หญิงสาวหยิบหน้าไม้ขึ้นมาดูโยนใส่มือขวาสลับใส่มือซ้าย และลองสะบัดไปมาทดสอบว่าเหมาะกับมือของตนหรือไม่
“ไม่ทราบว่าถูกใจแม่นางหรือไม่”
“อืม”นางพยักหน้ารับแล้วหยิบลูกศรขึ้นดู หัวคิ้วขมวดเล็กน้อยหากจะทำได้ดีกว่านี้คงต้องใช้เงินซื้อวัสดุที่ดีมากกว่านี้ซึ่งนั้นเป็ปัญหาของนาง “ตะขอที่สั่งไว้ล่ะ”
“ข้าทำตัวอย่างมาให้แม่นางดูก่อนถ้าไม่แก้ไขอะไรจะทำมาให้เพิ่มขอรับ”
มือเรียวเล็กยื่นไปรับตะขอเหล็กมันเหมือนเบ็ดตกปลาแต่มีขนาดใหญ่กว่าและแข็งแรงกว่า มุมปากของหญิงสาวยกยิ้มอย่างพอใจ
“ฝีมือท่านอาหยวนไม่เลวเลยจริงๆ”นางกล่าวจากใจจริงแล้วหยิบถุงเงินส่งให้ “ช่วยหาหินลับมีดให้ข้าสักอันสิ”
“เอ่อ...ได้ ได้ขอรับ”
ช่างตีเหล็กรับปาก แม้จะประหลาดใจกับสตรีร่างเล็กและแปลกหน้าผู้นี้ทว่าเมื่อได้เห็นฝีมือขับไล่หมาป่าของนางแล้ว ต้องยอมรับว่านางไม่ใช้สตรีธรรมดาการที่นางถามหา ‘หน้าไม้’ ‘ตะขอเหล็ก’ หรือแม้แต่ ‘หินลับมีด’ ก็ไม่นับว่าแปลกอันใด
“ท่านอาหยวนฝีมือดีขนาดนี้เหตุใดหลบซ่อนตัวเองในหมู่บ้านเล็กๆ เช่นนี้เล่า”นางถามคล้ายหยั่งเชิงคล้ายชวนคุยอย่างไม่้าคำตอบจริงจังนักทว่าคนถูกถามชะงักไปเล็กน้อยรอยยิ้มภายใต้หนวดเครารุงรังบนใบหน้าจางหายไปในทันที แม้ไม่มีผู้ใดมองเห็น แต่เยว่ซินััได้นางยังคงระบายยิ้มแล้วเอ่ยต่อ “ถ้าคนดีมีฝีมืออาศัยอยู่แต่ในเมืองหลวงกันเสียหมดคนในหมู่บ้านชนบทก็คงยากไร้ช่างฝีมือดีอันที่จริงต้องขอบคุณท่านอาที่เสียสละตนเองถึงเพียงนี้”
“แม่นางเยว่ซินกล่าวเกินไปแล้ว”เขาพูดพลางยกมือขึ้นเกาท้ายทอย “หากมีเื่ใดโปรดเรียกใช้งานข้าได้ทุกเวลา”
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วท่านทำตะขอเพิ่มให้ข้าอีกห้าอันนะ”
“ได้ๆเสร็จแล้วข้าจะเอามาให้พร้อมหินลับมีด”
“รบกวนท่านอาแล้ว”
เยว่ซินเดินไปส่งช่างตีเหล็กที่หน้าคฤหาสน์อันที่จริง นางไม่ได้ตั้งใจเดินไปส่ง แต่เดินไปดูบริเวณหน้าคฤหาสน์ต่างหากตามจริงนางควรนั่งคุยเจรจากับเขาเสียที แต่มีเื่วุ่นวายเข้ามาตลอด นางยกมือขึ้นนับนิ้วว่าใช้เวลาหมดไปกี่วันแล้ว ป่านนี้ ‘เหอเยว่ซิน’ คงเดินทางไปถึงจุดหมายใช้ชีวิตกับคนรักของนางแล้ว
คิดถึงตอนนี้นางก็เผลอยิ้มออกมา
อันที่จริงราชครูผู้นี้ก็ดูมิใช่คนเลวร้ายสักเท่าไร และดูไม่ใช่คนโง่อะไรนักเหตุใดไม่สงสัยในตัวนาง แม้นางมีรูปโฉมงดงามไม่น้อย แต่เขาน่าจะพบพิรุธในตัวนางเยว่ซินยกมือขึ้นม้วนปลายผมของตนเองเล่นพลางเดินขึ้นไปบนเขา นางชอบูเาลูกนี้มาก อุดมสมบูรณ์ยิ่งนักเสมือนครัวขนาดใหญ่ ธารน้ำตกที่ไหลจากูเาหล่อเลี้ยงคนเบื้องล่าง หากทำการเพาะปลูกดีๆ หาวิธีผันน้ำไปใช้ย่อมสร้างประโยชน์ได้มากมาย คนในหมู่บ้านมีราวสามร้อยคนเท่านั้นหากจะนำของป่าไปขาย ต้องคำนวนเวลาในการในเดินทางให้ดี ออกจากบ้านแต่เช้าตรู่เที่ยงวันคงไปถึง แต่ในเมืองคึกคักมากนางจำได้ว่าตอนที่เดินทางผ่านมานั้นเห็นผู้คนมาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันมาก
เยว่ซินดึงมีดสั้นที่พกติดตัวออกมาตัดเถาวัลย์ที่เกะกะทางเดินเบื้องหน้าทว่าจิตใจกลับหวนคำนึงถึงวัยเด็กของตน บิดาเป็บัณฑิตตกยาก มารดามักพูดด้วยรอยยิ้มเสมอว่า ท่านพ่อเป็พวกยอมหักไม่ยอมงอซื่อตรงจนเกินไป จึงต้องมาอยู่ชนบทเช่นนี้ หากแต่ในความทรงจำของนางนั้นบ้านก็คือกระท่อมหลังน้อยที่อยู่รวมกัน พ่อแม่และพี่ชายทั้งสองพี่ใหญ่มักฮึดฮัดอยู่เสมอเมื่อพูดถึงเื่ราวเหล่านี้ วัยเด็กของนางเติบโตในทุ่งกว้าง ขึ้นเขากับพี่รองที่ชอบล่าสัตว์กับพรานป่าหรือบางครั้งก็เข้าป่าหาสมุนไพร เป็ชีวิตที่เรียบง่ายสงบสุขท่ามกลางเสียงพร่ำบ่นของบิดาให้นางหมั่นฝึกเขียนอักษรและอ่านตำราแต่นางสมองทึบไม่เหมือนพี่ชายทั้งสองที่ชาญฉลาดแต่กระนั้นนางก็ได้ทักษะการทำอาหารจากมารดา แม้นางเป็หญิงชาวบ้าน แต่สองข้างของมารดาดุจมีเวทมนตร์เสกทุกสิ่งรอบกายให้เป็อาหารแสนโอชะ หากท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่นางคงได้สืบทอดวิชาความรู้นี้มามากกว่านี้
ความเจ็บแปลบแล่นเข้าสู่หัวใจจนหญิงสาวต้องยกมือกดหน้าอกตัวเองไว้ทุกคราวที่คิดถึง นางเจ็บหัวใจทุกครั้งไป เพียงพริบตา นางกลายเป็เด็กกำพร้าเหลือเพียงคนเดียวที่รอดอยู่
‘หนีไป ไม่ต้องหันกลับมา’
‘ท่านแม่’
‘จำที่แม่สอนให้ดี ตามหาพี่ใหญ่ของเ้า’
‘ไป! อย่าหันกลับมา’
มารดาใช้ร่างตนเองปกป้องนางมือของมารดาปิดปากนางแน่น ไม่ให้ส่งเสียงร้องจนกระทั้งมือนั้นอ่อนแรงและร่วงลงข้างตัวนาง นางไม่มีเสียงร้องไห้ ได้แต่ลืมตาโพลงในความมืดร่างของมารดาปกป้องนางจากทหารพ่ายทัพและยังปกป้องนางจากความหนาวเหน็บของค่ำคืนเหลือเพียงร่างอันเยียบเย็นและไร้ลมหายใจ
เด็กหญิงกัดริมฝีปากแน่นนางเจ็บแผ่นหลังมาก แต่าแที่สาหัสที่สุดคือหัวใจดวงน้อย ร่างเล็กค่อยๆอาศัยความมืดหลบเร้นกายไม่ให้ผู้ใดพบเห็นแล้วจึงมุ่งหน้าก้าวเท้าออกไป
‘พี่ใหญ่ ท่านอยู่ที่ไหน’
‘เหตุใดท่านพ่อท่านแม่พี่รองไม่พาข้าไปด้วย’
นางได้แต่พร่ำเพ้อซ้ำแล้วซ้ำเล่า เด็กหญิงวัยเพียงสิบขวบค่อยๆ ลอบหนีออกมาและพบว่าหมู่บ้านที่เคยอาศัยอยู่จมอยู่ในทะเลเพลิง เหตุการณ์ในครั้งนั้นไม่ใช่แค่ครอบครัวของนางที่สูญเสีย อีกหลายครอบครัวก็เช่นกันนางตัดสินใจออกจากหมู่บ้าน แต่แอบติดตามขบวนพ่อค้าเร่ เข้าเมืองหลวงแต่สภาพนางในเวลานั้นน่าเวทนานักกว่าพ่อค้าเร่จะรู้ว่ามีเด็กน้อยแอบอยู่ในเกวียนบรรทุกสินค้า นางก็มีไข้ขึ้นสูงาแตามตัวเป็หนอง พวกเขาคิดว่านางไม่รอดแน่แล้วทว่าขณะนั้นบังเอิญผ่านวัดแห่งหนึ่งจึงเข้าไปขอความช่วยเหลือ พวกเขาฝากฝังนางไว้ที่นั้นในค่ำคืนที่นางทุรนทุรายจากาแบนร่างกายนางคิดว่าตนเองจะได้พบพ่อแม่และพี่รองแล้วแต่ไต้ซือรูปหนึ่งกลับยื้อชีวิตนางไว้ได้
น้อยคนนักที่จะรู้ว่าก่อนเกิดเหตุร้ายในคืนนั้น ‘พี่ใหญ่’ ของนาง แอบหนีออกจากบ้านพ่อกับพี่ใหญ่มีความคิดไม่ลงรอยกันมานาน ส่วนพี่รองนั้นมักเอนเอียงไปทางบิดาเสียทุกเื่ส่วนนางเอาแต่เล่นซุกซนไปวันๆ พี่ใหญ่หนีออกจากบ้านไปก่อน เขาไม่รู้ว่าจะเกิดเื่ราวเลวร้ายเช่นนี้ไม่อย่างนั้น พี่ใหญ่ไม่มีวันทอดทิ้งนางแน่นอน
ที่สำคัญนางมีคำสั่งเสียสุดท้ายของบิดาส่งถึงพี่ใหญ่
นี่คงเป็เหตุผลให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไปกระมัง?
