“แจ้งศูนย์พักพิงทับทิมแก้ว นี่ไพริน รายงานสถานการณ์ ตาย 3 คงอยู่ 1 เตรียมถอนตัวในตอนเช้า”
“ทับทิมแก้ว รับทราบ ตาย 3 คงอยู่ 1 เตรียมถอนตัวในตอนเช้า”
ฉันวิทยุสื่อสารรายงานกลับศูนย์พักพิง ก่อนทางศูนย์จะตอบรับพร้อมทวนคำสั่ง
ทุกอย่างเราจะใช้เป็นิคเนม อย่างเช่นทับทิมแก้ว แทนศูนย์พักพิง และนิคเนมของฉันคือไพริน เพื่อหลบการดักฟัง เราจึงทำแบบนี้มาตลอด
ฉันนำสายสะพายปืนที่ขาดมามัดเข้าหากันแบบหยาบๆ เพื่อที่จะสะพายได้สะดวก แต่ะุเหลือน้อยแล้วจากที่ใช้สู้กับพวกโจร
ในตอนนี้ฉันเหลือะุปืนกลอยู่ 12 นัด กับอีก 1 แม็ก
ปืนพกเหลือ11นัด กับอีก 2 แม็ก ก็ยังพอใช้สู้ได้จนกว่าจะกลับถึงศูนย์พักพิง
ฉันเดินเข้ามาที่ร้านค้า ภายในร้านไม่เหลือของกินอะไรไว้เลย คงจะมีคนมาเอาไปหมดแล้ว ถึงจะมีก็คงกินไม่ได้อยู่ดี
โชคยังดีที่ฉันพกอาหารกระป๋องมาบ้าง
ภายในร้านค้า ข้าวของเรี่ยราดฝุ่นเกาะหนาเป็คืบ
ฉันเดินหลบสิ่งกีดขวางเดินขึ้นไปชั้นสอง ผ่านมา10ปีแล้ว อาคารเริ่มไม่สมประกอบ มีกำแพงถล่มหรือแหว่งไปบางส่วนมีพันธุ์ไม้เลื่อยแทรกเข้ามาในอาคารจนรก
ฉันหาที่เหมาะๆ วางกระเป๋าลง ก่อนจะนั่งพัก เดินมาถึงนี่ก็ไกลพอสมควร หอยฉันระบมไปหมด กางเกงในก็ไม่ได้ใส่ไว้ เพราะหาไม่เจอ ฉันต้องรีบออกมาจากที่นั่นก่อน โชคยังดีที่ไม่โดนไอ้ยักมันเอา ไม่งั้นคงเดินไม่ไหวแน่
พอนั่งพักสักแปปฉันจึงเดินลงไปข้างล่าง ไปกอบใบไม้แห้งมาหลายๆกองโรยไว้ทั่วบรรได เพื่อใช้เป็สัญญาณเตือนเวลามีคนมา เวลาเดินทีแล้วผ้ากางเกงยืนเสียดสีกับหอยของฉันทำฉันเสียวไปหมด น้ำนี่เยิ้มจนซึมออกมาข้างนอกเลย บางครั้งฉันก็เผลอลูบเพราะความเสียว น้ำก็ยืดติดมือเสียวมากๆ
โรยเสร็จฉันก็เข้าห้อง หยิบผ้าปูพื้นในกระเป๋าออกมาปู ก่อนจะถอดกางเกงยืนออก เพราะน้ำที่เยิ้มเต็มกางเกง ถ้านอนทั้งแบบนี้มันจะอับ พอถอดออกมาน้ำนี่ยืดติดมาเลย
ใครมาเห็นก็คงรู้แล้วละว่าตอนนี้ฉันเงี่_ขนาดไหน พอนึกถึงตอนที่โดนพวกมันรุมก็เกิดมีอารมณ์ขึ้นมา ยอมรับว่าในตอนนั้นฉันก็มีอารมณ์ร่วมอยู่เหมือนกัน
คิดไปสักพัก พอมารู้ตัวอีกทีฉันก็นั่งแหกขาเอานิ้วแยงหอยไปแล้ว
ฉันบดๆบี้ๆที่ติ่งคิสตอริสความเสียวซ่านพุ่งขึ้นอย่างเฉียบพลันจนตัวกระตุก ก่อนจะขยี้มันแรงๆ
“อื้ออ!! อร๊ะะะ!”
เสียงครางดังออกมาเบาๆในลำคอ ปนกับเสียงหอบหายใจแรง
สองนิ้วแทงเข้าแทงออกรูสวาทรัวๆเสียงดัง แจ๊ะๆๆ!! ก่อนจะกระตุกจนน้ำแตกออกมาราดพื้น!
ฉันนอนกระตุกอยู่บนพื้นสักพักก่อนจะเผลอหลับไป
แกร็ก!!
ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงใบไม้ แสดงว่ามีอะไรกำลังขึ้นมา ไม่คนก็ซอมบี้ แต่ก็อันตรายพอกัน
พอมาดูตัวเองอีกทีฉันอยู่ในสภาพที่ไม่ได้ใส่ท่อนล่าง เกราะกันะุก็ถอดไว้ จึงเหลือแค่เสื้อแขนยาวบางๆตัวเดียว
จะมาใส่ตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ฉันคว้ามีดก่อนจะไปหลบหลังประตู
ฟังจากเสียงน่าจะมีกัน 3 คน ประตูค่อยๆถูกเปิดออก ปรากฏเป็ซอมบี้ ฉันไล่เอามีดแทงหัวทีละตัว จนหมด
คิดว่าไม่น่าจะมีแล้ว ทันใดนั้นเอง ปรากฏซอมบี้อีกตัวจากข้างหลังตะครุบฉันจนล้มลง ฉันรีบสะบัดหนีถอยอย่างสุดชีวิต แต่พละกำลังของมันเหนือกว่า พลาดท่าโดนมันกัดเข้าที่ขา
ฉันรีบถีบมันออกทันที มันเลยกัดเข้าไม่ลึกมาก ก่อนที่ฉันจะขว้างมีดในมือไปปักหัวมันอย่างจัง
มันนอนแน่นิ่ง ฉันก็เช่นกัน นอนหอบอยู่บนพื้น หัวใจเต้นแรงเพราะอะดรีนาลีน ก่อนจะรู้สึกเจ็บที่ขา จนมารู้อีกทีว่าโดนกัด
ขาฉันอ่อนเลยค่ะ ชีวิตนี้คงจบสิ้นแล้ว คนที่โดนมันกัด จะกลายเป็ซอมบี้ภายใน 5 นาที
สิ่งที่ฉันต้องทำตอนนี้คือวิทยุไปหาศูนย์
“จากไพริน แจ้งทับทิมแก้ว รายงานสถานการณ์ โดนกัด ตายอีก 1 รวม 4 นาย ภารกิจล้มเหลว”
“จากทับทิมแก้ว รับทราบ ขอสดุดีความกล้าหาญ เราจะจดจำพวกคุณไว้ ไพริน เลิกกัน”
สิ้นเสียงวิทยุสื่อสาร ฉันปิดวิทยุทันที
หึ!
ฉันหัวเราะในลำคอ จดจำไว้หรอ? พวกเขาจำไม่ได้สักคนหรอก ว่าใครตายไปบ้าง
ฉันเดินไปใส่กางเกง อย่างน้อยถ้าจะตาย ก็อยากให้อยู่ในสภาพที่ดูดีที่สุด
ฉันหยิบปืนพกออกมา เตรียมลั่นไกลเข้ากระบาลตัวเอง
รอจนถึง 5 นาที ถ้าเริ่มมีอาการก็จะทำการฆ่าตัวตายทันที
แต่แล้วเวลาก็ผ่านไป 10นาทีก็แล้ว 30 นาทีก็แล้ว
เอ๊ะ!!
ทำไมถึงไม่กลายเป็พวกมันละ? ฉันรอจนถึงเช้า ก็ไม่กลายเป็ซอมบี้
ฉันจึงเลือกที่จะทำแผลที่ขา มันเป็แผลที่เล็กมาก 2 วันก็หาย โดยปกติ โดนกัดแม้จะแผลเล็กแค่ไหนก็ต้องกลายเป็พวกมันอยู่ดี
ถือว่าฉันโชคดีมา ที่มีเืที่ต้านไวรัส
ฉันสวมชุดเกราะกลับตามเดิมเก็บของก่อนจะออกเดินทางอีกครั้ง
โค้นเนมไพรินออฟไลน์ไปแล้ว จะกลับไปก็ไม่ได้ เพราะแจ้งไปแล้วว่าโดนกัด ถึงกลับไปก็โดนฆ่าทิ้งอยู่ดี
ไม่มีใครเชื่อหรอกว่ามีเืที่ต้านไวรัส
ตอนนี้ฉันก็คงกลายเป็พวกเร่ร่อนไปแล้วละ
กางแผนที่ดู มีสถานพักพิงอีกแห่งหนึ่ง ห่างจากนี่ไป 30 กิโลเมตร คงต้องเดินเท้าไปแล้วละ น่าจะใช้เวลามากโข แต่ก็ถือว่ามีเป้าหมายใหม่แล้ว อย่างน้อย เราเป็แนวหน้า ทำงานภาคสนาม ทางนั้นก็คงจะรับโดยง่าย
ส่วนเื่โดนกัดก็คงจะต้องปิดเื่นี้เป็ความลับ แผลที่เป็อยู่ตอนนี้พอหายก็คงจะเป็แค่รอยแผลเป็ทั่วไป เหมือนรอยขีดข่วนธรรมดา