“ได้ข่าวจากอี้โยวหรือยัง?”
เสียงเข้มดังขึ้นมาจากหลี่ฮ่านหรือในตอนนี้คือเป่ยเฉิงโหวผู้ปกครองเป่ยเฉิง
แม้ว่าแท้ที่จริงแล้วฮ่องเต้แห่งต้าโจวได้แต่งตั้งองค์ชายแปดโอรสของพระองค์เป็นรุ่ยอ๋องดูแลปกครองเป่ยเฉิงแต่ด้วยอายุที่น้อยและร่างกายที่อ่อนแอตั้งแต่เด็กทุกคนในราชสำนักล้วนรู้ดีว่าอำนาจในการปกครองเป่ยเฉิงในตอนนี้ล้วนอยู่ในมือของเป่ยเฉิงโหว
เบื้องหน้าของเขาคือลูกน้องที่ติดตามทำศึกมาแล้วหลายต่อหลายครั้งเคียงบ่าเคียงไหล่ทุกการต่อสู้
จ้าวเฉินกงแม่ทัพใหญ่แห่งเป่ยเฉิง
“ตอบรับมาแล้วขอรับพี่ใหญ่อยากอ่านเองหรือไม่?” แม้ว่าคนเบื้องหน้าจะเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของเขาแต่ในกองทัพล้วนรู้ดีกว่าแม่ทัพใหญ่จ้าวเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเป่ยเฉิงโหว
เขายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งไปด้านหน้า
หลี่ฮ่านเพียงแค่ปรายตามองนิ่งไม่คิดจะยื่นมือออกไปคว้ากระดาษแม้แต่น้อยบรรยากาศรอบตัวของเขาเยือกเย็นจนแทบจะกลืนกระดูกคนได้แต่จ้าวเฉินกงล้วนเคยชินกับบรรยากาศเช่นนี้แล้วเขาเพียงแค่ดึงมือที่ยื่นกระดาษกลับมาอย่างง่าย ๆ ไม่ใส่ใจนัก
“อี้โยวแจ้งมาแล้วว่าตอนนี้พวกเขาไปประจำการอยู่ข้างนายน้อยแล้ว”พูดถึงตอนนี้จ้าวเฉินกงก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน“ได้ข่าวว่านายน้อยได้ภรรยาคนงามไว้ในอ้อมกอดแล้วคนหนึ่ง”
ใบหน้าแข็งแกร่งของหลี่ฮ่านกระตุกยิ้มเล็กน้อย“ก็ดีแล้ว”
จ้าวเฉินกง“พี่ใหญ่ พี่ไม่ถามหน่อยหรอกหรือว่านางเป็นใครมาจากไหน ตระกูลเหมาะสมหรือไม่?”เขาอดไม่ได้ที่จะกระเซ้าเย้าแหย่
“ข้าต้องสนด้วยอย่างนั้นหรือ?”
“แน่นอน”จ้าวเฉินกงเดินไปนั่งลงบนโต๊ะมุมหนึ่งของห้องหนังสือรินน้ำชาให้กับตัวเองหนึ่งจอกก่อนจะจิบเล็กน้อย “ก็เป็นเช่นนี้เสมอไม่ใช่หรอกหรือการแต่งงานล้วนดูจากความเหมาะสมกันทั้งสิ้น หรือท่านไม่คิดอย่างนั้น?”
หลี่ฮ่านนึกถึงใบหน้าอ่อนเยาว์แต่ทะนงตนของหลานชายของตนแล้วก็พ่นลมหายใจหนัก
“เพียงแค่เขาชอบก็พอแล้ว...เด็กคนนั้นน่าสงสารยิ่ง ที่ผ่านมาเขาคอยแต่ปิดกั้นตัวเองจากผู้อื่นทำตัวก้าวร้าวและเย็นชาเพื่อสร้างกำแพงขวางกั้นไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้ แต่เจ้าข้าและคนอื่นล้วนก็รู้ดีกว่าใครว่าเขานั่นแหละที่เจ็บปวดกับเรื่องนี้ที่สุดหากว่า... หลานสะใภ้คนนี้สามารถดูแลเขาได้ แค่นี้ก็พอ”
จ้าวเฉินกงถอนหายใจแววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูสงสารเช่นกันเด็กคนนั้นเขาเห็นและเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กตอนที่เจอกันครั้งแรกคนเกือบไม่รอดกลับมาถึงเป่ยเฉิง แววตาเต็มไปด้วยความสับสนหวาดระแวงและหวาดกลัว
พอนึกถึงเนื้อหาในกระดาษที่อี้โยวส่งมาเขาก็คลี่ยิ้ม“พวกอี้โยวยังไม่ได้ตรวจสอบที่มาของหลานสะใภ้ผู้นี้อย่างละเอียดแต่นางเป็นหมอหญิงคนหนึ่งในหมู่บ้าน จิตใจนับว่าไม่เลวเลยนางเดินทางไปทั่วเพื่อรักษาชาวบ้านในละแวกหมู่บ้านโดยไม่คิดเงินแม้แต่อีแปะเดียว”
หลี่ฮ่านได้ฟังก็พยักหน้า“เข้ากับเขาได้ดีหรือไม่?”
