ร้านอาหารฝรั่งเศสริมแม่น้ำเ้าพระยา มองเห็นวิวยามค่ำคืนริมน้ำที่ระยิบระยับของกรุงเทพฯ
รินมองทิวทัศน์นั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่วินจะมาถึง เธอเคยอยากมาร้านนี้ตอนยังอยู่ในร่างเดิม วินเคยบอกว่าวันหนึ่งจะพามา แต่สุดท้ายก็ไม่เคยได้มา
ตอนนี้เธอได้มาแล้ว เพียงแต่ไม่ใช่ในแบบที่เธอเคยจินตนาการ
เธอดึงสติกลับมา จัดท่านั่งให้ตรง วางมือบนโต๊ะ และรอตามแบบฉบับนิชาที่เป็สาวมั่น
วินมาตรงเวลา แน่นอนว่าเขาแต่งตัวดี เชิ้ตขาว สูทสีน้ำเงินเนี้ยบ และเผยรอยยิ้มอบอุ่น
“คุณนิชาสวยกว่าวันงานกาล่าเสียอีกครับ รู้สึกเป็เกียรติจริงๆ ที่คุณยอมมาทานข้าวกับผู้ชายธรรมดาอย่างผม” เขาเอ่ยพลางดึงเก้าอี้ลงนั่ง
“ธรรมดาที่ไหนกันคะ นายแพทย์และนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง แถมยังเป็นักบุญของคนยากไร้ ใครได้อยู่ใกล้ก็คงรู้สึกปลอดภัยทั้งนั้นแหละค่ะ” รินตอบด้วยน้ำเสียงนิชา
วินยิ้มรับ แม้ว่าเขาน่าจะจับน้ำเสียงประชดของเธอได้ก็ตาม
มื้ออาหารดำเนินไปเป็คอร์ส วินพูดเื่ศิลปะ ปรัชญา ไวน์ ความงาม ทุกเื่ที่เขาพูดคือเื่เดิมที่เธอเคยฟังตลอดสามปี เขาใช้คำศัพท์ต่างกันบ้าง เปลี่ยนตัวอย่างบ้าง แต่แก่นของมันเหมือนกันหมด ราวกับมีบทที่ท่องจำไว้แล้ว และเธอคือผู้ชมคนใหม่ที่เขาไม่รู้ว่าเคยดูละครเื่นี้มาแล้ว
รินฟัง พยักหน้า ยิ้มในเวลาที่ควรยิ้ม ตั้งคำถามในเวลาที่ควรถาม ทั้งที่มือใต้โต๊ะกำแน่น
ระหว่างรอจานหลัก รินหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาหมุนเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้นราวกับฉุกคิดขึ้นมาเฉยๆ
“คุณกวินทร์คะ นิชาได้ยินข่าวมาว่า่นี้มีผู้หญิงหายตัวไปบ่อยๆ ล่าสุดเห็นว่าเป็จิตรกรสาวคนหนึ่ง คุณกวินทร์ทราบเื่นี้บ้างไหมคะ”
มือของวินหยุดนิ่งไปเสี้ยววินาที
“อ๋อ รินรดาใช่ไหมครับ เธอเคยเป็คนรักของผม เธอบอกเลิกผมในคืนวันครบรอบ แล้วเธอก็หายออกจากบ้านไปเงียบๆ ผมยังพยายามช่วยตำรวจตามหาเธออยู่ ผมเป็ห่วงมากจริงๆ” เขาถอนหายใจเบาๆ แสร้งทำเป็เศร้า
น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยตรงคำว่าเป็ห่วงแบบพอดีเป๊ะ ไม่มากไม่น้อยเกินไป
นี่คือการแสดงที่ฝึกซ้อมมาอย่างดี เธอรู้ เพราะเธอจำได้ว่าน้ำเสียงแบบนี้เขาเคยใช้ตอนเขา้าให้ใครสักคนรู้สึกสงสารเขา
“น่าเศร้าจังเลยนะคะ แต่นิชาคิดว่าผู้หญิงที่รักใครอย่างลึกซึ้ง... ต่อให้เลิกกันไปแล้วเธอก็ยังคิดถึงคนนั้นอยู่ดีนะคะ” รินจิบไวน์ช้าๆ
เธอหยุดสักครู่ก่อนพูดว่า “บางทีอาจจะคิดถึงสิ่งที่เขาเก็บซ่อนไว้ด้วย”
วินนิ่งไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้ายังอยู่ แต่แววตาหลังแว่นเปลี่ยน “นั่นเป็คำพูดที่น่าสนใจมากครับ... คุณนิชาหมายความว่าอะไร”
