ผ่านไปแค่หนึ่งก้านธูป ฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก แบบมืดฟ้ามัวดิน อากาศที่ร้อนแดดเปรี้ยง ในตอนกลางวัน ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับกลางคืน
เซียวเหยา เห็นว่ามีฝนตกแล้วชาวบ้านมีน้ำใช้ ต้นไม้ใบหญ้าก็มีไปหล่อเลี้ยงลำต้น เตรียมตัวจะเดินทางกลับ แต่ติดลอยเล่นสายฝนอยู่บนเขา
“ใครกัน! มันคือใคร? ที่ทำให้ฝนตกในพื้นที่ของข้า!” เสียงแหบแห้ง ของชายชราดังขึ้น ท่ามกลางสายฝน
เซียวเหยาที่กำลัง กางมือเล่นน้ำฝน หมุนไปมาอย่างสนุกสนาน หยุดอยู่กับที่ หันไปมองตามเสียง
‘ทำไมร่างถึงโปร่งแสงเหมือนิญญา แต่…มีความเข้มกว่า ิญญาเร่ร่อนที่อยู่ในศาลเ้า เขาเป็ต้นเหตุของความแห้งแล้งอย่างรึ? ถึงไม่ชอบสายฝนแบบนี้’
ร่างของชายชรา ผอมแห้งใบหน้าตอบตาลึกโบ๋ ลอยมาใกล้เซียวเหยา
“เด็กน้อยเ้ามาจากไหน เป็เ้าใช่ไหมที่ทำฝนให้ตกลงมา รู้ไหมว่าข้าไม่ชอบ ตรงนี้เป็ที่ของข้า หยุดฝนของเ้าเดี๋ยวนี้เสีย!”
“ทำไมข้าต้องหยุด ตรงนี้เป็ที่ของเ้ารึ ข้าทำไมถึงไม่เห็นมีศาล ให้เ้าสถิตสิงอยู่ เ้าเป็ผีแห่งความแห้งแล้ง อย่างนั้นหรือ? ก็แค่ิญญาไร้ศาล แสดงว่าเป็สิ่งชั่วร้าย ชาวบ้านไม่นับถือ ถึงไม่ส่งเครื่องเซ่นไหว้มาให้”
“แกสิไอ้ผีเด็ก! ไม่ใช่เ้าเป็ิญญาเร่ร่อนหรือ ถึงมาที่นี่ มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเสีย ก่อนที่ข้าจะโมโหมากไปกว่านี้!”
“ข้าขอถาม ทำไมเ้าถึงทำให้ที่นี่แห้งแล้ง คงจะใช้เวลาสะสมพลัง นานหลายร้อยปีล่ะสิ ถึงทำความแห้งแล้งสำเร็จ กิเลสคงจะหนาถึงไม่ได้ไปเกิดใหม่ ต้องลำบากอยู่ที่นี่”
“กล้ามาว่าถ้าอย่างนั้นรึ! อย่าอยู่เลย” ชายชรายกมือขึ้น ฝนรอบตัวเซียวเหยาหยุดลง แสงแดดส่องลงมาแทน
“ผีเฒ่าชอบความแห้งแล้ง ทำไมถึงไม่ไปอยู่ตรงที่ไม่มีมนุษย์ ที่เวิ้งว้าง ที่มีแต่เกาะกลางทะเลก็มี แก่แล้วทำไมถึงไม่รู้จักคิด ไม่เห็นหรือว่ามีชาวบ้านเดือดร้อนกันทั่ว”
“นังเด็กเปรต ข้าจะทำอะไรก็เื่ของข้า ไม่เกี่ยวอะไรกับเ้า มนุษย์พวกนั้นสมควรโดน”
“ผีเฒ่าอย่างเ้า! ข้าจะทำอะไรก็เื่ของข้า” เซียวเหยายกมือ มีลมพัดก้อนเมฆมาบดบัง แสงแดดหายไป
‘ผีชราตัวนี้ไม่ชอบความมืด ตอนเป็มนุษย์คงกิเลสหนา ตายไปก็ยังเดือดร้อนผู้อื่นอีก แสดงว่าต้องมีพลังความชั่วร้ายอยู่เยอะ ถึงสามารถอยู่กลางแสงแดดที่มีพลังเยอะได้!’
ฟิ้ว! ปัง!
กลุ่มควันพลังชั่วร้าย สีแดงผสมดำถูกส่งมาออกมา ที่เซียวเหยายืนอยู่ด้วยความไว จนเด็กน้อยตั้งตัวไม่ทัน แม้กระทั่งจะะโหลบ
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงดังสนั่นไปทั้งหุบเขา ร่างของเซียวเหยา ลอยตามแรงกระแทก ไปไกล แต่…ไม่ได้รับาเ็อะไร มีแสงเบาบางสีทอง พุ่งออกมาจากหน้าอกห่อหุ้มร่างดวงจิตไว้
“กล้าทำร้ายข้าที่เผลออย่างนั้นรึ!” เซียวเหยาลอยกลับมาที่เดิม
“ชอบความร้อนใช่ไหม? เอาไปเลย ข้าจัดให้!”
ฟรึ่บ! อ๊ากกกกก!
ร่างผีเฒ่าถูกไฟเผาไหม้ ลุกท่วมตัว แสงไฟสว่างไปทั่ว ตัดกับความมืดครึ้มของก้อนเมฆที่ดำทะมึนตึง
ร่างของผีชรามลายหายไป พร้อมกับแสงไฟ ฝนกลับมาตกอีกครั้งหนึ่ง
“เด็กน้อยขอบใจเ้ามาก ที่ช่วยกำจัดผีแห่งความแห้งแล้ง ให้เมืองลี่เจียงแห่งนี้!” เ้าของเสียงคือหญิงสาวมีชุดสีขาว เดินเข้ามาหาเซียวเหยา
“ข้าอยู่ตรงเชิงเขาแห่งนี้มานาน แต่หลังจากผีแห่งความแห้งแล้ง ซึ่งมันก็อยู่ที่นี่มานานแล้ว พลังของมันจากความชั่วร้าย ตอนเป็มนุษย์ที่มีแต่กิเลสตัณหา มันไล่ทำลายทุกสิ่งอย่าง ปลดปล่อยความร้อนแห้งแล้งออกมา”
“พวกข้าสู้พลังของมันไม่ได้ จึงต้องก้มหน้า ยอมให้พื้นที่ทั้งหมดแห้งแล้ง หวังเพียงว่าจะมีเทพเซียนผ่านมาทางนี้ แล้วมาช่วยชาวบ้าน พ้นจากความแห้งแล้งนี่!”
“เ้าเป็ดวงจิตมาจากที่ไหนกัน ทั้งที่เป็เด็กก็สามารถปราบิญญา ผีแห่งความแห้งแล้งแร้นแค้นได้”
“ข้ามาจากในป่า ที่ไกลแสนไกล แต่ตอนนี้ข้าพักอยู่กับปู่เสือขาว ที่แดนเหนือ พอดีผ่านมาทางนี้ เห็นชาวบ้านอพยพเลยแวะมาดู”
“ยังไงก็ขอบใจเ้ามาก ไม่แวะเที่ยวที่ศาลเ้าตีนเขาสักพักหรือ ถึงผีแห่งความแห้งแล้งจะหายไป แต่กว่าจะฟื้นฟูขึ้นมาได้เหมือนเดิม คงใช้เวลาอีกนาน”
“ที่โน่นยังมีิญญาเร่ร่อน รอกินของเซ่นไหว้อยู่ ตรงนี้ฝนก็ตกแล้ว อีกหน่อยความแห้งแล้งก็หายไป เอาไว้วันหลังถ้าผ่านมา ข้าจะแวะมาเยี่ยม”
“เ้ามีชื่อว่ากระไรหรือเด็กน้อย ข้าจะได้บอกให้ชาวบ้าน สร้างรูปปั้นเ้าไว้กราบไหว้บูชา กุศลพวกนี้จะได้ไปเป็พลังของเ้าในวันหน้า”
“มีแบบนี้ด้วยรึ! ท่านปู่เสือขาวเรียกข้าว่าเซียวเหยาเ้าค่ะ!”
