4.บทที่ 4
หลี่เฟยหรงที่โดนแย่งลูกสาวได้แต่ยืนมองลูกชายทั้งสองทักท้วงคนแก่ทั้งสองของบ้านอยู่เงียบๆ พอเห็นว่าคุณย่าจางนั่งลงพร้อมกับปู่หลี่แล้วเขาจึงได้ถือโอกาสนี้เดินไปข้างหลังเก้าอี้
ที่ทั้งสองนั่งเพื่อดูหน้าลูกสาวโดยไม่ต้องพูดอะไรให้ขัดใจคุณย่าจางตอนกำลังเห่อหลานให้โดนมองแรงใส่เหมือนลูกแฝดคนเล็กอีก
คุณพ่อลูกสามกับลูกชายคนโตของเขาช่างเ้าเลห์เหมือนกันจริงๆ เสี่ยวเจินผู้ซื่อตรงได้แต่ยืนทำตาปริบๆ เมื่อโดนคุณย่าจางมองค้อนใส่ เสี่ยวเจินได้แต่คิดในใจว่าตนทำผิดอะไรเขาแค่อยากดูน้องสาวเท่านั้นเอง
“แอ๊ แอ๊….”
ทารกน้อยที่ทุกคนต่างแย่งกันอย่างเงียบๆ นั้น ตอนนี้โปรยยิ้มหวานพร้อมโบกแขนน้อยๆ ทักทายพี่ชายฝาแฝดทั้งสองเพื่อส่งความน่ารัก ครั้งแรกที่พบหน้ากันให้สลักลงในใจของพวกเขา
“ว้าว น้องสาวน่ารักมากครับคุณพ่อ”
เด็กชายทั้งสองพูดออกมาพร้อมกันเมื่อเห็นน้องน้อยยิ้มหวานส่งให้พวกเขา เสี่ยวฮุ้ยมองพ่อของเขาพลางส่งยิ้มกว้างให้ทว่าแววตาฉายแววโอ้อวดส่งให้พ่อของเขา
แต่มีหรือที่หลี่เฟยหรงจะมองไม่ออกว่าเ้าลูกชายของเขาคิดอะไรอยู่ จึงได้แต่เข่นเขี้ยวในใจ
“ฮึ…”
หลี่เฟยหรงไม่สนใจมารยาทที่เป็แบบอย่างที่ดีให้ลูกชายอะไรอีกแล้ว เข้าเดินอ้อมมาข้างหน้าแทรกกลางเ้าลูกชายตัวดีทั้งสองและอุ้มเอาลูกสาวตัวน้อยของเขามาอุ้มเองมันซะเลย
“แอ๊!……”
ทารกน้อยร้องใเมื่อโดนเปลี่ยนคนอุ้มไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะมัวแต่โบกแขนน้อยๆ ให้พี่ชาย แต่พอเห็นว่านี่คือคนที่น่าจะเป็คุณพ่อของเธอเอง
จึงชูกำปั้นน้อยโบกแขนโชว์ยิ้มหวานให้คุณพ่อหวังให้เขารักเอ็นดูเธอมากๆ เหมือนพ่อคนเก่าของเธอ
เธอไม่ได้มีความเสียดายชีวิตเก่ามากนักเพราะที่ผ่านมาเธอได้รับความรักและได้มอบความรักดูแลพวกท่านอย่างดีมาตลอด
และไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยสักครั้งเป็ลูกที่ดีและหลานสาวที่ดีสมกับความรักที่พวกเขามอบให้เธอ
จะมีก็แต่เื่ที่แอบไปคลับนี่แหละ ที่เธอเสียใจและรู้สึกผิดที่ต้องทำให้ทุกคนเสียใจกับการจากไปของเธอ
แต่ถึงเธอจะจากมาแล้วพ่อแม่เธอก็ยังมีพี่ชายเธออีกสามคนอยู่พวกเขาต้องดูแลพวกท่านได้ดีมากแน่ๆ
“ลูกสาวหนูน่ารักมากเลยครับ ยิ้มหวานเชียวดีใจที่ได้เจอพ่อหรือครับ”
หลี่เฟยหรงพูดกับลูกสาวเสียงอ่อนเสียงหวานผิดกับเวลาพูดกับลูกชายไปคนละระดับเสียงเลยทีเดียว
ก็นะนี่ลูกสาวที่น่ารักของเขาจะมาพูดเสียงเข้มๆ อย่างที่พูดกับลูกชายได้ยังไงหากลูกสาวไม่รัก เขาต้องปวดใจจนตายแน่นอน
เขาได้แต่คิดในใจเข้าข้างตัวเองทำเป็ไม่รับรู้สายตาพ่อแม่ของเขาที่จ้องเขม่นใส่เขาที่มาแย่งหลานไป
ลูกชายทั้งสองของเขาได้แต่คิดว่าพ่อของเขาเป็อะไรน้ำเสียงแปลกนักหรือพ่อเจ็บคอ ถ้าพ่อไม่สบายแล้วน้องสาวจะติดไข้ไปด้วยรึเปล่า
