เช้าวันรุ่งขึ้นเซร่าตื่นนอนขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย และงุนงงเล็กน้อยที่เธอเข้ามานอนอยู่ภายในห้องนอนของเธอ
แต่เซร่าก็ไม่มีเวลาคิดมากนักเพราะนาฬิกาข้างฝาผนังในห้องของเธอบ่งบอกเวลา 07.30 น.
เธอมีเวลาอาบน้ำแต่งตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อจะไปให้ทันโรงเรียนเข้าตอนเช้า
เซร่ารีบหวีผมแบบลวกๆ หลังจากอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จ ก่อนจะรีบหยิบกระเป๋านักเรียนของเธอแล้วรีบวิ่งลงมาจาก้า
“ตายแล้วคุณหนู!! ทำไมผมเผ้าเป็แบบนี้ล่ะคะ” แมรี่ร้องออกมาอย่างใพร้อมกับเอามือทาบอกตัวเอง เมื่อเห็นสภาพการแต่งกายของเซร่า
“เอ้อ..คือ….” เซร่ากระหืดกระหอบไม่สามารถตอบคำถามของป้าแมรี่ได้
“ตื่นสายล่ะสิเรา หึหึ” ท่านทูตมิยาเกะที่แต่งกายด้วยสูทสีเทาเรียบ พร้อมกระเป๋าเอกสาร ในมือถือไปป์เดินออกมาจากห้องนั่งเล่นสมทบกับเซร่าที่ยืนพักเหนื่อยอยู่ตรงด้านหน้าประตูสถานทูต
“เมื่อคืนลูกไปนอนหลับอยู่ตรงระเบียง คุณพ่อเลยต้องอุ้มลูกเข้าไปนอนในห้อง กลัวน้ำค้างจะลงใส่หัวแล้วทำให้ลูกไม่สบาย” คุณหญิงมิเชลเดินถือเอกสารตามหลังท่านทูตมาเล็กน้อยพูดสมทบด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“อ่า..ค่ะ ขอโทษค่ะ พอดีหนูนอนคิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะค่ะ” เซร่าหน้าจ๋อยเพราะรู้ว่าแม่ของเธอเป็ห่วงสุขภาพของเธออยู่
“จริงหรือคะเนี่ย! น่าตีจริงๆ เลยคุณหนูนี่” ป้าแมรี่ที่เพิ่งรู้เื่อุทานออกมา ก่อนจะตีเพียะไปเบาๆ ที่ต้นแขนของเซร่า พร้อมกับจัดทรงผมและเสื้อผ้าให้เข้าที่
“อูย..นี่ไม่ใช่น่าตีแล้วนะคะ ป้าตีหนูแล้วต่างหากเล่า”
เซร่าแกล้งร้องอุทธรณ์ออกมาเบาๆ พร้อมกับคลำต้นแขนป้อยๆ หน้าตากระเง้ากระงอดใส่ป้าแมรี่ของเธอที่กำลังรวบผมไปเพียงครึ่งหัวให้เธอดูเรียบร้อยกว่าเมื่อครู่นัก
“เอ๊ะ! คุณหนู” ป้าแมรี่เอ็ดเซร่าเสียงเขียวอย่างไม่ใส่ใจมากนัก พร้อมกับจัดปกเสื้อด้านในและด้านนอกให้เรียบร้อย
“เอ้า รีบไปขึ้นรถไปโรงเรียนได้แล้ว เดี๋ยวไปสายกันพอดี”
“ทราบแล้วค่ะ”
เซร่าทำท่าตะเบ๊ะเหมือนทหารที่ทำความเคารพออย่างล้อเลียนก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินขึ้นรถที่คนขับรถได้เปิดประตูรอไว้อยู่แล้ว
“เอ๊ะ! เซร่า แล้วฮิเดกิล่ะ ปกติเขาต้องไปโรงเรียนพร้อมลูกนี่ ทำไมวันนี้แม่ไม่เห็นเลยล่ะ” คุณหญิงมิเชลถามอย่างแปลกใจ ทำให้เซร่าที่กำลังจะก้าวขึ้นรถหยุดชะงัก
“เขาอาจจะมีประชุมตอนเช้าก็ได้มั้งคะ หนูไปก่อนนะคะแม่”
เซร่ารีบเอ่ยตัดบทพร้อมกับก้าวเท้าขึ้นรถและปิดประตูทันที ก่อนจะหันมาโบกมือให้กับท่านทูตและแม่ของเธอ
“เอ….แปลกจริงนะคะ คุณ ปกติฮิเดกิไม่เคยเหลวไหลแบบนี้เลยนะคะ”
“เอาน่า ฮิเดกิอาจจะมีงานเร่งด่วนอย่างที่เซร่าบอกก็ได้น่ะ คุณคิดมากไปเองรึเปล่า”
ท่านทูตบอกภรรยาของเขาให้เลิกกังวลใจ ก่อนจะหอมแก้มภรรยาแล้วขึ้นรถ เพื่อไปประชุมหารือกับนายกเทศมนตรีของแคว้นเกี่ยวกับพิธีมิสซาที่จะจัดขึ้น
