เขายังจดจำรอยยิ้มนั้นได้จนทุกวันนี้เพราะมันเป็รอยยิ้มที่ทำให้เขาได้ััถึงความมีชีวตจิตใจความ้าที่จะดํารงชีวิตอยู่ต่อไปและเขาก็ยังจดจําถึงความรู้สึกเกรงขามที่เกิดขึ้นกับตัวเองขณะที่ท่านผู้เฒ่าชาวญี่ปุ่นนั่งอยู่ด้วยได้ดีจนทุกวันนี้ที่มันสําคัญยิ่งกว่านั้น เมื่อเขาได้เอ่ยคําพูดประโยคนั้นออกไปท่านผู้เฒ่าก็ยิ้มย่องด้วยความปีติยินดีอย่างเห็นได้ชัด
หลายต่อหลายครั้งเมื่อเขาเข้ามานั่งในสวนตรงจุดเดียวนี้เขาสามารถััจิติญญาของชาดาฮารุได้มันคล้ายกับท่านผู้เฒ่าได้เดินเข้ามาวางมือลงบนไหล่ที่เขายอมให้มันคุ้มลงเมื่ออยู่เพียงลําพัง ห่างไกลจากสายตาของคนอื่นที่อาจจะมาพบเห็นเข้า
ขณะที่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นเขาไม่ได้เห็นรูปเงาของภูตผีปีศาจ ไม่ได้เห็นหมอกควันที่ลอยตัวขึ้น หรือได้ยินเสียงโหยหวนแต่อย่างใดเลยมันไม่เคยมีอะไรแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ
เขาเพียงแต่ััความรู้สึกว่าในสวนไม้ดอกแห่งนี้ยังมีท่านผู้เฒ่าอยู่ร่วมด้วยอีกคนหนึ่ง และบางครั้งเพราะความรู้สึกเช่นนั้น ทําให้เขาจับสังเกตสายลมอ่อนที่พัดมาต้องหรือแม้แต่เสียงฝีเท้าของตนเองมากขึ้น
มีอยู่ครู่หนึ่งเมื่อไม่นานมานี้เองที่เขาบังเกิดความอ่อนแอขึ้นในจิตใจอย่างบอกไม่ถูกและเขาก็ได้ทําอะไรบางอย่างลงไป คล้ายกับจะพิสูจน์ให้ได้ ว่าผีมีจริงหรือไม่...
เขารินเหล้าสาเกใส่ลงในถ้วยจุดซิการ์ขึ้นแล้วเอาวางไว้ในที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะ เล็กสําหรับตัวเขาเองนั้นนอกจากจะไม่ชอบดื่มเหล้าสาเกแล้วก็ยังไม่เคยสูบซิการ์อีกด้วยเมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็นั่งลงบนม้ายาวตัวเดียวกันนี้และรอเวลาอยู่โดยจับตามองอยู่แต่ที่โต๊ะตัวนั้น
แต่ เพียงครู่ที่มีเด็กคนหนึ่งวิ่งมาเรียกให้เขารับโทรศัพท์เขาหายตัวไปครู่ใหญ่ เมื่อกลับออกมาอีกครั้ง ปรากฏว่าเหล้าสาเกในถ้วยหมดเกลี้ยงและซิการ์ก็เหลือแต่ก้นซึ่งเขาบอกกับตัวเองว่าน่าจะเป็ฝีมือเด็กในบ้านคนใดคนหนึ่งส่วนซิการ์นั้นอาจจะเป็เพราะเขาหายไปนานมันจึงไหม้หมด
จนกระทั่งเมื่อเขาออกเดินช้า ๆ ไปตามเส้นทางที่ท่านผู้เฒ่าเคยเดินอยู่เป็ประจําและบ่อยครั้งที่เขาเคยเดินเคียงข้างไปด้วยนั่นแหละที่เขาได้เห็นเถ้าบุหรี่กองเล็กอยู่ต่อหน้า
เขาขนลุกขึ้นมาทั้งตัว และไม่เคยเล่าเื่นี้ให้ใครฟังเลยมันเป็ความลับที่เขาอยากจะเก็บไว้กับตัวเองมากกว่า และนับแต่วันนั้นเขาไม่เคยคิดสงสัยเลยว่าจิติญญาของชาดาฮารุพยายามที่จะให้ความช่วยเหลือเขาอยู่
ถ้าสิ่งที่เขาได้ผ่านพบมาไม่เป็ความจริง เขาก็คงเสียสติไปแล้วขณะนี้มันจึงมีแต่คําถามที่เกิดอยู่ในใจว่าท่านผู้เฒ่าชาวญี่ปุ่นคนนั้น้าจะบอกอะไรกับเขา...พยายามจะเตือนเขาในเื่อะไรบางอย่างบางเช่นนั้นใช่หรือไม่...
