
เบญจาขี่รถมอเตอร์ไซค์จนถึงสถานีอนามัยแล้วก็นั่งรอหมอที่ตรวจเพื่อรับทราบอาการกว่าทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยและได้กลับก็เล่นเอาเหนื่อยข้าวปลาก็ยังไม่ได้กิน
“ครูมาคนเดียวเหรอ”
“ค่ะพอดีไม่มีใครอยู่เลยครูป้อมไม่ว่างขอเบอร์ติดต่อได้ไหมคะเผื่อฉุกเฉิน แต่ที่โรงเรียนสัญญาณไม่ค่อยดี”
“กลางป่าแค่โทรติดก็ดีแล้วครู” คุณหมอประจำสถานีอนามัยยิ้มพร้อมกดเบอร์ของตนใส่เครื่องของเบญจา
“กลับนะคะ ฉีดยาแล้วคงไม่ค่อยปวด”
“ขี่ดีๆครับๆอีกสองเดือนหมอจะไปตรวจฟันเด็กๆที่นั่น”
“ค่ะ” เบญจายิ้มแล้วก็พาเด็กสองคนขี่รถกลับทางเดิมแต่แสงแดดค่อนข้างแรงจัดทำให้ร่างอรชรแทบจะหมดแรงเพราะยังไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่เที่ยง
“ครูรถยางรั่วค่ะ”
“จริงด้วยอีกไกลกว่าจะถึงสุดาไหวไหมครูต้องจูงรถกลับล่ะ”
“ไหวค่ะ”เด็กหญิงนั่งบนรถส่วนเพื่อนกับครูเดินจูงรถไปเรื่อยๆและหวังว่าจะเจอชาวบ้านผ่านไปมาจะได้ขอความช่วยเหลือได้
ทางด้านของสร้อยทิพย์กับพลาธิปก็เดินอยู่บริเวณนั้นร่วมชั่วโมงก่อนจะเดินสำรวจไปอีกด้านซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุราวๆหนึ่งกิโลเมื่อเสบียงหมดสร้อยทิพย์ก็เลยชวนพลาธิปกลับ
“น้ำหมดกลับเถอะพี่ เดี๋ยวค่อยมาใหม่ดีกว่าเอาของกินมาเยอะๆจะได้ไม่หิว”
“สร้อยหยุดอีกวันไหน”
“ก็มีพักร้อนเหลืออยู่หลายวันเอาไว้พี่สะดวกมาสร้อยจะลาพักร้อนค่ะพรุ่งนี้สร้อยต้องทำงานแล้วกลับดีกว่าเดี๋ยวนอนระบมขาแน่ๆเลยคืนนี้”
“อีกห้าวันได้ไหมพี่อยากมาอีก”
“ได้สิ” สร้อยทิพย์ยิ้มแล้วก็เดินกลับทางเดิมกว่าจะหลุดออกมาถึงที่ซ่อนรถไว้ก็เกือบร่วมชั่วโมงแต่ทั้งคู่ก็ต้องแอบซุ่มที่พุ่มไม้เมื่อเสียงเด็กดังขึ้นใกล้ๆ
“ครูหนูปวดขาค่ะ”
“ครูก็ปวดนั่งก่อน”
“จำได้แล้วที่เราเห็นตอนมาไง สงสัยครูที่โรงเรียนในป่าเห็นว่ามีโรงเรียนเล็กๆอยู่สอนเด็กเล็กในหมู่บ้าน”
“รถเขาเสีย เราต้องไปส่งเขา”
“ว่าแต่พี่ไม่กลัวคนเห็นหน้าเหรอ”
“สร้อยมีผ้าปิดหน้านี่เอามาให้พี่ปิดหน้าแล้วสวมหมวกทับ”
“งั้นสร้อยใส่หมวกแก๊ปละกัน”สร้อยทิพย์เอาผ้าปิดหน้าที่ใช้เวลาเข้าสวนยื่นให้เขาพร้อมกับหมวกอีกใบ
“ครูมีคนเดินมา” สุดารีบบอกครูด้วยความตื่นเต้น
“ให้ช่วยไหม” สร้อยทิพย์เอ่ยขึ้น
“คือเราต้องไปโรงเรียนแต่รถยางรั่วค่ะ”
“เอาไงดีพี่” สร้อยทิพย์หันไปถามเขา
“พวกคุณมาทำอะไรแถวนี้”เบญจาถามพร้อมกับมองหน้าพลาธิปที่เอาผ้าปิดหน้าจนเห็นแต่ลูกตา
“มาหาของป่า เห็ด หน่อไม้แต่ไม่มีเลย”
“หน้านี้ไม่มีหรอกค่ะ”
“โรงเรียนไกลไหม” สร้อยทิพย์ถาม
“จากตรงนี้สามกิโลได้ค่ะทางแบบนี้ล่ะแต่ก็เข้าไปได้”
