ตอนที่ 12: หอคอยทดสอบปี 1
หลังจากได้ป้ายเขียนยันต์มาเป็อาชีพที่สาม ฤทธาเริ่มฝึกเขียนยันต์สายฟ้าด้วยความมุ่งมั่น วันแล้ววันเล่า จนในที่สุดก็สามารถเขียนยันต์สายฟ้าสำเร็จเป็ครั้งแรก เมื่อปลดปล่อยพลังออกมา สายฟ้าก็ฟาดลงไปตรงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
ในขณะเดียวกัน ฤทธาก็ฝึกหลอมโอสถบำรุงปราณขั้นสูง โดยใช้ตำรับยาที่ขอจากยอนมิน หลังจากพยายามปรับอุณหภูมิ่จุดการกลั่นของตัวยาหลายครั้ง ฤทธาก็สามารถหลอมยาออกมาได้สำเร็จ
ทั้งยันต์สายฟ้าและยาบำรุงปราณเป็ที่้าในสำนัก แม้ยังเป็ของระดับหนึ่งขั้นสูง แต่ก็เอาไปให้พวกทหารที่มาคอยช่วยดูแลเหมืองไว้ป้องกันตัวได้
ฤทธาตัดสินใจขายบางส่วนให้กับสำนักเพื่อแลกแต้ม และขายบางส่วนให้กับศิษย์คนอื่นเพื่อเก็บออมไว้ใช้ในอนาคต ทำให้เขากลายเป็ที่สนใจของศิษย์จำนวนมาก เพราะรุ่นพี่ปีสองปีสาม จะหลอมยาขั้นสองและยาอื่นๆ ที่ราคาสูงกว่า
ระดับความชำนาญของเขาตอนนี้ การหลอมยาขั้นกลางสำเร็จจะได้ยามาสี่เม็ด บางครั้งจะได้ยาขั้นสูงเพิ่มมาสักเม็ดหนึ่งก็จะถือว่าเป็กำไร
“ก่อนสอบประจำปี ข้าจะต้องสอบป้ายระดับสองให้ผ่านให้ได้ จะได้ทำขาย่ปิดเทอมได้”
ฤทธาคุยกับชีต้าร์ขณะกำลังฝึกแก้ค่ายกลจากกำไลที่สนามหญ้าหลังบ้านพัก
“ข้าจะเข้าไปแก้ค่ายกลต่อละนะ” ฤทธาบอกชีต้าร์ที่นอนเล่นอยู่ข้างๆ แล้วฤทธาก็ทำสมาธิ ใช้จิตััเข้าไปสำรวจค่ายกลในกำไล
“ที่ข้าไปศึกษามาอันนี้คงเป็ค่ายกลที่ใช้กักขังสินะ”
ฤทธามองไปรอบๆ แล้วลองใช้มือดันอักขระที่ลอยหมุนรอบตัวเขาหลายอัน มีลักษณะคล้ายกรงขัง แต่ดันออกไปไม่ได้ เขายืนพิจารณา
คำสอนของอาจารย์เกาก็ผุดขึ้นมา
“นักยุทธ์ทุกคนมีทั้งปราณยุทธ์และปราณิญญา ส่วนอันไหนจะมากกว่ากันก็ขึ้นอยู่กับธาตุของแต่ละคน สายปราณิญญาแม้จะใช้พลังเวทได้ ก็ต้องฝึกร่างกายให้มากเพื่อลดจุดด้อย สายปราณยุทธ์ก็เช่นกัน เ้ามีทั้งสองสาย ก็ต้องฝึกให้สมดุล วิชาค่ายกลเวทเป็อะไรที่ใช้ความคิดเยอะ เ้าน่าจะชอบ ลองไปศึกษาดู”
อาจารย์เกาอธิบาย
“เหมือนมันจะแข็งแกร่งกว่าอันก่อน อันก่อนคือครั้งแรกที่ข้าแก้ได้ เป็ค่ายกลที่รัดเท้าตรึงอยู่กับที่”
ฤทธากำลังคิดถึงครั้งแรกที่เขาทำความรู้จักกับกำไลค่ายกล
“ถ้ายันต์คือการเอาพลังิญญาผสมกับธาตุต่างๆ โดยผ่านอักษรรูน แล้วบรรจุไว้ในกระดาษยันต์ ค่ายกลก็คือการเอาพลังิญญาผสมกับพลังปราณ ทำให้เกิดเป็พลังงานต่างๆ โดยผ่านอักษรรูนเช่นกัน ต่างกันแค่ ค่ายกลนั้นใช้อักษรจำนวนมาก ถ้าเปรียบยันต์ใช้เป็คำๆ ไป ค่ายกลคือใช้เป็ประโยคๆ ประโยคพวกนี้ถูกเรียกว่าคาถา และนี่คือค่ายกลอักษรกักขัง”
