บทที่ 24 เสด็จอาเข้าข้างคนของเขา
ด้วยคำสั่งของอวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยว นางกำนัลหลายนางก็เดินออกมา ล้อมรอบอวิ๋นอินอินไว้ หมายจะจับไหล่ของเด็กสาว แต่ทุกครั้งล้วนถูกอวิ๋นอินอินหลบหลีกไปได้
“ไสหัวออกไปให้หมด ห้ามใครแตะต้องข้า” อวิ๋นอินอินตะคอกใส่นางกำนัลเ่าั้ และถลึงตาใส่อวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยว กล่าวเสียงเกรี้ยวกราดว่า “อวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยว เ้ามีสิทธิ์อันใดมาให้ข้าคุกเข่าลง บุตรภรรยาหลวงและบุตรอนุแสนแตกต่าง ต่อให้ข้าทำผิด ก็ไม่ใช่หน้าที่เ้ามาจัดการ”
“พอเถิดอวิ๋นอินอิน เ้าอย่าเอาแต่ ‘ตี๋กงจู่’ สามคำมาข่มผู้คนเลย นั่นเพียงแค่ชื่อจอมปลอมเท่านั้น เ้าคิดว่าข้าจะกลัวหรือ?” อวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวกล่าวจบ ก็ะโลั่น “มัวตะลึงอะไรอยู่ จับนางคุกเข่าลงเสีย หากยังขัดขืนอีกก็ตีจนนางคุกเข่าลง”
เมื่ออวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวกล่าวจบ นางกำนัลหลายคนนั้นก็ล้อมเข้าไปอีกครั้ง อวิ๋นอินอินก็ยกขาถีบไปสองสามคน และยกฝ่ามือตบไปสองสามคน แต่สุดท้ายคนเดียวก็มิอาจสู้คนหลายคน และถูกจับไหล่ไว้ได้
นางถูกใช้กำลังกดให้คุกเข่าลงกับพื้น อวิ๋นอินอินพยายามฝืน ต่อต้านสุดแรง ไม่ว่าอย่างไรก็ยืนกรานไม่ยอมคุกเข่า
อวิ๋นพิ่นถิงเห็นเช่นนี้ก็แค่นเสียงเย็น ลุกจากเก้าอี้ เดินเข้าหาอวิ๋นอินอินด้วยสีหน้าอำมหิต จากนั้นหยุดลงเบื้องหน้าของนาง
“ข้าอยากดูนักว่า เ้าจะสามารถยืนกรานไปได้ถึงเมื่อใดกัน” กล่าวจบ นางก็สะบัดมือตบอวิ๋นอินอินไปหนึ่งฝ่ามือ
นับั้แ่ทะลุมิติมาจนถึงตอนนี้ อวิ๋นอินอินยังไม่เคยโดนทำร้ายมาก่อน ฝ่ามือนี้ได้ดึงความทรงจำที่ถูกหยามเหยียดทั้งหมดของนางออกมา
“พิ่นถิง วันนี้เ้าจงสังหารข้าเสีย มิเช่นนั้นข้าจะไม่มีวันเลิกรากับเ้า!” อวิ๋นอินอินส่งเสียงคำรามด้วยโทสะ ทั้งยกขาถีบไปทางอวิ๋นพิ่นถิง หากแต่สาวใช้ด้านหลังจับไว้แน่นเกินไป
สุดท้ายนางจึงถีบได้แต่ความว่างเปล่า
“ไม่เลิกรากับข้า? เ้าอาศัยสิ่งใดจะมาไม่เลิกรากับข้า? อาศัยตำแหน่งตี๋กงจู่ที่แขวนไว้แต่ในนามของเ้าหรือ? หรืออาศัยเสด็จแม่มเหสีที่อยู่ในตำหนักเย็นของเ้ากัน?”
อวิ๋นอินอินกัดฟัน “เ้าอย่าได้โอหังไป รอเสด็จอาทรงไม่เห็นข้า พระองค์…”
เพียะ!
อวิ๋นอินอินยังไม่ทันกล่าวจบ อวิ๋นพิ่นถิงก็ฟาดเข้ามาอีกหนึ่งฝ่ามือ ครั้งนี้ ดังกว่าการตบครั้งที่แล้วเสียอีก
“ยังกล้าโกหกข้าอีก”
“ข้าโกหกอะไรเ้า?”
“กล่าวว่าเสด็จอาทรงให้ความสำคัญกับเ้า ทั้งที่เ้าไร้ยางอายเสนอหน้าไปปรนนิบัติสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่งในตำหนักของเสด็จอาเท่านั้น” อวิ๋นพิ่นถิงกล่าว จู่ ๆ บนใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวก็มีรอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นมา “หรือเ้าคิดจริง ๆ หรือว่า เสด็จอาจะทรงเป็ห่วงนางกำนัลตัวเล็ก ๆ ที่จะมีหรือไม่มีก็ได้?”
ในดวงตาของอวิ๋นอินอินสาดประกายประหลาดใจแวบหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าเื่นี้จะถูกพวกอวิ๋นพิ่นถิงรู้เร็วขนาดนี้ ยามนี้ นางห่อเหี่ยวลงอย่างสิ้นเชิง
เป็อย่างนั้นจริง ๆ สำหรับเสด็จอา นางก็เป็เพียงคนดูแลสัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่จะมีหรือไม่มีก็ได้เท่านั้น
“พี่หญิงใหญ่ ท่านอย่างไปเปลืองคำพูดอันใดกับนางเลยเพคะ หลีกไปเถิด ให้ข้าเฆี่ยนนางสักสองสามแส้ คลายเพลิงโทสะในใจของข้าก่อน”
อวิ๋นอินอินเห็นอวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวถือแส้เดินเข้ามาหาตน จึงกล่าวด้วยใจที่ไม่ยินยอมว่า “ต่อให้ข้าเป็เพียงคนดูแลสัตว์เลี้ยง แต่ก็ยังเป็ผู้ที่ช่วยงานเสด็จอา พวกเ้าตีข้าโดยไร้เหตุผลเช่นนี้ มิใช่เป็การตบพระพักตร์ของเสด็จอาหรือ?”
“น้องเก้า เ้าสับสนแล้ว จะไม่มีเหตุผลได้อย่างไร เห็นชัด ๆ ว่าเ้ามีความผิดอยู่ก่อน อีกอย่าง…” อวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวลูบแส้หนัง ชี้ไปยังคนที่อยู่รายรอบว่า “ต่อให้เสด็จอาทรงตำหนิจริง ๆ พวกเขาก็สามารถเป็พยานได้ว่าาแของเ้า เกิดจากการที่เ้าตบตีกับองค์หญิงแปดจนทิ้งรอยไว้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้าแม้แต่น้อย”
เห็นความกระหยิ่มยิ้มย่องบนใบหน้าของอวิ๋นพิ่นถิงและอวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยว ในที่สุดอวิ๋นอินอินก็เข้าใจแล้วว่าวันนี้ที่นางทำไปมันเปล่าประโยชน์
อวิ๋นอินอินเลิกต่อต้าน หลับตาลง ภาวนาเพียงว่าวันนี้อวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวจะไม่ได้กินข้าวมา และฟาดได้ไม่กี่แส้
“หึ คิดจะสู้กับข้า แต่ไม่รู้จักประมาณกำลังของตน!” แววตาของอวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวเปลี่ยนเป็เ็า เงื้อแส้ขึ้นฟาดลงเต็มกำลัง
ทว่าในยามที่แส้กำลังฟาดลงมา กลับถูกก้อนหินที่ปลิวมากระแทกเข้าที่มือ แส้ในมีจึงพุ่งไปผิดทิศทาง ฟาดลงบนพื้นเสียงดัง
“เป็ตาสุนัขบอดใดกัน ที่กล้าใช้ก้อนหินปาใส่ข้า?!”
อวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวเกรี้ยวกราด แต่ในยามที่หมุนกายไป นางกลับตกตะลึงอยู่กับที่ จากนั้นมองอวิ๋นพิ่นถิงที่อยู่ข้างกายอย่างประหม่ากังวล แต่กลับเห็นว่า สีหน้าของอวิ๋นพิ่นถิงเมื่อเทียบกับนางแล้วยังลนลานยิ่งกว่า ส่วนอวิ๋นสีิ่ อวิ๋นเหยาเหยา รวมถึงเหล่านางกำนัลที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด ก็พากันใบหน้าซีดเผือด
“เสด็จ เสด็จอา?”
อวิ๋นอินอินที่กำลังรอรับแส้ด้วยใบหน้าสิ้นหวังลืมตาขึ้นทันที มองไปทางพวกอวิ๋นพิ่นถิง และเห็นเสด็จอาผู้หล่อเหลาที่สวมชุดสีดำปักลายัสีทองผู้นั้น กำลังสาวเท้าเข้ามาหาตนอย่างน่าเกรงขามไร้ผู้ใดเปรียบ
ด้านหลังของเขาทั้งสองฝั่ง มีอาต้าและอาเอ้อร์ที่สวมชุดสีดำยืนอยู่
“เสด็จอา ช่วยข้าด้วยเพคะ!”
ดวงตาทั้งคู่ของอวิ๋นอินอินพลันสว่างไสวขึ้นมา ร้องเรียกเขาด้วยความตื่นเต้นและยินดี
เซวียนเหยียนฟู่หยุดฝีเท้าลง สายตาเ็าดุจน้ำแข็งกวาดมองทุกคนที่อยู่ในที่นั้น มิได้เอ่ยปากกล่าววาจา ทว่าบรรยากาศน่ายำเกรงที่แผ่ออกมา ก็เพียงพอจะให้ทุกผู้ที่อยู่ ณ ที่นั้นจิตใจสั่นสะท้านแล้ว
“นี่พวกเ้ากำลังทำอันใดกัน?”
