ตอนที่ 6 กลุ่มคณะเรือนหม่านฝู (1)
จ้าวซื่อรู้สึกได้ว่าจู่ๆ ลูกสาวของตัวเองนิสัยเปลี่ยนไป ไม่เอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน นิ่งเงียบราวกับเปลี่ยนเป็อีกคน ทำให้รู้สึกว่าเหมือนกับ...สามี
พอนึกถึงสามีสุดที่รักในใจแล้ว ใบหน้าซีดขาวของจ้าวซื่อก็ค่อยๆ แดงปลั่งขึ้น
กู้เชียนเสวี่ยไม่ได้สนใจการเปลี่ยนแปลงของจ้าวซื่อ ไม่มีเสียงร้องของพวกนกแล้ว ในที่สุดนางก็สามารถคิดไตร่ตรองถึงเื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้อย่างสงบ ค่อยๆ คิดไปทีละขั้นอย่างละเอียด พยายามคิดหาเหตุผลของเื่ทั้งหมด
เมื่อจิตใจสงบลง ความทรงจำของเ้าตัวก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาราวกับน้ำที่โถมทะลัก เพียงแต่มนุษย์นั้นเลือกจำ ทุกครั้งที่ให้ความสนใจเื่ไหนเป็พิเศษ ความทรงจำที่เกี่ยวกับเื่เ่าั้ก็จะยิ่งเยอะตามไปด้วย
และความทรงจำในหัวของกู้เชียนเสวี่ย ส่วนใหญ่ก็จะเป็ ‘เสื้อผ้าชุดไหนสวย ของอะไรอร่อย เครื่องประดับร้านไหนที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เหลาสุรารใดที่รสชาติถูกปาก...เอ่อ ส่วนใหญ่ก็เป็เื่พวกนี้ทั้งนั้น’
แม้แต่เื่พื้นฐานที่สำคัญอย่างเื่ราชวงศ์ พระนามของฮ่องเต้จนไปถึงเหตุการณ์เล็กใหญ่ที่เกิดขึ้นภายในแคว้นก็ไม่มีเลยสักนิด รียกได้ว่าเป็คนที่ไม่เอาอ่าวจริงๆ
ในขณะที่กู้เชียนเสวี่ยกำลังหงุดหงิดอยู่นั้น ในหัวก็มีข้อมูลบางอย่างแวบขึ้นมา
หลังได้รับข้อมูลนั้น เรียกได้ว่าอ้าปากตาค้างเลยทีเดียว!
“ข้าคือคู่หมั้นขององค์รัชทายาทอย่างนั้นหรือ” กู้เชียนเสวี่ยชี้นิ้วใส่จมูกที่งดงามของตัวเอง
“ก็ใช่น่ะสิ” จ้าวซื่อตอบกลับอย่างมั่นใจ
กู้เชียนเสวี่ยรู้สึกว่าแคว้นหนานเย่ว์นี่จะเหนือจินตนาการเกินไปแล้ว “ภรรยาขององค์รัชทายาทก็คือชายาองค์รัชทายาทใช่หรือไม่ ก็ต้องเป็ว่าที่ฮองเฮาไม่ใช่หรือ ฮองเฮาในภายภาคหน้าก็เท่ากับว่าเป็มารดาของแผ่นดินไม่ใช่หรือ หรือว่าจะให้เ้าของร่างเดิม...ไม่ใช่สิ จะให้คนที่ไม่เอาไหนอย่างข้าเป็ฮองเฮาอย่างนั้นหรือ”
จ้าวซื่อไม่รู้สึกยินดีแล้ว “เหลวไหล บิดาของเ้าเป็ถึงเ้ากรมที่สง่าผ่าเผย ท่านตาของเ้าก็เป็ถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดเจิ้นหย่วน ตำแหน่งชายาองค์รัชทายาทนอกจากเ้าแล้ว ยังจะมีใครคู่ควรไปกว่านี้อีกเล่า”
มุมปากของกู้เชียนเสวี่ยกระตุกสองที...จ้าวซื่อนี่คุยโวโอ้อวดไม่เกรงกลัวสิ่งใดเลยจริงๆ ในเมืองหลวงมีเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์น้อยใหญ่อยู่มากมาย จะมีแค่นางคนเดียวที่มีคุณสมบัติได้อย่างไรกัน ไม่ต้องไหนไกล เอาแค่ใกล้ๆ ก็มีแล้วหนึ่งคน’
น้องรองกู้เชียนโหรว
เ้าของร่างเดิมชมชอบองค์รัชทายาท แม้จะยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาขององค์รัชทายาทมาก่อนเลยก็ตาม
กู้เชียนโหรวเป็ญาติผู้น้องหญิงขององค์รัชทายาท และก็ชมชอบองค์รัชทายาทเช่นกัน เหตุผลนั้นง่ายมาก...ไม่กี่ชั่วยามก่อนที่เื่จะเกิดขึ้น กู้เชียนโหรวแอบมาหาเ้าของร่างเดิมอย่างลับๆ บอกกับนางว่าเป็ถึงว่าที่พระชายาองค์รัชทายาทแล้ว ก็ต้องช่วยองค์รัชทายาทขุดรากถอนโคนคนที่ไม่ใช่พวกเดียวกัน
และศัตรูตัวฉกาจที่สุดขององค์รัชทายาท ไม่ใช่ใครที่ไหน คือลี่อ๋องนั่นเอง
เพราะแบบนี้ เ้าของร่างเดิมถึงได้พยายามใส่ร้ายลี่อ๋องแบบไม่คิดชีวิต
...ไม่สิ!
ทันใดนั้นเองแววตาของกู้เชียนเสวี่ยก็ประกายขึ้น ถ้าหากว่าความทรงจำไม่ผิดเพี้ยนละก็ นางถือโอกาสในตอนอีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัวผลักลี่อ๋องตกลงไปในน้ำ แล้วด้านหลังก็มีคนผลักนางอีกที หรือพูดได้ว่า นางเองก็ถูกผลักตกน้ำเหมือนกัน!
จู่ๆ ในเรือนก็มีเสียงเอะอะขึ้นมา ทำลายความคิดของกู้เชียนเสวี่ย ที่แท้ก็เป็เจิ้งซื่อ มารดาของเ้ากรมกู้ ย่าเ้าของร่างเดิมที่ส่งคนมาเรียกตัวสองแม่ลูกจอมก่อเื่
จ้าวซื่อเกิดอาการลนลานขึ้นมาทันที ร่างอ้วนท้วนวิ่งพล่านไปมาอยู่บนพื้นอย่างกับแมลงวันไร้หัว “ทำอย่างไร ทำอย่างไรดี จะรบกวนถึงท่านปู่ของเ้ามิได้เด็ดขาด แต่ถ้าหากถูกถามเข้าละก็ พวกเราจะทำอย่างไรกันดีเล่า”
กู้เชียนเสวี่ยดึงแขนของจ้าวซื่อเอาไว้ แล้วเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น “อย่าเพิ่งลนลานเ้าค่ะ ประเดี๋ยวตอนอยู่ต่อหน้าไท่ไท่ผู้เฒ่า ท่านเคยทำอย่างไร วันนี้ก็ทำอย่างนั้น ไม่ว่าใครจะถาม หรือพูดอะไรก็ตาม ท่านก็ต้องทำเป็ไม่รู้เื่ บอกแค่ว่าไม่รู้ก็พอ จำได้หรือไม่เ้าคะ”
จ้าวซื่อตะลึงงัน แต่หลังจากนั้นก็รีบพยักหน้า
กู้เชียนเสวี่ยยังรู้สึกไม่วางใจ กดเสียงลงอีก “ท่านแม่ เื่นี้เป็เื่ใหญ่นัก หากมีผู้ใดที่คิดจะใส่ร้ายพวกเรา จะต้องดึงตระกูลของท่านตาเข้ามาพัวพันด้วยเป็แน่ หากท่านไม่อยากให้ตระกูลของท่านตาต้องมามีส่วนพัวพัน ก็ต้องทำตามที่ข้าบอก”
ใบหน้าของจ้าวซื่อซีดเผือด พยักหน้าให้แรงๆ
มีสาวใช้วิ่งเข้ามา “ฮูหยิน คุณหนูใหญ่เ้าคะ เฉี่ยวจวี๋สาวใช้จากเรือนหม่านฝูมาเร่งอีกแล้วเ้าค่ะ บอกว่าไท่ไท่ผู้เฒ่ารอนานแล้ว หากยังไม่ไปจะโกรธแล้วเ้าค่ะ”