูกมองผ่านไปทั้งตัว เป็นความรู้สึกขนลุกที่ทำให้นางรู้สึกไม่ดี ไม่นานอาวุโสเพียงแค่ยิ้มให้นางและหันหน้าเดินไปทางเวทีต่อไป




    "เขาเห็นระดับการฝึกตนของข้าใช่ไหม" ยิ่งคิดมู่เยว่ชิงก็ยิ่งประสาท "นายท่านไม่ต้องห่วงไปที่เขาเห็นก็เป็นเพียงท่านที่อยู่ในรวบรวมลมปราณระดับหนึ่งเท่านั้น" ไขมันน้อยยืดหน้าอกอย่างพอใจ ดูเหมือนว่ามันต้องทำให้เจ้านายของมันเห็นประโยชน์ของมันมากกว่านี้ ไม่งั้นนายของมันคงไม่สนใจว่ามันทำอะไรได้บ้างแน่




    ได้ยินเช่นนั้นมู่เยว่ชิงก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อยหากมีคนเห็นว่านางเพียงเข้านิกายมาแค่สามวันก็ถึงขั้นสามรวบรวมลมปราณเกรงว่าคนอื่นต้องคิดว่านางมีความลับบางอย่างแน่ๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นชีวิตของนางคงไม่สงบ ตอนนี้ถ้าเป็นเพียงแค่ขั้นแรกอย่างมากอาวุโสก็จะคิดว่านางเป็นเพียงอัจฉริยะเท่านั้น เพราะจากที่นางสังเกตศิษย์โดยรอบ มีหลายคนที่ได้มาถึงขั้นแรกโดยเฉพาะผู้ที่มีรากเดี่ยว



    โดยไม่ต้องให้อาวุโสฉินยี่บอกกล่าวเหมือนตอนก่อนที่พวกเขาจะเข้านิกาย ศิษย์นอกนิกายทุกคนรีบวิ่งไปตั้งแถวรอตั้งแต่เห็นอาวุโสเดินเข้ามากันหมด ไม่เว้นแม้แต่มู่เยว่ชิงและเย่หมิงหยูที่รีบวิ่งไปเข้าแถว




    มองไปที่แถวที่เรียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาวุโสฉินยี่กวาดสายตาคมมองสองสามครั้ง ทำเอาเหล่าศิษย์ทุกคนรู้สึกกดดัน "ที่นิกายให้พวกเจ้ามาในวันนี้ จะเป็นการแจ้งจากนิกายให้พวกเจ้าศิษย์ใหม่ได้ทราบ" หลักจากนั้นอาวุโสฉินยี่ก็อธิบายข้อมูลอย่างต่อเนื่อง




    เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงอาวุโสก็อธิบายจบ "เอาละ เรื่องที่จะแจ้งก็มีเท่านี้หากขาดเหลืออะไรที่พวกเจ้าไม่เข้าใจก็ถามมาได้" หลังจากอาวุโสฉินยี่กล่าวจบมีศิษย์หลายคนยกมือขึ้นและถามคำถาม




    สำหรับมู่เยว่ชิงนางกำลังจดจำรายละเอียดหลักที่อาวุโสฉินยี่บอกมา




    นิกายภายนอกนั้นแบ่งออกเป็นหลายส่วน และมีสถานที่หลายอย่างที่สำคัญ อย่างเช่นห้องโถงภารกิจ นิกายจะออกภารกิจหลายอย่างที่มีการเรียกร้องทั้งมาจากศิษย์ในนิกายด้วยกันหรือมาจากภายนอก ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับความยากของภารกิจ




    ลานประลอง ดูเหมือนว่าลานนี้จะมีอันดับกำหนดเอาไว้ด้วยยิ่งลำดับสูงมากขึ้นเท่าใดรางวัลที่ได้รับต่อเดือนจากนิกายก็จะมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีห้องโถงโอสถ ห้องโถงสิ่งประดิษฐ์ ห้องโถงอาคม แล้วก็บ้านสมบัติที่ศิษย์สามารถเอาแต้มสำนักที่ได้จากการทำภารกิจหรือหินพลังงานไปแลกสิ่งประดิษฐ์ได้อีกด้วย




    มู่เย่วชิงคิ้วกระตุกดูเหมือนว่ามีหลายสถานที่ที่นางต้องไป คิดแล้วนางก็เงยหน้ามองท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ยังคงมีทางอีกยาว......