คืนเดือนมืดยามสอง
เมืองหน้าด่านเงียบเหงาราวกับซ่อนบางสิ่งอยู่ในเงา
เสียงลมหนาวพัดลอดกำแพงไม้
ทำให้ตะเกียงในลานจวนไหววูบไปมา
ไป๋ซูอินนอนพลิกตัวอยู่บนเตียง
ตั้งใจว่าจะพักหลังจากเหตุการณ์ควันพิษ
แต่สมองกลับตื่นเต็มตา
พรุ่งนี้ศัตรูจะเริ่มลงมือหนักขึ้น…ถ้าตามประวัติศาสตร์เดิมไม่ผิด
เธอกัดริมฝีปาก
เพราะในหนังสือที่เธอเคยอ่าน
ตอนนี้จะเป็่ที่ “ไฟไหม้เสบียง”
นำไปสู่ความหิวโหยในเมือง
และความแตกแยกในกองทัพพลเมือง
แต่ครั้งนี้ ฉันอยู่ที่นี่ ฉันจะไม่ยอมให้ซ้ำรอยเด็ดขาด…!
ทันใดนั้น—
ปัง!!
เสียงะเิเบา ๆ ดังลั่น
ตามด้วยเสียงร้องของคนเวรยามสั่นระรัว
“ไฟไหม้!! ไฟไหม้ที่โรงเก็บเสบียงทิศตะวันออก!!”
ซูอินสะดุ้ง
ดีดตัวขึ้นจากเตียงทันที
หัวใจร่วงลงไปที่ตาตุ่ม
มาแล้ว… ฉากนี้แหละ… ฉากที่องค์ชายสี่เกือบตาย!!
เธอคว้าผ้าคลุม
วิ่งออกจากห้องด้วยเท้าเปล่าแบบไม่คิดชีวิต
1) เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ – นางเอกวิ่งเข้าหากองไฟ
ลมพัดแรง
เปลวไฟสีส้มแดงไต่ขึ้นหลังคาโรงเก็บเสบียง
ควันดำหนาทะลักสู่ท้องฟ้าอย่างน่าสะพรึง
คนในเมืองะโโหวกเหวก
แม่ทัพม่อหยางสั่งทหารอย่างลนลาน
“เร่งเอาน้ำมา! ปิดประตูทางทิศเหนือ ไม่ให้ไฟลามไป!”
ซูอินวิ่งแทรกฝูงคน
แต่ทันทีที่เธอเห็นสถานที่เกิดเหตุ
เธอหน้าซีดทันที
เพราะเธอจำได้แม่นจากหนังสือ—
องค์ชายสี่จะเข้าไปช่วยผู้อพยพที่ติดอยู่ด้านใน แล้วหลังคาพังลง!
ถ้าไม่มีคนช่วยทัน
เขาจะ—
ไม่ ไม่! ฉันไม่ยอมให้จุดเปลี่ยนในหนังสือนั่นเกิดขึ้น!
เธอกัดฟัน วิ่งฝ่าไปหาแม่ทัพม่อหยาง
“ท่านแม่ทัพ!! ห้ามใครเข้าไปในโรงเก็บเสบียงนะเ้าคะ!!!”
ม่อหยางชะงักหัน
“เ้ามาทำอะไรอีก! อันตราย!”
“หลังคาจะพังค่ะ! ไฟไหม้เสบียงเก่าแบบนี้ ไม้จะกรอบเร็วกว่าปกติ!!
ใครเข้าไปจะตายหมด!”
ม่อหยางสะดุ้ง
“เ้ารู้ได้อย่างไร!?”
ซูอินตอบทันที
“หม่อมฉัน… แค่เห็นจากรอยไหม้และลมพัดค่ะ!”
เธอพูดมั่วอย่างแเี
แต่ม่อหยางกลับลังเลจริงจัง
และในวินาทีนั้นเอง—
เสียงทุ้มเย็นของคนที่เธอห่วงที่สุดดังขึ้นด้านหลัง
“ใครจะตาย?”
ซูอินหันไป
องค์ชายสี่ หลี่เหริน เดินฝ่าควันมาพร้อมองครักษ์
ในแสงไฟส้มแดง
เงาของเขาดูสง่า แต่เต็มไปด้วยอันตราย
ใบหน้าคมเข้มสะท้อนแสงเพลิง
ให้บรรยากาศเหมือน “เทพาในคืนเพลิงไหม้” ไม่มีผิด
หัวใจซูอินเต้นแรง
“ฝะ…ฝ่าา
ฮือ… หม่อมฉันขอร้อง อย่าเข้าไปนะเพคะ!”
