ลำต้นอ่อนก้าน และใบมีสัมผัสที่สดใหม่ กลิ่นหอมสดชื่น เหมาะสำหรับนำมาผัดกินอย่างยิ่งเย่ชิงชิงเด็ดเก็บด้วยมือเปล่าได้ครึ่งตะกร้าซึ่งถือว่ามากเกินไปสำหรับคนในครอบครัวหลายคนส่วนที่เหลือจึงตั้งใจจะแบ่งให้ลุงขาเป๋บ้าง
หลังจากปลูกพืชน้ำได้ไม่นานก็ใกล้จะถึงฤดูเพาะปลูกอีกครั้งแต่ละครอบครัวต่างผันน้ำจากลำธารเข้าสู่คูระบายน้ำเพื่อชลประทานในแปลงนาและให้ดินดูดซับน้ำจนอ่อนนุ่ม ก่อนที่จะปักดำกล้าข้าว
เย่ชิงชิงเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวเท่านั้น ว่าพืชน้ำของนางทำประโยชน์ได้หรือไม่
วันแต่งงานของเย่จื้อเฟิงกำหนดไว้ว่าเป็นวันก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์ซึ่งเป็นฤกษ์งามยามดีที่ใกล้ที่สุด ครอบครัวของพวกนางไม่ได้มีญาติมากนักจึงเพียงแค่เชิญเพื่อนบ้านและสหายที่สนิทสนม อาทิ ครอบครัวป้าเจียงครอบครัวจินหลัน ครอบครัวป้าหวัง ลุงขาเป๋ผู้โดดเดี่ยว รวมถึงคนรู้จักอื่นๆอีกเล็กน้อย นับรวมแล้วได้ราวยี่สิบกว่าโต๊ะ
ในบรรดาแขกเหรื่อยังมีเถ้าแก่เซียวซึ่งเป็นเจ้าของร้านข้างๆ ไป่เว่ยด้วย ร้านทั้งสองแห่งอยู่ติดกันจึงสนิทสนมกันมานานนับปี เถ้าแก่เซียวชื่นชมเย่จื้อเฟิงเป็นอย่างมากเพราะเขาสามารถดูแลกิจการร้านค้าได้ตั้งแต่เยาว์วัยเขาเคยคิดจะหน้าหนาแนะนำบุตรสาวให้รู้จัก แต่ยังไม่ทันเอ่ยปากเขาก็ได้รับเทียบเชิญมาเสียแล้ว!
“พ่อหนุ่มเย่ ยินดีด้วยนะ” เถ้าแก่เซียวตบบ่าเย่จื้อเฟิงเขายิ้มเสียดายแล้วกล่าวว่า “สงสารลูกสาวของข้ายิ่งนักไม่มีวาสนา นางยังไม่ได้รู้จักกับเจ้าเลย”
เย่จื้อเฟิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจความหมายของเขา จากนั้นก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า“ขอให้บุตรสาวของท่านได้พบคู่ครองที่พึงใจโดยเร็วนะขอรับ เชิญด้านใน”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ขอรับคำอวยพร” เถ้าแก่เซียวประสานมือให้ไม่ได้ถ่วงเวลาชายหนุ่มนานนัก พูดจบก็เดินเข้าไปในเรือนด้วยตนเอง
จินหลันที่พาคนในครอบครัวมาร่วมงานเลี้ยงก็รู้สึกเสียดายเช่นกันเดิมทีนางก็กระตือรือร้นอยากจะถามเรื่องลูกสาวของนาง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยปาก
เช่นนี้ก็ดีแล้วจะได้ไม่ลำบากใจในการคบหาในภายหน้าอีกทั้งเย่จื้อเฟิงก็ยึดมั่นในตัวแม่นางทังเป็นอย่างยิ่งวันนี้นางจึงอยากรู้ว่าเจ้าสาวจะงดงามเพียงใด
มารดาของทังหว่านหรงป่วยหนักมาหลายปีได้แต่พักฟื้นอยู่ในบ้าน เดินเหินไม่สะดวกนางซูจึงรบกวนเติ้งอาหลัวแบกหญิงชราขึ้นรถม้าพาเดินทางมาโดยมีเบาะหนานุ่มรองรับตลอดทาง
หยางหลิ่วที่กำลังครรภ์แก่ยืนกรานว่าจะมาร่วมงานแต่งงานเย่ชิงชิงจึงต้องจัดเก้าอี้ไว้ให้มุมหนึ่ง ให้นางนั่งพักคนเดียวเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกชนเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจท่ามกลางความวุ่นวายในงาน
เมื่อถึงพิธีคารวะฟ้าดินพี่ชายและพี่สะใภ้สกุลทังนั่งอยู่ด้านหนึ่ง ยังคงทำหน้าบึ้งตึงไม่พอใจส่วนนางซูและหญิงชรานั่งอยู่บนที่นั่งประธาน เห็นพวกเขาก็รู้สึกไม่สบายใจนัก
หากให้กล่าวเรื่องราวได้ถูกกำหนดชัดเจนแล้วพวกนางก็ชดเชยสินสอดให้มากมาย ยังไม่พอใจอีกหรือ? บุตรชายของนางทั้งสูงใหญ่และมีรูปงามนักช่างไม่รู้อะไรเลย! หากสวีอิ่งหลงเป็นคนอย่างเผยรุ่นจือก็แล้วไปอย่างแต่เขากลับเทียบไม่ได้กับจื้อเฟิงเลยแม้แต่น้อย เหตุใดจึงยังคิดถึงเขาอยู่ได้!
หากไม่ใช่เพราะจื้อเฟิงหมายปองทังหว่านหรงนางก็ไม่มีวันอยากได้ญาติเช่นนี้!นางซูรู้สึกว่าพี่ชายและพี่สะใภ้สกุลทังนั้นช่างโง่เขลา หลังจากเป็นญาติกันแล้วก็คงต้องอยู่ห่างๆ พวกเขาไว้
เย่ชิงชิงที่อยู่ข้างๆเห็นมุมปากของมารดาคว่ำลงเล็กน้อย ก็รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่เดิมทีนางชื่นชอบทังหว่านหรงมาก แต่หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายนี้ความพึงพอใจคงลดฮวบฮาบ
ทว่านางซูไม่ใช่คนใจร้ายกระด้าง นางย่อมไม่สร้างความลำบากให้แก่ทังหว่านหรงเกินไปนัก
งานแต่งงานครั้งนี้คึกคักเป็นอย่างยิ่งเผยรุ่นจือ เกาเฟิง และหูหลิ่วหมิง ล้วนมาร่วมงานด้วยแม้จะไม่ได้สนิทสนมกับเย่จื้อเฟิงมากนัก แต่การมาปรากฏตัวก็ถือเป็นการให้พร
คนในครอบครัวมีน้อยเย่ชิงชิงจึงต้องวิ่งวุ่นดูแลทั้งในและนอกบ้าน ที่นี่น้ำชาหมด ที่นั่นเหล้าหมดเรื่องจุกจิกมากมาย สาวใช้สองคนไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง ยิ่งไปกว่านั้นเด็กน้อยมากมายก็วิ่งเล่นอลหม่าน สร้างความวุ่นวายไม่หยุดหย่อน
โชคดีที่งานเลี้ยงไม่มีข้อผิดพลาดใดๆคารวะฟ้าดินเข้าห้องหออย่างสมบูรณ์แบบ ผู้คนที่อยู่ข้างนอกดื่มกินอย่างครื้นเครงก่อนจะกลับบ้านไปอย่างมีความสุข
เมื่อส่งแขกเย่ชิงชิงยิ้มขอโทษเผยรุ่นจือและเกาเฟิง “วันนี้คนเยอะมากไม่ได้ดูแลพวกท่านเลย คงไม่เบื่อใช่หรือไม่?”
“มีเหล้ามีอาหารพร้อม จะเบื่อได้อย่างไร?” เผยรุ่นจือยิ้มแล้วถาม“อาการบาดเจ็บที่ขาหายแล้วหรือ?”
เย่ชิงชิงยังไม่ทันตอบเกาเฟิงก็เลิกคิ้วขึ้นแล้วกล่าวว่า “นางผู้นี้ผิวหนังหยาบกร้านอีกทั้งข้ายังซื้อยาให้ คงหายดีแล้วแหละ!”
“โอ้?” เผยรุ่นจือเหลือบมองเย่ชิงชิงแล้วหันไปมองเกาเฟิง “ท่านรู้ได้อย่างไรว่านางผิวหนังหยาบกร้าน?”
เกาเฟิงแค่นเสียง“เด็กสาวชาวบ้านก็ทนทานกันทั้งนั้น ท่านไม่รู้หรือ?”
แต่ก็มีข้อยกเว้นเผยรุ่นจือทอดสายตาลงแล้วยิ้มไม่พูดอะไร
“แค่ก แค่ก” เย่ชิงชิงกระแอมไอแล้วผายมือออกไปทางประตู “ขอบคุณท่านทั้งสองที่ห่วงใยเชิญกลับโดยสวัสดิภาพ”
การแต่งงานของเย่จื้อเฟิงนับเป็นงานใหญ่ที่คึกคักในหมู่บ้านเถียนซินมีผู้คนนับร้อย ไม่ว่าจะหนุ่มสาวหรือผู้ชรามาร่วมแสดงความยินดีแสดงให้เห็นว่าครอบครัวของพวกเขามีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีในหมู่บ้าน แต่ถึงกระนั้นครอบครัวสกุลเย่ก็ยังคงไม่รู้ไม่เห็น ไม่มาสักคน
เย่เจียอวี้หากยังมีความรู้สึกถึงความผูกพันในฐานะพ่อลูกเพียงเล็กน้อยก็ควรจะมาดูบุตรชายแต่งงานสักครั้ง แต่เขากลับไม่มานอกจากครั้งแรกที่พยายามตีสนิทกับเย่ชิงชิงแล้ว ก็ไม่มีการติดต่อใดๆอีกเลยนับแต่นั้น