ฤทธาคิดทบทวนความรู้ในใจ เขาพยายามดูรอบๆ ตัวเขาที่เต็มไปด้วยอักษร รัศมีหนึ่งตารางเมตร ฤทธานึกถึงภาพในอดีต
“การสร้างค่ายกลต้องรวบรวมพลังไว้ที่นิ้วมือทั้งสองข้าง เพื่อสร้างเป็รูปประโยคแล้วค่อยปล่อยไป”
ซูคิมกำลังอธิบายให้ฤทธาฟัง ตอนที่ฤทธาพยายามแก้ค่ายกลครั้งก่อน
“ค่ายกลผูกมัดเป็หนึ่งในค่ายกลพื้นฐานผูกมัด” พี่ซูอธิบาย
พร้อมยกมือทั้งสองประกบกันทำท่าและสร้างค่ายกลผูกมัดไปที่เท้าของตัวเอง
ที่เท้าของพี่ซูก็มีแสงโผ่มาจากพื้นคล้ายเชือก มามัดเท้าทั้งสองข้างของเขาไว้
ศิษย์พี่ซูก็เอามือสองข้างยกขึ้นมารวบรวมพลังไว้ที่นิ้ว นิ้วจากมือทั้งสองข้างประกบกันเป็รูปต่างๆ
“แก้มัด” เขาชี้ไปที่พื้น ทันใดนั้นเชือกก็ถูกแก้และหดไปในพื้น
“เ้าจะใช้คำว่า แก้เชือก หรืออะไรทำนองนี้ก็ได้ ถ้าเ้าเห็นว่ามันเป็เชือก สำคัญที่เจตนาในใจกับอักขระรูนที่ต้องใช้และการปล่อยพลังในคราวเดียว อ่ะ เอาไปอ่านดู”
ศิษย์พี่ซูอธิบายเสร็จ ก็เอาหนังสือให้ฤทธาไปอ่าน
ฤทธานึกถึงอดีต ที่เขาฝึกแก้ค่ายกลในครั้งแรก
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน
“งั้นอันนี้ลองคำว่าปลดปล่อยก็แล้วกัน” เขาคิดได้เสร็จก็รวบรวมพลังไปที่ปลายนิ้วแล้วนึกถึงอักษรรูนที่ผสมกันแล้วได้คำว่าปลดปล่อย
“ปลดปล่อย” สิ้นเสียงเขาก็ปล่อยพลังไปที่ลูกกรงอักษร
มันทำท่าเหมือนจะคลายออก แต่ก็กลับมาเป็รูปทรงเดิม
เขามาคิดถึงตอนที่เขาฝึกคาถาแก้มัด
“ถ้าจะแก้ต้องดูที่ปม แล้วหาปลายเชือกเส้นที่คิดว่าเป็เส้นที่แก้ปมนั้นได้ จึงค่อยปล่อยพลังออกไปโจมตีตรงจุดนั้น เมื่อโจมตีถูกจุด ค่ายกลก็จะถูกแก้หรือถูกทำลาย” ฤทธานึกถึงตอนที่เขากำลังอ่านหนังสือ ค่ายกลคาถาขั้นพื้นฐาน
กลับมาปัจจุบัน ฤทธายืนกอดอก มือข้างหนึ่งอยู่ที่คางกำลังใช้ความคิด
“แสดงว่าข้าโจมตีไม่ถูกจุด แล้วข้าต้องโจมตีที่จุดไหนล่ะ”
เขาพูดกับตัวเอง พร้อมมองไปที่ลูกกรงอักษร
“กักขัง กักขัง” เขาพึมพำไปพลางคิดไปพลาง มองดูลูกกรงที่เป็อักษรรูนที่ผสมกันได้ว่า กักขัง
“ตัวสุดท้ายของกักขัง ข้าต้องหาอักษรตัวสุดท้าย” เขาเริ่มกวาดสายตา แล้วเริ่มสังเกตเห็นอักษรอยู่หลายตัว
*ตอนเกิดค่ายกลคาถานี้ มันเหมือนตาข่ายหล่นมาจากฟ้าเพื่อขังข้า*
ฤทธาใช้ความคิด
“ถ้าข้าจะถอนมันออกก็ต้องที่พื้น”
เขาก้มดูตัวอักษรตัวสุดท้ายของคำว่าขัง ตัวที่อยู่ที่พื้น
แล้วรวบรวมพลังไปที่นิ้ว ผสมคำว่าปลดปล่อย แล้วชี้ไปที่พื้น ตรงตัวอักษรที่เล็งไว้
“ปลดปล่อย” ทันทีที่แสงสีทองจากฤทธาไปกระทบตัวอักษรที่อยู่ที่พื้น ลูกกรงอักษร ก็ค่อยๆ เลือนหายไป จากล่างขึ้นบน จนหายไปหมด
“สำเร็จ” ฤทธาทำท่าดีใจ
“เป็วิชาที่สนุกดีจัง” ฤทธาที่กำลังนั่งขัดสมาธิลืมตาขึ้น
“สำเร็จแล้วหรือ ครั้งนี้ไวดีนะ” ชีต้าร์ที่เดินเล่นอยู่พูดกับฤทธา
“พอเริ่มเข้าใจหลักการ ก็จะแก้ได้ถูกจุด” ฤทธาล้มตัวนอนลงบนสนามหญ้า
“แต่การแก้ค่ายกลคาถาถึงมันจะสนุก แต่ก็เปลืองสมองมาก ฮ่า ฮ่า ข้าคงต้องพักสักวันสองวัน”
แล้วฤทธาก็ลุกขึ้นนั่ง เขาเอาเตาหลอมยาออกมาจากแหวน
“วัตถุดิบเหลือแค่สองชุดแล้ว หมดชุดนี้ข้าจะลองฝึกหลอมยาขั้นสองละ”
เขาหันมา บอกชีต้าร์
“เ้าว่าเ้าอยากหาโอกาสกลับบ้าน่ปิดเทอมใช่มั้ย”
ชีต้าร์ถามฤทธาด้วยท่าทีแปลกๆ
มองเขาตาปริบๆ ฤทธามองดูก็รู้ว่าชีต้าร์้าอะไร
“ข้ารู้ว่าเ้าอยากไปหาปู่ไค่หยง ข้าก็เขียนไปบอกพ่อแม่แล้ว เดี๋ยวเขาตอบจดหมายข้ามาก็จะได้รู้แล้วว่าเราจะเอาอย่างไร เพราะพ่อแม่ข้าบอกว่าจะมาหาข้าที่นี่น่ะ”
ฤทธาให้กำลังใจชีต้าร์ แล้วก็เริ่มหลอมยา
ฤทธามองสมุนไพรและยันต์ในมือ ก่อนจะหันไปมองชีต้าร์ที่นอนกลิ้งเล่นอย่างสบายใจ
“ข้าคิดว่าการมีสัตว์ิญญาคงช่วยให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น แต่ดูเหมือนข้าจะได้สัตว์ิญญาจอมี้เีมาแทนนะ”
ชีต้าร์ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ พลางหรี่ตามองอย่างพอใจ
ฤทธาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
การสอบครั้งที่สองของปีหนึ่งแม้ฤทธายังคงรักษาอันดับหนึ่งไว้ได้อีกครั้งอย่างเฉียดฉิว
เนื่องจากคะแนนสูสีกันมาก ตอนนี้เด็กปีหนึ่งทุกคนต่างขยันฝึกกันมาก ่เช้าปรกติไม่ค่อยเห็นคนมาวิ่ง ตอนนี้คนเริ่มหนาตามากกว่าเมื่อก่อน
ห้องฝึกและสายอาชีพต่างๆ ก็คึกคัก
แล้ววันทดสอบประจำปีของชั้นปีที่หนึ่งก็มาถึง เด็กปีหนึ่งทุกคนได้มารวมกันอยู่ในหอคอยแล้ว หอคอยทดสอบเป็โดมตั้งอยู่ตรงส่วนกลาง ในป่าบอนไซั์ ใกล้สนามประลอง
ในหอคอยชั้นหนึ่งมีห้องควบคุม ห้องพยาบาล มีค่ายกลเคลื่อนย้ายขนาดใหญ่ขึ้นไปชั้นสอง ที่ชั้นหนึ่งมีป้ายกฎกติกาบอกเป็จุด
“อย่างที่แจ้งให้พวกเธอเตรียมตัวกันั้แ่สี่เดือนก่อน วันนี้หวังว่าทุกคนจะพร้อม แล้วทำให้ดีที่สุดตามความสามารถ” อาารย์ผู้ดำเนินการสอบอธิบาย
“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวของพวกเ้าเอง ห้ามนำอุปกรณ์อะไรเข้าไป ถ้าปล้นหรือแย่งชิงจะถูกไล่ออกทันที”
อาจารย์ชี้มือไปทางค่ายกลเคลื่อนย้าย
“มีเวลายี่สิบนาทีในการเตรียมตัว ไม่ต้องรีบ ใช้เวลาเตรียมตัวให้คุ้มค่า เพราะหลังจากนั้นอีกสองชั่วโมงจะไม่มีใครช่วยเ้าได้ โชคดีทุกคน”
แล้วเด็กๆ ก็เดินไปที่ค่ายกลเคลื่อนย้าย
ที่ชั้นสองเป็ห้องเตรียมตัวมีอาจารย์คุมสอบหลายคนรออยู่
“มีอาวุธและชุดเกราะ พร้อมกับอุปกรณ์และวัสดุขั้นพื้นฐาน ทุกคนเตรียมตัวในพร้อมในยี่สิบนาที เริ่ม” เสียงอาจารย์ดำเนินงานดังมาจากลำโพงกระจายเสียง
เด็กทุกคนแยกย้ายไปตามจุดต่างๆ สิ่งที่ทุกคนทำอันดับแรกคือ เตรียมหลอมยาฟื้นฟูขั้นหนึ่ง
ฤทธาเตรียมตัวอย่างรอบคอบ ภายในห้องเตรียมตัว
ฤทธาเริ่มปรุงยาทันที เตรียมปรุงยาพร้อมเขาหันมาเขียนยันต์ต่อ
เขาเขียนยันไฟไปก็เหลือบมองที่เตาหลอมยาไปด้วย
ใกล้ยี่สิบนาทีตอนนี้ฤทธาพร้อมแล้ว ยันต์สายฟ้าที่เขาเขียนเอง และยาฟื้นพลังที่หลอมขึ้นมาเอง ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี
เขาตรวจสอบอุปกรณ์ของตนเองให้พร้อมสนับมือโลหะในมือซ้าย มีดสั้นในมือขวา
“เอาล่ะ ทุกคนเดินเข้าไปที่ประตูมิติได้” เสียงอาจารย์ประกาศ
มีแถวสิบแถวกับจุดประตูมิติสิบจุด
เด็กๆ เริ่มทยอยเดินเข้าประตูไป
ที่ชั้นหนึ่งตรงกลางลาน เริ่มมีชื่อบางชื่อปรากฏบนป้ายใหญ่ ที่อยู่ตรงกลางลาน
ที่ห้องควบคุมก็มีจอแสดงให้เห็นว่าเด็กบางคนเริ่มเข้าไปที่เขตทดสอบแล้ว
ฤทธาเดินเข้าไปในประตูมิติ แล้วเขาก็ถูกย้ายมาที่ป่าแห่งหนึ่ง
ฤทธาสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาของเขามุ่งมั่น มองไปที่ป่าสัตว์อสูรที่รออยู่ข้างหน้า
นี่คือบททดสอบสำคัญ และเขาพร้อมจะเผชิญหน้ากับมันแล้ว…
ฤทธามุ่งหน้าเดินเข้าไปในป่าสัตว์ิญญา ชุดแรกที่เขาเจอคือ หมาป่าระดับหนึ่งสี่ตัว
“หมาป่าระดับหนึ่ง” ฤทธานึกในใจ แล้วเขาก็วิ่งไปจัดการอย่างรวดเร็ว แล้วมุ่งหน้าต่อไป
สักพักเขาหยุดแล้วมองไปด้านหน้า พบไฮยีน่าฝูงหนึ่งเริ่มแสดงตัวออกมา
“ระดับหนึ่ง สิบตัว” เขาตั้งท่าเรียกคาถาค่ายกลขณะฝูงไฮยีน่าพิษกำลังวิ่งเข้ามา
“หลุม” เขาชี้มือทั้งสองที่ประสานกันไปที่พื้น พร้อมดึงยันต์ใบนึงออกมาจากอกเสื้อ
ฝูงไฮยีน่าตกไปในหลุมล้มกลิ้งไม่เป็ท่า ฤทธาปายันต์เข้าไปในหลุม
“ะเิไฟ” เขาพูดเสร็จในหลุมมีเสียงะเิ ตู้มมม ฝูงไฮยีน่าพิษบางตัวตายทันทีบางตัวทุรนทุรายก่อนสิ้นใจ
“ค่อยๆ เพิ่มระดับความยากสินะ” ฤทธาคิดขณะที่วิ่งเข้าไปด้านในป่าลึก …
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ณ.ห้องควบคุม
“หนึ่งชั่วโมงแล้ว ยังไม่มีใครออกมา เด็กปีนี้ถือว่ามีศักยภาพดีทีเดียว”
รองเ้าสำนักเจี้ยนหรง รองเ้าสำนักฝ่ายบู๊ ผู้ดูแลตึกขาว เขาสวมชุดดำเป็ประจำ กล่าวกับคณะอาจารย์ผู้คุมสอบ
ที่ตารางอันดับชื่อซุนโฮอยู่อันดับหนึ่ง มีคะแนนหนึ่งพันสามร้อยยี่สิบเจ็ดคะแนน เรโซ่อันดับสองมีหนึ่งพันสามร้อยคะแนน อันดับสามเซียวจ้านมีหนึ่งสองร้อยเก้าสิบเอ็ดคะแนน
อันดับสี่เซี่ยงหยางมีคะแนนหนึ่งสองร้อยแปดสิบห้า
อันดับห้าฤทธามีหนึ่งสองร้อยเจ็ดสิบคะแนน
บนจอที่กำลังฉาย จะเห็นจอใหญ่สุดหนึ่งจอและข้างๆ ทั้งสองฝั่งเป็จอเล็กลงมา มีจอขนาดเท่าคัมภีร์ข้างละสองจอฉายอยู่ เห็นเด็กทั้งห้าอันดับอยู่คนละจอ กำลังสู้กับฝูงแมงป่องศิลาอยู่ บนจอตัวเลขคะแนนก็เปลี่ยนเรื่อยๆ
รองเ้าสำนักมองอยู่ที่จอใหญ่ที่ซุนโฮกำลังสู้อยู่
“เด็กคนนี้ดูยังไม่ค่อยเหนื่อยล้าเท่าไหร่นะขอรับ ท่านรองเ้าสำนัก”
อาจารย์ผู้คุมสอบรายงาน
“แล้วศิษย์อันดับหนึ่งล่ะอยู่ไหน” รองเ้าสำนักถามผู้คุมสอบ
“อยู่นี่ขอรับ”
เขาชี้ไปที่จอเล็กด้านล่างทางขวาของจอใหญ่
เห็นฤทธากำลังโยนยาเข้าไปในปากพอดี
“กินยาฟื้นฟูกำลังแล้วรึ อย่างนี้จะรักษาอันดับได้หรือ” รองเ้าสำนักเปรย
“มันก็ต้องดูกันต่อไป นี่เพิ่งครึ่งทางเอง”
หานเยว่ รองเ้าสำนักฝ่ายขวาอาจารย์ฝ่ายนักิญญา เดินเข้ามาที่ห้องควบคุมพร้อมชุดขาวน่าเกรงขาม
คณาจารย์และคนอื่นๆ ทำการคารวะ
“คารวะท่านรองขวา”
อาจารย์คุมสอบเอ่ยคารวะผู้เดินเข้ามา
รองเ้าสำนักฝ่ายขวามองเข้าไปที่จอที่มีฤทธาอยู่
ที่ป่าสัตว์อสูรทางด้านฤทธา
“สัตว์อสูรระดับสามขั้นกลางหรือ ครึ่งชั่วโมงที่แล้วจู่ๆ ก็มีสัตว์อสูรระดับสามโผล่มา แต่เป็ขั้นต้น ครึ่งชั่วโมงต่อมา ก็มีขั้นกลางมาอีก แสดงว่าทุกครึ่งชั่วโมงจะมีอสูรระดับสูงออกมาตัวหนึ่ง ตัวสุดท้ายเป็ระดับสี่ขั้นต้นสินะ”
ฤทธาคำนวณความเป็ไปได้ในใจ ในขณะที่แมงมุมปีศาจ สัตว์อสูรระดับสามขั้นกลาง กำลังเดินเข้ามาหาฤทธา
“คลื่นสัตว์อสูรฝูงต่อไปน่าจะเป็พวกระดับสองขั้นต้นสินะ ต้องปราบมันให้ไวที่สุด หลังจากมีสัตว์อสูรระดับสูงโผล่มา อีกห้านาทีจะมีคลื่นสัตว์อสูรตามมา ถ้ากำจัดได้เร็วเรายังพอมีเวลาพัก”
ฤทธาพุ่งเข้าแมงมุมปีศาจ แล้วควักยันต์สายฟ้าปาไปที่แมงมุม ยันต์สายฟ้าะเิออก ทำให้แมงมุมผงะไป ขาหน้าข้างนึงขาดไป
ฤทธาไถลตัวเข้าไปในใต้ท้อง พร้อมกับกรีดใต้ท้องของแมงมุมปีศาจ เสร็จแล้วเขาเดินไปนั่งรวบรวมลมปราณ เพื่อรอคลื่นสัตว์อสูรชุดต่อไป
“ยันต์สายฟ้า? เขาปราณิญญาธาตุแสงไม่ใช่รึ ทำไมเขียนยันต์สายฟ้าได้ ในห้องเตรียมตัวเราห้ามนำอุปกรณ์ใดๆ เข้าไปนี่”
ผู้าุโของหอผู้คุมกฎที่ยืนอยู่ด้านหลังรองเ้าสำนักขวากล่าวขึ้นอย่างสงสัย
“เขามีิญญายุทธ์คู่น่ะ ธาตุที่สองคือสายฟ้า”
รองเ้าสำนักชุดดำอธิบาย
“ิญญายุทธ์คู่” เสียงคณาจารย์ในห้องควบคุมพึมพำระคนกันไป
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่ข้าก็มารอดูว่าเขาจะใช้ธาตุสายฟ้าในการต่อสู้ตอนไหน”
รองเ้าสำนักฝ่ายขวาเดินเข้ามายืนข้างๆ รองเ้าสำนักอีกคน ทั้งสองจะใส่ชุดขาวคนหนึ่ง ดำคนหนึ่งอยู่ตลอด เป็ที่ชินตาของอาจารย์ในสำนัก
ตอนนี้ที่ห้องพยาบาลเริ่มมีคนเข้ามาเรื่อยๆ หลังเข้าสู่ครึ่งชั่วโมงสุดท้าย
“เข้า่หฤโหดแล้ว พวกเ้าก็เตรียมไปช่วยเด็กๆ เถอะ อย่าให้เจ็บกันมาก”
รองเ้าสำนักฝ่ายขวาหันมาบอกทุกคน
ที่รออยู่มีคณาจารย์ประมาณห้าสิบ แหละพวกศิษย์ปีสี่อีกประมาณสองร้อย
“รับทราบ” ทุกคนพูดพร้อมกัน แล้วกระจายกำลังกันไปที่วงเวทเคลื่อนย้าย
ในป่า เสือหิมะเขี้ยวยาวสี่ตัวกำลังล้อมเด็กคนนึงอยู่ เขาโยนยาฟื้นกำลังเข้าปาก แล้วเตรียมหอกในท่าพร้อมสู้
“ขนาดฝึกตามเ้าบ้านั่นแล้ว ตอนนี้ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วสินะ แต่ไม่ยอมง่ายๆ หรอกโว้ย ต้องทำอันดับดีขึ้นให้ได้ ย้ากกก” ยอนมินะโพร้อมวิ่งเข้าหาเสือทั้งสี่ตัว
เด็กคนอื่นๆ ในอันดับหนึ่งถึงห้าก็สู้กับเสือหิมะอย่างดุเดือด …
แฮ่กๆ …เสียงฤทธายืนหอบ พร้อมกับมองกากอย มีรูปร่างเหมือนลิงซิมแปนซี แต่มีลักษณะโดยรวมเหมือนค้างคาวสัตว์อสูรระดับสี่
“ที่ลุงหม่าเคยบอก ในาพอเราต่อสู้อย่างต่อเนื่องเป็เวลานานจนพลังใกล้หมด ทุกอย่างจะหนักไปหมด ทั้งอาวุธทั้งชุดเกราะ คงเป็่แบบนี้สินะ”
ฤทธามองดูมีดสั้นในมือที่หักครึ่ง สนับอีกมือนึงก็แตกหัก เขาปลดทั้งหมดทิ้งลงพื้นเหลือแต่หมัดเปล่าๆ
แล้วรวบลมปราณสายฟ้าที่หมัดทั้งสองข้าง
ขณะที่กากอยพุ่งเข้ามา กางกรงเล็บที่มือขวาแล้วเล็งมาที่คอของฤทธา
ฤทธายกมือซ้ายที่มีโล่แสงขึ้นกันไว้ แล้วใช้หมัดขวาชกไปที่สีข้างของกากอย
สายฟ้าที่หมัดของฤทธา ทำให้มันได้แผลจนเืออก
มันเซไปสองก้าวแล้วแยกเขี้ยวคำรามใส่ฤทธา
ทางด้านป่าอีกที่ เรโซ่ใช้ทักษะเวลาทำให้กากอยที่เขาสู้ด้วยเคลื่อนที่ช้าลง
เขาใช้จังหวะนั้นทำความเร็วเฮือกสุดท้าย พุ่งไปเฉือนเอ็นข้อเท้าทั้งสองข้างของมัน
มันใช้หลังมือซ้ายปัดเรโซ่กระเด็นไป เรโซ่กระเด็นหงายไปแต่ก็ดีดตัวลุกขึ้นมาตั้งท่าเตรียมพร้อม
ตอนนี้ในมือเขาเหลือมีดสั้นแค่เพียงเล่มเดียวกับลมหายใจเหนื่อยหอบ
ทางด้านซุนโฮเขายืนถือดาบที่พาดอยู่บนบ่า แล้วใช้มือซ้ายเสกดินเป็หนามแหลมหลายอันพุ่งไปโจมตีกากอย นั่นเป็ทักษะปราณธาตุดินที่ชื่อว่าฝนหนามศิลา
หมดเวลาสอบ เด็กๆ ที่เหลืออยู่กำลังถูกทยอยหามออกมาที่ห้องพยาบาล ตรงห้องพยาบาลจะมีประตูมิติ เป็ประตูทางออกจากป่าจำลอง
เซียวจ้านนอนในเปลหามออกมาพร้อมรำพึงรำพันว่า
“อีกนิดเดียว อีกแค่นิดเดียว”
ตามมาด้วยเรโซ่นอนหายใจหอบออกมา
ซุนโฮก็มีลักษณะคล้ายเรโซ่ แต่หน้าเขามีรอยยิ้ม
“ทันเวลา ทันเวลาพอดี”
ในใจเขาคิดแต่ประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา
แล้วหันไปมองเตียงข้างๆ ที่เพิ่งถูกวางลง นั่นคือฤทธาที่มีแผลและรอยช้ำเต็มตัว นอนหมดสติอยู่
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ทุกคนถูกรักษาจนเริ่มมีแรงกลับมา
“ทุกคนมารวมตัวกันที่เดิม ที่รวมตอนเริ่มสอบเดี๋ยวนี้” เสียงประกาศดังซ้ำสามครั้ง
นักเรียนทุกคนวิ่งมาตั้งแถวกันเหมือนเดิม
พวกเขาเห็นผู้าุโสองคนเดินเถียงกันเสียงดัง กำลังเดินออกจากอาคารไป
คุ้นๆ เหมือนหนึ่งในนั้นจะเป็รองเ้าสำนัก คนหนึ่งใส่ชุดขาวคนหนึ่งใส่ชุดดำ ท่าทางไม่มีใครยอมใคร
อาจารย์ผู้ดำเนินงานก็รอให้สองคนนั้นออกไปจึงได้พูดต่อ
“ปีนี้ทุกคนทำได้ดีมาก กลับไปพักผ่อน ใครที่ได้ยาไป ก็กินซะตอนนี้”
เด็กคนที่ได้รับยามาเพื่อรักษาก็กินยาเข้าไปทันที
“กลับหลังหัน แล้วเดินออกไป คะแนนสอบจะอยู่ตรงทางออก เย็นนี้จะมีอาหารและเครื่องดื่มไปให้ที่ที่พักของพวกเ้า พรุ่งนี้เป็ต้นไปพวกเ้าจะได้หยุดปิดเทอมหนึ่งเดือน จะมาเจอกันอีกทีในวันที่หนึ่งของเดือนหน้า เอาล่ะไปได้”
เด็กทุกคนหันหลังเดินออกไปเป็แถว
“เขาให้เรารีบออกไปเพราะ่บ่ายจะเป็พวกศิษย์หญิงมาสอบน่ะ ข้าได้ยินพวกศิษย์พี่คุยกัน”
ยอนมินบอกกับเรโซ่และฤทธาที่อยู่ใกล้ๆ กัน ฤทธาแค่ยิ้มให้เรโซ่
“พอเป็เื่พวกศิษย์หญิงนี่เ้าสนใจจังนะยอนมิน” เรโซ่แซว
สักพักก็มีเสียงฮือฮาจากพวกที่เดินออกไปก่อน
“อะไรกัน ผลคะแนนรึ?”
ยอนมินอุทานอย่างสงสัย แล้วก็ค่อยๆ เดินตามกันออกไป
“เดินต่อไปทุกคน ไม่ต้องหยุดดู พวกเ้าไปดูคะแนนอีกทีได้ที่ตารางอันดับชั้นปีหนึ่ง ที่อาคารลงทะเบียน”
อาจารย์คุมสอบคอยบอก พวกเด็กๆ ที่หยุดอยู่ตรงทางออก
“ฤทธาอันดับหนึ่งสามพันสองร้อยคะแนน เรโซ่เ้าอันสาม ข้าอันดับห้า”
ยอนมินวิ่งมาบอกเพื่อนทั้งสอง
ฤทธาเดินออกไปแหงนหน้าดูคะแนนพร้อมกับค่อยๆ เดินตามแถวไป
พอออกมาพ้นอาคาร พวกเขาก็เห็นซุนโฮยืนรอพวกเขาอยู่
“ฤทธา ข้าขอรบกวนสอบถามอะไรสักหน่อยได้หรือไม่”
ซุนโฮถามฤทธาด้วยท่าทางสุภาพ
ขณะที่ศิษย์คนอื่นๆ ที่เห็นเริ่มสนใจ และเริ่มหยุดอยู่ดู
“เ้าสงสัยเื่ใดหรือ” ฤทธาตอบกลับอย่างสุภาพและนุ่มนวลเช่นกัน
“่สุดท้ายข้าได้ฆ่าสัตว์อสูรขั้นสี่ทันก่อนจะหมดเวลา ข้าได้คะแนนเต็มพอดี เ้าได้เพิ่มอีกสองร้อยคะแนนเพราะเ้าฆ่าได้เร็วกว่าข้างั้นรึ”
เขาสงสัยเื่คะแนนของฤทธา
“ถ้าเ้าฆ่าตัวนั้นตาย มันจะมีอีกตัวโผล่มาน่ะ”
คำตอบฤทธาทำให้ศิษย์ทุกคนที่ยืนฟังอยู่อึ้งและเงียบงันกันหมด
“หมายความว่าเ้าฆ่าได้อีกตัวงั้นรึ”
คำถามของซุนโฮหลุดปากออกไปเองโดยเขาก็ไม่ได้ตั้งใจ
“ใช่แหละมั้ง ข้าใช้กำลังเฮือกสุดท้ายทั้งหมดที่มี แล้วก็หมดสติไปเลยน่ะฮ่า ฮ่า”
ฤทธาบอกพร้อมหัวเราะแบบเขินๆ
“ขอบใจมากสำหรับคำตอบ ข้าไม่สงสัยอะไรแล้ว เ้าไปพักผ่อนเถอะ”
ซุนโฮบอกกับฤทธาแล้วเดินจากไป ฤทธากับเพื่อนๆ ก็เดินกลับบ้านพักเช่นกัน.
ตารางคะแนน อันดับหนึ่งฤทธาสามพันสองร้อยคะแนน อันดับสอง ซุนโฮสามพันคะแนน อันดับสามเรโซ่สองพันแปดร้อยคะแนน อันดับสี่เซียวจ้านสองพันหกร้อยคะแนน อันดับห้ายอนมินสองพันห้าร้อยคะแนน และอันดับหก เซี่ยงหยางสองพันสี่ร้อยคะแนน
จบตอน.