“งั้นพี่อยู่ที่นี่นะสร้อยไปส่งเขาแล้วจะให้เขาหารถมาส่งสร้อย”สร้อยทิพย์หันไปพูดกับพลาธิปด้วยน้ำเสียงอันเบา
“อือ”
“คุณมีรถมาส่งฉันไหมเพราะต้องมาส่งฉันตรงนี้”
“คุณชื่อสร้อยเหรอ รถน่าจะมีค่ะต้องไปยืมชาวบ้านพอดีฉันปั่นจักรยานมาสอนเด็กๆไม่มีรถ”
“มาอัดไปหมดนี่ล่ะไปได้อยู่แล้ว”
“เสียงคุณเหมือนคุ้นๆนะ”เบญจาถามแล้วก็นิ่งไปพร้อมกับเอามือดึงผ้าปิดหน้าให้มิดชิดเพราะไม่อยากให้เห็นรอยแผลที่แก้ม
“ขี่ดีๆนะ”พลาธิปพูดแล้วก็มองตามหลังสร้อยทิพย์
‘ผู้ชายคนนั้นเสียงคุ้นจังผู้หญิงคนนี้ก็เสียงคุ้นเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ’
เบญจาวานชาวบ้านให้ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาส่งสร้อยทิพย์ที่เดิมและก็พ่วงรถที่ยางรั่วกลับส่วนพลาธิปมองตามหลังด้วยความสงสัยเพราะรู้สึกคุ้นน้ำเสียงหญิงสาวคนนั้นมาก
“พี่รู้สึกคุ้นเสียงเขา”
“สร้อยเฉยๆนะ กลับเถอะสร้อยหิวล่ะ”
“ไปสิ”ทั้งคู่ขี่รถกลับไปยังหมู่บ้านและก็แยกกันเข้าบ้านเพราะสร้อยทิพย์จะระวังตัวมากเวลาต้องออกมาเจอกับพลาธิปเพราะกลัวจะมีใครเห็นแล้วสงสัยเื่ราวจะบานปลายไปกันใหญ่ในขณะที่พลาธิปยังคงสงสัยเื่ครูสาวคนนั้นเขาอยากไปที่โรงเรียนแห่งนั้นและเจอคนแถวนั้นเผื่อจะมีใครได้เบาะแสของบุญชญาบ้างเพราะเขามีความหวังว่าเด็กสาวคงโชคดีเหมือนเขาแต่หากจะชวนสร้อยทิพย์ไปคงต้องวันหยุดพลาธิปมองซ้ายขวาเมื่อสร้อยทิพย์ปิดบ้านเงียบซึ่งคาดว่าน่าจะหลับไปแล้วเพราะคงเพลียเขาเลยแอบจูงรถมอเตอร์ไซค์ไปที่สวนหลังบ้านจนออกไปพ้นบริเวณบ้านแล้วรีบขี่ออกไปยังเหวที่เพิ่งกลับมาเขาจำทางได้แม่นเพราะถนนเล็กๆนั้นมีแค่เส้นทางเดียวซึ่งคาดว่าชาวบ้านคงมีกำลังทำทางเล็กๆได้เพียงแค่นี้
“โอ๊ะ!” เขาร้องลั่นเมื่อยางรถแบนทั้งที่เหลืออีกราวๆหนึ่งกิโลจะถึงเหวอยู่แล้วหนทางเดียวจะกลับบ้านได้คือต้องหาที่ปะยาง
“หมู่บ้านนั้นอยู่ห่างจากเหวสามกิโลผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่นั่นแน่นอน ฉันแค่อยากเห็นหน้าเธอชัดๆ”เขาพูดกับตัวเองแล้วเดินไปเรื่อยๆเพราะเท่าที่ฟังสร้อยทิพย์บอกหมู่บ้านกลางป่าแค่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปสุดถนนเล็กๆเส้นนี้ก็ถึงพอดีแต่ตอนนี้เขาคงได้แค่จูงรถมอเตอร์ไซค์ไปเรื่อยๆ
ตะวันคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ ร่างสูงโปร่งเดินไปจนถึงจุดหมายเขาแทบหมดแรงมองหาบ้านคนเพื่อขอน้ำดื่ม
“มาหาใครไม่เคยเห็นหน้าเลย”เสียงผู้ชายสูงวัยเอ่ยถาม
“รถยางแบน ลุงที่นี่มีใครรับปะยางไหม”
“ไหน”ชายสูงวัยมองยางรถแล้วก็เดินไปหยิบกล่องบางอย่างมา
“ลุงเป็ช่างเหรอครับ”
“เออ แก่ขนาดนี้จะทำอะไรได้นอกจากปะยางรถจักรยานบ้างมอเตอร์ไซค์บ้างนิดๆหน่อยๆทำมาเกือบยี่สิบปีล่ะ”