น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งอันหนาวเหน็บในเดือนสอง ทำให้ทุกคนก้มศีรษะไม่กล้าตอบ อวิ๋นพิ่นถิงจนใจ ได้แต่ฝืนพยุงกายยืนออกมา
“ทูลเสด็จอา เป็น้องเก้าเพคะ นางทำร้ายน้องแปด พวกเราทนมองไม่ไหว จึงคิดจะมาสอนสั่งนางให้หลาบจำเพคะ”
“ผายลม!” อวิ๋นอินอินผละจากมือของนางกำนัลที่ใจนยืนนิ่งไปนาน รีบวิ่งไปยังข้างกายของเซวียนเหยียนฟู่ แก้ต่างให้ตัวเองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ “เสด็จอา ข้ากำลังจะไปคารวะท่านเพคะ แต่ระหว่างทางกลับถูกพวกองค์หญิงเจ็ดเชิญมาดื่มชา ทีแรกข้าบอกว่าจะไม่มา แต่พวกนางก็ข่มขู่ข้า หลังข้ามาพวกนางก็บังคับให้ข้าดื่มชา”
“พอข้าบอกข้าไม่กระหาย จะจากไป องค์หญิงแปดก็คว้าตัวข้า ทั้งยังใช้เข็มทิ่มข้าด้วย ข้าเจ็บจึงสะบัดมือออก ใครจะคิดว่านางใช้โอกาสแสร้งชนลงบนก้อนหิน จากนั้นพวกนางก็พุ่งออกมา บอกว่าข้าจะทำร้ายองค์หญิงแปด”
อวิ๋นอินอินเงยหน้า มองใบหน้าด้านข้างที่ทั้งหล่อเหลาและเ็าของเซวียนเหยียนฟู่ ทำเสียงอ่อน กล่าวอย่างคาดหวังว่า “เสด็จอาเพคะ ต้องทรงให้ความเป็ธรรมกับข้านะเพคะ…”
เซวียนเหยียนฟู่ก้มศีรษะลงมองใบหน้าที่แดงเล็กน้อยของนาง ดวงเนตรที่ลึกล้ำเ็าก็เยียบเย็นลงอีกหนึ่งระดับ
“พวกนางตีเ้า?”
“เป็พี่หญิงใหญ่ตบข้าเพคะ นางตบแก้มซ้ายแล้วก็ตบแก้มขวา ทั้งยังมีพี่หญิงรอง นางคิดจะใช้แส้โบยข้าด้วย และเป็พี่แปดที่ใช้เข็มแทง นอกจากนี้ ก็ตรงนี้ ตรงนี้ ล้วนเป็พี่เจ็ดที่หยิกข้าเพคะ…”
อวิ๋นอินอินพูดอย่างไม่เร็วไม่ช้า ฟ้องทุกคนที่เคยแตะต้องนาง ในใจรู้สึกว่า ในเมื่อเสด็จอาเข้ามาจัดการแล้ว เขาก็จะต้องจัดการจนถึงที่สุด ไม่อย่างนั้น มันน่าขายหน้า!
บุคคลสำคัญล้วนแต่ปกป้องคนของตัวเองเพื่อหน้าตาทั้งนั้น
เซวียนเหยียนฟู่จับความเ้าเล่ห์ที่วาบผ่านใบหน้าเด็กสาวได้ สายตาของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็อ่อนโยน โค้งมุมปากขึ้นบาง ๆ
เพียงแต่ว่า ในยามที่เขาหมุนกายอีกครั้ง ความอ่อนโยนในดวงตาก็หายไปในเสี้ยวพริบตา เหลือบมองทุกคน แล้วกล่าวอย่างเ็าว่า “องค์หญิงทั้งหลายช่างจองหองเหลือเกิน ถึงกับกล้าทุบตีตี๋กงจู่ในที่สาธารณะ ดูท่า ตัวข้าผู้สำเร็จราชการแทนผู้นี้ มีความจำเป็ที่จะต้องสั่งสอนพวกเ้า ถึงกฎบรรพบุรุษของอาณาจักรต้าอวิ๋นเราเสียแล้ว”
“เสด็จอาเพคะ นี่เป็ความผิดขององค์หญิงเก้าก่อนนะเพคะ!”
อวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวะโออกมาอย่างไม่ยินยอม
แต่ทว่าดวงตาของเซวียนเหยียนฟู่กลับเย็นเยียบในฉับพลัน จ้องไปยังอวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวดั่งอสรพิษร้าย