“ ด็อกเตอร์ บอกมาเถอะ ยาอีกหลอดคุณเก็บมันเอาไว้ที่ไหน ”
รอบตัวของด็อกเตอร์ที่ถูกมัดร่างเอาไว้กับเก้าอี้เต็มไปด้วยชายสวมชุดดำ าแจากะุปืนได้รับการรักษาแล้วเหลือเพียงแค่พักฟื้นเท่านั้น
ชายชุดดำจำเป็ต้องสอบปากคำด็อกเตอร์เนื่องจากว่าทำงานล้มเหลว ในกระเป๋าหนังควรจะมียา 5 หลอด พวกมันนำกลับมาได้เพียง 4 หลอดเท่านั้น ตลอดเส้นทางการหนีของด็อกเตอร์พวกมันพยายามตรวจสอบทุก่เวลาจนมั่นใจว่าด็อกเตอร์ไม่ได้โยนยาทิ้งไป ในจุดที่ยิงด็อกเตอร์จนยาหล่นออกจากกระเป๋าได้รับการตรวจสอบก่อนจะพาด็อกเตอร์กลับมาแล้ว พวกมันจึงมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ทำงานพลาด
ด็อกเตอร์ทำเพียงหัวเราะไม่คิดบอกอีกฝ่าย เขาไม่รู้เหมือนกันว่ายาขวดที่ 5 หายไปไหนแต่ก็ไม่ยอมบอกความจริงเพื่อให้อีกฝ่ายคิดว่าเขาเก็บซ่อนมันเอาไว้ในที่ลับตา โดยหวังว่ายาโดสสุดท้ายจะหล่นหายที่ไหนสักแห่งไม่มีใครพบ
“ ด็อกเตอร์ แม้ว่าเราจะไม่สามารถฆ่าคุณได้เพราะเบื้องบนยัง้าความรู้ของคุณ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะทรมานคุณไม่ได้ ขอแค่เราไม่ทำให้คุณสูญเสียอวัยวะใดเพียงเท่านี้พวกเขาก็จะไม่เล่นงานพวกเราแล้ว ”
หัวหน้าชายชุดดำนำเข็มฉีดยาออกมากระบอกหนึ่ง ภายในหลอดฉีดยามีของเหลวที่เป็พิษต่อระบบประสาท มันสามารถสร้างความเ็ปไปทั่วร่างโดยที่เป้าหมายไม่เสียสติ
ด็อกเตอร์กลับไม่คิดกลัวสารพิษเลยสักนิด เขาทำเพียงยิ้มแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายฉีดยาเข้าสู่ต้นคอของตนเอง ต่อให้เขาจะรู้ว่าตนจะเ็ปทรมานอย่างถึงที่สุด เขากลับไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย
“ หัวหน้าเราจะทำยังไงต่อ ”
“ ส่งคนออกไปตรวจสอบเส้นทางไล่ล่า หาให้เจอเผื่อมันจะหล่นระหว่างทาง อย่าลืมส่งคนไปตรวจสอบรถขยะทุกคันที่ทำงานใน่เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้วก็ ส่งคนไปดูจุดที่เรายิงด็อกเตอร์ ไม่แน่มันอาจจะหล่นอยู่แถวๆนั้น”
ในจุดที่ด็อกเตอร์ถูกยิงสกัดนับว่ามืดเป็อย่างมาก ริมแม่น้ำหลอดไฟเสียใช้งานไม่ได้ ไฟฉายของพวกมันอาจจะส่องพลาดจุดเล็กๆไปจึงต้องส่งคนไปตรวจสอบใหม่อีกครั้งหนึ่ง
---------------------------------------------------------------
ชายหนุ่มสวมกางเกงยีนส์ชะโงกหน้าผ่านรูบนกำแพงเข้าไปในตัวบ้าน ประตูด้านหน้ายังคงปิดสนิทยืนยันได้ว่าน้องสาวยังไม่ตื่นนอน เขาจึงค่อยๆเปิดประตูรั้วบ้านช้าๆหวังจะกลับเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วแกล้งทำเป็นอนพักผ่อนอยู่ภายในห้องั้แ่เมื่อคืน กระทั่งเปิดประตูรั้วได้แล้วเขาจึงค่อยๆย่องไปยังประตูบ้านแล้วไขกุญแจเข้าไปช้าๆอย่างเบามือกลัวว่าคนที่อยู่ข้างในจะใ
