ในวันถัดมาหลังจากที่ โอลิเวอร์ ได้พบกับชายปริศนาซึ่งคาดว่าน่าจะเป็ฆาตกรตามข่าวลือ โอลิเวอร์จึงเดินทางไปเข้าพบหัวหน้าของหน่วยปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ
“ขออนุญาตนะครับ”
แอ๊ด (เสียงเปิดประตู)
“สวัสดีครับหัวหน้า…..”
ภาพตรงหน้าที่โอลิเวอร์เห็นคือหัวหน้าของกำลังบีบคอตำรวจนายหนึ่งอยู่
“ทำงานไม่ได้เื่แกน่ะเหรอคือตำรวจ การสืบสวนของพวกแกมันกระจอกมาก แค่ตามหาคนคนเดียวยังหาไม่เจอ”
โอลิเวอร์ได้ยืนพิงผนังของห้องรอว่าหัวหน้าจะจบบทสนทนาตอนไหน
ตุ๊บ (เสียงวางลงกับพื้น)
“ข…ขอโทษด้วยครับ”
แอ๊ด (เสียงเปิดประตู)
ตำรวจนายนั้นได้เปิดประตูออกไปและวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
“ยังบ้าอำนาจเหมือนเดิมเลยนะครับ”
โอลิเวอร์ได้เปิดบทสนทนากับหัวหน้าของเขาที่กำลังหงุดหงิด
“ตำรวจในเมืองนี้ก็เป็แบบนี้ไปซะหมด ฉันทราบแล้วนะเื่ชายปริศนาที่นายเจอเมื่อคืนน่ะ”
“ผมยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยนะครับ…”
ฟึ้บ (เสียงของหมัด)
หัวหน้าได้ทำการพยายามโจมตีโอลิเวอร์ด้วยหมัด แต่เขานั้นรับหมัดนั้นไว้ได้
“ไว้ค่อยคุยกันทีหลังก็ได้ตอนนี้ฉันอยากให้นายไปรับใครสักคนหน่อย”
“ใครเหรอครับ”
“สมาชิกที่หายหน้าหายตาไปนาน เขาพึ่งกลับมาจากบ้านเกิดน่ะ”
“สถานที่ล่ะครับ”
“ท่าเรือทางตะวันออก”
“พอจะเดาได้อยู่หรอกว่าใคร แต่เดิมแล้วสมาชิกในหน่วยนี้ส่วนใหญ่ไม่มีใครเป็คนจากประเทศนี้โดยกำเนิด มีแค่ฉันคนเดียว…”
โอลิเวอร์ได้พูดในใจคนเดียวในระหว่างการเดินลงบันไดจากตึก
“เร็วเข้าสิวะ โอลิเวอร์!”
ชายคนหนึ่งได้ะโไปหาโอลิเวอร์
“นิโคไล!”
โอลิเวอร์เดินไปหาชายคนนั้นทันที
“ไอ้พี่บ้านั่นต่อยตำรวจอีกแล้วล่ะสิ”
“อ่าใช่ นายก็จะไปรับหมอนั่นสินะ”
“ใช่ ไอ้พี่บ้านั่นให้ฉันกับนายนี่แหละไปรับหมอนั่น”
ทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนม นิโคไล นั้นเป็น้องชายของ อีวาน หัวหน้าของหน่วยปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ
ดูเหมือนทั้งสองคนกำลังไปรับสมาชิกคนหนึ่งที่น่าจะห่างหายไปนาน ทั้งสองคนจึงเดินทางไปทันทีด้วยรถยนต์ โดยที่ นิโคไล นั้นเป็คนอาสาขับเอง
ตึ้บ (เสียงปิดประตูรถ)
“ยินดีต้อนรับกลับ”
ทั้งสองได้ยืนมองชายคนหนึ่งที่กำลังเดินมา
“ไง ฉันเอาปลาดิบกลับมาด้วยนะ” ชายคนนั้นเดินตรงมาที่พวกเขาพร้อมกับถุงใบหนึ่ง “คงมีอะไรจะคุยสินะ เอาไว้ไปหาอีวานแล้วค่อยคุยแล้วกัน”
“ทั้งสามจึงกลับไปหาอีวานทันที”