“แล้วท่านสามารถติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ได้หรือ ถึงกับจะให้พวกเขาสร้างรูปปั้นของข้าขึ้นมา”
“มีสิ! มีทุกที่ ส่วนมากจะเป็พวกร่างทรง หรือคนที่มีจิตสื่อสารกับิญญาได้ มีอยู่ทั่วไป ถ้าเ้ามีเวลาแวะมาก็ได้ แต่ทุกศาลเ้าก็มีิญญาเร่ร่อนอยู่ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเ้าของศาลเ้า จะเมตตาให้พวกเขาอาศัยอยู่หรือไม่”
“ข้าต้องไปแล้ว ถ้าผ่านมาข้าจะแวะมาหาท่าน!” เซียวเหยาล่องลอยออกจากเมืองลี่เจียง มาที่เมืองต้าหยาง
“มืดแล้วหรือ เมืองนี้ก็ใหญ่ไม่เบา ผ่านมาแล้วก็แวะเดินเล่นสักหน่อย” เซียวเหยาแวะเดินเล่นในตลาด มองเห็นขนมเยอะแยะ แต่กินไม่ได้แค่เดินผ่าน และดมกลิ่นเท่านั้น
‘เมืองนี้ต่างกันลิบลับกับเมืองลี่เจียง ห่างกันแค่พรมแดน แต่…ขนมพวกนี้ก็กลิ่นหอมน่ากิน ข้าอยากมีร่างจริงแล้วหยิบขนมใส่ปากได้จัง’
‘แต่ร่างจริงของเราอยู่ในไข่ ไปไหนไม่ได้ เก็บความคิดนั้นไว้ก่อน ถ้าที่ศาลเ้ามีคนเอาของเซ่นไหว้ไป มีขนมเยอะน่ากินแบบนี้ก็จะดีไม่น้อย’
เซียวเหยาเดินเที่ยวเล่น ดูร้านค้าของแปลกตาที่ไม่เคยเห็น ปะปนไปกับกลุ่มมนุษย์ จนมาถึงร้านหนึ่งขายขนมหลายอย่าง
“มีแต่ขนมน่ากินทั้งนั้นเลย ฉือปา อิ๋วด้วย หมาฮัว แล้วนั่นขนมกุ้ยฮวา” เซียวเหยา เด็กน้อยที่หลงใหลในขนม เอื้อมมือไปจับขนมกุ้ยฮวา ขึ้นมา ดมกลิ่นและแอบกลืนน้ำลาย
“เฮ้ย! ขนม…ลอยได้!” คนขายร้องได้เท่านั้น พร้อมกับเดินถอยหลัง เข้าไปในร้าน คนที่เดินซื้อของ ต่างมองมาเห็นขนม ลอยขึ้นลง
“ช่างแปลกประหลาดเสียจริง ขนมลอยได้ ไม่ใช่ว่าอีกไม่นาน จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้วหรือ” หญิงวัยกลางคนพูดขึ้น
“ิญญา…ต้องเป็ผะ…ผี! อย่างแน่นอน!” เสียงพูดของชายหนุ่มดังขึ้น ในตลาดแถวหน้าร้านขนม เริ่มโกลาหลผู้คนต่างพากันวิ่ง
กว่าเซียวเหยาจะรู้ตัว ว่าเป็ตัวการให้ผู้คนแตกตื่น “ข้าไม่ได้เป็ผีหรือิญญา พวกเ้าไม่ต้องกลัว” นางเห็นมนุษย์แตกตื่น เลยรีบพูดอธิบาย
แต่…มันยิ่งทำให้ คนที่อยู่แถวนั้น วิ่งหนีหายไปหมด แค่ขนมลอยได้พวกเขาก็กลัวแทบแย่ ยังมีเสียงขึ้นมาอีก
“ไปแล้วโว้ย…ข้าไม่อยู่แล้ว! ร้านนี้มีผีสิง ใครจะอยู่ก็อยู่!” แค่เพียงพริบตา คนในตลาดที่คึกคัก หายไปเหมือนเป็ตลาดร้าง
“เฮ้อ! ข้าก็บอกแล้วว่าไม่ใช่ผี ยังกลัววิ่งหายหนีไปหมดอีก ผีที่ไหนจะหน้าตาดีแบบนี้ ช่างไม่รู้จักกันเสียบ้างเลย ไม่ได้กินดมกลิ่นก็ยังดี กลับทำให้มนุษย์วิ่งหนี ไปจนหมดเสียอีก!”
เซียวเหยาวางขนมกุ้ยฮวาลงที่เดิม ด้วยใบหน้าเศร้า ก่อนจะล่องลอยออกจากตลาดไป “เมื่อไหร่ข้าถึงจะกินของอร่อยได้กันนะ ร่างที่อยู่ในไข่ เมื่อไหร่จะได้ออกเดินเล่น ข้างนอกแบบนี้” เด็กน้อยบ่นพึมพำ
ดวงจิตเด็กน้อยล่องลอยไปตามลม ไม่แวะที่ไหนจนมาถึงศาลเ้าพ่อเสือขาว ก่อนสว่าง
“เซียวเหยาเ้ากลับมาแล้วหรือ เป็ยังไงบ้างตาเฒ่าแห่งไฟ สอนเ้าไหม แล้วทำไมถึงทำหน้าเศร้าแบบนั้นกันล่ะ”
“ข้าแค่อยากกินขนม พอกินไม่ได้ข้าก็เลยสูดดมกลิ่นเท่านั้น แต่มนุษย์พวกนั้นวิ่งหนีกันหมด ข้าเลยอยากมีร่างจริงแล้วกินขนมพวกนี้”
“เ้าก็กลับไปเข้าร่างจริงของเ้าสิ แล้วก็ออกมาเดินข้างนอก แดนโลกมนุษย์แห่งนี้ จะได้ไม่มีผู้คนกลัวเ้า”
“คงจะอีกนานท่านปู่ ร่างของข้าเหมือนถูกผนึกไว้ คงจะรอให้ข้าโตเป็ผู้ใหญ่ ผลึกนั้นถึงจะปลดออก ข้าไม่ชอบถูกตรึงอยู่กับที่ ออกมาวิ่งเล่นในป่าจนทั่ว เริ่มรู้สึกเบื่อเลยออกมาที่แดนมนุษย์ นี่แหละเ้าค่ะ!”
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็ต้องอดทน เรากำหนดไม่ได้ว่า พวกมนุษย์จะเอาของอะไรมาเซ่นไหว้ อีกไม่นานจะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ขนมมีมากมายหลายอย่าง ถึงเวลานั้นคงมีให้เ้าได้กินบ้าง!”
“หรือว่าข้าจะไปหาเด็กผู้หญิงคนนั้น เหมยลี่มองเห็นและพูดคุยกับข้าได้ ั้แ่พวกเขาไปกับกองปราบ ไม่รู้เป็ยังไงบ้าง ข้าจะได้มีเพื่อนคุยไม่แน่ อาจจะได้กินขนมก็ได้”
“วันนี้จะมีพวกมนุษย์มาขออะไรอีกนะ” เซียวเหยามองไปยัง ทางเข้าศาลเ้า
่สายมีคนมาบนบาน ขอให้ลูกของตนชนะการแข่งขันเขียนบทความ ที่จัดขึ้นในตัวเมือง ของที่จะเซ่นไหว้คือเหล้าหนึ่งไหไก่หนึ่งคู่
“ท่านปู่งานแบบนี้ข้าไม่ถนัด”
มีหญิงสาววัยยี่สิบคนหนึ่ง มากับหญิงรับใช้ที่พยุงลงมาจากรถม้า เข้ามาขอศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเหลือ
นางจุดธูป “ขอให้ได้ลูกชายสมใจด้วยเถอะ” เซียวเหยามองไปที่ท้อง
“ท่านปู่ลูกของนางก็เป็ผู้ชายแล้วนี่ อย่างนี้เท่ากับเราไม่ต้องออกแรง รอรับของเซ่นไหว้อย่างเดียวใช่หรือไม่”
“เราก็แค่ส่งพลังไปให้เด็กที่อยู่ในท้องแข็งแรง คลอดง่ายออกมาปลอดภัย แต่เ้าต้องรอของเซ่นไหว้ หลังจากที่นางคลอดแล้ว”
“ระยะยาว ไม่เป็ไรเผื่อวันหน้า ไม่มีคนมาเซ่นไหว้ แต่เป็วันที่นางมาก็ได้”
เด็กน้อยได้แต่มองชายชราส่งพลังสีขาว เข้าไปที่ท้องของหญิงสาวผู้นั้น เพื่อปกป้องคุ้มครอง ให้เด็กในครรภ์แข็งแรง สมบูรณ์
หลังจากนั้นไม่นานมีสองแม่ลูก มาขอให้ลูกสาวเจอคนดีเป็คู่ครอง
“วันนี้มีแต่ขอแต่เื่ชีวิตประจำวันทั้งนั้นเลย ยิ่งล่าสุดขอสามีที่ดีให้แก่ลูกสาว ท่านปู่เื่แบบนี้เราก็ทำได้หรือ ตามหาผู้ชายที่ดีมาแต่งงานกับลูกสาวนาง”
“เื่คู่ครองที่ดี! เป็เื่ยาก เราก็แค่อวยพรให้เท่านั้น มันมีทั้งบุญวาสนาให้มาครองคู่กัน หรือเป็ศัตรูกันมาหลายชาติ บ้างก็เป็คู่เวรคู่กรรมของแต่ละคน”
“งานยาก ของเซ่นไหว้ก็อยู่อีกไกล ข้าไม่สนใจงานพวกนี้ ให้ท่านปู่ผู้จัดการเองเถอะ!”
ชายชรามองเด็กน้อย ที่กินเก่ง ต้องวิ่งหาของเซ่นไหว้
“ท่านปู่ข้าขอออกไปข้างนอก ไปดูเด็กที่ข้าช่วยเหลือตอนถูกพวกโจรจับไป ไม่รู้เป็ยังไงบ้าง พวกโจรกองปราบจับไปหมดหรือยัง หากพวกเขาพบความจริงว่า เด็กนั้นเป็คนพาเด็กคนอื่นหนี อาจจะเดือดร้อน”
ชายชรามองหน้าเด็กน้อย “พูดอย่างกับเ้าโตแล้วยังงั้นแหละ เ้าก็ไม่ใช่เด็กน้อยอายุห้าขวบหรอกหรือ ถึงเ้าจะมีความคิดเป็ผู้ใหญ่ แต่เ้าก็ยังเป็เด็ก ในไข่อยู่เลย”
“ข้าคิดว่าตัวเองเป็ผู้ใหญ่แล้ว เพราะไปไหนมาไหนคนเดียว เริ่มชินแล้ว ข้าอาจจะแค่ตัวเล็กเท่านั้น” พูดจบเซียวเหยา ก็ลอยออกจากศาลเ้าไป
เพียงแค่นึกถึงใบหน้าของเด็กหญิงผู้นั้น ภาพบ้านและที่อยู่ก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็น ‘บ้านหลังใหญ่เหมือนกัน ทำไมถึงจับตัวไปได้กันนะ’