จอสัญญาณชีพจากเครื่องมอนิเตอร์ของเตียงข้างๆ ดัง 'ติ๊ด... ติ๊ด...' เป็จังหวะ สม่ำเสมอ ผสานกับเสียงล้อรถเข็นจ่ายยาที่บดเบียดไปกับพื้นกระเบื้อง
เสียงไอโขลกเบาๆ ของผู้ป่วยชราทางด้านขวา บรรยากาศในห้องผู้ป่วยรวมแห่งนี้เต็ม ไปด้วยกลิ่นอายของความเจ็บป่วยและยาฆ่าเชื้อ
คนที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงหมายเลข 4 ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น ความทรงจำสุดท้ายที่ แวบเข้ามาไม่ใช่ถนนคอนกรีต แต่เป็แสงสีขาววาบจากห้องแล็บในโลกอนาคตปี 3025...
เธอคือนักวิจัยพันธุกรรมระดับสูงที่กำลังทดลองเดินเครื่องจักรข้ามมิติ แต่เกิดข้อผิดพลาดร้ายแรง แรงะเิของพลังงานฉีกกระชากสติสัมปชัญญะของเธอออกจากร่าง และเหวี่ยงมันข้ามผ่านห้วงเวลามาอย่างรวดเร็ว
"ระบบ... รายงานสถานะ... ที่นี่ที่ไหน?" เธอพึมพำ รู้สึกได้ถึงลำคอที่แห้งผาก
[แจ้งเตือนโฮสต์ : ขณะนี้ท่านไม่ได้อยู่ในศูนย์วิจัยอวกาศปี 3025 อีกต่อไป ระบบ หลิงอวี้ 9.0 ทำการเชื่อมต่อกับคลื่นสมองของร่างใหม่เสร็จสมบูรณ์ ท่านกำลังอยู่ใน โรงพยาบาลรัฐบาล เขตเมือง C ปี 2024 ยินดีต้อนรับสู่ศตวรรษที่ 21 ครับเ้านาย]
เสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคยของ 'หลิงอวี้ 9.0' Ai คู่ใจดังขึ้นในสมอง ยืนยันว่าการข้ามเวลาเกิดขึ้นจริง เจียงหรันนักวิจัยสาวจากโลกอนาคต ตะลึงงันกับสิ่งที่ได้ยิน...
“คงต้องปรับตัวให้เข้ากับตัวตนใหม่ในยุคนี้ให้ได้สินะ” เธอรำพึงเบาๆ
เธอพยายามขยับตัว แต่ความเ็ปแล่นปราดไปทั่วร่าง โดยเฉพาะที่ศีรษะที่ปวด ตุบๆ และแขนซ้ายที่หนักอึ้งจากการถูกพันธนาการด้วยเฝือกอ่อน
ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมไหลบ่าเข้ามา... เด็กสาวชื่อ 'หลิงซูเหยา' อายุ 16 ปี หน้าตาสะสวยแต่มีนิสัยเอาแต่ใจ ภาพเหตุการณ์สุดท้ายฉายชัดขึ้นมา หลิงซูเหยาถูกกลุ่มนักเลงหญิงจากต่างโรงเรียน ดักรุมทำร้ายเพราะเื่หึงหวงผู้ชาย ในจังหวะชุลมุน เธอถูกผลักกระเด็นออกไปกลางถนนใหญ่
รถเก๋งคันหนึ่งวิ่งสวนมาด้วยความเร็วสูง! เอี๊ยดดดดด! เสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหว รถเก๋งคันนั้นหยุดกึกห่างจากตัวเธอเพียงไม่กี่เิเ! โชคดีที่ไม่ชน...