“เอาล่ะสิ่งที่ฉันจะเล่า ณ ที่ตรงนี้คือความลับของหน่วย ห้ามผู้ใดเอาไปเล่ากับบุคคลภายนอกเด็ดขาด เมื่อสองสัปดาห์ก่อนเราได้พบกับลัทธิประหลาดที่คอยลักพาตัวคนยามค่ำคืน เราได้จับกุมสมาชิกของลัทธิมาได้หนึ่งรายและช่วยผู้เคราะห์ร้ายออกมาได้ ประกอบกับที่สัปดาห์นี้ได้มีข่าวลือเกี่ยวกับการหายตัวไปของ
ลูกน้องแก๊งข้างถนนโดยที่ไม่มีร่องรอยหลงเหลืออยู่เลยและหัวหน้าแก๊งก็ถูกสังหารโดยวิธีการที่สยดสยอง สิ่งที่ฉันจะถามก็คือมีใครเห็นอะไรแปลกๆ กับเหตุการณ์นี้บ้าง”
“สิ่งที่คล้ายกันก็คือทั้งสองเหตุการณ์มีอะไรคล้ายกันก็คือมีคนหายไปเป็จำนวนมากเหมือนกันแถมยังเกิดไม่ถึงหนึ่งเดือนอีกด้วย” สมาชิกคนหนึ่งได้พูดขึ้นในขณะที่ตัวของนั้นกำลังเช็ดดาบของเขาอยู่
“ใช่ เมื่อคืนโอลิเวอร์ได้พบกับชายปริศนาที่คาดว่าน่าจะเป็ผู้ก่อเหตุสังหารหัวหน้าแก๊งข้างถนน” “ใช่ หมอนั่นดูเป็คนสติไม่ดีทั้งๆ ที่ลักษณะภายนอกไม่น่าจะเป็แบบนั้นได้ เพราะภายนอกเขาดูเหมือนสุภาพบุรุษยิ่งกว่าสุภาพบุรุษเหมือนหลุดมาจากนวนิยายที่เป็ที่ชื่นชอบของผู้คน ง่ายๆ ว่าเพอร์เฟ็คเกินพวกเรา” โอลิเวอร์นั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งพร้อมกับพูดขึ้นด้วยท่าทีและน้ำเสียงและจริงจัง
“และอีกอย่างที่ผมจะถามนะหัวหน้ารู้ได้ยังไงว่าผมนะไปเจอหมอนั่น”
“โนเอลบอกมาน่ะ หมอนั่นถ่ายรูปของนายมาให้ฉัน และเป็รูปที่นายกำลังสู้อยู่พอดีด้วย”
อีวานได้ยื่นรูปถ่ายให้ทั้งสามได้ดู
“ไหนว่าต้องเฝ้าร้านไง”
โอลิเวอร์ได้พูดในใจเพียงคนเดียว
“’ ง่ายๆ คือตอนนี้เราต้องตามจับกุมไอ้โรคจิตหน้าหล่อนั่นให้ได้สินะ คำถามก็คือเราจะตามหามันได้ยังไง”
นิโคไลพูดขึ้นในท่าทีที่จริงจังและพร้อมเสมอ
“ฉันมีแผนอยู่”
โอลิเวอร์ได้พูดขึ้นมา
ในคืนนั้นเอง
“นี่คนสวยพอจะมีเวลาไปกับพวกเรารึเปล่า”
ชายคนหนึ่งได้ปรากฏตัวออกมาจากมุมมืดพร้อมกับเพื่อนของเขาที่ตามออกมาอีกที เพื่อชักชวนหญิงสาวคนหนึ่ง
หญิงสาวคนนั้นกำลังจะวิ่งหนีผู้ชายคนนั้น แต่ผู้ชายคนนั้นก็ดึงมือของเธออย่างรวดเร็ว และชายคนนั้นก็ปิดปากของเธอพร้อมกับลากไปยังมุมมืด
“อื้อ”
เสียงของหญิงสาวที่พยายามขัดขืน
“หุบปากซะ ไม่งั้นปากของเธอได้โดนกรีดแน่”
ชายคนนั้นได้ใช้มีดสั้นขู่เธอ
“มันจะแน่เหรอ”
ชายคนหนึ่งได้โผล่มาจากข้างหลังของชายที่กำลังขู่หญิงสาว
ชายคนนั้นได้ตัดนิ้วของชายที่กำลังขู่อย่างรวดเร็ว
“อ๊ากกกก”
ชายคนนั้นร้องออกมาพร้อมน้ำตาด้วยความเ็ป
“เห้ยๆ อย่าเข้ามานะเว้ย”
ชายคนหนึ่งได้พยายามวิ่งหนี แต่ก็ถูกชายคนนั้นเฉือนคออย่างน่าเวทนา
“เอาล่ะเหลือแกแล้วที่เป็คนสุดท้าย ถึงปล่อยแกไว้ก็มีแต่สังคมจะเดือดร้อนไปซะเปล่าๆ”
ฉึ้บ (เสียงมีด)
ชายคนนั้นใช้มีดแทงโดยไม่ได้รู้สึกถึงอะไรเลยอย่างกับว่าเขาเป็คนที่ด้านชา
“มากับผมสิคุณผู้หญิง เท่านี้คุณก็จะได้เป็ของผมตลอดกาล”
ชายคนนั้นยื่นมือไปหาหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายแต่ใบหน้าของเขานั้นไม่ว่าใครก็สามารถพูดได้เต็มปากว่าชายคนนี้นั้นไม่ใช่มิตรอย่างแน่นอน
เปี้ยง (เสียงปืนไรเฟิล)
ปืนไรเฟิลได้ยิงมาจากที่ไหนสักแห่งช่วยดึงดูดความสนใจของชายปริศนาเป็อย่างมาก ในระหว่างที่ชายปริศนาสนใจไปทางอื่นนั้นเอง หญิงผู้เคราะห์ร้ายก็รีบวิ่งหนีจากพื้นที่ทันที
“เห้ย”
“เจอกันอีกแล้วนะ วันนี้ไม่ไปเล่นงานพวกแก๊งข้างถนนหรอ”
โอลิเวอร์เดินเข้าไปในพื้นที่พร้อมกับท่าทีที่เตรียมพร้อมเสมอ
“คนเมื่อคืนสินะ ผมพลาดไปที่ไม่ได้ฆ่า เพราะผมคิดว่าคุณน่าจะเป็ตัวอันตรายสำหรับผมในอนาคต เพราะงั้นการกำจัดคุณก่อนจึงเป็อะไรที่ดีแน่นอน เพราะดูจากการใช้ปืนอย่างชำนาญและทักษะแล้วคุณก็คงไม่ใช่คนธรรมดาๆ แน่นอน เพราะงั้น มาจบเื่นี้กันดีกว่า”
ชายปริศนาพุ่งตรงไปหาโอลิเวอร์เพื่อสังหาร
ในขณะนั้นเอง
โอลิเวอร์ก็หายตัวไปต่อหน้าชายปริศนาแล้วก็มีชายอีกคนโผล่ออกมา เขาคือสมาชิกอีกคน ดันโตะ ชิบะ
ฟิ้ง (เสียงดาบ)
ดันโตะได้ทำการเอาดาบปัดมีดและการโจมตีของชายปริศนาทันที
“ไหนๆ ก็ได้กลับมาทำงานแล้ว ขอฉันสู้สักหน่อยไม่เป็อะไรหรอกใช่มั้ย!”
*จบ*
สำหรับคนที่ตามอ่านมาถึงตอนที่สองนี้ผมต้องขอขอบคุณมากๆ เลยนะครับ ติชมได้พร้อมพัฒนาผลงานครับ
ลักษณะตัวละครที่ปรากฏ
Ivan Smirnov – อีวาน สเมอร์นอร์ฟ
เป็หัวหน้าของหน่วยปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ
ผมสีเทา ตาสีดำ ผมของเขานั้นยาวจนสามารถมัดได้
เพศ ชาย
สูง 190 เิเ
อายุ 35 ปี
เป็หัวหน้าที่อารมณ์ร้อนและมักจะใช้กำลังเสมอเวลาไม่พอใจออะไรสักอย่างและเป็พี่ชายของ นิโคไล
Nikolai Smirnov - นิโคไล สเมอร์นอร์ฟ
สมาชิกของหน่วยปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ
ผมสีเทา ตาสีดำ แต่ผมนั้นจะสั้นกว่าของพี่ชายเขาอย่างมาก
เพศ ชาย
สูง 170 เิเ
อายุ 27 ปี
เป็คนที่อารมณ์ร้อนไม่ต่างจากพี่ชายของเขาแต่เป็คนที่ในหน่วยสามารถพึ่งพาได้เสมอและเป็คนที่หน้าตาไม่ได้แย่ซึ่งไม่ต่างจากพี่ชายของเขาเลย
Danto Shiba - ดันโตะ ชิบะ
สมาชิกของหน่วยปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ
ผมสีม่วงเข้ม ตาสีดำ มัดผมตามฉบับบ้านเกิด
เพศ ชาย
สูง 175 เิเ
อายุ 27 ปี
มีรูปลักษณ์ที่สง่าเป็คนที่พร้อมต่อสู้เพื่อเพื่อนได้เสมอและมีอารมณ์ขัน ปรับตัวตามสภาพแวดล้อมได้เก่ง
(ตอนนี้เขียนขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566)