เฟยเฟยใช้ชีวิตในอดีตได้ครึ่งปีแล้ว ครอบครัวเสนาบดี ก็รักและดูแลเธออย่างดี อาจเป็เพราะโม่ฟางเฟยเป็ลูกสาวคนเดียวของตระกูล พวกเขาจึงประคบประหงมอย่างเต็มที่ วันไหนเธอไม่ติดธุระอะไร เธอก็จะกลับไปเยี่ยมครอบครัวเสนาบดีเสมอ ซึ่งทุกครั้งที่ไปเยี่ยม เธอจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น
วันนี้หลังจากที่ที่ไปเยี่ยมครอบครัวที่จวนเสนาบดี ระหว่างทางกลับ เฟยเฟยเกิดอยากเดินเล่นในตลาด เธอจึงสั่งให้หยุดรถม้าแล้วบอกคนขับรถม้าว่า
"เ้ารอที่นี่ข้าจะลงไปเดินเล่นสักครู่"
คนขับรถม้าตอบกลับเสียงนอบน้อม
"ขอรับฮูหยิน"
เธอเดินลงจากรถม้า เสี่ยวเฉียวเดินตามหลังมาติดๆ ในตลาดนั้นคึกคักเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาซื้อของ มีเสียงเรียกเชิญชวนของแม่ค้า เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ และเสียงต่อรองราคาของผู้คนที่ทำให้ตลาดดูมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง
เฟยเฟยเดินไปเรื่อย ๆ แวะชมสินค้าตามร้านต่าง ๆ ร้านขายผลไม้มีผลไม้หลากหลายชนิดวางเรียงราย สีสันสดใสชวนให้น้ำลายสอ กลิ่นหอมของผลไม้สุกงอมลอยมาตามลม มีร้านขายขนมหวานที่มีขนมหลากหลายชนิด ทั้งขนมอบ ขนมนึ่ง และขนมทอด กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลและข้าวเหนียวทำให้นางต้องหยุดมองและชิมขนมก่อนจะเดินต่อ
เฟยเฟยเดินไปจนกระทั่งนางหยุดที่ร้านขายถุงหอม ร้านนี้มีถุงหอมหลากหลายแบบ แขวนเรียงรายอยู่ในร้าน กลิ่นหอมของสมุนไพรและดอกไม้ที่ใช้ทำถุงหอมลอยมาเตะจมูก เธอรู้สึกผ่อนคลายและสงบใจจากความวุ่นวายรอบตัว เธอยิ้มให้แม่ค้าที่กำลังจัดเรียงถุงหอมและเริ่มถามถึงกลิ่นที่หอมที่สุด
"กลิ่นไหนหอมที่สุดหรือแม่ค้า?" เฟยเฟยถามแม่ค้า
แม่ค้ายิ้มและยื่นถุงหอมหลาย ๆ แบบให้เฟยเฟยดม ระหว่างที่นางกำลังดมถุงหอม นางก็พบกับอาจารย์เหวินโดยบังเอิญ
"ท่านอาจารย์ ท่านคิดว่ากลิ่นไหนหอมที่สุด?" เฟยเฟยยิ้มถาม
แม่ค้าเห็นทั้งคู่ยืนดูกันด้วยท่าทางสนิทสนมก็เอ่ยปากขึ้นมา
"ท่านสองคนเหมือนคู่รักเทพเซียน สวยงามปานภาพวาด ช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก" นางกล่าวพร้อมยิ้ม
เฟยเฟยอึ้งไปไม่รู้จะตอบอะไร อาจารย์เหวินเองก็เช่นกัน ทั้งคู่ยืนนิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนที่เฟยเฟยจะหยิบถุงหอมสองถุงและจ่ายเงินให้แม่ค้า
"ข้าต้องขอตัวก่อนแล้วท่านอาจารย์" เฟยเฟยกล่าวลาและเดินจากไป
อาจารย์เหวินมองตามด้านหลังของนางไปจนสุดสายตา
ขณะเดียวกัน องครักษ์ลับที่ท่านอ๋องส่งให้คอยคุ้มกันฮูหยิน ที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มแม่ค้าได้ยินบทสนทนานี้ จึงนำเื่ดังกล่าวกลับไปรายงานท่านอ๋องทันที เขารีบรายงานน้ำเสียงจริงจังต่อท่านอ๋องว่า
"ฮูหยินของท่านอ๋องขากลับจากจวนมหาเสนาบดีแวะไปที่ตลาด แม่ค้าที่ร้านถุงหอมบอกว่านางกับอาจารย์เหวิน ว่าเป็คู่รักเทพเซียนขอรับ" องครักษ์ลับรายงานเสียงดังฟังชัด
อ๋องชิงได้ยิน เงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่อ่านอยู่แล้วพูดว่า
"ไม่ต้องสนใจ ข้าไม่เคยสนใจนาง เ้าจะสนใจไปไย ข้าแค่ให้เ้าตามดูแลความปลอดภัยให้นางเท่านั้น นางจะได้ไม่ก่อเื่"
แม้จะพูดอย่างนั้น แต่เย็นวันนั้นเมื่ออ๋องชิงกลับมาที่จวน เขาเห็นเฟยเฟยกำลังกินข้าวอยู่ เขาเดินเข้าไปนั่งด้วย และทำท่าทางเย็นะเืกว่าน้ำแข็ง เฟยเฟยััได้ถึงความเย็นเยียบนั้น
"เ้าเป็อย่างไรบ้าง?" อ๋องชิงถาม
"สบายดีมาก ไม่ต้องห่วง" เฟยเฟยตอบ
อ๋องชิงพ่นเสียงเหอะแล้วพูดว่า
"ข้านี่นะ จะห่วงเ้า"
เฟยเฟยประชดประชันตอบกลับ
"เ้าค่ะ ข้ารับทราบค่ะ ว่าท่านพี่ไม่เคยห่วงข้า"
ถึงแม้ว่าจะเป็คำพูดประชดประชัน แต่อ๋องชิงก็แอบดีใจที่ได้ยินนางเรียกเขาว่าท่านพี่ครั้งแรก เขาอยากให้นางเรียกแบบสนิทกว่านี้ ท่านพี่ หรือชื่อของเขา “ชิงเหยี่ยน” อยากถามนางว่าไปไหนมา ไปกับใคร แต่ไม่กล้าแม้จะเอ่ยปากถาม
เฟยเฟยหยิบถุงหอมที่ซื้อสองอันเมื่อตอนบ่ายให้อ๋องชิงไปหนึ่งอันแล้วบอกว่า
"ของขวัญแด่มิตรภาพ" แล้วนางก็เดินเข้าห้องไป
ชิงอ๋องมองดูถุงหอมในมือแล้วคิดถึงประโยค "คู่รักเทพเซียน" เขาขว้างมันทิ้ง แล้วเดินไปทันที
เมื่อเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง เขานอนพลิกไปมานอนไม่หลับ ความคิดเกี่ยวกับคำว่า "คู่รักเทพเซียน" ยังวนเวียนในหัวใจ เขารู้สึกไม่สบายใจและกังวลใจมากขึ้นทุกขณะ สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจเดินไปที่ห้องเฟยเฟยเพื่อถามนางให้รู้เื่
เมื่อเขาเดินไปถึงห้องนาง เฟยเฟยนอนหลับสนิทแล้ว เสียงหายใจเบาๆ ของนางทำให้หัวใจของเขาสงบลงเล็กน้อย เขาตัดสินใจปีนขึ้นไปบนเตียง สอดตัวเข้าผ้าห่มแล้วกอดนางเบา ๆ กลัวนางตื่นแล้วจะโวยวาย
"นี่เขากลัวนางเหรอ?" เขาถามตัวเองในใจขณะกอดเฟยเฟย
ความอบอุ่นจากร่างของนางทำให้หัวใจเขาเต้นแรง
ทันใดนั้นเฟยเฟยพลิกตัวมากอดเขาแล้วบ่นว่า
"หมอนข้างแข็งจัง พรุ่งนี้จะเปลี่ยนอันใหม่"
หน้าอกของนางที่ชนเข้ากับแขนของเขา ทำให้ขนลุกทันที เขาเหลือบมองดูนาง แสงจันทร์จากหน้าต่างตกกระทบใบหน้าอันจิ้มลิ้มที่งามดังภาพวาด แพขนตาหนายาวปิดอยู่ ปากของนางสีชมพูอวบอิ่ม เขาใช้นิ้วไล้ที่หน้านางอย่างแ่เบา แล้วเลื่อนมือลงมาที่ริมฝีปากของนาง เผลอมองอยู่อย่างนั้นสักพัก
ทันใดนั้นเองเขาก้มลงจูบเข้าที่ปากเล็กของนาง อย่างห้ามใจไม่อยู่ เฟยเฟยค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความสะลึมสะลือเธอรู้สึกเหมือนใครสักคนอยู่บนเตียง ทันใดนั้นเฟยเฟยสะดุ้งตื่นเต็มตา กรีดร้อง คว้าหมอนได้ทุบเข้าไปที่หัวอ๋องชิงรัว ๆ ทั้งตบทั้งข่วน
อ๋องชิงพยายามเอามือปิดปากนางไว้ แต่ด้วยความใเฟยเฟยดิ้นสุดแรง
คนใช้ทั้งจวนตื่นแล้ววิ่งกรูเข้ามาในห้องพร้ะเกียงและอาวุธครบมือ ละล่ำละลักถาม
"ฮูหยินเกิดอะไรขึ้นขอรับ"
เฟยเฟยบอก
"พวกเ้ารีบจับมันไปมันคิดจะทำมิดีมิร้ายข้า"
คนรับใช้จ้องมองไปที่หน้าของคนที่จะให้จับ แล้วทำสีหน้ากระอักกระอ่วน เฟยเฟยหันไปมองคนร้ายเต็มตา คือท่านอ๋องที่หน้าตามีแต่รอยเล็บ ผมเผ้ากระจายจากการจิกของเฟยเฟย เฟยเฟยหน้าเจื่อน กล่าวเสียงเบา
"ข้าไม่รู้ว่าเป็ท่าน ข้าขอโทษ ปกติเราอยู่คนละห้อง วันนี้ท่านมาข้าก็นึกว่าโจรจะมาทำมิดีมิร้ายข้า ข้าขอโทษจริงๆ"
อ๋องชิงทำหน้าขรึม
สั่งให้ทุกคนกลับไปนอน และเขาก็พูดขึ้นด้วยเสียงเข้ม
“เดี๋ยว!! พรุ่งนี้ข้าจะย้ายมานอนที่นี่ พวกเ้าไปย้ายของมาไว้ห้องนี้ให้เรียบร้อย"
พูดจบเขาก็ทำตัวมึนๆ เดินเอาแขนไขว้หลังออกจากห้องไป
เฟยเฟยพึมพำ : “อะไรของตานี่”