第 十二 章
ยอมรับว่าร่างกายหอมกรุ่นและผิวอ่อนนุ่มขาวละมุนตาตรงหน้านั้นทำให้เขานามจื่อหลงที่มิเคยหวั่นไหวต่ออิสตรีใดๆ กลับกลายเป็ผู้ที่อ่อนแอไปแล้ว ยิ่งน้ำเสียงแ่หวานยามที่เสี่ยวเสวียนของเขาเอ่ยวาจายิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างมิเคยพบพานมาก่อน มือแกร่งของเขาสั่นน้อยๆ ยามที่รวบผ้าสีขาวนุ่มนิ่มห่อร่างบางนั่นเอาไว้
"ข้าน้อยเตรียมชุดเอาไว้ให้แล้วขอรับ"จื่อหลงค่อยบรรจงช่วยแต่งตัวให้กับฟ่านเสวียนด้วยความเบามือทะนุถนอมเป็ที่ยิ่ง
"เอ๋! เหตุใดข้ามิเคยเห็นเสื้อผ้าชุดนี้มาก่อน"ฟ่านเสวียนยกแขนเสื้อเพ่งมองด้วยความสงสัย จริงอยู่ชุดที่จื่อหลงนำมาให้สวมใส่นั้นนุ่มละมุนมือใส่แล้วเบาสบายแต่ทว่ามันแปลกตาไม่น้อย ทุกรายละเอียดของเส้นด้ายมีประกายสีทองสอดแทรกยามที่ยืนนิ่งกลับดูเหมือนเสื้อผ้าธรรมดา แต่พอขยับกายเคลื่อนไหวมันส่งประกายบางเบาออกมาด้วย
"อ้อ ผ้าทอผืนนี้ถูกสั่งมาเป็พิเศษขอรับ เดิมทีทางต้นตระกูลข้าน้อยจะนำเอาไปใช้ตัดชุดให้เ้าสาวที่แต่งให้กับคนในตระกูล แต่เนื่องจากว่าข้าน้อยคงมิอาจจะมีเ้าสาวเฉกเช่นผู้อื่นจึงได้ให้คนนำมาตัดเย็บให้ใต้เท้าเอาไว้สวมใส่ขอรับ"จื่อหลงบอกยิ้มๆ
"ข้ามิอาจรับ มิอาจรับแล้ว ถอดคืนเถอะเผื่อเ้าจะนำไปค้าขายให้กับตระกูลผู้ดีหรือเชื้อพระวงค์เผื่อจะได้ราคางามดีกว่านำมาให้ข้าสวมใส่"จื่อหลงส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย
"ใต้เท้าอย่าคิดมากไปเลยขอรับ ไม่กี่วันมานี้ใต้เท้าล้วนแต่มีเื่เจ็บตัวในโรงเตี้ยมของข้าน้อย สิ่งนี้จึงถือว่าเป็ของที่นำมาขอขมาต่อใต้เท้า"
"แต่ราคามันสูงเกินไปอีกทั้งเ้ายังเคยให้หยกพู่ราคาแพงแก่ข้าไปแล้ว"ฟ่านเสวียนประท้วง
"ขอใต้เท้าอย่าได้คิดไปให้มากความเื่นี้สมควรยิ่งแล้ว"ฟ่านเสวียนถอนหายใจด้วยความลำบากใจแต่ดูเหมือนเขาจะหมดหนทางที่จะต่อต้านจึงจำใจรับเอาไว้
"เอาเถอะในเมื่อเป็เช่นนี้ยามที่เ้ากลับสู่เมืองหลวงข้าจะสนับสนุนเ้าเต็มที่ เหล่ามิตรสหายข้าล้วนแล้วแต่ชอบอ่านชอบเขียนข้าจะแนะนำให้แก่เ้า"
"ขอบคุณใต้เท้า ขอบคุณใต้เท้า"จื่อหลงดวงตาเปล่งประกายปลื้มปีติเมื่อได้ยิน
"ถ้าเช่นนั้นใต้เท้าสวมใส่สบายดีหรือไม่ขอรับ"
"อืมสบายมาก ผ้าชิ้นนี้มีความพิเศษอย่างไร"
"มันเป็ไหมจากแดนโพ้นทะเลขอรับถูกนำมาถักทอด้วยเส้นไหมทองประสานกันจนออกมาเป็สีสีขาวปนเหลืองอ่อนจัดจนดูแทบจะไม่ออกอีกทั้งยังทนทานยามที่มีอาวุธมีคมััถูกมันเข้าแม้ว่ามันอาจจะไม่ป้องกันได้ดีที่สุดแต่ก็พอบรรเทาไปได้"
"อ่า วิเศษ วิเศษจริงๆ "
"เช่นนั้นขอใต้เท้าออกไปนั่งที่สวนด้านนอกดีไหมขอรับ ยามนี้ดอกเหมยส่งกลิ่นหอมไปทั่วไป"จื่อหลงย่อมมิกดดันว่าที่คนรักของตนเอง เขาค่อยๆ บดค่อยๆ นวดให้เข้ามือไปเรื่อยจะเป็การดีมากกว่า
"เสียงพูดคุยปนเสียงหัวเราะของสองหนุ่มก้องกังวานไปทั่วบริเวณ แต่กลับมีสตรีนางหนึ่งยืนทุกข์ทนอยู่ตรงหน้าต่างของชั้นสองเฝ้ามองดูทั้งคู่ด้วยความเจ็บช้ำ
"อวี้หนี่ เราต้องกลับเข้าจวนแล้ว"เซิงหว่านเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง สายตาทอดมองไปตามสายตาของนาง
"ไม่กลับ! "
"จะกลับหรือไม่กลับเ้าก็ไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้อง ข้าผู้เป็สามีจะลงโทษเ้าหากไม่เชื่อฟัง"อวี้หนี่หันกลับมามองเซิงหว่านด้วยสายตาอ่านไม่ออก มิรู้ว่าภายในใจของนางคิดการสิ่งใดอยู่กันแน่
"ลงโทษงั้นหรือ เ้าจะลงโทษอะไรข้าได้ สิ่งที่เ้ากำลังทำ นั่นคือทำร้ายข้า เ้าไม่เห็นหรือไรกัน"
"ทำร้ายหรือ เ้าต่างหากที่กำลังทำร้ายตัวเอง จิตใจมืดบอดของเ้าไม่ยอมละวางจากสิ่งที่มิใช่ของตน แบบนี้จะให้เรียกว่าเป็ความผิดผู้ใด"อวี้หนี่หัวเราะด้วยความขมขื่น
"เ้าฝันถึงสิ่งใดเซิงหว่าน ฝันว่าเราจะมีลูกหลานสืบสกุลครองรักกันยาวนานเช่นนั้นหรือ ฝันไกลเกินไปแล้ว เ้าไม่มีทางมีบุตรหลายสืบสกุลหากอยากได้ก็ไปหาภรรยารองเอาเองเถอะข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยว"เซิงหว่านแสยะยิ้มที่มุมปาก
"คนโง่อย่างเ้าจะไปรู้เื่อะไร รู้หรือไม่ว่าศิษย์พี่ใหญ่นำสิ่งใดให้ข้า"ครานี้เซิงหว่านดูเหมือนมิอาจจะทนไหวอีกแล้วเขาหยิบห่อยาปาไปตรงหน้าปะทะกับอกของนางจนของสิ่งนั้นหล่นลงกับพื้น ด้วยตระกูลของพวกนางเก่งทั้งเื่ตำรายาและสมุนไพรไม่น้อย นางก้มลงหยิบห่อนั้นเปิดออกดูถึงกับใบหน้าซีดเซียวน้ำตาหยาดหยดลงสองปรางแก้มนวล
"ทำไม...ทำไมจวิ้นจื่อซยงถึงทำเช่นนี้"
"เพราะเขาไม่รักเ้า เขาเป็เ้าเป็เพียงศิษย์น้องเท่านั้นเมื่อไหร่เ้าจะรู้ตัวเสียที"
"ไม่จริง"
"ยอมรับเสียเถอะอวี้หนี่ ในเมื่อเ้ารู้ความจริงแล้วก็กลับบ้านเรากันเถอะ เ้าดูสิมีครั้งไหนั้แ่เล็กจนเติบใหญ่มา ศิษย์พี่ใหญ่ของเราทั้งยิ้มและหัวเราะได้ขนาดนี้ ถ้าหากมิใช่คุณชายฟ่านมีหรือเราจะได้เห็นได้ยินเช่นนี้ ข้ารักเ้ามาตลอดข้ามิเคยทำร้ายเ้าเพียงแต่ขอให้เ้ารักข้าบ้างครั้งนี้อย่างไรก็หลีกไม่พ้นแล้วยอมรับมันเสียดีกว่า"เซิงหว่านบอกเสียงหนัก อวี้หนี่หันกลับไปมองภาพด้านล่างอีกครั้งก่อนจะร่ำไห้อย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่เสียงสะอื้นบาดหัวใจเซิงหว่านยิ่งนักแต่เขาจำต้องเด็ดขาด
"ใต้เท้าข้าน้อยคงต้องขอตัวก่อนสักสองชั่วยาม เห็นว่าร้านผ้าไหมขอข้าน้อยตอนนี้เกิดปัญหาให้ต้องรีบแก้ไข"จื่อหลงขยับตัวลุกขึ้นเมื่อเห็นปู้เฉินเดินเข้ามาประสานมืออยู่ข้างๆ โดยไม่กล่าวสิ่งใดออกมา แน่นอนเื่ที่มิอาจพูดหมายถึงเื่ที่จะทำให้ฟ่านเสวียนมิอาจรับรู้
"อย่าได้เกรงใจๆ เ้าไปทำธุระของเ้าเถอะข้าอยู่ที่นี่สบายดีแล้ว จริงสิไม่ทราบว่าขุนพลฉั่วส่งข่าวเข้ามาหรือยัง"
"ยังขอรับเห็นว่าตอนนี้กำลังจัดทัพเพื่อล้อมปราบจอมโจรอยู่"จื่อหลงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"อืมเป็เช่นนั้น เอาเถอะเ้ามีกินสิ่งใดก็รีบไปทำเถอะ"
"ขอรับเช่นนั้น ข้าน้อยจะสั่งให้คนมาดูแลความปลอดภัยใต้เท้าสักห้าถึงสอบคนและสาวใช้อีกสี่คนเพื่อคอยดูแลท่านนะขอรับ"จื่อหลงรีบพูดเพราะรู้ดีว่าการที่ปู้เฉินยังไม่ยอมจากไปหลังจากปรากฏตัวแสดงว่าเื่คงไม่เล็กหรือตึงมือเกินจะรับผิดชอบไหวเป็แน่ ฟ่านเสวียนมองตามหลังจื่อหลงที่ก้าวเท้าพรวดออกไปตามหลังด้วยปู้เฉินด้วยสายตาสงสัย เพราะดูแล้วเถ้าแก่หลงผู้นี้คล้ายไม่หนุ่มไม่แก่ ทั้งยังสง่างามเกินกว่าจะเป็พ่อค้าธรรมดา อีกทั้งความรู้ทางบุ๋นยังกว้างขวางอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าเขาจะลองภูมิเช่นไรทางนั้นก็ตอบโต้ได้หมดทั้งบทกวีและตำราพิชัยยุทธ
"เกิดเื่ใดขึ้น"
"ดูเหมือนจะเกิดเื่ผิดพลาดขอรับ"
"เื่ใด"จื่อหลงหยุดเดินหันกลับมาเผชิญหน้ากับปู้เฉิน ทั้งคู่ยามนี้กำลังเดินอยู่ในทางใต้ดินที่นำออกไปสู่นอกหัวเมือง
"คนที่เราสั่งให้ปลอมตัวเป็นายท่านกลับถูกจับเป็ไปแล้วมิใช่จับตาย และข้าเกรงว่าเขาจะถูกทัณฑ์ทรมารให้รับสารภาพ"
"เหลวไหล! เกิดเื่แบบนี้ได้ยังไง คนที่ปลอมตัวเป็ข้าเขากลืนยาสลายกระดูกไปแล้วมีหรือจะกล้าทรยศ"จื่อหลงตวาดเสียงดัง
"พวกเราประมาทไปขอรับ คนที่ปลอมเป็ท่านดูเหมือนจะเป็ไส้ศึกของเผ่าลั่วขอรับ"
"โง่เง่าเอ้ยเกิดเื่แบบนี้ได้ยังไงกัน"
"ข้าน้อยผิดไปแล้ว"ปู้เฉินรู้ดีแก่ใจว่าเื่นี้ย่อมบานปลายแน่ เพราะผู้นำเผ่าลั่ว้าให้นายท่านของเขาไปเป็บุตรเขยและหลายครั้งหลายหนที่นำคนมาเจรจาแต่ก็ถูกปฏิเสธกลับไปทุกครั้ง และครั้งนี้ก็กลายเป็เื่ขึ้นถ้าความลับถูกแพร่งพราย นายท่านของเขาจำต้องเดินเข้าถ้ำตามที่พวกนั้นขีดเส้นเอาไว้เป็แน่
"ข้าจะไปเองสืบรู้แล้วหรือไม่ว่าถูกจับเอาไว้ที่ใด"จื่อหลงเสียงกร้าวปู้เฉินทำสีหน้าหนักใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยิน
"ไม่ได้นะขอรับ ให้หัวหน้าพิษของพวกเราจัดการดีกว่า"
"ไม่ได้ ครั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอีกข้าจะไปเอง"
"แต่ว่า"
"เงียบเถอะไปเตรียมตัวได้แล้ว จริงสินี่ก็ยามเหม่าแล้วให้คนจัดเตรียมอาหารให้ฟ่านเสวียนให้เรียบร้อย ใส่ผงนิทราลงไปด้วยแต่อย่าให้มากเกินไปจนเกิดผลกระทบ ยามเฉินทุกอย่างต้องพร้อมเราจะออกเดินทาง"จื่อหลงเดินทะลุออกอีกเส้นทางเพื่อไปยังร้านตั๋วแลกเงิน
"นายท่าน"หลงจู้ที่คอยดูแลร้านรีบก้มลงประสานมือเมื่อเห็นว่าเป็ผู้ใดที่เปิดประตูกลเข้ามายังห้องเก็บสิ่งมีค่า
"อืมข้า้าเงินสองพันตำลึงเงินจัดมาให้หน่อย"
"ขอรับ"ทุกอย่างถูกจัดวางโดยใช้เวลาไม่นานจากนั้นจื่อหลงก็กลับลงไปยังทางใต้ดินเพื่อออกมาโผล่ยังกำแพงเมืองด้านข้างที่ทหารเฝ้ายามก็เป็คนของเขา ม้าเหงื่อโลหิตตัวเขื่องสีดำร้องฮี้เบาๆ เมื่อเห็นว่าเป็ผู้ใด
"ป้าวเฟิงสบายดีหรือไม่"จื่อหลงเดินเข้าไปลูบจมูกม้าตัวเขื่องเบาๆ มันยกขาสลับไปมาดังกุบกับ ตัวเขาเองก็ใส่ชุดสีดำสนิททั้งร่างรวมถึงปิดบังใบหน้าเอาไว้ด้วยเช่นกัน ปู้เฉินและคนสนิทอีกสามสี่คนล้วนแต่แต่งกายเฉกเช่นเดียวกันทำให้แยกไม่ออกว่าผู้ใดเป็ผู้ใดกันแน่ ยกเว้นเสียแต่ให้ดูที่ม้า
"พวกเราไป! "จื่อหลงสั่งการเสียงครึ้มห้อตะบึงม้าไปตามทางจากนี่ไปถึงจุดหมายใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วยามกว่าจะไปถึงจุดหมายก็พบเหล่าทหารสุมไฟเอาไว้เป็กองๆ กระโจมหลังใหญ่รู้ได้ว่าเป็ของแม่ทัพฉั่วแน่นอน อีกด้านหนึ่งของชายป่าคือกระโจมที่ถูกคุ้มกันแ่าจนยากจะฝ่าวงล้อมเข้าไปได้
"ไช่อีโรยผงดอกไป๋เหอ"ไช่อีคือหนุ่มรุ่นเยาว์แต่เก่งกาจในเื่การใช้พิษอันดับต้นๆ ของยุทธภพเขารับมาดูแลจากผู้เฒ่ายาที่ขอร้องให้ดูแลศิษย์คนสุดท้ายเอาไว้ ครั้งนั้นเขาเข้าป่าเพื่อจะดักซุ่มลอบปล้นขบวนรถขนเสบียงของทางการที่ถูกยักยอกมาและผู้เฒ่าพิษกลับโดนปองร้ายจนต้องหนีออกจากราชสำนักเพราะทำงานที่เสนาฝ่ายซ้ายวางแผนปลงพระชนเอาไว้ไม่สำเร็จ เขาเฝ้ามองไข่อีค่อยๆ โปรยผงผ่านอากาศเหล่าทหารค่อยๆ ร่วงล้มลงนอนสลบกับพื้นไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างสงบเงียบ เขาจึงค่อยบังคับม้าให้เดินเข้าไปช้าๆ จนถึงหน้ากระโจมที่คุมขังคนที่ปลอมตัวเป็เข้า ปู้เฉินะโลงจากม้าแล้วเข้าไปคนแรกตามด้วยตัวเขา จู่ๆ ดาบคมกริบถูกจ่อปลายมาที่คอ
"มาจนได้นะ"ใช่แล้วผู้ที่เอ่ยประโยคนี้คือขุนพลฉั่ว เขาได้กลิ่นดอกไป๋เหอจึงใช้ผ้าปิดจมูกเอาไว้แล้วลอบเข้ามาแอบซุ่มในกระโจมนี้ จื่อหลงยิ้มมุมปากภายในผ้าที่ปิดหน้าเอาไว้
"ไม่เลวเลยขุนพลฉั่ว"
"ยอมให้ข้าจับกุมเสียดีๆ "
"ไม่ง่ายไปหน่อยหรือ"จื่อหลงขยับมือเพียงนิดแต่ไวเกินกว่าสายตาคนธรรมดาจะมองทันซัดเข็มเข้าไปที่หน้าอกของขุนพลฉั่ว แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้เท่าทันจึงเบี่ยงตัวหลบ ปลายกระบี่สองด้ามประสานเสียงดังเคร้งคร้างเมื่อปะทะกันขุนพลฉั่วและจื่อหลงร่ายวิชากระบี่โถมเข้าใส่กันมิหยุดยั้งกระทั่งกระโจมฉีกขาด ปู้เฉินรู้ดีว่าจื่อหลงพยายามเบี่ยงความสนใจจึงสั่งให้ไช่อีกำจัดคนปลอมนั้นเสีย
"เ้ากล้าทรยศคนของเรา"
"ข้า...ข้าผิดไปแล้วจริงๆ "
"เอาล่ะนายท่านมิได้ใจร้าย หากเ้ายอมกินยานี่ เงินสองพันตำลึงนี่จะเป็ของครอบครัวเ้า พวกเราจะส่งเขาข้ามชายแดนไปยังเป๋ยหนาน นายท่านย่อมมีสัจจะ"ตัวปลอมของจื่อหลงครั้งแรกลังเลแต่เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายคำพูดดังทองคำพันชั่งจึงพยักหน้าช้าๆ และรู้ตัวเองดีว่าถึงรอดกลับไปก็ถูกสังหารอยู่ดี ถ้าเป็เช่นนี้ยอมแลกตนเองกับความผาสุกของครอบครัวไม่ดีกว่าหรือ เขาหยิบยาเม็ดเล็กแต่อานุภาพร้ายแรงเข้าใส่ปากไม่ทันไรก็กระอักเืสีดำออกมาดวงตาเหลือกโพลง ปู้เฉินให้ไช่อีตรวจชีพจรแล้วว่าตายสนิทจึงได้ผละออกห่างเฝ้ามองการต่อสู้ด้วยความกังวล เสียงแว่วเป็เสียงทารกผู้หนึ่งร้องขึ้นทำให้จื่อหลงละสายตาพลาดให้ขุนพลฉั่วแทงเข้าที่อกได้หนึ่งกระบี่
"นายท่าน!! "เสียงสามสี่เสียงประสานจากนั้นทั้งปู้เฉินและคนสนิทกรูเข้าไปต้านกระบี่ขุนพลฉั่วทำให้พลาดพลั้งาเ็สลบไปเช่นกัน
"ตามเสียงเด็กเร็วเข้า"จื่อหลงกัดฟันสั่งการ ปู้เฉินยอมผละจากเพื่อไปดูเสียงและพบทารกในห่อผ้าจึงอุ้มกลับมาด้วยทุกคนรีบร้อนเดินจากมาท่ามกลางรัตติกาล