ลู่เป๋าเหยียนไม่มีวันคบกับเธอไม่อย่างนั้น เขาคงขอคบหรือไม่ก็แต่งงานกันไปแล้วเพราะลู่เป๋าเหยียนไม่ได้รู้สึกพิเศษกับเธอ เธอกับเขาจึงมีเพียงแค่ข่าวซุบซิบออกมาไม่หยุดหย่อน
นี่คือสิ่งที่ซูเจี่ยนอันต้องการจะสื่อ
หานรั่วซียอมรับว่าซูเจี่ยนอันพูดแทงใจดำเธอเข้าอย่างจังดวงตาคู่งามฉายความไม่พอใจ เธอกำมือตัวเองแน่นอย่างอดกลั้น ก่อนจะค่อยๆ คลายออกช้าๆ
หลายปีมานี้เพื่อจะได้คบกับลู่เป๋าเหยียน เธอพยายามเป็นอย่างมาก
เพราะรู้ดีว่าคงไม่มีหญิงสาวคนไหนได้มาอยู่เคียงข้างลู่เป๋าเหยียนเธอจึงค่อยๆ เข้าใกล้เขาอย่างชาญฉลาดจนมากพอที่จะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าพวกเธอสนิทสนมกัน แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็ต้องระวังไม่ให้ลู่เป๋าเหยียนรู้สึกรำคาญใจหรือรังเกียจเธอ มีแต่วิธีนี้เท่านั้นเธอถึงมีตัวตนอยู่ในชีวิตของเขาได้
แล้วผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่เธอหวังสื่อทุกสำนักพากันลงข่าวว่าเธอคือแฟนสาวของลู่เป๋าเหยียนคือว่าที่คุณนายของตระกูลลู่ ไม่ว่าจะเจรจาสัญญาโฆษณาอะไรก็ตามก็ไม่มีใครคิดมายุ่มย่ามกับเธออีกผู้บริหารแต่ละคนต่างพากันเอาอกเอาใจเธอเพื่อหวังจะประจบลู่เป๋าเหยียน
เธอคิดมาโดยตลอดว่าคงมีสักวันที่เธอกับลู่เป๋าเหยียนจะได้อยู่ครองคู่กันเสียที
ทว่าจู่ๆ เขากลับต้องแต่งงาน
ตอนแรกเธอก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไรเพราะลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอันไม่ได้ชอบพอกัน เธอยังคงมีโอกาส
แต่ซูเจี่ยนอันกลับไม่ได้ว่าง่ายอย่างที่เธอคิดเอาไว้ภายนอกของเธอดูเหมือนคนไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไรแต่ภายในกลับแข็งแกร่งและเย่อหยิ่งยิ่งกว่าเธอเสียที
เป็นแบบนี้ก็ดีได้คู่แข่งที่ทัดเทียมกันการแข่งขันถึงจะสนุก
“เสวียนเสวียน”หานรั่วซีสวมแว่นกันแดดดังเดิม “พวกเราอย่ารบกวนคุณนายลู่อีกเลยนี่ก็ผ่านไปครึ่งปีแล้ว พวกเราควรทำบุญทำทานอย่าเข้าไปรบกวนเวลาแสนสุขของเธอเลยจะดีกว่า ซูเจี่ยนอันคงไม่มีประโยชน์ที่เราจะเถียงกันที่นี่ ฉันไม่มีวันยอมแพ้เรื่องลู่เป๋าเหยียนแน่ระวังตัวเอาไว้แล้วกัน”
ซูเจี่ยนอันยิ้มสีหน้านิ่ง
“คิดจะทำอะไรก็เชิญ”
หานรั่วซียิ้มเย็นก่อนจะเดินออกจากร้านไปอย่างมั่นใจ
“ว้าว”ลั่วเสี่ยวซีตบไหล่ซูเจี่ยนอันเบาๆ “นึกไม่ถึงว่าเธอก็โหดเหมือนกันนะเนี่ยขนาดพวกผู้กำกับในวงการยังต้องเกรงใจหานรั่วซีเลยนี่เธอตัดสินใจจะแย่งลู่เป๋าเหยียนกับคนแบบนี้จริงๆ เหรอ”
“แล้วทำไมจะไม่ล่ะ”ซูเจี่ยนอันตอบ “เพราะว่าเธอคือดาราดัง ผู้กำกับทุกคนต่างพากันเกรงใจฉันเลยจะต้องประเคนสามีตัวเองให้เธอด้วยหรือไง ฉันไม่โง่ขนาดนั้นหรอกนะ”
“แต่ตอนนี้เธอดูจะเสียเปรียบนะ”ลั่วเสี่ยวซีร้อนใจ “เธอกับบอสลู่กำลังทำสงครามเย็นกันถ้าหานรั่วซีเข้าไปปลอบใจลู่เป๋าเหยียนสักหน่อย ก็คง...”
