หลังจากจดจำข้อมูลหลายๆ อย่างผมเริ่มกลับมาดูข้อมูลเกี่ยวกับอสูรมิติอย่างจริงจัง ในเมื่อจุดมุ่งหมายของภารกิจคือการกำจัดพวกมันออกจากพื้นที่อย่างน้อยก็ต้องรู้ถึงความเป็ไปได้
อสูรมิตินั้นแบ่งได้เป็หลายประเภท พวกมันมีสีดำสนิทและมักมีลักษณะที่คล้ายกับสัตว์ต่างๆ ที่มันกลืนกิน แต่อสูรมิติระดับต้นนั้นยังดูดกลืนสิ่งต่างๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น พวกมันจึงมีรูปร่างกลมไม่ต่างจากสไลม์ การสังหารพวกมันนั้นทำได้โดยการโจมตีไปที่แกนหลัก
แกนหลักของอสูรมิตินั้นเต็มไปด้วยพลังงานที่พวกมันกลืนกินมาทั้งหมด หากทำการปลดปล่อยออกมาพลังงานบางส่วนจะถูกดูดกลืนโดยผู้ปลดปล่อยแกนหลัก นั่นหมายความว่าแม้แต่มนุษย์ธรรมดาก็สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้เรื่อยๆ จากการดูดกลืนแกนหลักของอสูรมิติ ส่วนที่ไม่สามารถดูดกลืนได้ก็จะหวนคืนกลับไปยังเหล่าจิตมวลสารของดวงดาว
"ดูแล้วก็เป็ไปได้อยู่นะที่จะกำจัดมัน ถ้าเป็การต่อสู้แบบตัวต่อตัว…" เ้าเบสเองก่อนหน้านี้ที่คุยกันเื่ประตูก็ดูไม่รู้สึกกังวลอะไรกับเื่นี้ น่าจะแปลว่าจำนวนอสูรมิติระดับต้นที่โผล่มาอาจไม่เยอะมากมายนัก ที่สำคัญก็คือต้องไม่ลืมที่จะเก็บแกนหลักของพวกมันเพื่อจะเพิ่มค่าสเตตัสของตัวเอง
ผมเริ่มมองข้อมูลในเื่ของค่าสเตตัสให้ละเอียดขึ้น โดยเฉพาะค่าพลังเวท ในเมื่อค่าพลังเวทที่ผมมีนั้นเป็ 1 ไม่ใช่ 0 นั้นแปลว่าผมพอจะมีโอกาสใช้เวทได้อยู่บ้าง
ระหว่างที่ผมกำลังหาข้อมูลค่าพลังเวทและลองทำอะไรหลายๆ อย่างจู่ๆ ก็มีภาพข้อความใหม่โผล่ขึ้นมา
ค่ามานา: +1
เมื่อผมกลับไปเช็คค่าสเตตัสของตัวเองก็พบว่ามีค่าสเตตัสเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง
อาร์ต ลอส
พลังพิเศษ :????? (ยังไม่ผ่านการทดสอบ)
พลังกาย : 9
พลังเวท : 1
ประสาทัั : 5
มานา: 1
แบบนี้แปลว่าผมมีความเข้าใจในเื่พลังเวทมากขึ้น ได้เห็นค่าค่าสเตตัสที่จู่ๆ ก็เพิ่มขึ้นหลังจากอ่านอะไรหลายๆ อย่างก็ทำให้ผมรู้สึกว่าอย่างน้อยความรู้ที่ได้นั้นไม่สูญเปล่า แบบนี้ก็แปลว่าค่าสเตตัสเหล่านี้อาจจะเพิ่มได้จากปัจจัยอื่นๆ นอกจากการล่าอสูรมิติเช่นกัน แต่มันก็ไม่น่าแปลกอะไรสินะ หากหลังจากนี้ผมออกกำลังกายมากกว่านี้ซักหน่อยค่าพลังกายของผมอาจจะมากกว่า 9 ก็เป็ได้
แต่หลังจากอ่านข้อมูลต่ออีกไม่นานจู่ๆ ข้อความต่างๆ ก็เริ่มมืดลง "เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย.." ตาของผมเริ่มปิดลงก่อนที่สติจะหลุดลอยไปไกล
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ผมได้ยินเสียงธรรมชาติรอบๆ ตัว ไม่ว่าจะเสียงสัตว์ร้องหรือเสียงใบไม้กระทบกันตามแรงลม เสียงน้ำที่กระทบโขดหิน เพียงแต่ภาพทุกอย่างเบื้องหน้านั้นยังคงเป็ความมืดมิด ที่นี่คือสมรภูมิไร้ขอบเขตอย่างนั้นเหรอ ผมลุกขึ้นก่อนที่จะชนกับอะไรบางอย่าง
แกร็ก แกร็ก แกร็ก
เสียงเปลือกไข่ค่อยๆ ปิดออก แสงที่ดูไม่ต่างจากแสงตะวันนั้นส่องลงมาจากฟ้าสีคราม ดูแล้วคล้ายกับโลกไม่มีผิด หากไม่นับเมฆที่มีสีสันหลากหลายกว่า