หลี่เหรินมองนางนิ่ง
แววตาคมวาบด้วยความกังวลที่เขาพยายามปิดไว้
“มีคนติดอยู่ข้างใน
หากข้าไม่เข้าไป… ใครเล่าจะช่วย?”
ซูอินส่ายหน้าแรง
“แต่หลังคาจะ—”
ประโยคนั้นยังไม่ทันจบ
เสียงเด็กชายร้องแหลมดังจากในกองไฟ
“ฮะ…ช่วยด้วย!!!”
ซูอินหน้าเสีย
เด็กนี่แหละ… ในหนังสือเป็ตัวจุดชนวน
การตายของเขาจะทำให้ชาวเมืองเกลียดราชสำนัก
และทำให้ศัตรูปลุกระดมกองกำลังได้ง่ายขึ้น
หลี่เหรินตวัดหน้าไปทางเสียง
“ข้าจะไปช่วย”
แล้วเขาก็พุ่งเข้าไปทันที
2) นางเอกกระโจนตาม – ตอนที่ทุกคนเห็นว่า “นางบ้าไปแล้ว”
“ฝ่าา!! ไม่—!!”
ซูอินร้องสุดเสียง
โดยไม่คิดชีวิต
เธอก็ะโตามเข้าไปในกองไฟ
เสียงคนรอบข้างร้องลั่น
“คุณหนูไป๋!!”
“บ้าแล้วหรือ!”
“กลับมาเดี๋ยวนี้!!”
ม่อหยางถึงกับหน้าถอดสี
“ไป๋ซูอิน!! เ้าอย่า—!!!”
แต่เธอไม่ฟังอะไรทั้งนั้น
เพราะในหัวมีเพียงคำเดียว
ฉันไม่ให้คุณตายนะ หลี่เหริน…
3) ในห้องเสบียง – เปลวเพลิงกับหัวใจสองดวง
ภายในเต็มไปด้วยควัน
ไฟลามบนคานไม้
เสียงไม้แตกดัง เปรี๊ยะ ๆ
ซูอินยกแขนปิดจมูก
ฝ่าเข้าไปเรื่อย ๆ
จนเห็นร่างสูงที่กำลังอุ้มเด็กชายออกมา
หลี่เหรินหันมาเห็นเธอ
ใบหน้าคมเรียงดังขึ้นทันที
“ซูอิน!! เ้าตามเข้ามาทำไม!!!”
ซูอินหน้าเครียด
แต่ดันตอบแบบคอมเมดี้ตามสไตล์เธอ
“ก็…ถ้าฝ่าาตาย ใครจะมาชิมกับข้าวที่หม่อมฉันทำล่ะคะ!”
หลี่เหรินอึ้งไปหนึ่งวินาที
ก่อนที่ควันจะทำให้เขา咳เล็กน้อย
แต่ถึงอย่างนั้น
มุมปากของเขาก็กระตุกขึ้นนิด ๆ
“นี่เ้ากำลังสารภาพว่าห่วงข้าอยู่หรือไม่?”
ซูอินหน้าแดงผ่าว
“มะ…ไม่ใช่สักหน่อย!!”
แต่ยังไม่ทันได้เถียง—
เพล้ง!!
เสียงคานไม้้าแตก
เปลวไฟตกใส่ด้านหลังทั้งคู่
หลี่เหรินใช้แขนอีกข้างดึงซูอินเข้ามากอดทันที
ร่างเธอชนเข้ากับอกแข็งแรงของเขา
กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นควันไฟ
ทำให้หัวใจเต้นแรงแบบควบคุมไม่ได้
หลี่เหรินหลบไฟ
พลางพูดเสียงทุ้มต่ำที่ข้างหูเธอ
“ต่อให้เ้ามาชนข้าให้ตาย
ข้าก็จะไม่ปล่อยให้เ้าตายก่อนข้าแน่”
ซูอินหน้าร้อนวาบ
นี่มันประโยคพระเอกเวอร์ชั่นเต็ม 100% เลยไม่ใช่เหรอคะ!!!
4) หลังคาถล่ม – จุดตัดสินชะตา
เสียงไม้ลั่น ครืดดด…!
หลี่เหรินตวัดตา
เห็นคานใหญ่กำลังร่วงลงมา
เขาอุ้มเด็กชายด้วยแขนซ้าย
และใช้แขนขวาโอบเอวซูอิน
ก่อนพุ่งตัวออกจากใต้คานด้วยความเร็วสูง
แต่ไม่ทัน—
เสี้ยววินาทีนั้น
คานไหม้หล่นลงมาตรงทางออก
หลี่เหรินเอาตัวเองเป็เกราะกำบังซูอินทันที
ปั่ก!!
เสียงกระแทกดังสนั่น
ฝุ่นกับเศษไม้ปลิวคลุ้ง
ซูอินร้อง
“ฝ่าา!!”