“ใครบอกว่าฉันเสียเปรียบ?”ซูเจี่ยนอันแขวนชุดนอนที่ลั่วเสี่ยวซีเลือกกลับเข้าที่เดิมแล้วหยิบชุดนอนสีดำสุดเซ็กซี่ขึ้นมา “ฉันกับลู่เป๋าเหยียนอยู่บ้านเดียวกันห้องนอนก็ห่างกันไม่ถึงสิบเมตร พวกเราเจอหน้ากันทุกวันเช้าเย็นแถมยังจดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมาย ทุกคนต่างรู้จักฉันในฐานะคุณนายลู่...ฉันได้เปรียบกว่าเห็นๆ”
ลั่วเสี่ยวซีเบิกตากว้างมองชุดที่ซูเจี่ยนอันหยิบขึ้นมาพลางอุทานเบาๆ
“เจี่ยนอันเธอกะสู้ตายเลยใช่ไหมเนี่ย”
ซูเจี่ยนอันกัดฟันอย่างแน่วแน่ก่อนจะถือชุดนอนที่ว่าไปชำระเงิน
เมื่อทั้งสองคนออกมาจากห้างแต่ละคนก็หิ้วถุงช็อปปิ้งน้อยใหญ่กันเต็มมือ ลั่วเสี่ยวซีบอกให้ซูเจี่ยนอันรออยู่ที่ริมถนนก่อนที่จะเดินไปเอารถที่จอดไว้
วันนี้แดดค่อนข้างแรงซูเจี่ยนอันจึงเดินไปหลบอยู่ในร่มไม่นานก็เห็นเฟอร์รารีสีแดงคู่ใจของลั่วเสี่ยวซีขับตรงมา เธอเดินเข้าไปหาก่อนจะวางของเอาไว้ที่หลังรถ และขึ้นรถไป
“พวกเราไป...”
เธอพูดยังไม่ทันจบโครม! รถของลั่วเสี่ยวซีถูกบางอย่างชนเข้าอย่างจังทำให้ซูเจี่ยนอันถลาตัวไปด้านหน้าจนเกือบจะตกจากรถหน้าผากเธอกระแทกกับคอนโซลหน้าอย่างแรง
เธอรู้ซึ้งแล้วว่าอาการมึนงงจนเห็นดาวเป็นอย่างไรแต่ที่แย่กว่านั้นก็คือบริเวณข้อศอกขวาของเธอที่ตอนนี้เจ็บไปหมด
“เจี่ยนอัน!”ลั่วเสี่ยวซีตกใจจนหน้าซีด เธอรีบปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออกก่อนจะเข้าไปประคองซูเจี่ยนอัน
“เธอเจ็บตรงไหนไหม?”
ซูเจี่ยนอันยกมือห้ามไม่ให้ลั่วเสี่ยวซีแตะเธอก่อนจะประคองแขนขวาตัวเองแล้วลุกขึ้นมานั่งให้ตรง หน้าผากมนของเธอเขียวช้ำเป็นวง
“ไม่เป็นไรกระดูกไม่หัก”
“เจ็บขนาดนี้แล้วยังบอกว่าไม่เป็นไรอีก!”
ลั่วเสี่ยวซีเดินลงจากรถอย่างโมโหก็พบว่ารถด้านหลังก็คือรถของเฉินเสวียนเสวียน เธอนั่งอยู่บนที่นั่งคนขับพลางมองมาด้วยความสะใจ
“ฉันก็แค่อยากจะลองดูสักหน่อยว่าแลมโบกินีของฉันจะทนทานกว่าเฟอร์รารีของเธอรึเปล่า อ้อ วางใจได้ฉันจะรับผิดชอบค่าซ่อมให้เอง”
“ไม่รู้หรือไงว่าซูเจี่ยนอันยังไม่ทันรัดเข็มขัด?!” ลั่วเสี่ยวซีโกรธจัดแววตาของเธอเต็มไปด้วยโทสะ
“เฉินเสวียนเสวียนเรื่องนี้ฉันไม่ยอมให้จบง่ายๆ แน่!”
เฉินเสวียนเสวียนนึกไม่ถึงว่าซูเจี่ยนอันจะบาดเจ็บเธอหน้าซีดขาวอย่างใจหาย แต่ก่อนที่จะพูดอะไร ลั่วเสี่ยวซีก็ขับรถออกไปแล้ว
ลั่วเสี่ยวซีช่วยรัดเข็มขัดให้ซูเจี่ยนอันทันทีที่ขึ้นรถ
“ทนแป๊บนะเดี๋ยวฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาล”
เธอสตาร์ทรถก่อนที่เฟอร์รารีสีแดงจะเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนอย่างรวดเร็ว
หลังจากเงียบกันไปสักพักลั่วเสี่ยวซีก็หันมาถามซูเจี่ยนอัน
“จะโทรหาลู่เป๋าเหยียนสักหน่อยไหม”
“ไม่ต้องหรอก”ซูเจี่ยนอันประคองแขนขวาของตน เธอเจ็บแขนจนหน้าเริ่มซีด
“ฉันไม่ได้เจ็บหนักถึงขนาดแขนหักสักหน่อยเขาเองก็งานยุ่ง ช่างมันเถอะ”
ลั่วเสี่ยวซีได้ยินดังนั้นจึงไม่โทรหาลู่เป๋าเหยียนเธอรีบขับรถพาซูเจี่ยนอันไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำราคาแพงที่วันธรรมดาคนไข้ค่อนข้างน้อยเพราะซูเจี่ยนอันเคยมาที่นี่แล้วสองครั้ง ผอ.และคุณหมออีกหลายคนต่างรู้จักเธอดีเมื่อเห็นสีหน้าขาวซีดของซูเจี่ยนอัน พวกเขาจึงรีบพาเธอไปตรวจร่างกายอย่างรวดเร็ว
เฉินเสวียนเสวียนขับรถตามหลังลั่วเสี่ยวซีมาโดยตลอดเธอเห็นซูเจี่ยนอันเข้าโรงพยาบาลไป ก็เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาก่อนจะโทรหาหานรั่วซีและเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น
“ฉันไม่นึกว่าซูเจี่ยนอันจะยังไม่รัดเข็มขัดฉันแค่อยากระบายความโกรธเท่านั้น ไม่นึกว่าเธอจะบาดเจ็บ”
“เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้วเธอใจเย็นๆ ก่อน อย่ารน” หานรั่วซีกล่าว “ฉันอยู่ที่ตึกเครือลู่เดี๋ยวจะลองดูท่าทีลู่เป๋าเหยียนให้ ส่วนเธอก็รีบไปขอโทษซูเจี่ยนอันซะถ้ายัยนั่นยอมยกโทษให้ก็คงไม่เป็นไร”
หลังวางสายหานรั่วซีก็เดินออกจากลิฟต์ ก่อนจะตรงไปยังออฟฟิศของลู่เป๋าเหยียน
เดซี่ที่นั่งอยู่หน้าห้องลุกขึ้นต้อนรับก่อนจะห้ามไม่ให้หานรั่วซีเข้าไป
“ท่านผอ.กำลังยุ่งค่ะคุณหาน”
หานรั่วซีขยับแว่นกันแดดของตนเล็กน้อยก่อนเอ่ย
“บอกเขาว่าฉันมาหา”
เดซี่กดโทรศัพท์แจ้งตามที่หานรั่วซีบอกลู่เป๋าเหยียนจึงอนุญาตให้หานรั่วซีเข้าไปได้
“คุณจะช่วยบอกเลขาหน่อยได้ไหมว่าไม่ต้องห้ามฉันแบบนี้ทุกครั้งก็ได้” หานรั่วซีนั่งลงตรงหน้าโต๊ะทำงานของลู่เป๋าเหยียนก่อนจะพูดอย่างติดตลก
“เวลาของพวกเรามีค่ารายได้เป็นล้านเข้าบัญชีคุณในทุกๆ วินาที ส่วนฉันเองแค่ปรากฏตัวบนเวทีเพียงนาทีเดียวก็ได้เงินไม่ต่ำกว่าหกแสน”
“มันเป็นกฎบางครั้งก็ไม่สะดวกที่จะให้เธอเข้ามาเลย” ลู่เป๋าเหยียนปิดเอกสารในมือ
“มาหาฉันมีอะไร”
หานรั่วซีเห็นท่าทีของลู่เป๋าเหยียนแล้วคาดว่าเขาคงยังไม่รู้เรื่องซูเจี่ยนอันบาดเจ็บเป็นแน่ จึงไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป
“สัญญาของฉันกับบริษัทใกล้จะหมดลงแล้ว...”
“เรื่องต่อสัญญาให้เธอไปคุยกับผู้จัดการ”ลู่เป๋าเหยียนกล่าว “มีข้อเสนออะไรก็ลองเสนอมา ทางเราจะพยายามให้ความร่วมมือ”
“เอเจนซีอีกหลายบริษัทต่างพากันติดต่อฉัน”หานรั่วซีพูดพลางขยับแว่นกันแดดในมือ
“คุณก็รู้ว่าฉันสามารถหากำไรให้บริษัทมากขนาดไหนจะไม่เอ่ยคำขอร้องให้ฉันอยู่ต่อสักหน่อยเหรอ” เธอพูดแหย่อย่างทีเล่นทีจริง
แต่ลู่เป๋าเหยียนก็แค่ยิ้มตอบ“ไม่ว่าบริษัทอื่นจะยื่นข้อเสนอที่ดีแค่ไหน แต่เครือลู่จะให้ข้อเสนอที่ดีที่สุดเธออยู่ที่นี่มานานจนมีทีมที่ไว้ใจ ถ้าไปเซ็นสัญญากับที่ใหม่เธอจะต้องสร้างทีมงานใหม่หมด เธอรู้ดีว่าถ้าย้ายบริษัทจะต้องพบเจอกับอะไรบ้างรั่วซี ฉันคิดมาโดยตลอดว่าเธอเป็นคนฉลาด”
“คุณรู้อยู่แล้วว่ายังไงฉันก็ต่อสัญญา”รอยยิ้มเย่อหยิ่งของหานรั่วซีกลายเป็นยิ้มเยาะตัวเอง
“ถ้าเธอไม่อยากพวกเราก็ไม่อาจรั้งไว้ได้ หมดสัญญาเมื่อไรเธอก็จะเป็นอิสระ สิทธิ์ในการเลือกเป็นของเธอ”
เขาไม่กลัวว่าเธอจะออกจากบริษัทสักนิดถึงจะไม่มีเธอ เขาก็สามารถปั้นหานรั่วซีคนใหม่มาทดแทนได้ไม่ยากหานรั่วซีพูดเสียงเบา
“งั้นฉันขอตัวก่อนความสัมพันธ์ของพวกเราจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า”
“ไม่เปลี่ยน” ลู่เป๋าเหยียนตอบเสียงเรียบ“ทำงานร่วมกันมาตั้งหลายปีฉันกับเธอคงไม่เลิกเป็นเพื่อนกันเพียงเพราะเรื่องแค่นี้”
“เพื่อน?”
