ตอนที่ 13 ข้ารักษาได้ (2)
ต้นยามสารท ใบไม้สีทองร่วงหล่น ยังไม่ถึงวันที่เงียบเหงา อีกทั้งยังรู้สึกถึงความอบอุ่นไปอีกแบบ
พื้นถนนของเมืองหลวงย่อมต้องพิถีพิถัน แผ่นหินเ่าั้ผ่านกรรมวิธีมามากมาย เหล่าช่างหินขัดฝนแผ่นหินเ่าั้จนเรียบเท่ากัน แต่ก็เพราะว่ามันไม่ได้เป็งานที่ประณีตอะไรมากนัก แม้แผ่นหินจะเรียบ แต่ก็ยังมีร่องรอยตำหนิอยู่มาก ล้อรถม้าที่ทำจากไม้เมื่อวิ่งผ่านพื้นเ่าั้ จึงสั่นะเือยู่บ้าง
บนท้องถนนมีผู้คนสัญจรไปมา เดินกันขวักไขว่ เสียงร้องเรียกให้เชิญชวนให้ซื้อเคล้าไปกับเสียงต้นไม้ที่ถูกลมพัด ใบไม้ที่ร่วงเกลื่อนเต็มพื้น คนงานไม่ทันได้ทำความสะอาด รถม้าที่วิ่งบนใบไม้เ่าั้ก็อ่อนยวบ ทำให้รู้สึกสบายไม่น้อยเลย
กู้เชียนเสวี่ยหลับตาลง ไม่รู้ว่ากำลังพักผ่อนหรือหลับไปกันแน่
เพียงประเดี๋ยวเดียว รถม้าก็เริ่มมีเสียงกึกกักกระทบกันอีก แน่ชัดว่าถนนเส้นนี้มีคนทำความสะอาดแล้ว กู้เชียนเสวี่ยลืมตาขึ้น แววตาแจ่มกระจ่าง นางรู้ได้ทันทีว่าจะถึงวังลี่อ๋องแล้ว
เป็เช่นนั้น ขบวนรถม้าค่อยๆ ลดความเร็ว ไม่นานก็หยุดลง มีบ่าวะโขึ้นว่า “ถึงวังลี่อ๋องแล้ว”
หลังจากนั้น เหล่าคนรับใช้ของจวนตระกูลกู้ก็รีบแยกย้ายอย่างเป็ระเบียบ คนที่ต้องส่งจดหมายก็ส่งจดหมาย คนที่ต้องขนย้ายก็ไปขนย้ายของ อวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยวางแท่นเหยียบให้ดี แล้วประคองกู้เชียนเสวี่ยลงมาจากรถม้า
วันนี้กู้เชียนเสวี่ยก็ยังคงแต่งตัวอย่างเรียบง่าย ชุดกระโปรงยาวที่ใช้ไหมแพรบางอ่อนนุ่มสีฟ้าครามในการตัดเย็บ ใช้เส้นไหมสีครามเข้มวาดลายสุ่ยเซียน[1] ถึงไม่ได้ดูประณีตนักแต่ก็พองดงามดูได้ อีกทั้งยังยิ่งทำให้รูปร่างของนางดูสูงยาวแช่มช้อยอีกด้วย เส้นผมสีดำเข้มก็ไม่ได้แต่งอะไรซับซ้อนนัก เพียงแค่ม้วนมวยผมขึ้นอย่างง่ายๆ ปักปิ่นผลึกแก้วสีฟ้าเพียงไม่กี่ด้าม ประกบด้วยไข่มุก ยิ่งทำให้เด็กสาวดูงดงามประณีต น่ารักทะนุถนอม
ใบหน้าที่ไม่ได้แต่งแต้มอะไรเลย ดูเป็ธรรมชาติราวกับสุ่ยฝูหรง[2] แต่ก็ด้วยความสวยธรรมชาติของนาง ทำให้คนที่อยู่รอบๆ อดไม่ได้ที่จะจ้องมอง ตกตะลึงกับความงามดุจนาง์
เดิมทีลี่อ๋องก็ไม่ได้คบค้าสมาคมกับผู้ใดแม้แต่เครือญาติ ทำให้น้อยครั้งนักที่จะมีแขกมาเยือนวังลี่อ๋อง วันนี้มีขบวนรถม้าของตระกูลกู้มาหยุดอยู่ตรงหน้า แถมนายยังเป็หญิงสาวหน้าตาดีเช่นนี้ ชาวบ้านที่เดินไปเดินมาพากันแสดงความคิดเห็น อดไม่ได้ที่จะคาดเดาไปต่างๆ นานา
ตอนที่กู้เชียนเสวี่ยลงมาจากรถม้า และก้าวขึ้นไปยังบันไดหิน ก็รู้สึกเหมือนมีไอเย็นตีเข้าหน้า ไม่รู้ว่าเป็เพราะถูกสิงโตทั้งสองด้านข่มขวัญ หรือเป็เพราะกำลังกลัวลี่อ๋องอยู่กันแน่