แต่ด้วยความใสุดขีดบวกกับแรงเหวี่ยงจากการถูกผลัก ทำให้หลิงซูเหยาเสียหลักล้มฟาดพื้น ศีรษะกระแทกพื้นคอนกรีตจนสติดับวูบ และแขนซ้ายกระแทกพื้นถนน .… วินาทีที่สติของเด็กสาวหลุดลอย เป็จังหวะเดียวกับที่ดวงิญญาของนักวิจัยสาวจาก โลกอนาคตเข้ามาสวมร่างแทนที่พอดี ราวกับชะตากรรมถูกกำหนดไว้แล้ว
"ฟื้นแล้วรึ?" เสียงแหบๆ ดังขึ้นข้างหู
หลิงซูเหยาหันหน้าไปมอง พบหญิงสูงวัยนั่งอยู่ข้างเตียง ผมสีดอกเลามัดรวบเรียบร้อย ใบหน้าแฝงความห่วงใย นี่คือ ย่าจูฮวาเหมย หรือ “ย่าจู” คุณย่าแท้ๆ ของร่างเดิม
"ย่า..." เธอเปล่งเสียงเรียก ทักขึ้น
"ไม่ต้องมาทำเสียงอ้อน กินน้ำซะ ปากแห้งหมดแล้ว" ย่าจูบ่น พลางยื่นแก้วน้ำให้ "ดีนะที่รถมันเบรกทัน ไม่ได้ชนแก ไม่งั้นป่านนี้ฉันคงต้องไปจัดงานศพให้แกแล้ว แต่ถึงรถไม่ชน หัวแกก็ฟาดพื้นจนหมอต้องเฝ้าดูอาการเืคั่ง แขนก็ร้าว... หาเื่ใส่ตัวแท้ๆ!"
ย่าถอนหายใจ ก่อนจะเริ่มเล่าสถานการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เมื่อกี้ตำรวจเพิ่งกลับไป... เขาตามจับพวกเด็กนักเรียนหญิงกลุ่มนั้นได้แล้ว เป็ลูกคนมีฐานะทั้งนั้น ทนายฝ่ายโน้นรีบแจ้นมาขอไกล่เกลี่ย
ยอมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด และเสนอ ค่าทำขวัญให้อีก 30,000 หยวน แลกกับการที่เรายอมความ ไม่เอาเื่ขึ้นโรงพัก...แล้ว ทางโน้นจะทำหนังสือสัญญาเป็ลายลักษณ์อักษร ว่าเด็กพวกนั้นจะไม่กลับมาวุ่นวายกับแกอีก"
ย่าจู มองหลานสาวอย่างกังวลใจ "ฉันกับปู่และพ่อแม่แกคุยกันแล้ว ถึงจะโกรธที่มันทำแกเจ็บ แต่บ้านเราไม่มีเงินไปจ้างทนายสู้คดี
อีกทั้งถ้าเื่แดงออกไปว่าแกไปตบตีแย่งผู้ชาย ชื่อเสียงแกจะเสียหายั้แ่เด็ก ทุกคนบ้านเราเลยอยากให้เื่นี้จบๆ ไป... แกคิดว่าอย่างไร ตกลงไหม?" ย่าจู ถามด้วยน้ำเสียงสุขุม
หลิงซูเหยาคำนวณในหัวอย่างรวดเร็ว ในยุคนี้เงิน 30,000 หยวนคือจำนวนมหาศาลสำหรับครอบครัวนี้
"หนูยอมค่ะย่า" เธอตอบเสียงอ่อน
"รับเงินมาเถอะค่ะ ถือว่าเป็ 'ค่าทำขวัญ' ให้เื่ร้ายๆ มันผ่านพ้นไป อย่างน้อยก็ได้เงินมาช่วยบ้านเรา ดีกว่าปล่อยให้เื่ยืดยาวไม่จบ กว่าเื่จะจบบ้านเราก็ต้องสำรองเงินค่ารักษาไปก่อน"
ย่าจู ถอนหายใจโล่งอก และบอกเล่าเหตุผลต่อเบาๆ "แกคิดได้ก็ดี... ตอนแรก ฉันกับปู่และพ่อแม่แกนั่งคิดบัญชีกันหัวหมุน ถ้าต้องนำเงินฉุกเฉินออกมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล...
เพราะเงินเก็บฉุกเฉินเรามันไม่พอกับค่ารักษาพยาบาลของแกคราวนี้ จะต้องไปกู้หนี้ยืมสินคนอื่นเพิ่ม แต่ถ้าเรายอมความ ค่ารักษาพยาบาลของแกเราจะไม่ต้องจ่าย
และยังมีค่าทำขวัญนี่เพิ่มเข้ามา 30,000 หยวน รวมกับเงินฉุกเฉินเดิมอีก เราจะมีเงินสดเป็ 48,000 หยวน ทุกคนเลยตัดสินใจว่าจะเก็บเงินค่าทำขวัญนี้ไว้ เป็เงินสดสำรองฉุกเฉินของบ้านเราก้อนใหม่
ส่วนเงินเก็บเก่า ย่าโทรบอกให้พ่อแกเอาไปโปะหนี้บ้าน ทำให้ยอดหนี้ของ ครอบครัวเราลดลงหน่อย หลิงซูเหยาพยักหน้าเห็นด้วย การบริหารจัดการหนี้สินเป็เื่สำคัญที่สุดในตอนนี้
"ดีแล้วค่ะย่า อย่างน้อยในเื่ร้ายก็มีเื่ดีแทรกเข้ามาบ้าง หนูไม่ได้เป็อะไรมาก ไม่กี่วันก็หายแล้วค่ะ"
คืนนั้น ย่าจูเอาเสื่อมาปูนอนที่พื้นข้างๆ เตียงของเธอ หลิงซูเหยารู้สึกซาบซึ้งและอบอุ่นในใจ เธอใช้เวลาไปกับการนอนนิ่งๆ ท่ามกลางเสียงรบกวนในห้องผู้ป่วยรวม เธอไม่ได้ หลับ แต่กำลังใช้งาน 'หลิงอวี้ 9.0' ให้ทำการสแกนร่างกายอย่างละเอียด ปรับโครงสร้าง คลื่นสมอง และจัดระเบียบความทรงจำทั้งหมด
เธอพบว่าร่างกายนี้อ่อนแอมาก ขาดสารอาหาร และกล้ามเนื้อลีบเล็กจากการไม่ออกกำลังกาย แต่มีต้นทุนทางพันธุกรรมที่ดีเยี่ยม โครงใบหน้าสวยคม ผิวพรรณดี แม้จะไม่ได้บำรุงด้วยของแพง
[รายงานโฮสต์ : การซ่อมแซมเซลล์สมองเสร็จสิ้น 100% อาการาเ็ทาง กายภาพ้าเวลาพักฟื้นประมาณ 3 วัน แต่หากใช้โหมดกระตุ้นเซลล์ จะหายภายใน 12 ชั่วโมง แลกกับการใช้พลังงานร่างกายอย่างหนัก เ้านาย้าเปิดโหมดฟื้นฟู เร่งด่วนหรือไม่?]
"เปิดใช้งานแบบค่อยเป็ค่อยไป ฉันไม่อยากให้ใครสงสัย ตอนนี้ฉัน้าข้อมูล เกี่ยวกับสถานะทางการเงินของครอบครัวนี้" เธอสั่งการผ่านความคิด
[รับทราบ... สถานะการเงิน : ในตอนแรกอยู่ในขั้นวิกฤติ บัญชีหนี้สินครัวเรือนสูง ถึง 153,200 หยวนไม่รวมดอกเบี้ย เมื่อเทียบกับรายได้รวมของครอบครัวเดือนละไม่ถึง 11,400 หยวน เงินเก็บฉุกเฉิน 18,000 หยวน ความเสี่ยงล้มละลาย 69%.... แต่เพราะมีเงินอุดหนุนเข้ามาจากค่าทำขวัญ 30,000 หยวน จึงทำให้บัญชีหนี้สิน ลดลง มีเงินเก็บฉุกเฉินเพิ่มขึ้น สถานะการเงินจึงทุเลาลง]
ตัวเลขที่ปรากฏในสมองทำให้หลิงซูเหยาถอนใจ ในโลกอนาคต เงินจำนวนนี้เธอหา ได้ภายในเสี้ยววินาทีจากการจดสิทธิบัตรงานวิจัย แต่ในยุคนี้… นี่คือูเาลูกใหญ่ ที่กดทับครอบครัวหลิงอยู่
…………………………………
หมายเหตุ : ในรูปด้านล่าง…. เป็ ‘หลิงซูเหยา’ ในจินตนาการของผู้เขียนนะคะ หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะถูกใจในความสวยน่ารักของนางเอก เพื่อให้เกิด ‘อรรถรส’ ประกอบการอ่าน นึกภาพนางเอกตรงกันนะคะ