มิเชลได้แต่มองตามสองพ่อลูกอย่างกังวัลใจ เธอรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก
มิเชลพยายามไล่ความคิดในทางไม่ดีที่เกิดขึ้นออก พร้อมกับเตรียมตัวไปประชุมเตรียมงานมิสซาเกี่ยวกับเื่เสื้อผ้าการแต่งกาย และการเลี้ยงรับรองกับภรรยาของท่านเทศมนตรี
แม้เซร่าจะรีบเร่งแค่ไหน แต่เธอก็ไปถึงโรงเรียนสายจนได้ และไม่รู้ว่าเป็โชคร้ายหรือโชคดีของเธอกันแน่
วันนี้คนที่ทำหน้าที่เป็เวรประจำหน้าโรงเรียนคือ เหมันต์
เซร่าค่อยๆ ลงจากรถด้วยสีหน้าเจื่อนๆ แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปหาเหมันต์ที่ยืนมองเธอจากหลังรั้วประตูหน้าโรงเรียนอยู่นานแล้ว
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณเหมันต์” เซร่าเอ่ยทักเหมันต์สีหน้าเจื่อน เมื่อเดินไปถึงตรงที่เขายืนอยู่ ในมือของเขามีรายชื่อนักเรียนที่มาโรงเรียนสายในตอนเช้าวันนี้
“อรุณสวัสดิ์ มิยาเกะซัง”
เหมันต์ตอบเสียงเรียบแต่สายตายังคงจ้องมองเซร่าอยู่ หญิงสาวรู้สึกอัดอึดใจกับการเผชิญหน้ากับเหมันต์
“วันนี้มาสายนะ”
เหมันต์พูดเรื่อยๆ พร้อมกับจดรายชื่อของเซร่าลงในกระดาษบันทึกรายชื่อนักเรียนมาสาย เซร่ารู้สึกร้อนผ่าวขึ้นที่ใบหน้าด้วยความอาย
“เอ่อ…พอดี…เมื่อคืน…ฉันนอนดึกน่ะค่ะ”
“งั้นหรือ?” เหมันต์ย้อนถามเสียงสูงเล็กน้อย แววตาสงสัย
“ค่ะ”
“เอ่อ…ฉันขอตัวไปเข้าเรียนก่อนนะคะ”
เซร่าเอ่ยขอตัว เมื่อเห็นว่าเหมันต์จดชื่อของเธอเสร็จแล้ว และนิ่งเงียบไปไม่พูดอะไรต่ออีก เซร่าโค้งหัวเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินผ่านเหมันต์ไป
“มิยาเกะซัง” เสียงเหมันต์เรียกเซร่าตามหลัง ทำให้เธอชะงักเท้าหยุดนิ่ง
“มีอะไรเหรอคะ?” เซร่าถามชายหนุ่มแต่เธอไม่ได้หันไปมอง เพียงแต่เอียงหน้าไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อรอฟังสิ่งที่เขาพูด
“เอ่อ…ไม่มีอะไร รีบไปเข้าเรียนเถอะ”
เหมันต์เหมือนจะถามอะไรเซร่าซักอย่าง แต่เขาเปลี่ยนใจกะทันหันเมื่อเห็นสายตาที่มองมาด้วยความสงสัยของกรรมการนักเรียนที่ยืนตรวจนักเรียนมาสายร่วมกับเขา เซร่าพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินจากไปอย่างเร่งรีบ
โอย…หัวใจจะวาย ทำไมเราต้องหลบหน้าคุณเหมันต์ขนาดนี้ด้วยนะ เพราะออยเฟ่ย์แท้ๆ ที่มาพูดจาเหมือนเราไปแย่งคุณเหมันต์มาจากเธอ ทั้งๆ ที่เราอยากจะคุยกับคุณเหมันต์แทบแย่
ฮึ..เซร่า ปกติเธอไม่ใช่คนแบบนี้นี่นา….ไม่ว่าอะไรเธอก็สามารถทำได้ไม่ใช่หรือถ้าอย่างนั้นทำไมเราถึงทำแบบนี้นะ……ทำไมเราถึงเลือกที่จะไม่ทำตามสิ่งที่เรา้าล่ะ…
เซร่าครุ่นคิดอย่างสับสนมาตลอดทางจนกระทั่งเข้าห้องเรียน ตลอดเวลาที่นั่งเรียน
เซร่าไม่รับรู้กับสิ่งที่อาจารย์สอนเลยซักนิด เพราะเธอกำลังสับสนระหว่างสิ่งที่เธอทำกับสิ่งที่เธอคิด
ฝ่ายคิมหันต์ที่นั่งเคียงข้างเซร่ามีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน
วันนี้เป็วันสุดท้ายที่เขาต้องหาตัวคนร้ายให้เจอ