เสียงลูกบิดดังขึ้นเบาๆ มือข้างขวาค่อยๆดึงประตูออกมาช้าๆเพื่อไม่ให้เกิดเสียง เพียงแต่ว่าชายที่กำลังเปิดประตูกลับได้ยินเสียงหายใจของใครบางคนด้านหลังประตู เขาไม่ควรได้ยินเสียงหายใจของคนอื่นชัดเจนมากขนาดนี้ เมื่อคิดว่ามันอาจจะเป็ผลจากการดื่มเมื่อคืนจึงหยุดความคิดมากมายก่อนเพราะตอนนี้น้องสาวของเขากำลังยืนค้ำสะเอวทำหน้าโกรธรอดุเขาที่กลับมา่เช้า
“ ไอ้พี่บ้า ทำไมไม่กลับพรุ่งนี้เลยละฮะ! ”
โยฮันยกมือปิดหูทั้งสองข้างเอาไว้ วันนี้เขาไม่ชินกับเสียงของน้องสาว ทั้งที่ถูกบ่นทุกวัน น้ำเสียงที่น้องสาวเอ่ยออกมาเมื่อครู่นั้นกลับดังเป็พิเศษจนเขาเกิดอาการงุนงงไปชั่วขณะ
“ ใจเย็นๆก่อนแอลลี่ เธอจะฆ่าฉันหรือยังไงกัน ว่าแต่พ่อกลับมาบ้านหรือยัง”
“ ยังจะมาเปลี่ยนเื่อีก รู้ไหมว่าหนูเกือบจะโทรเรียกตำรวจแล้ว ส่วนพ่อยังไม่กลับ หนูถามแล้วพ่อบอกว่ายังไม่รู้ว่าจะได้หยุดวันไหน ”
“ โอเค วันนี้เธอไม่ไปกวดวิชาใช่ไหม ”
“ ไม่ วันอาทิตย์พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ”
โยฮันขยี้ผมน้องสาวด้วยความเอ็นดูแล้วเดินไปยังห้องตนเอง อีกฝ่ายที่รอพี่ชายกลับมาทั้งคืนจึงเดินกลับขึ้นห้องเพื่อพักผ่อนแม้จะโกรธพี่ชายก็ตาม โยฮันเห็นท่าทางน้องสาวเขาจึงยิ้ม วันนี้เขาไม่คิดบังคับน้องสาวในวันอาทิตย์แม้อีกไม่กี่เดือนจะสอบแล้วก็ตาม เด็ก ม.6 ควรจะมีวันพักสมองบ้างเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดมากเกินไป
เมื่อมาถึงห้องโยฮันได้ถอดเสื้อของบริษัทออกแล้วมองดูร่างกายตนเองให้ชัดเจนว่ามีสิ่งผิดปกติใดๆเกิดขึ้นหรือเปล่า กล้ามเนื้อของเขายังคงเล็กเหมือนเดิม หน้าท้องมีพุงเล็กๆไม่ใหญ่ไร้กล้ามหน้าท้อง แขนทั้งสองไร้กล้ามส่วนมากเป็ก้อนเนื้อนุ่มๆจากการไม่ออกกำลังกายทั้งๆที่เขาวิ่งได้เร็วมากเมื่อเช้าร่างกายกลับยังคงปกติผิดจากความเร็วที่ทำได้
หลังจากหมุนรอบตัวเขาไม่พบรอยฟกช้ำหรือรอยถลอกใดๆ ยืนยันได้ว่าเมื่อคืนไม่ได้เมาจนเดินชนสิ่งที่ขวางทาง
“ แล้วความรู้สึกกระปี้กระเป่านี้มันมาได้ยังไงกัน หรือว่ารุ่นพี่จะพาไปกินยาชูกำลังมากันนะ ”
โยฮันเปิดดูโทรศัพท์ รุ่นพี่ได้ส่งข้อความมาหาเขา่เที่ยงคืนสอบถามว่าเขาถึงบ้านหรือยัง โยฮันจึงตอบอีกฝ่ายเผื่อจะเป็ห่วงแล้วเลื่อนดูรูปถ่ายที่รุ่นพี่ที่ทำงานโพสต์เมื่อคืนที่ผ่านมา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมดบนโต๊ะเขารู้จัก ไม่มีชนิดใดที่เขาไม่เคยดื่มมาก่อน เมื่อมองหายาชูกำลังหรือวัตถุแปลกปลอมบนโต๊ะปรากฎว่ามันไม่มี
“ ไปกินอะไรผิดสำแดงหลังจากเมาไม่ได้สติหรือเปล่านะ ”
สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเผื่อจะมีบิลราคาของที่ซื้อระหว่างเมา ภายในกระเป๋าเสื้อไม่มีกระดาษเลยสักแผ่นจึงล้วงกระเป๋ากางเกงพบว่าด้านขวามีกระเป๋าสตางค์เพียงแต่ว่าข้างซ้ายที่ใส่โทรศัพท์กลับมีบางอย่าง เขาจึงล้วงออกมาด้วยความสงสัย
ขวดแก้วขนาดเท่าหัวแม่มือไร้ซึ่งสิ่งใดบรรจุอยู่ข้างในสร้างความสงสัยให้โยฮัน เขาไม่เคยพกขวดชนิดนี้มาก่อน หากเป็ไปได้มันควรจะถูกใช้ภายในโรงพยาบาล บริเวณปากขวดที่ควรจะมีฝาหายไป ด้านข้างขวดแก้วมีการติดกระดาษแผ่นเล็กมากๆเอาไว้ บนกระดาษมีหมึกสีดำเขียนอักษรบางอย่างไม่เข้าใจ ด้านหน้าเป็อักษรภาษาอังกฤษ ด้านหลังเป็ตัวเลขจัดเรียงยาวถึง 5 ตัว
“ ของพ่อหรือเปล่านะ ”
ความสงสัยเผยบนใบหน้าของโยฮัน เขาคิดว่าพ่ออาจจะเป็เ้าของขวดแก้วในมือ เนื่องจากว่างานของพ่อที่ทำจนดึกดื่นบางอาทิตย์ไม่ยอมกลับบ้านนอนคืองานวิจัยเกี่ยวกับยาทางการแพทย์ เขาจึงเก็บขวดเอาไว้ถามในวันที่พ่อกลับมา ตอนนี้จำเป็ต้องอาบน้ำก่อนเพราะได้กลิ่นเหม็นจากร่างกาย ไม่ว่าจะเป็กลิ่นเยี่ยวที่เปื้อนกางเกงหรือกลิ่นเหม็นของแอลกอฮอล์
“ พี่คะ หนูจะต้มบะหมี่พี่เอาด้วยหรือเปล่า! ”
“ กิน ทำเผื่อด้วยกำลังจะเสร็จแล้ว! ”
โยฮันรีบอาบน้ำแล้ววิ่งไปยังห้องครัวหลังจากสวมใส่เสื้อผ้า เมื่อมาถึงเขาพบว่าบนโต๊ะมีบะหมี่ถ้วยพร้อมทานวางอยู่จึงเข้าไปดมกลิ่นพลางมองหาน้องสาว ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะกลับขึ้นห้องไปแล้วเขาจึงลงมือทานส่วนของตน
“ แอลลี่ พี่ว่าจะไปจับกุ้งนะ ”
“ จะไปอีกแล้วเหรอ ไม่ใช่ว่ายังเมาค้างอยู่หรือไง! ” เสียงร้องดังมาจากชั้นสอง โยฮันจึงตรวจสอบตนเองอีกครั้งพบว่าเขาสามารถดำน้ำได้ อาการเมาค้างหายไปนับว่าเป็เื่แปลกไม่น้อย
“ ไม่ได้กินเยอะ เมื่อคืนนั่งเฝ้ารุ่นพี่ที่ทำงานแล้วหลับไป ”
“ ถ้าอย่างนั้นก็ระวังด้วย อย่ากลับมาค่ำอีกหนูี้เีโทรหา ”
“ จ้าจ้า ”
รอยยิ้มเผยบนใบหน้าโยฮัน เขาจึงเดินไปยังหลังบ้านหยิบชุดดำน้ำและถุงตาข่ายสำหรับใส่กุ้ง แม้เขาจะกลายเป็พนักงานเงินเดือนที่บรรจุในตำแหน่งวิศวกรไฟฟ้าแล้วก็ตาม เขากลับยังหาเงินอีกทางด้วยการดำน้ำจับกุ้งแม่น้ำไปขายอีกช่องทาง แม้จะไม่ได้หวังเงินกับมันมากนักเพราะทำเป็งานอดิเรก เพียงแต่ว่าบางครั้งเขาจับได้เยอะเป็พิเศษจึงต้องนำไปขายให้กับแม่ค้าในตลาด
หลังจากขึ้นขี่จักรยานไฟฟ้าเขาก็ขับรถออกไปทางหน้าบ้านมุ่งหน้าสู่ทิศเหนือในจุดที่มีนักตกปลารวมกลุ่มกันอยู่หลายสิบคน
“ พี่ทอม เป็ไงบ้างวันนี้ ได้สักตัวหรือยัง ! ”
ชายย้อมผมสีทองสวมแว่นตาดำมองไปบนสะพาน คนที่เรียกชื่อเขาคือโยฮันที่มักทักทายอยู่บ่อยครั้ง
“ โยฮันเหรอ วันนี้ยังไม่ได้สักตัวเลย ไม่รู้มันหายไปไหนหมด แล้วนั่นจะลงไปจับกุ้งอีกแล้วเหรอ ”
“ ใช่แล้วพี่ ผมไปก่อน แดดแรงกว่านี้คงไม่ไหว ”
