“ยินดีต้อนรับคุณชายท่านนี้ ไม่ทราบว่าท่านสนใจสินค้าประเภทใดหรือขอรับ”
“หากข้า้าพบเถ้าแก่หลิวเพื่อเสนอขายสินค้า...จะได้หรือไม่” เหลียงซูถิงเคาะม้วนกระดาษม้วนหนึ่งลงบนมืออีกข้างเป็จังหวะ เมื่อเห็นว่าหลงจู๊ทำท่าครุ่นคิด เธอก็คลี่ม้วนกระดาษในมือออกมาให้เขาดูช้า ๆ
จี๋เป่ยมองกระดาษที่มีความมันวาวไม่เหมือนกับกระดาษชนิดใดที่เขาเคยพบเห็น อีกทั้งมันยังมีภาพวาดอันสุดแสนจะวิจิตรงดงามในรูปแบบที่เขาไม่คาดว่ามนุษย์คนหนึ่งจะสามารถวาดออกมาได้ก็ถึงกับเบิกตากว้างราวกับเห็นสมบัติล้ำค่า
“ดะ...ได้เลยขอรับคุณชาย เชิญคุณชายทางนี้เลยขอรับ!”
“อ่า...หลงจู๊ คือว่า... ข้ามีตัวอย่างสินค้าแนว ๆ นี้จะมานำเสนอเถ้าแก่หลิวอีกมากมาย ไม่ทราบว่าจะให้คนช่วยกันขนขึ้นไป้าด้วยได้มั้ย” เธอถามพลางชี้ไปที่รถม้าที่จอดรออยู่
“ได้แน่นอนขอรับ” แล้วเขาก็เรียกให้คนงานชาย 2-3 คนไปช่วยอาฮ่าวขนหีบไม้หลายหีบลงมาจากรถม้า แค่เพียงหีบที่ใช้บรรจุสินค้าตัวอย่างก็ดูมีราคาและมีลวดลายแปลกตามากแล้ว ไม่รู้ว่าด้านในมีของล้ำค่าอะไรอีกบ้าง จี๋เป่ยมั่นใจว่านายท่านของตนเองไม่มีทางยอมพลาดที่จะได้เห็นตัวอย่างสินค้าของคุณชายผู้นี้เป็แน่
เธอและปิ่งจีถูกเชื้อเชิญให้ขึ้นมายังชั้นบนของร้าน จี๋เป่ยเคาะประตู 2-3 ครั้งแล้วเข้าไปรายงานเถ้าแก่หลิว ครู่เดียวก็ออกมาพร้อมกับผายมือให้คุณชายรูปงามและผู้ติดตามรวมทั้งหีบตัวอย่างสินค้าทั้งหมดด้วย
เหลียงซูถิงเดินเข้ามาในห้องก็พบชายหนุ่มอายุน่าจะราว 30 ต้น ๆ ท่าทางสง่าผ่าเผย สุขุมเยือกเย็น ส่วนใบหน้านั้นเรียกได้ว่าดูดีมาก แต่อย่าไปเทียบกับท่านจอหงวนล่ะ ขนาดเธอแต่งหน้าด้วยสกิลวาดภาพยังหล่อสู้อีตาคนนั้นไม่ได้เลย!
ว่าแต่...เถ้าแก่หลิวหนุ่มขนาดนี้เลยเหรอ เธอนึกว่าจะเป็เถ้าแก่ที่แปลว่า ‘เฒ่า-แก่’ อายุ 50-60 จริง ๆ ซะอีก
หลิวเจี้ยน ลุกขึ้นทักทายคุณชายน้อยที่ดูมีอะไร ๆ น่าสนใจตรงหน้าตามมารยาทอันดี
“ยินดีที่ได้พบคุณชาย ข้าน้อยหลิวเจี้ยน ไม่ทราบคุณชายท่านนี้...”