แต่ชายตรงหน้า
กอดเธอแน่นกว่าเดิม
หอบหายใจหนัก
แม้จะเจ็บ แต่ไม่ปล่อยมือแม้แต่นิดเดียว
“เ้ายังอยู่หรือไม่…”
ซูอินน้ำตาคลอ
“อยู่ค่ะ! แล้วฝ่าา—”
“ตราบใดที่ข้ายังได้ยินเสียงเ้า…
ข้าก็ยังไม่ตายง่าย ๆ”
5) จุดพีคที่สุด : องค์ชายอุ้มนางออกจากกองเพลิง
เงาควันสีดำลอยคลุ้ง
ไฟไหม้เริ่มลามเข้ามาใกล้
หลี่เหรินกัดฟัน
ลุกขึ้นด้วยแรงทั้งหมดที่เหลือ
แล้วอุ้มซูอินขึ้นเต็มอ้อมแขน
แบบเ้าหญิงทั้งตัว
ซูอินอึ้ง
ใบหน้าแดงเหมือนโดนเผาเสียเอง
“ฝะ…ฝ่าา! วางหม่อมฉันลงก็ได้เ้าค่ะ!”
“ไม่”
เขาตอบทันที
“ครั้งที่แล้วข้าอุ้มเ้าเพราะเ้าสลบ
แต่ครั้งนี้…ข้าอุ้มเ้าเพราะข้า้า”
หัวใจซูอินเต้นจนแทบะเิ
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก!!! ฟีลละครจีนโรแมนติกเต็มสตรีม!!!
หลี่เหรินพุ่งออกจากประตูที่เพิ่งเปิดด้วยแรงทหาร
กองเพลิงด้านหลังลุกโชน
แต่เขากลับกอดนางแน่น
เหมือนเป็สิ่งสำคัญที่สุดในโลก
ทันทีที่ออกมาได้
ทหาระโโล่งใจ
ม่อหยางร้อง
“ฝ่าา!! ซูอิน!! ยังไม่ตาย!!”
แต่ไม่มีใครช็อกเท่าคนทั้งเมือง
ที่เห็นองค์ชายสี่อุ้มหญิงโฉด(?) หน้าดำเขม่าขึ้นจากไฟ
ในท่วงท่าเหมือนฉากรักในนิยาย
6) อ้อมกอดแรก – จุดเริ่มต้นหัวใจ
หลี่เหรินค่อย ๆ วางซูอินลง
แต่มือใหญ่ยังคงประคองหลังเธออยู่
ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันมาก
จนลมหายใจอุ่นปะทะปลายจมูก
ซูอินกระซิบเสียงเบา
“ฝ่าา… หม่อมฉันขอโทษที่ฝ่าาเจ็บเพราะช่วยหม่อมฉัน”
หลี่เหรินมองเธอนิ่ง
แววตาทั้งโกรธ ทั้งห่วง ทั้งอ่อนโยน
“จำไว้”
เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้—
ใกล้จนเธอเห็นแววตาสะท้อนเธอเอง
“ห้ามเสี่ยงชีวิตอีก
เพราะข้าจะไม่ทนเห็นเ้าเจ็บอีกครั้ง”
หัวใจซูอินเต้นจนล้มทั้งยืน
หลี่เหรินยกมือขึ้น
ปัดเขม่าที่แก้มเธออย่างแ่เบา
ท่ามกลางเงาไฟส้มแดง
ฉากนี้โรแมนติกจนคนในเมืองมองตาค้างไปตาม ๆ กัน
7) ท้ายบท – เงามืดมองจากไกล
บนหลังคาที่ลมแรงพัดควันผ่าน
ชายสวมหน้ากากลึกลับคนเดิม
ยืนจ้องเหตุการณ์ทั้งหมด
เขาพึมพำ
“หญิงธรรมดา…กลับกล้ากระโจนเข้าไปในกองไฟเพื่อช่วยองค์ชาย
น่าสนใจจริง ๆ”
อีกเสียงเย็นตอบกลับ
“น่าสนใจจนต้องกำจัดทิ้งเสียก่อนจะ disrupting แผนใหญ่ของเรา”
ชายสวมหน้ากากหัวเราะเบา ๆ
“ยิ่งนางมีความสำคัญต่อองค์ชายมากเท่าไร
ยิ่งทำให้การ ‘ชิงราชบัลลังก์’ สนุกขึ้นมากเท่านั้น…”
หมอกคืนมืดคลุมกองไฟที่กำลังดับ
แต่ความวุ่นวายในเมืองหน้าด่านเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
เพราะคืนนี้
คือคืนที่องค์ชายสี่เริ่มรู้ตัวว่า…
หัวใจของเขา เริ่มไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป