หลายสัปดาห์ผ่านไปนับจากวันที่พ่อค้าเร่จากไป ตำรา 'สิบแปดท่าพื้นฐานสำนักวายุ' ได้กลายเป็ทั้งพระเ้าและปีศาจของเฟยหลง
ทุกรุ่งสางที่ลานหินลับ บรรยากาศแห่งความสงบสุขได้จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความขัดข้องและหงุดหงิด เฟยหลงพยายามบังคับร่างกายให้เข้ากับท่าร่างในภาพวาดอย่างเอาเป็เอาตาย เขากัดฟัน เกร็งกล้ามเนื้อ พยายามตั้งท่า 'พยัคฆ์หมอบ' หรือ 'ัทะยาน' ตามชื่อที่ถูกตั้งไว้อย่างสวยหรู แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงกันข้าม
ความลื่นไหลที่เขาเคยััได้จากธรรมชาติหายไปสิ้น การไหลเวียนของลมปราณอุ่นๆ ที่เคยเคลื่อนไหวอย่างอิสระกลับติดขัดและเฉื่อยชา ร่างกายของเขาปวดระบมไปหมดจากการฝืนใช้กล้ามเนื้อผิดส่วน ความหงุดหงิดเริ่มกัดกินจิตใจของเขา ในยามกลางวัน เขาเงียบขรึมและเหม่อลอย แม้แต่อาิก็ยังสังเกตเห็น
"เ้าเป็อะไรไปเฟยหลง" อาิถามขณะที่ทั้งสองกำลังช่วยกันซ่อมหลังคารั้วให้ลุงจาง "สองสามอาทิตย์มานี้ ดูเ้าเหมือนคนโมโหอยู่ตลอดเวลา"
เฟยหลงได้แต่ส่ายหน้า ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกอัดอั้นนี้ได้อย่างไร
ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของลี่อิน นางเห็นความมุ่งมั่นที่แปรเปลี่ยนเป็ความทุกข์ทรมานของบุตรชาย นางเห็นรอยฟกช้ำจางๆ ที่เพิ่มขึ้นตามแขนขาของเขาจากการฝึกฝนที่ผิดพลาด ทุกครั้งที่นางเห็นเขาเดินกะเผลกเล็กน้อยเพราะกล้ามเนื้อตึง หรือเห็นเขานิ่วหน้าด้วยความเ็ปขณะยกของหนัก หัวใจของนางก็ราวกับถูกบีบคั้น
ในสายตาของนาง...ผู้ที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยุทธภพ...การฝึกฝนของเฟยหลงไม่ต่างอะไรกับการทำร้ายตัวเอง มันคือการดูิ่ต่อแก่นแท้ของวิชาการต่อสู้ นางกำลังปล่อยให้มรดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบิดาเขาถูกบิดเบือนด้วยตำราไร้ค่าเล่มหนึ่ง...นางกำลังผิดสัญญาทั้งต่อคนรักที่จากไป และต่อบุตรชายที่นางรักที่สุด
จุดเปลี่ยนมาถึงในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่เฟยหลงกำลังฝึกซ้อมอยู่หลังกระท่อมเพราะไม่อยากรอให้ถึงรุ่งเช้า เขาพยายามจะะโหมุนตัวตามท่า 'กระเรียนร่อน' ในตำรา แต่การลงน้ำหนักที่ผิดพลาดทำให้ข้อเท้าของเขาพลิกอย่างแรง
"โอ๊ย!"
เขาทรุดลงกับพื้น กัดฟันแน่นเพื่อข่มความเ็ปที่แล่นปราดขึ้นมา
ลี่อินซึ่งกำลังมองอยู่จากในครัวทิ้งทุกอย่างในมือ นางไม่อาจทนดูต่อไปได้อีกแล้ว...แม้เพียงวินาทีเดียว
รุ่งเช้าวันต่อมา เฟยหลงยังคงดื้อรั้น เขากัดฟันเดินขากะเผลกไปยังลานหินลับของเขา เขาพยายามจะตั้งท่าอีกครั้ง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปและความมุ่งมั่นที่น่าสมเพช
"พอได้แล้ว"
เสียงที่นุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากเื้ั เฟยหลงสะดุ้งสุดตัว เขาหันขวับไปและพบว่ามารดาของเขายืนอยู่ตรงนั้นั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ นางมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
"ท่านแม่...ข้า..." เขาอ้ำอึ้ง เตรียมพร้อมที่จะรับฟังคำตำหนิ
แต่ลี่อินกลับเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ นางไม่พูดอะไร เพียงแค่ทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าเขา แล้วชี้ไปยังข้อเท้าที่เริ่มบวมของเขา "เ้ากำลังทำร้ายร่างกายตัวเองอยู่"
นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา "ท่าที่เ้าพยายามจะทำเมื่อครู่...ลองทำให้แม่ดูอีกครั้ง"
