“ไม่นะ! ฉันไม่ใช่ผู้หญิงของมัน ช่วยฉันด้วย ฉันถูกหลอกมา ช่วยฉันด้วยนะคะ ได้โปรด”
ศุภิสรามองสบตากับดวงตาสีนิลวาว ทั้งปากและตาของเธออ้อนวอน ขอร้อง ให้ชายหนุ่มตัวโตที่กำลังสวมกอดเธออยู่ในตอนนี้ช่วยเหลือเธอ ตอนนี้เธอมองไม่เห็นใครที่จะพอช่วยเหลือเธอได้แล้ว นอกจากผู้ชายตัวโตคนนี้
“.........”
โดมินิคมองใบหน้าสวยหวาน ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองจับจ้องอยู่ที่ปากบางจิ้มลิ้ม ที่เธอพูดอ้อนวอนออกมา เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งปกติเขาไม่ค่อยชอบยุ่งเื่ของชาวบ้านสักเท่าไร หากไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขา แต่ทำไมกับผู้หญิงตัวเล็กๆ ตรงหน้าคนนี้ เขาถึงอยากจะเอื้อมมือเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยก็ไม่รู้สินะ
“ผู้หญิงบอก เธอไม่ใช่ผู้หญิงของนาย เพราะฉะนั้นฉันคงปล่อยผู้หญิงคนนี้ให้นายไม่ได้”
และเพราะความรู้สึกเช่นนั้น โดมินิคจึงกระชับอ้อมแขนแกร่ง โอบกอดร่างบางให้แน่นมากยิ่งขึ้น อย่างเป็การปกป้องของของตัวเอง เขาหันเสสายตาสีนิลวาวจากใบหน้าสวยหวาน ไปมองผู้ชายที่สั่งเขา ด้วยสายตาแข็งกร้าว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงดุจกัน อย่างไม่คิดจะยอมปล่อยผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมแขนแกร่งไปง่ายๆ
“นี่อยากมีเื่กับพวกฉันอย่างงั้นเหรอ? ไม่รู้เลยใช่ไหมว่าเ้านายของฉันเป็ใคร?”
ผู้ชายคนเดิมที่ร้องะโสั่งโดมินิค พูดด้วยเสียงแข็งกระด้าง ไม่พอใจ ที่ถูกโดมินิคปฏิเสธการส่งคืนศุภิสราให้กับพวกมัน คำพูดอันไม่พอใจนั้น ก็ทำให้คนของโดมินิค ต่างตั้งท่าเตรียมรับอย่างแข็งขัน หากใครเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว ไม่คิดจะละเว้นสักคน
“ฉันก็ไม่รู้จริงๆนั่นแหละ นายของพวกแกเป็ใคร พวกแกไม่ได้มีป้ายชื่อเ้าของห้อยที่คอนี่ แต่ถึงจะมีป้ายชื่อ แล้วทำไมฉันจะต้องกลัวด้วยล่ะ บอกฉันหน่อยสิ?”
โดมินิคดวงตาลุกวาว แต่ผิดกับน้ำเสียงที่พูดออกมานิ่งเรียบเฉยชา คำพูดของเขาบ่งบอกอยู่แล้ว ว่าเขาไม่คิดจะกลัวเกรงใครทั้งนั้น เพราะตัวเขาคือมาเฟียพ่วงมหาเศรษฐีระดับต้นๆ ของโลก แล้วทำไมเขาจะต้องกลัวพวกกระจอกพวกนี้ด้วยล่ะ
‘เอาแล้ว เื่จะไปกันใหญ่แล้ว เราจะทำยังไงดีล่ะเนี้ย’
ศุภิสราพร่ำพูดกับตัวเองอยู่ภายในใจ ใจหนึ่งก็ให้รู้สึกใจชื้น ที่ชายหนุ่มตัวโตผู้ที่กำลังโอบกอดเธออยู่นี้ ช่วยเหลือเธอ ไม่ส่งตัวเธอให้กับกลุ่มคนพวกนั้น แต่อีกใจหนึ่งก็หวั่นกลัวเอามากๆ กลัวว่าเื่จะไม่จบง่ายๆ แล้วคนที่ยอมช่วยเธอจะถูกทำร้าย เพราะเหตุช่วยเหลือเธอ
โดมินิคเหมือนจะรู้ว่าศุภิสรากำลังหวาดกลัว และเป็กังวลเอามากๆ เขาจึงกระชับกอดให้แน่นยิ่งขึ้น เพื่อเป็การบอกทางภาษากายว่าหากยังคงอยู่กับเขา เธอจะปลอดภัยจากภยันตรายต่างๆ ที่กำลังประสบพบเจออยู่ในขณะนี้อย่างแน่นอน
“วาโรล หยุดได้แล้ว!”
เสียงเข้มดุของเอลรันโน่ ร้องะโสั่งลูกน้องของตัวเอง ก่อนจะเดินอาดๆ ออกมาจากภายในเรือสำราญ สายตาของเอลรันโน่จับจ้องมองหน้าลูกน้องแต่ละคนของตัวเอง ด้วยสายตาเข้มดุ ที่มีแววโกรธเกรี้ยวผสมอยู่ด้วย
“ผมต้องขอโทษจริงๆ ที่ลูกน้องของผมทำตัวก้าวร้าวกับคุณโดมินิค พอดีผู้หญิงคนนี้หนีมา ไม่ยอมทำการทำงานตามที่สั่ง ลูกน้องผมแค่ตามมาเอาตัวเธอไปทำงานก็เท่านั้นเอง ถ้ายังไงผมอยากจะขอเธอคืนจะได้ไหม?”
เอลรันโน่กล่าวกับโดมินิคด้วยน้ำเสียงสุภาพ มาเฟียทุกคนต่างรู้จักโดมินิคดี ว่าเขาเป็คนยังไง และรู้ดีว่าหากใครไปต่อกรด้วย จะไม่มีวันอยู่อย่างสงบ และจะไม่มีที่ยืนกันเลยทีเดียว เพราะงั้นหากเลี่ยงหรือยอมได้ก็สมควรจะต้องยอม
“อย่างงั้นเหรอ”
โดมินิคมองเอลรันโน่ เขารู้ดีว่าเอลรันโน่คือมาเฟียคนหนึ่ง ถึงจะเป็มาเฟียเหมือนกัน แต่ก็อยู่คนละระดับชั้นกัน โดมินิคพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเฉยชาเช่นเดิม เขาก้มลงมองใบหน้าสวยหวาน ที่ตอนนี้มองเขาอยู่ก่อนแล้ว เธอส่ายหน้าไปมาพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอน ร้องขออย่าให้เขาส่งตัวเธอคืนให้กับคนพวกนั้น
“ผู้หญิงคนนี้ ฉันพอใจเธอเป็อย่างมาก ในเมื่อเธอวิ่งเข้ามาหาฉันเอง ผู้หญิงคนนี้ก็ย่อมเป็ของฉัน”
โดมินิคพูดเสียงดังฟังชัด ชัดถ้อยชัดคำ ให้เอลรันโน่ได้รับความกระจ่าง ว่าเขาไม่คิดจะส่งตัวผู้หญิงตัวเล็กในอ้อมแขนแกร่งคืนให้ ด้วยเหตุผลที่เขากล่าวไปตามนั้น
๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑
คือ ไม่รู้ว่าศุภิสราจะคลายใจ หรือหวาดกลัวมากว่าเดิมก็ไม่รู้สินะ ที่ได้มาอยู่ในมือของโดมินิคน่ะ...... เอิ๊กๆๆๆ................... ^_^ ^_^ ^_^ ^_^