“เอ่อ...” เหลียงซูถิงมองไปรอบด้าน เมื่อเห็นว่าคนขนของวางของเสร็จก็ออกไปหมดแล้ว ไม่มีคนนอกเหลืออยู่อีก เธอก็ไม่คิดจะปกปิดตัวตน เพราะตอนเซ็นสัญญายังไงก็ต้องใช้ชื่อจริง
“ท่านอาจจะเคยได้ยินชื่อของข้ามาบ้าง ข้าคือจางซูถิง บุตรสาวคนรองของตระกูลจาง”
คำตอบของคนตรงหน้าทำให้หลิวเจี้ยนแปลกใจอย่างแท้จริง เสียงของนางเป็สตรีแน่นอน รูปร่าง...จะว่าเล็กบางเหมือนสตรีก็ใช่ แต่ใบหน้าของนางกลับเหมือนบุรุษยิ่งนัก
เมื่อเธอเห็นว่าหลิวเจี้ยนพูดไม่ออก จะด้วยเพราะเขาไม่เชื่อหรืออะไรก็เถอะ เธอจึงอธิบายเพิ่ม
“ท่านคงคิดว่าหน้าข้าเหมือนผู้ชายมากใช่มั้ย นี่แหละคือหนึ่งในสินค้าที่ข้านำมาเสนอท่านในวันนี้ด้วย มันคือเครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้าที่สามารถเปลี่ยน ‘นาง’ ให้เป็ ‘เขา’ หรือเปลี่ยน ‘เขา’ ให้เป็ ‘นาง’ ได้อย่างน่าอัศจรรย์”
คราวนี้หลิวเจี้ยนยกยิ้มให้กับความพยายามนำเสนอสรรพคุณสินค้าของสตรีตรงหน้าด้วยถ้อยคำแปลกหูและน้ำเสียงชวนขำ เขาเคยได้ยินเื่ของจางซูถิงมาบ้าง แต่เื่ที่ได้ยินมาเป็เื่ในเชิงลบชนิดที่ไม่มีด้านดีเลย แม้ว่าเื่ราวอาจจะมีการเสริมแต่งไปบ้าง แต่เื่ที่นางปีนเตียงใต้เท้าเซี่ยงก็คือเื่จริง
“ที่แท้ก็แม่นางจางนี่เอง เชิญนั่งขอรับ” เขาจัดการรินน้ำชาให้แขกคนพิเศษด้วยตนเอง จากที่จี๋เป่ยบอกเล่าคร่าว ๆ อย่างตื่นเต้น ทำให้เขาอยากเห็นตัวอย่างสินค้าที่ว่า ‘ล้ำค่า’ นั้นเหลือเกิน
“เถ้าแก่หลิวคงสงสัยว่าข้าให้หลงจู๊ดูอะไรใช่มั้ยเ้าคะ มันคืออันนี้” เธอจัดการคลี่แผ่นโปสเตอร์โฆษณานิยายเื่ ‘ไป๋เสวี่ยกงจู่ : ห้ายอดพธูแห่งโอวโจว ลำดับที่ 1’ ที่เธอจัดอาร์ตและสั่งปริ๊นท์มาอย่างดี มันประกอบไปด้วยรูปหน้าปกนิยายที่เป็รูปเ้าหญิงสโนว์ไวท์ซึ่งเป็คนละรูปกับที่เธอวาดด้วยสีน้ำมัน แต่ความสวยของมันไม่แพ้รูปวาดปกนิยายที่เธอเคยรับคอมมิชชั่นในโลกก่อนเลย ตามด้วยชื่อเื่ที่ออกแบบมาอย่างสวยงามบนหน้าปก ชื่อผู้แต่ง และยังมีคำโปรยสั้น ๆ เพื่อให้นักอ่านที่ผ่านไปมาอ่านแล้วอยากจะซื้อนิยายติดมือกลับไปด้วย
เถ้าแก่หลิวมองรายละเอียดบนโปสเตอร์แผ่นนั้นด้วยความตื่นเต้น แม้จะยังรักษาท่าทีสุขุมเอาไว้ได้ แต่ประกายตาของเขาวาววับขึ้นมา แน่นอนว่าทุกอย่างที่ประกอบกันขึ้นมาเป็แผ่นกระดาษตรงหน้านั้นไม่เพียงแต่สามารถดึงดูดความสนใจของเขาได้เท่านั้น แต่เขาแน่ใจว่าจะสามารถดึงดูดคนทั้งแคว้นได้เลยด้วยซ้ำ เพียงแค่ภาพวาดที่อยู่ในนั้นก็มีค่าควรเมืองแล้ว
“นี่คือภาพวาดจากปรมาจารย์ท่านใดหรือ คำว่า ‘จื่อเหลียง’ ใต้ภาพนั้น คือนามของเขาใช่หรือไม่”
“ถ้าให้พูดความจริงคือเป็ฝีมือของข้าเอง จื่อเหลียงคือนามปากกาของข้า ทั้งรูปวาดและนิยาย”
หลิวเจี้ยนไม่ได้คิดอยากจะดูแคลนนางเลยแม้แต่น้อย แต่ปรมาจารย์ด้านการวาดภาพที่จะวาดได้ในระดับเทพเซียนลงมาวาดเองเช่นนี้ ไม่ควรเป็เด็กสาวที่เพิ่งพ้นวัยปักปิ่นไม่กี่ปีไม่ใช่หรือ
“ถ้าท่านไม่เชื่อข้าจะวาดให้ดูสด ๆ ก็ยังได้ เพียงแต่วันนี้ข้ายังมีสินค้าอีกมากมายที่ท่านน่าจะสนใจแน่ ๆ มานำเสนอ เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา ... ปิ่งจี” เธอหันไปพยักหน้ากับสาวใช้คนสนิทให้นางหยิบสินค้าที่น่าจะมีราคาแพงที่สุด 2 ชิ้นในวันนี้ ตามด้วยหนังสือนิยายต้นฉบับ