จ้าวเฉินกงพยักหน้า“ดูเหมือนว่าพี่ใหญ่ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้” เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม“พี่ใหญ่ว่าหากเป็นเช่นนี้ เรื่องของพวกเขาสองคน ทางเมืองหลวงจะยินยอมหรือไม่?”
หลี่ฮ่านไม่ได้ตอบทันทีแต่ลุกขึ้นไปยังชั้นเก็บของด้านหลังเปิดหีบใบหนึ่งที่มีความประณีตอย่างยิ่งใช้กุญแจทองแดงเปิดออกเผยให้เห็นม้วนเอกสารข้างในเขายืนมองมันครู่ใหญ่ก่อนจะหมุนตัวกลับมาวางลงบนโต๊ะ
จ้าวเฉินกงเหลือบสายตามองเห็นม้วนเอกสารน้ำชาในปากแทบพุ่ง ลุกพรวดด้วยความตื่นเต้นเขาไปคว้าเปิดออกอ่าน
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน“พี่ใหญ่?”
หลี่ฮ่านมองสบตาเขานิ่ง“อย่างที่เห็น การแต่งงานเป็นเรื่องของเขา”
ในม้วนเอกสารระบุอย่างชัดเจนว่าจ้าวห่าวหลินมีสิทธิ์ในการเลือกคู่ครองภรรยาได้ด้วยตัวเอง โดยทางตระกูลจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจของเขาในเรื่องนี้หากพูดอย่างสุภาพคงบอกว่าเป็นการมอบอิสระในการแต่งงาน แต่หากพูดตรงตัวก็คือทางเมืองหลวงไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับจ้าวห่าวหลินอีกไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตามไม่เว้นแม้แต่เรื่องแต่งงาน
จ้าวเฉินกงวางม้วนเอกสารลงบนโต๊ะถอยกลับไปจิบน้ำชา “ช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารยิ่งนัก”
บรรยากาศเงียบลงไปสักพักก่อนหลี่ฮ่านจะลุกขึ้นเอาม้วนกระดาษกลับไปเก็บไว้ที่เดิมเงียบ ๆ
“แล้วเรื่องมือสังหารไปถึงไหนแล้ว?”
จ้าวเฉินกงมีท่าทีจริงจังขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้แววตาของเขาวาววับ “กลุ่มคนกลุ่มแรกไม่สามารถระบุที่มาได้แต่ไม่ใช่คนในต้าโจว”
หลี่ฮ่านหรี่ตาขมวดคิ้วท่าทางดุดัน“แน่ใจ?”
จ้าวเฉินกงพยักหน้า“แม้จะระบุที่มาที่แน่ชัดไม่ได้ แต่แน่ใจว่าเป็นคนต่างแคว้นอย่างแน่นอนทั้งเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ล้วนระบุได้ว่านางจะเป็นแคว้นทางเหนือ”
“แล้วทำไมพวกมันต้องจับตัวอาหลิน”
จ้าวเฉินกงมองหลี่ฮ่านก่อนจะหัวเราะ
“ต้องยอมรับว่าหน้าตาอาหลินของพวกเราหล่อเหลาเอาการเสียจริงไม่ว่าใครเห็นก็รักใครเห็นเป็นต้องชอบ”
“เข้าเรื่อง!”
“พี่ใหญ่ท่านใจร้อนเสียจริง” เมื่อเห็นสายตาจริงจังดุดันเขาก็กลืนน้ำลายยกชาขึ้นมาจิบให้คอโล่งก่อนจะเอ่ยต่อ“เท่าที่รู้คือหญิงนางนั้นชอบพอในหน้าตาของอาหลิน จึงอยากพากลับเรือน”
“ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเมืองหลวง?”