“ครับผมช่วยนะครับ”
“เออดีปกติไม่ค่อยมีคนมาให้ปะยางหรอกนะมีแต่ปะยางรถจักรยานให้ลูกๆหลานๆ”
“ลุงที่นี่มีโรงเรียนเหรอ แล้วมีครูกี่คน”
“สามคน หญิงหนึ่ง ชายสอง”
“ผมอยากเจอครูที่สอนเด็กๆเป็ผู้หญิง”
“ลืมไปว่าเขาลาออกไปแล้วที่สอนตอนนี้เป็ครูชั่วคราวมั้งพ่อแม่เขารับราชการเพิ่งเรียนจบเลยไปช่วยสอนเด็กๆ”
“ครับว่าแต่บ้านอยู่ตรงไหน”
“เขาไม่ใช่คนแถวนี้หรอกมาอยู่ได้สิบปีมั้งย้ายมารับราชการและมาซื้อที่ดินที่นี่ไว้ตอนแรกมาอยู่กับเพื่อนที่ทำงานป่าไม้อะไรนี่ล่ะไปๆมาๆชอบเลยปลูกบ้านอยู่ยาวเลยส่วนลูกคนนี้ก็ไม่รู้นะจู่ๆก็โผล่มาสงสัยคงฝากพ่อแม่เลี้ยงเพิ่งมาอยู่ได้สี่ห้าปีนี่ล่ะ”
“เหรอครับลุงพอดีผมจะให้น้องสาวมาช่วยสอนเด็กๆเป็ผู้ช่วยก็ได้น้องว่างงานเพิ่งจบ”
“พรุ่งนี้ไปหาครูที่โรงเรียนเลยถ้าไม่เอาค่าจ้างเขารับแน่นอน”
“ครับ ว่าแต่ลุงชื่ออะไรนะ”
“ผา”
“ผมชื่อธูป”
“เออชื่อแปลกว่าธูปเทียนเหรอวะว่าแต่ตกลงจะไปไหนมืดแล้วนะ”
“ตอนแรกว่าจะหาครูผู้หญิงคนนั้นจะคุยเื่ให้น้องมาช่วยสอนแต่มืดแล้วผมคงต้องกลับก่อน”
“พ่อหนุ่มคงไม่ทันล่ะดูสิลมพายุมาล่ะเอ็งไปมีหวังได้นอนในป่าแน่นอนอยู่รอก่อนค่อยกลับไหมล่ะลุงอยู่คนเดียวลูกหลานไปเที่ยวกันหมดไปสองวัน”
“ครับผมก็กลัวเหมือนกัน”
“หน้าเอ็งไปโดนใครต่อ่ยมาหน้าแหกเป็แผลเลย”
“เป็ั้แ่เด็กครับ”
“ลุงมีข้าวและแกงผักหวานป่าอยู่ไปหากินเองนะที่นี่มีร้านค้าแต่เขาไม่ค่อยมีอะไรขายหรอกมีแต่พวกของจำเป็เท่านั้น”
“แค่มีถนนมีไฟฟ้าเข้าถึงก็ดีแล้วครับอยู่ลึกมาก”
“เมื่อก่อนไม่มีลำบากพอดีพวกป่าไม้เขามาสำรวจทำเื่ไปให้ตั้งหลายปีกว่าจะได้ไฟเขาดีมากเลยเห็นว่าตอนนี้ได้ดิบได้ดีไปทำงานในตัวจังหวัดแต่ลูกชายก็ได้เืพ่อแรงมาอยู่ในป่าเหมือนพ่อสมัยหนุ่มๆเลย”
“พวกกรมป่าไม้เหรอครับ”
“ใช่ลุงจำชื่อไม่ได้แต่จำหน้าได้คนดีทำงานดีซื่อสัตย์ก็ควรได้รับผลตอบแทนนะลุงชื่นชมเขาจริงๆ”
“ครับ เอ่อเคยได้ยินเื่เด็กขับรถตกเหวไหมห้าปีก่อน”
“เคยสิก็ได้พวกป่าไม้นั่นล่ะช่วยถางทางกับชาวบ้านทำทางั้แ่เกิดเื่ตามหาอยู่เป็ปีไร้ร่องรอยสองคนเลยนะที่ว่าหายไป”
“ครับเขาคงมีชีวิตรอดนะลุง”
“เสือคาบไปกินแล้วมั้ง”
“ไม่หรอกลุง”พลาธิปพูดเสียงสั่นเล็กน้อยเพราะในป่ายังไงก็มีเสือมีสัตว์ป่าที่หิวโหยคอยขย้ำเหยื่ออยู่ทุกเมื่อ
“ไอ้ห่าฝนตกล่ะเอ็งนอนนี่ล่ะบ้านลุงมีแค่เสื่อหมอนนอนใต้ถุนบ้านแต่ฝนตกไปนอนที่้าไม่มีใครอยู่นอนตามสบายเลยนะ”
“ไม่กลัวผมเหรอครับ”
“ไม่มีสมบัติอะไรกลัวทำไมวะไปๆ”
“ครับ” พลาธิปเดินไป้าแล้วหันมามองสายฝนที่โหมกระหน่ำหากเขากลับไปคงหาที่หลบไม่ทันแน่นอน
‘พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน ขอแค่ได้เจอหน้าชัดๆ’