“แค่ว่าคนเราซ่อนหลายอย่างไว้ในชีวิตค่ะ ขอน้ำเปล่าอีกแก้วได้ไหมคะ” รินยักไหล่เบาๆ แล้วหันไปเรียกพนักงาน
เธอเปลี่ยนเื่อย่างเป็ธรรมชาติ ทิ้งประโยคนั้นไว้กลางอากาศ
ของหวานมาเสิร์ฟ รินรู้สึกว่าถึงเวลาแล้ว เธอวางช้อนลง โน้มตัวไปหาวินเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอเบาลงจนเป็ระดับที่ได้ยินแค่สองคน
“นิชาอยากถามตรงๆ ค่ะ คุณกวินทร์รู้สึกยังไงกับเื่ความสูญเสีย กับการที่คนที่คุณรักหายไปโดยที่คุณไม่ได้ร่ำลากันเหรอคะ”
วินเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ “มันเ็ปทุกครั้งที่เกิดขึ้นครับ”
“ทุกครั้ง…เหรอคะ” รินย้ำคำช้าๆ
ความเงียบปกคลุมระหว่างพวกเขา
วินยิ้มเล็กน้อย “ผมหมายความว่าสูญเสียใครก็ตามในชีวิตครับ ไม่ได้เฉพาะเจาะจงใคร”
“เข้าใจแล้วค่ะ” รินพยักหน้า ยิ้มตอบ แล้วหยิบช้อนขึ้นมาตักของหวาน เธอทำเป็ว่าพอใจกับคำตอบนั้น
ระหว่างคอร์สของหวาน วินเอื้อมมือมาเกาะกุมมือบางของเธอช้าๆ
“ผมรู้สึกว่าเราเข้ากันได้ดีอย่างประหลาดครับ ราวกับว่า... เราเคยรู้จักกันมานาน คุณคิดแบบนั้นไหมครับ”
รินมองลงไปที่มือใหญ่ที่กุมมือของเธออยู่ มือคู่เดียวกับที่บีบคอเธอในคืนวันครบรอบ
ภาพในห้องใต้ดินผุดขึ้นมาพร้อมกัน โหลแก้ว กลิ่นฟอร์มาลีน หัวใจที่ลอยอยู่ในสารเคมีใสๆ ผ้าใบที่วาดหน้าผู้หญิงด้วยเื ในสภาพที่ดวงตาปิดและยิ้มอย่างมีความสุข
ความทรงจำเ่าั้ทำให้เธอคลื่นเหียน จนอยากจะชักมือออก แต่เธอต้องควบคุมอารมณ์เอาไว้ก่อนในตอนนี้
“คิดสิคะ… รินก็คิดเหมือนกัน”
ความเงียบเข้าปกคลุม
รินรู้สึกตัวช้ากว่าที่ควรครึ่งวินาที เธอเพิ่งเรียกตัวเองว่าริน ชื่อเล่นของคนที่ไฮโซสาวไม่มีทางรู้จักได้
วินนิ่ง รอยยิ้มแข็งค้างอยู่บนใบหน้า
“เมื่อกี้... คุณนิชาเรียกตัวเองว่าอะไรนะครับ” เสียงของเขาทุ้มต่ำลง
รินสูดหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ แล้วเผยรอยยิ้มเยาะหน่อยๆ แบบที่นิชาชอบทำเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายงี่เง่า
“อ๋อ ขอโทษนะคะ นิชาดื่มมากไปหน่อย ระหว่างนั่งอยู่ก็นึกถึงเพื่อนสนิท ยัยริน ที่ชอบมาเม้าเื่แฟนเก่าชื่อวินให้ฟัง คุณกวินทร์มีบุคลิกคล้ายที่เธอเล่า เลยหลุดปากไปค่ะ”
เธอวางแก้วลงแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้ “คุณกวินทร์คงไม่โกรธนะคะ นิชาดื่มไวน์มากไปจนน่าจะเมาหน่อยๆ แล้วน่ะค่ะ”
วินจ้องหน้าเธอนาน นานกว่าคนที่เชื่อคำแก้ตัวจะจ้อง
รินรับสายตาของเขาไว้ ไม่หลบ ไม่กระพริบตาถี่เกินไป ไม่ยิ้มมากเกินไป แค่นิ่งและดูเบื่อเล็กน้อยแบบที่นิชาจะเป็เมื่อถูกตั้งคำถามซ้ำซาก
“งั้นเหรอครับ ช่างเป็เื่บังเอิญที่แปลกดี” วินพูดในที่สุด เสียงปกติขึ้น แต่รอยยิ้มไม่กลับมาเต็มหน้าเหมือนเดิม
“อาจจะเป็โชคชะตาก็ได้นะคะ” รินตอบสั้นๆ แล้วหันมองทิวทัศน์ข้างนอก