เฟยหลงลังเล แต่เมื่อเห็นแววตาที่จริงจังของมารดา เขาก็พยักหน้ารับ เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล พยายามตั้งท่า 'พยัคฆ์หมอบ' ที่เขาฝึกมานับร้อยครั้ง ร่างกายของเขาแข็งทื่อและดูเก้งก้างผิดธรรมชาติ
ลี่อินมองดูอย่างเงียบๆ แล้วนางก็ลุกขึ้น เดินเข้าไปด้านหลังของเฟยหลง นางยื่นมือที่บอบบางของนางออกมา วางลงบนแผ่นหลังของเขาเบาๆ
"ผ่อนคลาย" นางกระซิบเสียงแ่ ััของนางไม่ได้ใช้แรงกดดันอะไรเลย แต่มันกลับส่งความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เฟยหลงคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งอยู่โดยไม่รู้ตัว
นางเลื่อนมือไปแตะที่หัวไหล่ของเขา "ปล่อยให้มันเป็ธรรมชาติ อย่าฝืน" แล้วใช้นิ้วเรียวยาวของนางแตะที่หัวเข่าของเขาเบาๆ "หย่อนลงเล็กน้อย...รากฐานไม่ได้มาจากความแข็งทื่อ แต่มาจากความหยืดหยุ่น"
จากนั้น นางก็วางมือลงบนท้องน้อยของเขา "หายใจเข้า...ลึกๆ" เฟยหลงทำตาม "แล้วปล่อยพลังไปพร้อมกับลมหายใจออก...อย่ากักมันไว้ที่ส่วนใดส่วนหนึ่ง"
ทันทีที่เฟยหลงผ่อนลมหายใจออกตามที่นางบอก เขาก็รู้สึกถึงลมปราณที่เคยติดขัดอยู่พลันไหลเวียนไปทั่วร่างอย่างราบรื่น ท่า 'พยัคฆ์หมอบ' ที่เคยรู้สึกฝืนธรรมชาติและอ่อนแอ กลับกลายเป็ท่าที่มั่นคงและเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างน่ามหัศจรรย์!
เฟยหลงเบิกตากว้าง เขาก้มลงมองมือตัวเอง แล้วหันกลับไปมองมารดาด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น "ท่านแม่...ท่าน...ท่านรู้เื่พวกนี้ได้อย่างไร?"
ลี่อินเบือนหน้าไปทางม่านน้ำตก แววตาของนางทอประกายเศร้าสร้อยและอาลัยอาวรณ์ไปถึงอดีตอันไกลโพ้น
"วิชาที่แท้จริง...ไม่ได้อยู่ในท่าทางที่ตายตัว...มันอยู่ในความลื่นไหล...เหมือนหยาดฝนบนใบบัว ไม่เคยมีหยดไหนหยุดนิ่งอยู่กับที่" นางกล่าวเสียงแ่เบาราวกับพูดกับตัวเอง แล้วนางก็หันกลับมาสบตาบุตรชาย ประโยคต่อมาของนางได้เปลี่ยนโลกทั้งใบของเฟยหลงไปตลอดกาล
"พ่อของเ้า...เคยสอนแม่ไว้เช่นนั้น"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของเฟยหลง! ท่านพ่อ...พ่อของเขาคือผู้มีวิชา! และท่านแม่...ก็รู้! คำถามนับพันพรั่งพรูขึ้นมาในหัว แต่เมื่อเขาเห็นความเ็ปในแววตาของมารดา เขาก็กลืนทุกคำถามกลับลงไป
ลี่อินยื่นข้อเสนอกับเขา "แม่จะสอนพื้นฐานที่ถูกต้องให้เ้า...เพื่อที่เ้าจะได้ไม่ทำร้ายตัวเองอีก" นางย้ำ "แต่เ้าต้องสัญญากับแม่สองข้อ หนึ่ง...ห้ามถามถึงที่มาของวิชาที่แม่สอน และสอง...เ้าจะใช้มันเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อโอ้อวดหรือรังแกผู้ใด"
"ข้าสัญญา! ข้าสัญญาขอรับท่านแม่!" เฟยหลงตอบรับอย่างไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว หัวใจของเขาพองโตด้วยความหวังและความรู้สึกใหม่...ความเคารพยำเกรงในตัวมารดาผู้ซึ่งเขาเพิ่งค้นพบว่าลึกล้ำกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้มากมายนัก
วันนั้น...การฝึกฝนที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้น
ลี่อินไม่ได้สอนท่าร่างที่สวยงามหรือเพลงกระบี่ที่ร้ายกาจให้นางสั่งให้เฟยหลงโยนตำราไร้ค่าเล่มนั้นทิ้งไป แล้วให้นั่งขัดสมาธิลงบนพื้นหินที่เย็นเฉียบ
"หลับตาลง" นางสั่ง "แล้วจงหายใจ...อย่าคิดอะไร...แค่รับรู้ถึงลมหายใจของเ้า...รับรู้ถึงสายลมที่ปะทะผิว...รับรู้ถึงพื้นดินใต้ร่างของเ้า...รับรู้ถึงทุกสิ่ง"
นี่คือบทเรียนแรก...บทเรียนของการเป็หนึ่งเดียวกับธรรมชาติ...และเป็ก้าวแรกบนเส้นทางแห่งยุทธภพที่แท้จริงของเฟยหลง
ภายใต้การชี้นำของยอดฝีมือที่ไม่มีใครในโลกนี้ล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของนางเลย