พิทักษ์ที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็คุกเข่าอย่างงงๆตามที่พี่ชายบอกกล่าว เฟยที่เห็นหน้าของพิทักษ์เขาก็จ้องมองที่มันเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาสบตาที่พิภพอีกครั้ง..
“เออ.. ท่านปรมจารย์ขอรับ นี่คือพิทักษ์น้องชายของกระผมเองขอรับ” พิภพกล่าวเสียงอ่อยๆ พิทักษ์ที่ลงมาคุกเข่าแบบงงๆก็ยิ่งสับสนเข้าไปกันใหญ่ เขาไม่เข้าใจเลยว่านี่มันเื่อะไรกัน แล้วเขาไปเกี่ยวข้องอะไรกับชายตรงหน้านี้กันแน่..
“อืมๆ จะว่ายังไงดีล่ะ ฉันยังคิดวิธีอื่นไม่ออกนอกจากฆ่ามันทิ้งเลยนะ เอายังไงดีล่ะคุณพิภพ..”
เฟยกล่าวพร้อมกับจิกตามองไปที่พิทักษ์ ก่อนที่เขาจะปล่อยจิตสังหารครึ่งหนึ่งของตัวเองใส่ทั้งสองพี่น้องตรงๆ แน่นอนว่าด้วยแรงกดดันของจิตสังหารที่แรงกล้าของเฟย มันทำให้ทั้งสองพี่น้องเห็นภาพหลอนที่ด้านหลังของเฟยเป็รูปเป็ร่าง มันเป็ภาพของยมทูตที่สวมชุดคลุมดำในมือถือเคียวที่พร้อมจะพรากชีวิตไป..
“ได้โปรดใจเย็นลงก่อนขอรับท่านปรมจารย์ กระผมเชื่อว่าเราน่าจะมีทางออกที่ทำให้ท่านพึงพอใจอย่างแน่นอนขอรับ..”
พิภพกล่าวออกมาอย่างยากลำบาก เขาที่เป็ถึงผู้ฝึกตนลมปราณระดับ 4 แล้ว เขายังไม่สามารถฝืนทนต่อแรงกดดันจิตสังหารนี้ของท่านปรมจารย์ได้เลยแม้แต่นิดเดียว แล้วน้องชายของเขาที่เป็เพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้นจะเป็อย่างไร เขาหันไปมองร่างกายของพิทักษ์เ้าน้องชายบ้าของเขา ซึ่งในเวลานี้ร่างกายของมันแทบจะเรียกได้ว่านอนติดกับพื้นแทบจะทุกส่วน..
“หือออ.. ก็ได้! ทำไมพวกคุณไม่ลองพูดเสนอออกมาล่ะว่าจะทำอย่างไร หรือชดใช้สิ่งใดแลกกับชีวิตของพวกคุณเอาไว้..” เฟยคลายจิตสังหารก่อนจะพิงหลังบนโซฟา และกล่าวถามตามลำดับ..
“เออ.. คือ.. เออ.. กระผมขอเวลาปรึกษากับน้องชายของกระผมสักครู่ กระผมเชื่อว่าท่านจะพึงพอใจอย่างแน่นอนขอรับ” พิภพกล่าว เฟยที่ได้ยินสิ่งที่พิภพกล่าวเขาก็สะบัดมืออย่างเฉยชา และดูเหมือนไม่ค่อยจะเต็มใจมากนัก ส่วนทางด้านของพิทักษ์ที่กำลังช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เมื่อสักครู่เหมือนกับว่าเขาจะตายไปแล้วจริงๆ ยมทูตที่เขาเห็นมันกำลังจะกลืนกินเขาไปแล้วทั้งตัว แต่จู่ๆมันก็หายไปในพริบตาเดียว..
“ไอ้ทักษ์! แกตั้งสติเอาไว้ให้ดีๆ ตัวตนที่อยู่ต่อหน้าแกนี้เป็ผู้วิเศษ เขาไม่ใช่คนธรรมดา เข้าใจใช่ไหม?.. ฉันจะเล่าเื่ย่อๆให้แกฟัง และก็ควรตัดสินใจเอาเองว่าจะชดเชยให้กับท่านอย่างไร..” พิภพกล่าว และเล่าเื่ต่างๆให้กับน้องชายได้รับฟัง ซึ่งพิทักษ์หลังจากที่เจอกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ประกอบกับเื่ที่พี่ชายเล่าให้ฟัง มันยิ่งทำให้ดวงตาของเขาแทบจะทะลักออกมาเลยทีเดียว
“แล้วผมต้องทำยังไงดีล่ะพี่.. ผมก็ไม่รู้สักหน่อยว่าเ้าพวกบ้านั่นมันไปทำอะไรเอาไว้บ้าง”
พิทักษ์กล่าวออกมาด้วยความกังวลใจ เขาไม่รู้เลยว่าจะหาสิ่งใดมาทดแทนให้กับความผิดในครั้งนี้ สองพี่น้องปรึกษากันไปมานานพอสมควร แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบอะไรที่ลงตัวสักที เฟยที่เห็นอย่างนั้นก็เริ่มทนไม่ไหว เพราะนี่มันก็เกินเวลาที่บอกเอาไว้กับครอบครัวไปแล้วถึง 5 นาที เขาไม่อยากจะเสียเวลาที่นี่อีกต่อไปแล้ว..
“อะไรก็ได้ที่มันดูจริงใจหน่อย.. ผมไม่ได้มีเวลามานั่งเล่นรอให้พวกคุณตัดสินใจกันทั้งวันหรอกนะ ถ้ายังตัดสินใจอะไรกันไม่ได้ เดี๋ยวผมตัดสินใจให้เองเป็ไง..” เฟยกล่าว และมันยิ่งทำให้ทั้งสองพี่น้องกดดันมากยิ่งขึ้นไปอีก พิทักษ์ที่ลนลานเขาไม่รู้จะหาสิ่งใดมาชดเชย แต่จู่ๆก็เหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ พิทักษ์เขกหัวลงพื้นดังปัง! ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดังสุดเสียง..
“ผมยอมเป็มือเป็เท้าให้กับท่านครับ.. ไม่ว่าจะให้ไปบุกน้ำลุยไฟผมก็พร้อมที่จะไปเพียงแค่ท่านเอ่ยสั่ง ได้โปรดให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองเพื่อชดใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าผมสามารถเป็ประโยชน์ให้กับท่านได้ไม่มากก็น้อย ท่านสามารถเรียกใช้งานผมได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ..”
พิทักษ์กล่าว ส่วนทางด้านพิภพก็หันไปมองน้องชายของตนเองเล็กน้อย ในใจของเขากำลังยินดีแปลกๆ หากท่านปรมจารย์รับน้องชายของเขาเป็ผู้ติดตาม บางทีอาจจะมีเื่ดีเกิดขึ้นกับพวกเขาสองพี่น้องอย่างไม่คาดคิดก็เป็ไปได้
ส่วนเฟยที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันมองพิทักษ์เล็กน้อย มันก็เป็เื่ดีที่จะมีความสัมพันธ์เช่นนี้กับคนที่มีอำนาจ บางทีหนทางนี้มันอาจจะดีที่สุดแล้วก็ได้
“อืมม.. ก็เป็ความคิดที่ดีอยู่หรอก แต่ว่าผมมีเงื่อนไขอยู่ 2 ข้อ.. หนึ่ง จงไปลากคอไอ้ตัวที่มันบังอาจทำกับพ่อของผมคนนั้นมารับโทษให้ตายซะ!.. ส่วนข้อสอง.. หากคิดจะทรยศผม หรือคิดร้ายต่อครอบครัวของผมในอนาคต โทษสถานเดียวคือความตายที่รออยู่.. คุณจะยอมรับเงื่อนไขนี้หรือไม่” เฟยกล่าวถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง พิทักษ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็เขกหัวดังปังอีกครั้ง..
“ผมยินดีรับข้อเสนอนี้ครับนาย!..” พิทักษ์กล่าว
“อื้มม ต่อไปให้เรียกผมว่าบอสก็พอ.. เอาล่ะวันนี้พอแค่นี้ และผมหวังว่าคุณจะทำได้อย่างที่สัญญาเอาไว้ ภายในเช้าของวันพรุ่งนี้จงลากตัวมันมาคุกเข่าต่อหน้าของผม เข้าใจแล้วนะ” เฟยกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นยืน เขาเตรียมที่จะเดินออกไป และกลับบ้านพักผ่อน ่นี้มีแต่เื่ให้ชวนวุ่นวายจริงๆ
“ครับบอส!..” พิทักษ์กล่าว เหตุการณ์ที่ชวนให้คอขาดบาดตายได้ผ่านพ้นไป พิทักษ์ และพิภพสองพี่น้องก็ไม่รอช้า พวกเขารีบเดินตามเฟยไปในทันที หลังจากสอบถามว่าเฟยนำรถมาเอง พวกเขาก็คิดว่าจะเดินมาส่งให้ถึงรถอย่างปลอดภัย ทีแรกพิทักษ์จะจัดขบวนรถคุ้มกันอย่างยิ่งใหญ่ แต่ทว่าความคิดนั้นก็ถูกเฟยห้ามเอาไว้ก่อน เพราะเขา้าความเป็ส่วนตัวกับครอบครัว..
“จริงสิ! พรุ่งนี้เช้าหลังจากลากคอไอ้คนนั่นมา ก็เคลียร์คิวงานอะไรของแกให้เรียบร้อยด้วยพิทักษ์.. ตอนนี้แกเป็ถึงผู้ติดตามของฉัน แกจะกลายเป็บุคคลที่ไม่ธรรมดาอีกต่อไป จงเตรียมใจเอาไว้ให้ดี..” เฟยกล่าวกับพิทักษ์ด้วยสรรพนามที่เปลี่ยนไป และเขายังเน้นย้ำกับมันให้ทำตัวว่างๆ เพราะเขาจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นักเวทย์เหมือนกับเขา ขึ้นชื่อว่าเป็คนของจักรพรรดิมนตราจะอ่อนแอได้อย่างไร..
“ได้ครับบอส!.. ขอบคุณสำหรับความกรุณาล่วงหน้าครับ” พิทักษ์กล่าวท่ามกลางความดีใจ มันเป็เื่ยากมากที่จู่ๆคนธรรมดาอย่างเขาจะมีโอกาสได้เป็ดั่งตัวตนที่สุดยอดขึ้น ทางด้านของพิภพก็ตบไหล่ยินดีกับน้องชายของเขาด้วยเช่นกัน วิกฤติที่พลิกเป็โอกาสเช่นนี้นับว่าหาได้ยาก และเขาเชื่อว่าถ้าน้องชายติดตามท่านปรมจารย์ไป สักวันเขาจะต้องยิ่งใหญ่ และมีชื่อเสียงมากแน่นอน..
ประตูหลักของเดอร์คอยน์ถูกเปิดออกอย่างยิ่งใหญ่ที่มีถึงผู้ดูแลเดินออกจากประตูเพื่อส่งชายคนหนึ่งกลับด้วยตัวเอง แน่นอนว่ามันเป็ที่น่าสงสัย และน่าสนใจของเหล่าสมาชิกเดอร์คอยน์คนอื่นที่กำลังใช้บริการ พวกเขาต่างคิดไปต่างๆนานาว่าชายหนุ่มคนนั้นต้องเป็คนใหญ่คนโตของเดอร์คอยน์แน่นอน เพราะต่อให้นายกเทศมนตรี หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจหรือทหารที่ใหญ่ที่สุดในภาค ยังไม่ได้รับการบริการเช่นนี้เลย
เฟยเดินออกมาจากประตูพร้อมกับสองพี่น้องพิทักษ์ และพิภพเดินตามหลัง และไม่คิดว่าจะมีใครหาญกล้าพอจะลองดีกับเฟย แต่ทว่ามันก็มักจะมีคนโง่อยู่เสมอ.. เพราะตอนนี้เสียงกระจกที่แตกได้ดังขึ้นลั่นซอย พร้อมกับเสียงของแม่ และน้องสาวของเขากำลังกรีดร้อง..