ด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงผลักดันให้นางใช้ชีวิตเร่ร่อนเพื่อตามหาพี่ใหญ่เมื่อชีวิตไม่ต่างจากขอทาน ถูกความหิวโหยโบยตีจนทนไม่ไหวนางลักเล็กขโมยน้อยเพื่อประทังชีวิต
เยว่ซินระบายลมหายใจเบาๆดวงตาเหลือบเห็นต้นโสมคน แรกทีเดียวไม่มั่นใจนัก แต่เมื่อทรุดตัวลงนั่งพิจารณาดูลักษณะใบและลำต้นแล้วจึงค่อยๆ ลงมือขุด เป็ูเาที่อุดมสมบูรณ์อย่างแท้จริงได้โสมคนต้นนี้กลับไปนางจะนำไปปรุงเป็อาหารให้ชายผู้นั้น
เพียงคิดถึงเขานางก็ทำหน้าตึงขึ้นมา เหตุใดต้องมาเสียเวลาดูแลชายใบหน้าน้ำแข็งเช่นนั้นด้วยนะหรือเพราะเขามีท่าทางคล้ายบิดาของนาง คนจำพวก ‘ยอมหักไม่ยอมงอ ซื่อตรงเกินไป’อย่างที่มารดาเคยพูดไว้บ่อยๆ ที่จริงนางก็ทำอาหารได้แค่อาหารชาวบ้านแต่เขาเป็ถึงราชครู ยอมกินอาหารฝีมือนางก็นับได้ว่าไม่ใช่คนหัวแข็งยากเกินเยี่ยวยา จากที่เคยได้ยินเื่ของฉู่ห่าวหรานมาบ้างนับได้ว่าตรงจากที่ร่ำลือกันแต่เื่ที่นางไม่รู้ คือเหตุใดจนป่านนี้เขายังไม่มีภรรยาไม่มีแม้กระทั้งอนุหรือสาวใช้ข้างห้อง มีแค่ ‘หันซู’คนสนิทเพียงคนเดียว หันซูมีวรยุทธ์แม้ไม่สูงส่งแต่ปกป้องผู้เป็นายได้แน่นอน
หรือว่าคนทั้งสองรักใคร่กันจริงๆ
อืม
ก็น่าจะเป็ไปได้นะ
ถ้าเป็เช่นนั้นจริงการที่นางสลับตัวกับ ‘เหอเยว่ซิน’ ก็นับว่าเป็เื่ดีแล้ว ต่อให้ ‘เหอเยว่ซิน’ ไม่มีคนรัก นางไม่ควรมาใช้ชีวิตจมปลักกับคนที่ไม่อาจรักนางได้
เื่เช่นนี้นางเข้าใจและไม่คิดจะเข้าไปขัดขวางแต่อย่างใด
“โอ๊ะ!” นางร้องอย่างตื่นใไม่คิดว่าโสมคนที่ขุดได้จะหัวใหญ่ขนาดนี้ ใหญ่ขนาดนี้เอาไปขายได้หลายตำลึงแน่ๆแต่...นางตั้งใจหาโสมคนไปบำรุงฉู่ห่าวหรานนี่นะ
เ้าตัวหิวเงินในท้องโต้เถียงกันไปมานางได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นางต้องบำรุงชายผู้นั้นให้แข็งแรงนางเพียงมีหน้าที่ที่ต้องทำ ตามที่รับปาก ‘พ่อบุญธรรม’ ไว้
อา...นางจะเถลไถลมิได้แล้ว มิเช่นนั้นหาก ‘แม่บุญธรรม’ ส่งคนมาตามหานางความสงบสุขของที่นี้ก็คงหายไปหมดสิ้น.