รอบตัวผมนั้นเต็มไปด้วยป่าทึบ ต้นไม้รอบๆ ตัวหลายๆ ต้นดูน่าอันตราย โดยเฉพาะต้นที่มีหนามไม่ต่างจากฟัน แต่ผมเดินเข้าไปฉีกหนามที่ดูคล้ายฟันของมันออกมาหนึ่งชิ้นอย่างระวัง ขนาดของหนามนั้นใหญ่พอๆ กับนิ้วชี้ จากข้อมูลที่อ่านมาหนามนี้มีพิษมากพอที่จะทำให้สัตว์ใหญ่เป็อัมพาตไปชั่วขณะ ผมหากิ่งไม้ที่ดูแข็งแรงมาอันหนึ่งก่อนจะใช้เข็มขัดพันหนามนี้กับกิ่งไม้ แบบนี้น่าจะพอจะเป็อาวุธชั่วคราวล่ะนะ
ผมไม่เห็นเพื่อนร่วมห้องคนใดเลยในระยะรอบตัว น่าจะเป็เพราะรัศมีของพื้นที่ต่อสู้นั้นราว 1 กิโลเมตร แต่ละคนคงแยกตัวตามจุดต่างๆ และด้วยความที่เป็ป่า ไม่แปลกเลยที่จะไม่เห็นกัน ผมเดินตามเสียงน้ำไหลที่ได้ยินก่อนจะพบกับลำธารเล็กๆ ที่น้ำตกไหลลงมา
สุดทางน้ำตกแสงสีน้ำเงินจางๆ นั้นเปล่งออกมาจากพื้นดินรอบๆ ราวกับเป็บาเรียบางๆ บ่งบอกว่าที่คือสุดขอบพื้นที่ที่ผมสามารถไปได้ หากผมข้ามเส้นขอบสีน้ำเงินนี้ไปก็จะโดนคำสาปจากการหนีศึก โชคดีที่พื้นที่นี้ไม่มีสัตว์มากมายนักอาจจะเป็เพราะที่นี่กำลังจากมีอสูรมิติโจมตี
ผมเริ่มรวบรวมใบไม้แห้งเพื่อจะใช้จุดไฟทั้งๆ ที่ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน ทำไมในหนังเขาดูจุดไฟได้ง่ายๆ โดยใช้เวลาไม่นานนัก แต่พอทำเองนี่มันยากชิบ..
หลังจากพยายามอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่มีท่าทีที่จะทำได้สำเร็จ ระหว่างที่ผมพยายามถูกิ่งไม้เข้าหากันก็ได้ยินเสียงผิวปากของใครบางคนจากด้านหลัง
"กำลังจุดไฟอย่างนั้นเหรอ นายนี่ดูเตรียมพร้อมมาดีจริงๆ เลยนะ มากกว่าไอ้เบสที่คุยโม้ว่าเป็ผู้เล่นเกมซะอีก" เมื่อผมหันไปมองทางเสียงก็พบโทมาสที่โบกมือยิ้มร่ามาให้ด้วยท่าทีเป็มิตร ดูราวกับว่าสิ่งที่เขาทำกับเพื่อนตัวเองใน่แย่งชิงประตูนั้นเป็เพียงเื่ฝันไป "ตอนที่หาประตูกันนายก็เป็คนแรกของกลุ่มเลยนินาที่เข้าประตูไป นายเป็ผู้เล่นเกมเหมือนเบสงั้นเหรอ ดูรู้มากกว่ามันซะด้วย"
โทมาสเดินตรงเข้ามาก่อนจะหยิบไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงออกมาก่อนที่จะจุดมันลงบนใบไม้แห้งที่ผมเตรียมไว้ "อาร์ต นายคิดว่าไงล่ะถ้าเราจะร่วมมือกัน นายได้ยินสิ่งที่คอลลินพูดก่อนมันจะเข้าประตูหรือเปล่า มันไม่ปล่อยนายไว้แน่ หมอนั่นแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มเราแล้ว หากไม่มีใครต้านทานมันล่ะก็พวกเราก็ต้องกลายเป็ขี้ข้ามันยกชั้นก่อนจะได้พลังพิเศษแน่"
โทมาสนั้นเข้ามาในไข่ก่อนคอลลิน เมื่อรู้ว่าภายในไข่ได้ยินทุกอย่างจากภายนอกชายหนุ่มย่อมรู้ว่าทุกคนนั้นกำลังระแวงตัวเขาเพราะสิ่งที่เขาทำระหว่างการแย่งประตู หากคนถึง 8-9 คนคิดจะต่อต้านเขาขึ้นมา เขาย่อมไม่สามารถอยู่รอดได้ ทันทีที่เห็นอาร์ต นักเลงผู้นี้ตัดสินใจลบเขี้ยวของตัวเองชั่วครู่เพื่อหาพันธมิตรให้ตัวเอง เป้าหมายสำคัญนั้นคือคอลลิน เสือ 2 ตัวนั้นไม่อาจอยู่ถ้ำเดียวกันได้ หลังจากจัดการกับมันได้เขาจะปกครองคนกลุ่มนี้ทั้งหมด