“หึหึ.. หวังว่าพวกมันจะไม่ใช่คนของแกนะพิทักษ์” เฟยกล่าวพลางหันไปมองพิทักษ์ที่กำลังเหงื่อตก เพราะนั่นมันคือลูกน้องหน้าโง่ของเขาที่เขาสั่งให้รออยู่ข้างนอกเดอร์คอยน์นั่นเอง และถ้าดูจากสถานการณ์แล้ว รถคันนั้นคงจะไม่พ้นเป็ของบอสอย่างแน่นอน และทีนี้เขาจะต้องพูดตอบยังไงดีล่ะ..
‘จบสิ้นแล้วชีวิตตรู...’ พิทักษ์กล่าวคิดในใจอย่างท้อแท้ เฟยที่เห็นอย่างนั้นถึงกับถอนหายใจออกมา จากอาการของพิทักษ์มันแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกนั้นเป็ลูกน้องของมันร้อยเปอร์เซ็นต์..
“..ก็ยังไม่รีบเข้าไปห้ามพวกมันอีก.. จะยืนทำหน้าบื้อทำมะเขืออะไรเล่า”
เฟยกล่าวสั่งการกับพิทักษ์พลางส่ายหัวให้กับความบังเอิญนี้ ซึ่งแน่นอนว่าพิทักษ์ก็ไม่รอช้า รีบดีดตัวออกไปทางทิศนั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี พิภพที่เห็นว่าสถานการณ์ที่ดีกลับกลายเป็เลวร้ายอีกครั้งเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาเลยสักคำเดียว...
“รถก็เพิ่งจะออกมาได้ไม่ถึงวัน มันกลับมีตำหนิจนยากจะใช้งานมันเสียแล้ว เฮ้ออ” เฟยกล่าว ส่วนทางด้านของพิภพที่ได้ยินอย่างนั้นจากที่คิดว่าจะเงียบปากเอาไว้ไม่ขอออกความเห็น แต่เขาจะต้องพูดกล่าวอะไรสักอย่างแล้วเพื่อเป็การช่วยเหลือน้องชายของตนจากสถานการณ์แย่ๆนี้
“เออ..คือ.. ท่านปรมจารย์ขอรับ เื่นี้มัน...” พิภพยังไม่ทันได้กล่าวอะไร เฟยที่เห็นอย่างนั้นก็ยกมือขึ้นมาเป็สัญลักษณ์ราวกับบอกให้เขาหยุด และก็ไม่ต้องพูดอะไรต่อทั้งนั้น..
“ถ้าจะพูดแก้ต่างให้กับพวกมันหรือเ้าพิทักษ์ก็หยุดเลย ผมไม่้าได้ยินอะไรทั้งสิ้นในเวลานี้..” เฟยกล่าวพลางทำสีหน้าจริงจัง พิภพก็ได้แต่ถอนหายใจ และก็คิดอยู่ภายในใจว่าลูกน้องแต่ละตัวของเ้าพิทักษ์ชอบก่อปัญหาใหญ่ๆให้ตามแก้ไขเสมอเลย บางทีถ้าไม่เลี้ยงดูพวกนั้นน่าจะเป็การดีกว่า..
“…ยังไงผมคงต้องฝากย้ำเตือนกับน้องชายของคุณด้วยว่า เงื่อนไขที่ตกลงกับผมก่อนหน้านี้ ผมจริงจังกับมันมาก.. และจงดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ให้ดี นี่คือคำเตือนจากผมหากทำการละเลย.. หลังจากที่รถของผมลับสายตาออกไป จงอยู่ให้ห่างจากคนกลุ่มนั้นเอาไว้..” เฟยกล่าว ก่อนจะเดินตามพิทักษ์ไปอย่างช้าๆ
“ขอรับท่านปรมจารย์..” พิภพกล่าวตอบ ก่อนจะเดินตามหลังเฟยไปเงียบๆ..