จ้าวเฉินกงส่ายหน้า“ไม่ใช่ขอรับอี้โยวส่งคนไปตรวจสอบเส้นทางของพวกเขาแล้วไม่พบการส่งสารติดต่อไปทางเมืองหลวงและแทนที่จะมุ่งหน้าไปทางเมืองหลวง พวกเขาเลือกไปทางเมืองฉางแทนแน่นอนว่าเส้นทางนั้นเป็นไปได้ว่าจะมุ่งหน้าไปทางแคว้นหลางทางเหนือ”
“เจ้าไม่คิดว่าทางนั้นจะสับขาหลอกเพื่อให้พวกเราไขว้เขวอย่างนั้นหรือ”
“ก็เป็นไปได้แต่ว่า... กลุ่มที่สองที่บุกเข้ามาโจมตีอาหลิน คือกลุ่มนักฆ่าจากสำนักมังกรโลหิตหากทั้งสองกลุ่มมาจากเมืองหลวงจริงก็ไม่มีเหตุจำเป็นที่กลุ่มหนึ่งจะต้องลักพาตัวแล้วอีกกลุ่มจะตามมาสังหารอีกทั้งไม่เพียงแค่โจมตีพวกเรากลุ่มที่สองยังโจมตีกลุ่มแรกอีกด้วย”
หากเป็นการจัดฉากก็ออกจะยุ่งยากเกินไปเพราะว่าไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ต้องการสังหารอยู่แล้วไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องจัดฉากให้วุ่นวายอีก
หลี่ฮ่านคิดเช่นนั้นก็พยักหน้าเข้าใจพูดเสียงขรึม“นักฆ่าสำนักมังกรโลหิต”
“ดูเหมือนพวกนั่นจะต้องทำให้อาหลินตายให้ได้เหอะ... เด็กคนหนึ่งโดนขับไล่ออกมาตอนอายุแค่ห้าปี ไม่พอยังโดนลอบสังหารตลอดทางจนร่างกายอ่อนแอจนแม้แต่จะผ่านไปแต่ละปีก็ยังลำบากพวกเขาก็ยังไม่วายส่งคนตามมาฆ่าอาหลินทุกครั้งที่มีโอกาส ถุย!จิตใจอำมหิตเสียจริง”
“ระวังคำพูดเจ้าด้วยนี่ใช่สิ่งที่พูดได้หรอกหรือ”
“พี่ใหญ่ข้าไม่พูด ท่านไม่พูด ใครจะไปรู้เรื่องนี้กัน”
พอคิดถึงเรื่องนี้ใบหน้าของหลี่ฮ่านก็เกิดความยุ่งยากขึ้นมา“อาหลินเดินทางคราวนี้มีคนรู้ไม่มากนัก แม้ว่าจะเกิดเรื่องโดนลักพาตัวแต่การที่อีกกลุ่มตามไปทันและยังตามไปจนถึงกลุ่มแรกได้ ...”
ไม่ต้องรอให้หลี่ฮ่านพูดจบจ้าวเฉินกงก็แทรกขึ้นมาทันที “มีหนอนบ่อนไส้”
หลี่ฮ่านถอนหายใจหนักแผ่นหลังของเขายามนี้ช่างดูอ้างว้างยิ่งนัก
กลุ่มคนที่อยู่ข้างกายของเขาล้วนแต่เป็นคนของเขาที่ติดตามมาจากโจวเฉิงทั้งสิ้นและล้วนเป็นกลุ่มคนที่เขาเชื่อใจอย่างมาก
ตอนที่เขาได้รับบัญชาให้มาปกครองดูแลเป่ยเฉิงเขาที่เป็นเพียงอดีตแม่ทัพใหญ่ย่อมไม่รู้เรื่องการเมืองการปกครองเขาได้ร้องขอให้ฮ่องเต้ประทานคนกลุ่มหนึ่งติดตามเขามาบุกเบิกที่เป่ยเฉิงด้วยกันมีตระกูลที่ใกล้ชิดกับเขาหลายตระกูลเลือกที่จะตามมายังเป่ยเฉิงแน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็เป็นตระกูลแม่ทัพที่ติดตามข้างกายของเขา
และมีตระกูลขุนนางมือสะอาดที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเป่ยเฉิงและต้องการร่วมบุกเบิกเป่ยเฉิงติดตามมายังเป่ยเฉิงด้ยจำนวนหนึ่งเช่นกันแน่นอนว่ากลุ่มคนเหล่านั้นมีส่วนหนึ่งที่ติดตามมาเพราะอุดมการณ์ยิ่งใหญ่และอีกส่วนต้องการสร้างผลงานและต้องการตำแหน่งขุนนางใหญ่ในราชสำนักเป่ยเฉิง
แต่ก็มีตระกูลไม่น้อยที่ถอนตัวหลังจากที่มาถึงเป่ยเฉิงไม่นานเพราะแบบนั้นขุนนางที่อยู่ข้างกายของเขาตอนนี้ขุนนางที่มาจากโจวเฉิงล้วนได้รับการไว้วางใจจากเขาและรับตำแหน่งใหญ่ในราชสำนักส่วนขุนนางและตระกูลใหญ่ที่เคยอยู่ในแดนเหนือแห่งนี้มาก่อนก็ได้รับตำแหน่งรองลงมา
การที่ฝั่งเมืองหลวงสามารถยืนมือเข้ามาล้วงลูกในถิ่นเขาได้ครั้งแล้วครั้งเล่าเขาไม่โง่เชื่อว่าเป็นความบังเอิญ ต้องมีคนในที่คอยส่งข่าวไปยังเมืองหลวงเป็นแน่
ดวงตาของหลี่ฮ่านเข้มขึ้น“ค้นหาตัวพวกมันออกมา ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าหนอนพวกนี้มันเป็นใคร?”