หานรั่วซีทวนย้ำคำพูดเขาก่อนจะยิ้มออกมา
ลู่เป๋าเหยียนกำลังเตือนเธอว่าอย่างไรระหว่างเธอกับเขาก็เป็นได้แค่เพื่อน เธอเข้าใจความหมายของเขาดี
หลายปีมานี้มีแต่เธอเท่านั้นที่พยายามสร้างภาพอันใกล้ชิด ในความเป็นจริงแล้วพวกเธอสองคนแม้แต่จูงมือกันสักครั้งก็ยังไม่เคย
แล้วทำไมคนที่มาทีหลังอย่างซูเจี่ยนอันกลับได้เป็นภรรยาของเขา ได้ทุกสิ่งทุกอย่างจากเขา
เธอไม่มีวันยอมเด็ดขาด
ตอนนั้นเองมือถือของลู่เป๋าเหยียนก็ดังขึ้น เป็นสายของซูอี้เฉิง
เขากับซูอี้เฉิงมักได้เจอกันเพราะเรื่องงานเพราะฉะนั้นเวลาคุยกันจึงมักจะเป็นเรื่องธุรกิจน้อยครั้งที่พวกเขาจะคุยกันเรื่องส่วนตัวทางโทรศัพท์แบบนี้ นอกเสียจากว่า...เป็นเรื่องของซูเจี่ยนอัน
ลู่เป๋าเหยียนรับสายอย่างสงสัยน้ำเสียงที่กำลังข่มความโกรธเอาไว้ของซูอี้เฉิงดังขึ้น
“ร้านอาหารแฟรนไชส์ของตระกูลเฉินเคยถูกตรวจพบว่าไม่ผ่านมาตรฐานเรื่องความสะอาดใช่ไหม”
“ใช่”ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้ว “แต่ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่เพราะตระกูลเฉินปิดปากพวกสื่อไว้อย่างดี เรื่องเลยไม่หลุดออกไป ทำไมอยู่ๆ นายถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมา?”
“ไม่มีอะไร”ซูอี้เฉิงตอบ “ก็แค่รู้สึกว่าวงการธุรกิจอาหารช่วงนี้ดูจะสงบไปนิดเลยอยากจะเห็นพวกเขาครึกครื้นกันสักหน่อย”
ซูอี้เฉิงไม่ใช่คนว่างขนาดนั้นการทำเรื่องที่สามารถกลายเป็นศัตรูกับตระกูลเฉินแบบนี้ซูอี้เฉิงคงไม่ทำลงไปโดยไร้เหตุผล
ลู่เป๋าเหยียนชักสังหรณ์ใจไม่ดี
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เฉินเสวียนเสวียนขับรถชนเจี่ยนอันจนได้รับบาดเจ็บตอนนี้เธออยู่ที่โรงพยาบาล”
สายตาของลู่เป๋าเหยียนเย็นเยียบเขาวางสายก่อนจะรีบลุกขึ้น หานรั่วซีพอจะเดาได้ว่าเกิดเรื่องอะไร จึงรั้งเขาไว้
“เป๋าเหยียนเสวียนเสวียนไม่ได้ตั้งใจ เธอไม่รู้ว่าซูเจี่ยนอันยังไม่ได้รัดเข็มขัด คุณอย่า...”
“คุณรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเจี่ยนอันได้รับบาดเจ็บ?”ลู่เป๋าเหยียนมองหานรั่วซีอย่างเยือกเย็น
“แล้วทำไมไม่บอกผม?”
“ฉัน...” หานรั่วซีตอบ“ฉันมาเพื่อจะคุยกับคุณเรื่องต่อสัญญา”
“ผู้จัดการจะเป็นคนไปคุยกับคุณเองต่อไปถ้าเป็นเรื่องงาน ไม่ต้องมาหาฉันอีก”
สิ้นเสียงเย็นชาของเขาลู่เป๋าเหยียนก็เดินออกไปจากห้องทำงาน หานรั่วซีมองตามเขาไป ก่อนจะกำหมัดแน่น