คุณแม่เคยบอกพวกเขาว่าหากไม่สบายให้เว้นระยะห่างกันก่อนเดี๋ยวจะติดไข้กันได้ เด็กชายทั้งสองคิดเป็ห่วงน้องสาวด้วยความกังวล
“ในห้องเรียบร้อยแล้วนะคะคุณซ่งผู่เย่วปลอดภัยดีค่ะดูแลบำรุงร่างกายคุณแม่หลังคลอดได้ตามปกติได้เลยค่ะ”
คุณหมอเสิ่นลู่จิวออกมาจากห้องคลอดพร้อมบรรดาแม่บ้านที่เข้าไปเป็ผู้ช่วยของเธอ และบอกเมนูอาหารบำรุงร่างกายและเรียกน้ำนมสำหรับคุณแม่พึ่งคลอด
คุณย่าจางรับฟังและจดจำไว้อย่างดีถึงเมนูและรายการบำรุงร่างกายต่างๆ สุดท้ายจ่ายค่ารักษาให้คุณหมอเรียบร้อยแล้วจึงสั่งให้ป้าฉางหัวหน้าแม่บ้านทำเมนูเรียกน้ำนมเตรียมไว้ให้ลูกสะใภ้คนโปรดของเธอ
ก่อนจะตามลูกชายหลายชายเข้าไปในห้องเพื่อดูอาการซ่งผู่เย่ว ส่วนสามีผู้เงียบขรึมของเธอน่ะหรือก็ยืนแนบชิดติดข้างกายเธออยู่นี่ไม่ได้ไปไหน
ลูกชายเธอติดภรรยาจนทะเลาะกับหลานชายเธอบ่อยๆ เื่แย่งแม่ของพวกเขายังไง สามีเธอก็เคยทะเลาะกับลูกชายเธออย่างนั้น ผู้ชายบ้านนี้เหมือนกันมากจนเธอยังสงสัยว่าจะเหมือนกันได้ยังไงขนาดนี้
“แอ๊ะ …..”
ซ่งผู่เย่วนอนพิงหัวเตียงอุ้มลูกสาวของเธอ หยอกล้อเล่นกับเ้าตัวน้อยอารมณ์ดี แถมแรงดีไม่มีตกทั้งที่พึ่งคลอดแท้ๆ ท่ากำหมัดน้อยๆโบกแขนยิ้มหวานกลายเป็ท่าไม้ตายของเด็กน้อยทารกไปซะแล้ว
พอคุณปู่คุณย่าของเด็กๆ เข้ามาในห้องก็เห็นหลานสาวเธอยังคงร่าเริงดีดแขนดีดขาเล่นกับแม่และพี่ชายอย่างอารมณ์ดี
ลูกสะใภ้เธอไม่ได้เป็อะไร พอเธอโล่งใจเื่ลูกสะใภ้แล้ว จึงนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้บอกเื่การตั้งชื่อของหลานสาวที่เธอและสามีตั้งไว้ให้แล้วกับลูกชายลูกสะใภ้เลย จึงเอ่ยออกมาตัดหน้าลูกชายก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร
“อาหรง เย่วเออร์ พ่อกับแม่ตั้งชื่อให้หลานสาวแล้วนะ”
คุณย่าจางพูดออกมาแทบจะทันทีที่นึกขึ้นได้ ไม่ให้ลูกชายได้ทันตั้งตัว เขาได้แต่มองพ่อและแม่ของเขาอย่างช่วยไม่ได้ลูกชายฝาแฝดของเขาที่เป็หลานคนแรกของตระกูลน่ะเขายังพอเข้าใจได้
แต่นี่ลูกสาวตัวน้อยของเขาอีกเล่า ตอนแรกเขาก็หวังว่าท้องนี้อยากได้เป็ลูกสาวอยู่แล้วและตั้งใจจะเป็คนตั้งชื่อเองคุณแม่ของเขาไม่ปรานีเขาเลยจริงๆ
หลี่เฟยหรงได้แต่คร่ำครวญในใจไม่กล้าพูดอะไรออกมาเพราะคุณแม่ของเขาดุมากแม้คำพูดไม่รุนแรงอะไร แต่แต่ละประโยคที่พูดออกมานั้นอาจทำให้เขารู้สึกผิดและรู้สึกว่าเขาอกตัญญูจนไม่มีหน้าไปมองใครได้อีก
“ครับ คุณพ่อกับคุณแม่ตั้งชื่อให้ลูกสาวผมต้องดีมากๆเลยครับ”
ท่านจอมพลหลี่หลืบมองหน้าลูกชายคนเดียวของเขาด้วยหางตาและดูถูกเขาในใจเมื่อเห็นสีหน้าไม่เต็มใจและคำพูดเสแสร้งว่ายินยอมแบบไม่จริงใจสุดขั้วของเขา
.......................................