จ้าวเฉินกงลุกขึ้นแววตาหนักแน่น“ขอรับพี่ใหญ่ ข้าจะหาตัวพวกมันออกมา” ก่อนจะนึกขึ้นได้บางอย่าง“แล้วทางอาหลินละขอรับ”
หลี่ฮ่านมีแววตาหนักใจตอนนี้อาหลินอยู่ที่เมืองฉาง ส่วนหมอปีศาจก็คงไม่มีทางอยู่เมืองโม่เสียนแล้ว
เขาลูบหน้าผากหนักใจ“คงต้องแล้วแต่วาสนาของเขา”
“ต้องการให้ส่งคนไปตามหาหมอปีศาจอีกรอบดีหรือไม่?”
หลี่ฮ่านรู้ดีกว่าคนอื่นว่าตอนนี้เวลาของจ้าวห่าวหลินเหลืออีกแค่ไม่กี่เดือนแต่เรื่องนี้เขาไม่กล้าบอกใครจึงมีเพียงแค่เขา อี้โยวเจ้าสำนักเต๋าและจ้าวห่าวหลินเท่านั้นที่รู้
“เขามีความสุขดีก็พอแล้ว”หมอปีศาจไม่ใช่คนที่นึกจะตามหาก็ตามหาได้เสียทีไหน?
จ้าวเฉิงกงมีสีหน้าหนักใจ“ไม่ง่ายเลยที่อาหลินจะยอมมีเมีย หรือว่า...”
“หากเกิดอะไรขึ้นกับอาหลินก็ให้อี้โยวรับหลานสะใภ้กลับมา ข้าและตระกูลหลี่จะดูแลนางเอง”
จ้าวเฉินกงพยักหน้าจะทำอะไรได้มากกว่านี้เล่า
.......
ฮัดชิ้ว...
อี้โยวที่โดนจ้าวห่าวหลินด่าว่าโง่อยู่เช้าค่ำกำลังปีนต้นไม้นอนเอกเขนกอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านหนิวเจียอย่างสุขสำราญ
เขามาถึงหมู่บ้านแห่งนี้รอบหนึ่งแล้วเมื่อเดือนก่อนแต่พอเห็นว่าจ้าวห่าวหลินอยู่ดีกินดีและมีภรรยาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเขาเลยวางใจปล่อยให้ชายหนุ่มได้สุขสำราญในชีวิตคู่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ระหว่างที่เขาออกไปตามหาร่องรอยของพวกนักฆ่าบริเวณรอบนอกหมู่บ้าน
ส่วนพวกหวงหยุนซานก็ได้รับคำสั่งให้คอยดูแลบริเวณรอบนอกหมู่บ้านและกำจัดร่องรอยเบาะแสของจ้าวห่าวหลินทั้งหมดเพื่อไม่ให้ทางด้านนั้นสืบหาตัวตนมาจนถึงหมู่บ้านแห่งนี้ได้
น่าเสียดายที่คนพวกนี้เป็นนักฆ่ามืออาชีพไม่สามารถสืบหาตัวผู้จ้างวานเบื้องหลังพวกเขาได้
แต่เอาเหอะ...ใคร ๆ ก็รู้ว่าคนที่อยู่ในเงาผู้นั้นเป็นใคร?