เมื่อความคิดดังกล่าวผ่านเข้ามาในใจโคลก็บังเกิดความตึงเครียดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ออกคำสั่งกับตัวเองว่าถ้าเขา้าดำเนินรอยตามท่านผู้เฒ่าแล้วจะต้องทําใจให้สบายแล้วก็ทําสมาธิด้วยจิตใจที่แน่วนิ่ง
แต่ชิกาตะ มิทสุ คือใครหรืออะไรเล่า...
เขาเพิ่งรู้สึกตัวในตอนนี้เองว่ากําลังรอคอยอยู่เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองกําลังรอคอยอะไรเท่านั้นอาจจะเป็สัญญาณอะไรบางอย่างกระมัง...
เขายกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มจับตามองโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่ตรงหน้า...ชิกาตะ มิทสุ...เขาเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบาด้วยความหม่นหมองในหัวใจเมื่อไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น โคลก็เอ่ยออกมาดัง ๆ ว่า
“ผมเข้าใจนะครับ ท่านผู้เฒ่าว่าท่านจะส่งสัญญาณให้ผมได้รับรู้ได้เพียงคราวละครั้งเท่านั้น”
เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ทําลงไปเป็ความโง่เขลาหรือไม่ แต่ก็ไม่มีเวลาที่จะใคร่ครวญแต่อย่างใดทั้งสิ้นเพราะเสียงโทรศัพท์กริ่งดังขึ้นเสียก่อน ผู้ที่โทรมาคือซอว์เยอร์พี่สาวต่างบิดาผู้พร้อมสําหรับเขาเสมอไม่ว่าเขาจะ้าตัวเธอเมื่อไรก็ตามเขาจึงรักพี่สาวคนนี้นัก แต่บ่อยครั้งที่เธอก็แสดงความกราดเกรี้ยวเข้าใส่เขา
“ให้ตายสิซอว์เยอร์ทําไมเวลาพูดโทรศัพท์ถึงต้องแสดงอารมณ์อย่างกับทอร์นาโดยังงั้นด้วยล่ะ พูดเบา ๆก็ได้ ถึงยังไงผมก็ได้ยินอยู่แล้วละน่า ว่ามาสิมันมีเื่อะไรกัน แล้วหลาน ๆเป็ยังไงกันมั่งล่ะ โดยเฉพาะลูกสาวบุญธรรมของผมน่ะเป็ยังไงมั่งเออ...แล้วอากาศในนิวยอร์คเป็ยังไงมั่งล่ะตอนนี้ เออ...นี่ ซอว์เยอร์ที่เคยได้ยินชื่อชิกาตะ มิทสุ บ้างหรือเปล่า” ประโยคหลังเขาถามด้วยน้ำเสียงแ่เบาราวพูดอยู่กับตัวเอง
“ทุกอย่างเรียบร้อยดี เด็ก ๆ ก็สบายดีอดัมก็สบ๊าย...สบาย แต่ฝนตกทุกวัน ก็ดีเพราะมันทําให้ฉันพอมีเวลาเป็ตัวของตัวเองบ้างและเพราะว่างนี้ไงถึงได้โทรศัพท์มาหาเธอได้ เอาละ พูดกันตรง ๆ เลยนะว่าตอนนี้ฉันกําลัง้าเงินกองมรดกมหาศาลที่เธอดูแลอยู่นั่นแหละ” ซอว์เยอร์พูดเร็วปรื๋อมาตามสาย “เออ...ว่าแต่เมื่อกี้เธอถามฉันเื่ชื่อไหนบอกใหม่อีกที่สิว่าชื่ออะไร”
ท้องไส้ของโคลดูจะปั่นป่วนขึ้นมาทันที
“้าเท่าไหร่ล่ะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ชื่อที่ถามน่ะชิกาตะ มิทสุ” เขาตอบอย่างไม่เต็มใจเลย
“เงินที่้ามันก็ก้อนใหญ่พอดูเชียวละเพราะฉะนั้นถึงจำเป็ต้องพูดกับเธอไงล่ะ คือยังงี้นะฉันออกแบบเครื่องบินไว้เครื่องหนึ่ง ซึ่งคิดว่ามันเป็เครื่องแบบทันสมัยด้วยฉันคิดแบบได้ตอนที่เปลี่ยนผ้าอ้อมแล้วก็ระหว่างที่เล่นมวยปล้ำอยู่กับอดัม...
