เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    แทรงซึม

    หลังจากการประชุมของอาณาจักรมังกรสีชาดสิ้นสุดลงไป องค์หญิงเหยียนลี่ผู้ได้รับมอบหมายให้ควบคุมทัพใหญ่จึงรีบเดินทางไปยังอาณาเขตชายแดนด้วยตนเองโดยไม่คิดรอช้า

     

    ซึ่งด้วยความที่นางเป็นผู้ถือป้ายตรามังกรดำ เหล่าแม่ทัพระดับจักรพรรดิที่เหลืออยู่อีก 3 คนจึงเลือกที่จะร่วมเดินทางไปกับนางเพื่อทำสงครามในครานี้

     

    “ฟงเอ่อร์ ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับสงครามครั้งที่แล้วมาให้ข้าที ข้าต้องการที่จะศึกษามันอย่างละเอียดก่อนเริ่มสงครามอีกครั้ง” องค์หญิงเหยี่ยนลี่กล่าวกับข้ารับใช้คนสนิท ขณะที่กำลังจะขึ้นรถม้าออกเดินทาง

     

    “เรียนองค์หญิง หม่อมฉันได้จัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้แล้วเจ้าค่ะ” ฟงเอ่อร์กล่าวพลางยื่นม้วนตำราเล่มหนึ่งให้แด่ผู้เป็นนาย

     

    “อืม ยังคงทำงานได้เร็วเช่นเคย” ยื่นมือรับม้วนตำราเอาไว้ องค์หญิงเหยียนลี่เผยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจออกมา ก่อนจะประกาศเดินทัพใหญ่เข้าสู่สงครามครั้งสำคัญ

     

    ซึ่งการกระทำทั้งหมดของนางนั้น แน่นอนว่าย่อมต้องอยู่ภายใต้สายตาขององค์มหาจักรพรรดิแห่งสงคราม เหยียนซานหลาง ผู้ซึ่งเป็นบิดา

     

    “ครืน!”

     

    “ดูเหมือนเจ้าจะตัดสินใจเรื่องตำแหน่งองค์รัชทยาทได้แล้วสินะ สหายข้า” ในขณะที่เหยียนซานหลางกำลังเฝ้ามองการเคลื่อนกองทัพ จู่ๆเสียงอันทรงอำนาจก็พลันดังขึ้นมา พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นบริเวณด้านหลัง

     

    “อ่า ลี่เอ่อร์ คือคนที่ข้าเลือกให้เป็นจักรพรรดินีองค์ต่อไป และข้าอยากจะให้ตัวเจ้าสนับสนุนนาง” เหยียนซานหลางมองไปยังดวงตาสีแดงฉาน จากนั้นเอ่ยปากกล่าวออกมา

     

    “เหอะ เจ้าเองก็จะไปเหมือนกันงั้นสินะ ไปหาโชควาสนาในการทะลวงระดับกลายเป็นเซียนผู้ยิ่งใหญ่”

     

    เหยียนซานหลางพยักหน้าอย่างฉับไว “ใช่! ดินแดนแห่งนี้มันเล็กเกินไปสำหรับข้าแล้วจริงๆ ตัวข้าอยากจะไปยังดินแดนที่มีขอบเขตพลังที่เหนือกว่า”

     

    “ฮ่าๆๆนี่คือความทะเยอทะยานของมนุษย์สินะ เอาเถอะ ข้าจะดูแลแม่หนูคนนั้นให้ก็แล้วกัน ถึงอย่างไรมันก็เป็นหน้าที่ของสัตว์อสูรมงคลประจำดินแดนเช่นข้า” เสียงอันทรงอำนาจดังขึ้นอีกครา ก่อนที่ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจะหายวับไป

     

    “ฮ่าๆๆ ยังคงเป็นสัตว์มงคลที่ขี้อายเช่นเคย” พูดจบ! องค์มหาจักรพรรดิแห่งสงครามเอง เหยียนซานหลาง ก็หายตัวไปเช่นเดียวกัน

     

    ตัดภาพกลับมาทางเมืองชายแดนประจิมกันบ้าง! หลังจากเฝ้ารอการเจรจามานาน ในที่สุดพวกเย่ชิงหยางก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ดังนั้นพวกเขาจึงรีบจัดกองทัพเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับออกรบอยู่ตลอดเวลา

     

    ส่วนทางฝั่งของเย่หยุนซีเองก็ไม่ได้รอช้า! เมื่อได้รับข่าวเรื่องความผิดปกตินี้มา เขาก็รีบพาสองสาวไปสังเกตุการณ์บริเวณเขตติดต่อระหว่างพรมแดนในทันที