และหลังจากที่จัดการเรื่องราวทั้งหมดเรียบร้อยแล้วเขาก็ตั้งใจจะกลับมาหาเจ้าน้องชายเสียหน่อย ไม่เจอกันไม่นานก็คว้าเมียแสนงามไว้ในอ้อมกอดเสียแล้วโถ่!เมื่อก่อนใครกันที่บอกหนักแน่นว่าชาตินี้จะไม่มีภรรยาเด็ดขาด
อี้โยวจิ๊ปากคว้าลูกสาลี่บนต้นมากัดทอดสายตามองไปยังถนนเบื้องล่าง
มองเห็นหญิงสาวชาวบ้านผู้หนึ่งกำลังเดินท่าทางลับๆ ล่อ ๆ มาทางหมู่บ้านหนิวเจีย แม้ว่าจะสวมเสื้อผ้าเก่าซีดแต่ก็นับว่าทางบ้านของนางไม่ยากจนนักเพราะบนเนื้อผ้าไม่มีรอยขาดปะหากไม่ใช่เพราะท่าทางที่ราวกับโจรของนางก็ถือว่านางหน้าตาดีไม่น้อย
หากว่าจ้าวห่าวหลินอยู่ที่นี่ด้วยย่อมรู้ว่านางคือหลิงซี หญิงสาวที่พยายามกระโดดไปแช่ตัวในน้ำเพื่อหวังจับเขาแน่นนั่นเอง
เพราะเรื่องในลำธารคราวนั้นชื่อเสียงของนางกลายฉาวโฉ่เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในหมู่บ้านจนนางต้องหลบไปอยู่ที่บ้านยายที่อีกหมู่บ้านด้วยความกริ้วโกรธและไม่ยินยอม
นางไม่เข้าใจเลยว่าทำไมใต้หล้าแห่งนี้จึงมีคนโง่แบบห่าวหลินสามีนางหมอนั่นด้วย
นางไม่งดงามหรือ?ก็เห็นอยู่ว่านางงามไม่แพ้นางหมอ แต่ทำไมเขาถึงได้ไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเหอะ...ตาต่ำ
นางกำลังเดินกระทืบเท้ากริ้วโกรธย่อมไม่เห็นว่ามีกลุ่มอันธพาลจำนวนหนึ่งมุ่งหน้ามาทางนาง
“น้องสาว”
“ใคร?”หลิงซีหลุดจากภวังค์พอเห็นว่าเป็นกลุ่มอันธพาลกลุ่มหนึ่งนางก็ถอยหลังมองพวกเขาอย่างระแวดระวัง
พวกพี่รองมองหน้ากันแล้วเลียริมฝีปากหมู่บ้านนี้มันอย่างไรกัน น้ำดีดินดีหรือไรเหตุใดนอกจากท่านหมอผู้เลอโฉมแล้วยังมีสาวน้อยหน้าตางดงามเช่นนี้เพิ่มอีกคนอีกเล่า
“พวกแกเป็นใคร?”หลิงซีเห็นสายตาหื่นกระหายก็ยิ่งถอยหลัง
อี้โยวผงกหัวขึ้นมานั่งพิงกิ่งมองให้ชัดมาขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
กลุ่มอันธพาลเหล่านี้ล้วนไม่ใช่ใครที่ไหนพี่รองที่ถูกเหยาเหวินเจ๋อสั่งให้มาจัดการจ้าวห่าวหลินนั่นเอง
“พวกข้าไม่ใช่คนไม่ดีอันใดน้องสาวอย่าได้กังวล”
ไม่กังวลกับผีนะสิ...ดูหน้าพวกเจ้าก่อนเถอะ หาใช่คนดีอันใด
“ไม่ต้องเข้ามาพวกเจ้ามีอะไรก็พูดตรงนั้น”แววตาของหลิงซีมีความระแวดระวังและถอยห่างไปทางเข้าหมู่บ้านตลอดเวลาหากเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยนางก็สามารถวิ่งไปขอความช่วยเหลือในหมู่บ้านได้
พี่รองย่อมเห็นแล้วเช่นกันเขายกมือปรามเจ้าพวกลูกน้องหื่นกามของตัวเองไม่ให้ทำให้สาวน้อยตรงหน้าตกใจจนเตลิดไปเสียก่อน
“น้องสาวพวกพี่ชายแค่มาตามหาคน”
“ใคร?”
“สามีท่านหมอ”
บัดซบ!...ห่าวหลินเสน่ห์เจ้าเหลือร้ายจริง ๆ
อี้โยวได้แต่ถอนหายใจกับความหล่อของน้องชายแม้แต่อันธพาลกลุ่มหนึ่งยังหลงเสน่ห์จนตามมาถึงหมู่บ้านชักจะสงสารน้องสะใภ้เสียแล้วสิ