มื้ออาหารจบลงด้วยความอึดอัดที่ทั้งคู่ไม่พูดถึง วินอาสาขับรถไปส่ง ตลอดทางเขาแทบไม่พูด สายตาในกระจกมองหลังชำเลืองมาที่เธอเป็ระยะ ประเมิน ระแวง ค้นหา
รินมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ยอมให้ใบหน้าบอกอะไรเขา
รถจอดที่หน้าคฤหาสน์ วินลงมาเปิดประตูรถให้แบบที่สุภาพบุรุษจะทำ
“ราตรีสวัสดิ์ครับ คุณนิชา” เขาพูดเรียบๆ
“คืนนี้สนุกมากค่ะ” รินตอบ แล้วลงจากรถ
เธอไม่หันกลับไป แต่ได้ยินเสียงรถแล่นออกไปก่อนที่เธอจะเดินถึงประตูบ้านด้วยซ้ำ
เข้าบ้าน ปิดประตู เธอยืนนิ่งในห้องโถงมืดสักครู่ก่อนที่จะปล่อยลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ
“เกือบไป…”
เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก ความเย็นจางๆ ยังอยู่ที่นั่น Kiss of Illusion ไม่ได้ถูกใช้คืนนี้ แต่เกือบจะไม่ได้ใช้อยู่แล้ว เพราะเธอเกือบทำลายทุกอย่างด้วยความเผลอไผลของตัวเอง
รินเดินไปนั่งที่โซฟา ไม่เปิดไฟ ปล่อยให้ห้องมืดอยู่อย่างนั้น
เธอพลาด และเธอรู้ว่าวินสังเกตเห็น เขาอาจไม่แน่ใจ แต่เขาระแวงแล้ว นั่นหมายความว่าเขาจะระวังตัวมากขึ้น จะสืบหามากขึ้น และถ้าเขารู้ว่าเธอไม่ใช่ ‘นิชา’...
เธอไม่ปล่อยให้ความคิดนั้นจบ
เธอต้องปรับแผน วินไม่ใช่เหยื่อที่รอให้ล่า เขาเป็นักล่าที่กำลังเริ่มพลิกบทบาทกลับมา ถ้าเธอไม่เดินเกมเร็วกว่านี้ เขาจะรู้ก่อนที่เธอจะได้ลงมือแก้แค้น
และถ้าเขารู้ก่อน...
ขณะอยู่บนรถสปอร์ตที่แล่นอยู่กลางถนนสายเปลี่ยว วินทุบพวงมาลัยเบาๆ หนึ่งครั้ง
ไม่ใช่ด้วยความโกรธ แต่ด้วยความหงุดหงิดที่ไม่ชอบความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ว่าตัวเองพลาดบางอย่าง หรืออ่านสถานการณ์ผิด ไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกแบบนี้มาหลายปีแล้ว
คำแก้ตัวของนิชาฟังสมเหตุสมผล ลื่นไหล ไม่มีรอยสะดุด คนปกติที่แก้ตัวโกหกมักจะพูดเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป แต่เธอทำได้พอดี
เขารู้จักคนที่ปกปิดความจริงเก่งแบบนี้อีกคนหนึ่ง
ตัวเขาเอง
วินคิดย้อนกลับไปถึงแววตาของนิชาในวินาทีที่เธอหลุดปาก มันไม่ใช่แววตาของคนที่ดื่มมากเกินไปจนเมา มันเป็แววตาที่เขาเห็นแค่ครั้งเดียวในชีวิต ในคืนวันครบรอบสามปีในห้องใต้ดิน ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง
แววตาของคนที่เต็มไปด้วยความแค้น
วินกัดกรามเกร็งแน่น
พรุ่งนี้เขาจะหาข้อมูลนิชาให้ละเอียดกว่าที่ทำตอนเริ่มเข้าหาเธอ ที่อยู่จริง ประวัติจริง คนที่รู้จักจริง เขา้ารู้ว่าก่อนวันที่รถของเธอพลิก นิชาอยู่ที่ไหน พบใคร และมีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเธอบ้าง
และถ้าเขาพบสิ่งที่เขาไม่อยากพบ...
เขาก็มีวิธีจัดการ เขาเคยทำมาแล้ว และเขาทำได้ดี
เหลืออีก 92 วัน