“แต่ว่าเื่นั้นมันเป็ยังงี้ คือตอนนี้โคลแมนเอวิเอชั่นน่ะมีเงินไม่พอกับจำนวนที่ฉัน้าเพราะที่ฉันอยากได้น่ะมันก้อนใหญ่ทีเดียวนะน้องชาย” เธอพูดอย่างสบายอารมณ์แต่เป็น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความมั่นใจในตัวเองสูงมากเป็เสียงที่โคลหวั่นใจทุกครั้งที่ได้ยิน
“ฉัน้าหลายล้านทีเดียวนะอาจจะถึงร้อยล้านด้วยซ้ำ” คําพูดของเธอทําให้ท้องไส้ของเขาเกิดอาการปั่นป่วนขึ้นมาอีกครั้ง“นี่...เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเครื่องบินเยี่ยมยอดลํานี้บ้างหรอกเรอะอดัมยังชอบเลยไรเล่ย์น่ะบอกว่า...ฉันจะยกคําพูดของเขามาทั้งประโยคเลยนะ...เราจะออกวิ่งกันอีกครั้งเมื่อโคลเห็นด้วย...จบแค่นี้ฉันก็คงทําให้เธอตื่นเต้นแล้วใช่ไหมล่ะ”
“ฟังนะโคล ฉันน่ะมองเห็นว่านี่เป็ ‘ท้อป กัน’ สําหรับอนาคต ฉันหมายถึงความสามารถในการบินอันเยี่ยมยอดของมันคิดเป็วินาทีได้เลย และนี่คือประโยชน์อันมหาศาลในยุทธการด้านการบินเป็อันเด็ดขาดใช้เครื่องยนต์วิคเตอร์ ปีกคานาร์ด แล้วก็ยังอื่น ๆ อีกมาก ที่ฉันอยากรู้ก็คือเธอสนใจบ้างหรือยังล่ะโคล”
“แล้วผมจะได้อะไรจากการนี้บ้างล่ะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเ็า
“ก็โอกาสที่จะเป็ผู้สนับสนุนทางด้านการเงินของฉันไงล่ะไอ้เครื่องนี้มันบินได้แน่โคล เธอต้องเชื่อคําพูดฉันเวลานี้มันเหมือนกับเราได้ทําอะไรที่ครบวงจรแล้วเหมือนที่คุณตามอสส์เคยเริ่มต้นไว้ให้แล้วนั่นแหละมันถึงเวลาที่เราจะต้องออกมาให้พ้นจากฝาแล้วนะโคล เธอยังฟังอยู่หรือเปล่านะโคล”
น้ำเสียงที่ถามบอกความหงุดหงิดมันเป็อะไรบางอย่างที่โคลััได้ และได้รู้ด้วยว่าจริง ๆแล้วเธอไม่้าให้เขาตั้งคําถามด้วยความคิดเห็นคิดแต่อย่างใดทั้งสิ้น
โคลกําลังครุ่นคิดถึงผลกําไรที่จะได้รับจากการนี้คิดถึง่เวลาสามปีที่ผ่านมา และคิดถึงสถานะอันล่อแหลมต่ออันตรายของไรซิ่ง ซัน
“ขอกําไรเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์กับดอกเบี้ยสิบสองเปอร์เซ็นต์อันที่จริงผมอยากจะเรียกดอกเบี้ยสิบห้าเปอร์เซ็นต์เสียด้วยซ้ำแต่ในฐานะที่เราเป็ญาติสนิทกัน ผมเรียกแค่สิบสองเปอร์เซ็นต์เท่านั้น”
สิ่งนี้น่าจะเป็สิ่งที่จิตใต้สำนึกของเขาเฝ้ารอคอยอยู่สัญญาณที่ส่งมาจากอีกฟากหนึ่งจากชาดาฮารุ...จีซัส...นี่จะต้องเป็สัญญาณที่ท่านผู้เฒ่าส่งมาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
มันจะเป็อะไรได้เล่าถ้าไม่ใช่สิ่งนี้...แล้วนี่เขาบ้าไปแล้วหรืออย่างไรการเรียกกําไรเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์กับดอกเบี้ยอีกสิบสองเปอร์เซ็นต์มันจะทําให้เขาไปถึงจุดที่้าได้เป็การทําเพื่อผลกําไรอย่างแท้จริงเวลานี้เขาได้กลายเป็สาวกผู้ซื่อตรงจงรักไปแล้ว
ขณะเดียวกันมันก็เหมือนมีเสียงพูดดังก้องอยู่ในสมอง...ว่าทั้งหมดนี้คือค่าใช้จ่ายของซอว์เยอร์กับครอบครัวทั้งสิ้นหัวใจเขายังเต้นระทึก ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เรียกร้องจะสูงเกินไปหรือไม่...