ไม่นานนัก ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านในวัง สีหน้าดูเข้มงวดไม่น้อย ดูจากการแต่งตัวกับรังสีที่แผ่ออกมารอบๆ ตัวนั่นแล้ว ตำแหน่งคงไม่ธรรมดาเลย
“ท่านคงจะเป็คุณหนูใหญ่แห่งจวนตระกูลกู้ เชิญด้านในเถิด” พูดจบชายหนุ่มก็ผายมือ แล้วนำทางให้กับนาง
กู้เชียนเสวี่ยพยักหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆ แต่ก็เป็รอยยิ้มที่ไม่เผื่อถึงดวงตา...ตำแหน่งของชายหนุ่มที่กำลังนำทางคงไม่ต่ำต้อย กล่าวนำแค่เพียงสั้นๆ แต่ก็ครอบคลุมความหมายทั้งหมด ไม่มีแม้แต่คำพูดทักทายตามมารยาท ทั้งยังน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราวกับว่าเขาแค่กำลังทักทายคนที่กำลังจะตายในไม่ช้า
ลี่อ๋องจะฆ่านางโดยไม่สนเ้ากรมกู้หรือผู้บัญชาการทหารสูงสุดจ้าวเลยอย่างนั้นหรือ
ระหว่างที่กำลังสงสัยก็เดินมาถึงห้องโถงใหญ่
ห้องโถงใหญ่ที่เอาไว้รับรองแขกนั้นกว้างใหญ่เสียจนดูโล่งไปหมด เพดานที่อยู่สูง เสาค้ำแท่นใหญ่ตั้งตรง ให้ความรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก
โต๊ะเก้าอี้ในห้องโถงล้วนเป็สีดำ เต็มไปด้วยความยำเกรงน่าเคารพ
“ขอถาม ท่านอ๋องเล่า” กู้เชียนเสวี่ยเอ่ยถามชายหนุ่มนำทางด้วยความไม่สบายใจ เพราะในห้องโถงนั้นโล่งไม่มีผู้ใดเลย
ชายหนุ่มหันกลับมา สายตานั้นดูเหมือนมีความเวทนาเล็กน้อยก่อนจะปรบมือ มีองครักษ์ยกเอาถาดไม้เข้ามาหนึ่งถาด และบนถาดไม้มีถ้วยลายครามที่ดูงดงามตั้งไว้อยู่หนึ่งถ้วย
กู้เชียนเสวี่ยใจหล่นวูบ
เ้าลี่อ๋องคนนี้ แม้แต่โอกาสแก้ตัวก็ไม่คิดจะให้นาง ในห้องโถงก็ไม่อยู่ มีเพียงแค่ถ้วยหนึ่งถ้วย แล้วในถ้วยมีอะไร ไม่ต้องใช้สมองคิด ก็เดาได้
ชายหนุ่มผู้นำทางเอ่ยขึ้น “คุณหนูใหญ่กู้ เมื่อสองวันก่อน ท่านอ๋องของพวกเราได้บอกเอาไว้ ว่าวันนี้ท่านจะมารับโทษ ท่านยังจำได้หรือไม่”
กู้เชียนเสวี่ยเข้าใจในทันที “นี่คือยาพิษอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้ว” ชายหนุ่มยืนยัน “หากว่าคุณหนูกู้ไม่กล้าดื่ม ข้าน้อยก็พอจะช่วยคุณหนูได้”
กู้เชียนเสวี่ยหัวเราะเบาๆ พร้อมส่ายหน้า ยื่นมือออกไปยกเอาถ้วยยาพิษที่กำลังอุ่นร้อนขึ้นมา “วางใจเถิด คุณหนูอย่างข้าไร้ซึ่งทุกอย่าง แต่ที่ไม่เคยขาดก็คือความกล้า เพียงแต่มีคำพูดที่อยากจะรบกวนพี่ชายนำไปบอกต่อท่านอ๋องด้วย”
“คือสิ่งใดกัน” ชายหนุ่มถาม
กู้เชียนเสวี่ยทำท่าว่าจะดื่มยาพิษนั่น “โรคของพระสนมฉินเฟย บางทีข้าอาจรักษาได้”
เชิงอรรถ
^ สุ่ยเซียน หรือดอกแดฟโฟดิล^ สุ่ยฝูหรง หรือ จอก พืชน้ำขนาดเล็กที่เติบโตติดกันเป็นกลุ่มลอยอยู่บนผิวน้ำ ใบอยู่เหนือน้ำ มีขน เรียงซ้อนกันเป็นชั้นคล้ายดอกกุหลาบ