โยฮันมองลงไปจากสะพานข้ามแม่น้ำ ฝั่งทางทิศใต้เต็มไปด้วยนักตกหลายสิบคนกำลังนั่งเฝ้าเบ็ดตกปลา เขาไม่สามารถดำน้ำทางฝั่งนี้ได้เพราะน้ำลึกเกินไปจึงต้องข้ามสะพานไปยังอีกฝั่งที่อยู่ทิศเหนือ อีกสาเหตุที่เขาไม่สามารถดำน้ำทางฝั่งทิศใต้ที่มีคนตกปลาได้ก็เพราะมีกฎตั้งเอาไว้เพื่อความปลอดภัย นอกจากจะมีคนตกปลาแล้วยังมีคนยิงปลารอยิงจากบนฝั่งและบนสะพาน เขาจึงต้องข้ามสะพานไปอีกฝั่งที่เปิดให้คนลงไปจับกุ้งหอยปูปลา
รถจักรยานไฟฟ้าจอดเอาไว้บนฝั่งแล้ววางโทรศัพท์เอาไว้ใต้เบาะ ก่อนจะเดินไปยังบันไดหินทอดยาวลงไปในแม่น้ำ รอบๆตลิ่งระดับน้ำไม่ลึกมาก เขาสามารถดำน้ำจับกุ้งมือเปล่าได้โดยไม่ยากนัก เพียงแต่ว่าต้องรักษาระยะห่างจากตลิ่งเอาไว้ ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดสถานการณ์ถูกน้ำพัดออกไปจากฝั่งจนถูกเรือพุ่งชน
หลังจากทำสมาธิโยฮันก็เริ่มก้าวเท้าลงไปในน้ำพร้อมถุงตาข่าย ชุดของเขาไม่มีสิ่งใดมากมีเพียงชุดว่ายน้ำและแว่นตาดำน้ำที่ช่วยให้มองเห็นใต้น้ำได้เท่านั้น เมื่อทำสมาธิจนพร้อมเขาก็เริ่มดำลงไปใต้น้ำไม่ลึกมากเพื่อปรับอุณหภูมิของร่างกาย จนมั่นใจว่าสามารถดำน้ำลึกไม่เกิน 2 เมตรได้แล้วจึงเริ่มดำน้ำเลียบไปตามตลิ่งพลางใช้สองมือกวาดไปตามกิ่งไม้ใต้เท้าเพื่อหากุ้ง
“ พึ่งลงมาก็เจอเลย แกนี่โชคร้ายจริงๆนะ ”
โยฮันพูดกับตนเอง เขารู้สึกสงสารกุ้งแม่น้ำ ขนาดตัวของมันใหญ่กว่าหัวแม่เท้าไม่มาก ไซส์ของมันจัดอยู่ในหมวด 7 ตัว 1 กิโลกรัม เมื่อนำกุ้งตัวแรกใส่ลงไปในถุงตาข่ายเขาก็เริ่มดำน้ำต่อไปด้วยการใช้มือลูบคลำไปตามกิ่งไม้ด้านล่าง กระทั่งเจอกุ้งอีกตัวจึงรีบคว้าจับมันแล้วยัดลงไปในถุง
หลังจากพบว่าตนยังกลั้นหายใจได้อีกจึงดำน้ำต่อไปจนเจอเข้ากับกุ้ง กระทั่งโยฮันรู้สึกว่าตนจำเป็ต้องขึ้นไปสูดอากาศหายใจ้าจึงค่อยๆว่ายน้ำขึ้นไป
“ หืม ไม่น่ามาไกลขนาดนี้สิ ”
ความรู้สึกใเผยบนใบหน้าของโยฮัน ในหนึ่งลมหายใจที่ดำน้ำเขาจะใช้เวลาราว 1 นาที ระยะทางในการดำน้ำจะอยู่ราว 1 - 2 เมตรขึ้นอยู่กับสิ่งกีดขวางริมตลิ่ง
การดำน้ำครั้งนี้กลับต่างออกไป ระยะทางที่เขาลอยตัวห่างจากจุดที่จอดรถจักรยานไฟฟ้าราว 10 - 12 เมตร เมื่อยกถุงตาข่ายขึ้นมาดูจำนวนกุ้งเขาก็ใเช่นกัน เพียงดำน้ำ 1 ครั้งกลับสามารถจับกุ้งได้มากถึง 10 ตัวซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เื่ที่เกิดขึ้นนับว่าแปลกมาก ทั้งจำนวนกุ้งและระยะทางการดำน้ำ โยฮันคิดว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับความแปลกของร่างกาย นอกจากเขาจะวิ่งได้เร็วแล้วอาจจะดำน้ำได้เป็เวลานาน เพื่อพิสูจน์ว่าตนกลั้นหายใจได้นานขึ้นโดยไม่ได้คิดไปเอง โยฮันจึงจับไปยังนาฬิกาข้อมือกันน้ำแล้วตั้งเวลา จากนั้นก็เริ่มดำลงสู่ใต้น้ำอีกครั้งหนึ่ง.