     

    ซึ่งเด็กหนุ่มก็ไม่ลืมที่จะมอบแหวนมิติ รวมไปถึงโอสถระดับปรมาจารย์ที่เขาหลอมสร้างเองให้กับพวกนางทั้งสองคน

     

    “สามีที่รัก ความสามารถของเจ้าช่างเหลือล้นเสียจริง คิดไม่ถึงเลยว่าจะสร้างของแบบนี้ขึ้นมาได้” ขณะเดินทางหยุนฉางเยว่เอ่ยปากชมเชยยกใหญ่ สายตาจับจ้องไปยังแหวนมิติที่สวมไว้บริเวณนิ้วกลางข้างขวา

     

    “คิกคิก นี่ท่านยังไม่คุ้นชินกับความสามารถแปลกๆของเขาอีกหรือเจ้าคะ” หลิงจีป้องปากหัวเราะขบขัน

     

    ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น จู่ๆเย่หยุนซีก็หยุดชะงักฝีเท้า สายตาจับจ้องไปยังทิศทางหนึ่งซึ่งมีกลุ่มคนเฝ้าระวังอยู่

     

    “ระดับปรมาจารย์ขั้น 1 สองคน ระดับปรมาจารย์ขั้น 3 หนึ่งคน พวกเราจะใช้ตัวตนของพวกมันนี่แหละเข้าไปหาข่าวจากอีกฝั่ง”

     

    “สามี มั่นใจแล้วงั้นหรือ?” หยุนฉางเยว่เอ่ยถามย้ำ เพราะนี่คือการเอาตัวเองเข้าไปในถิ่นของศัตรูอย่างแท้จริง และหากเกิดสิ่งผิดพลาดพวกเขาก็จะกลายเป็นเชลยศึกไปโดยปริยาย

     

    เย่หยุนซีพยักหน้าอย่างฉับไว “แน่นอน ตอนนี้สิ่งที่พวกเราต้องการก็คือข้อมูลของอีกฝ่าย ถ้าหากไม่เสี่ยงเข้าไปข้อมูลย่อมไม่มีทางเดินมาหา”

     

    “อืม ข้าเห็นด้วย พวกเราลงมือเลยดีหรือไม่” หลิงจีเรียกคันศรของตนเองเล็งไปที่ทหารผู้หนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก

     

    “อืม เริ่มได้” เย่หยุนซีตัดสินใจ ทำให้ลูกศรของหลิงจีพุ่งตรงเข้าศีรษะของทหารคนนั้นอย่างแม่นยำ

     

    ส่วนทางฝั่งของหยุนฉางเยว่เองก็มิได้น้อยหน้า นางชักกระบี่พุ่งเข้าสะบั้นคอทหารอีกคนอย่างรวดเร็วและไร้ปราณี

     

    สุดท้ายคือทหารที่อยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้น 3 ตัวมันถูกกระบี่น้ำแข็งของเย่หยุนซีทะลวงที่บริเวณกลางหน้าผากและตายลงไปอย่างน่าอนาถ

     

    พวกเย่หยุนซีจึงใช้โอกาสนี้ปลดเปลื้องอาภรณ์เหล่าทหารของอาณาจักรมังกรสีชาดมาสวมใส่ แถมตัวของเย่หยุนซียังใช้หน้ากากสวรรค์เร้นปลอมแปลงหน้าตาและกลิ่นอายของทั้งเขาและสองสาวให้เหมือนกับทหารทั่วไปๆทุกประการ

     

    “คิกคิก ตื่นเต้นจัง รู้สึกเหมือนตอนหนีออกจากนิกายท่วงทำนองสวรรค์เมื่อครั้งในอดีต” หลิงจีมองสำรวจร่างกายตนเองพลางกล่าว

     

    “ใช่! ข้าเองก็รู้สึกเหมือนตอนแอบหนีออกจากวัง” หยุนฉางเยว่พูดเสริมเช่นนั้น ทำเอาเย่หยุนซีผู้เป็นสามีถึงกับต้องกุมขมับเพราะวีรกรรมของพวกนาง

     

    “เอาล่ะๆ เลิกหยอกล้อกันได้แล้ว พวกเราออกเดินทางไปเมืองชายแดนของอีกฝั่งกันดีกว่า”

     

    “อืมๆ”

     

    สองโฉมสะคราญเมื่อได้ยินก็พยักหน้า ในเวลาต่อมาพวกเขาก็พากันพุ่งทะยานไปยังเมืองชายแดนของฝั่งตรงข้ามโดยใช้สถานะทหารของอาณาจักรมังกรสีชาด